ตอนที่ 12 ไม่ต้องเป็ห่วง (2)
“ข้าไม่ได้ฟังผิดไปกระมัง” กู้อวิ๋นหวงหัวเราะเบาๆ “จวนอัครเสนาบดีอันใหญ่โตยังแบกรายจ่ายส่วนนี้ไม่ไหว แต่ท่านแม่กลับทำได้อย่างนั้นรึ ลุงเฉินท่านเอ่ยคำพูดนี้ออกมา ตัวท่านเองเชื่อหรือไม่”
เฉินก่วงหน้าร้อนผ่าว แต่ก็ยังจำต้องฝืนใจกล่าว “หลายปีมานี้...”
“ข้าเข้าใจแล้ว ลุงเฉินคงอยากจะบอกข้าว่าหลายปีมานี้ท่านแม่นำเงินสินเดิมมาจุนเจือจวนอัครเสนาบดีตลอดสินะ” กู้อวิ๋นหวงยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ท่านแม่นำสินเดิมมาจุนเจือจวนอัครเสนาบดีแล้ว แต่ท่านย่ากลับยังคิดจะเอาสินเดิมของท่านแม่มาแบ่งให้น้องหญิงสามอีก ที่แท้ตลอดหลายปีที่ข้าไม่อยู่ในจวนอัครเสนาบดี ท่านแม่ต้องใช้ชีวิตผ่านไปเช่นนี้สินะ”
“คุณหนูเข้าใจผิดแล้ว” เฉินก่วงในใจเริ่มรู้สึกไม่ดี สีหน้าก็ไม่ค่อยน่ามองนัก “ฮูหยินเป็ฮูหยินของจวนอัครเสนาบดี ช่วยเหลือจุนเจือจวนอัครเสนาบดี ย่อมเป็เื่ที่พึงกระทำ”
“ความหมายของลุงเฉินคือ” กู้อวิ๋นหวงเปล่งวาจาออกมาอย่างเนิบช้า “ถ้าท่านแม่ไม่ช่วยจุนเจือ ก็ไม่ใช่ฮูหยินของจวนอัครเสนาบดีแล้วอย่างนั้นหรือ”
“คุณหนูโปรดระวังคำพูดด้วย!”
“ข้าระวังคำพูดได้ แต่คำที่ลุงเฉินพูดมาวันนี้ ประเดี๋ยวข้าจะเอาไปถามท่านย่า รอท่านพ่อกลับมาแล้ว ข้าก็จะไปถามท่านพ่อด้วย ถ้าท่านย่ากับท่านพ่อต่างพูดเหมือนกับลุงเฉิน เช่นนั้นก็ประจวบเหมาะพอดี ข้าจะได้ใช้โอกาสงานวันเกิดของท่านย่า ถามฮูหยินในเมืองหลวงแต่ละจวนดู หากพวกนางก็พูดแบบเดียวกันกับลุงเฉิน ต่อไปค่าใช้จ่ายของจวนอัครเสนาบดีทั้งหมด ก็ให้ท่านแม่ข้าเป็คนออก ข้าจะไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว” กู้อวิ๋นหวงเอ่ย
เฉินก่วงประสานมือให้กู้อวิ๋นหวงแล้วหมุนตัวเดินไปด้วยสีหน้าย่ำแย่
สายตากู้อวิ๋นหวงมองส่งเขาเดินไกลออกไป พูดกำชับกับชุนหลานที่ออกมาเพราะได้ยินเสียงดัง “เื่ที่ควรได้ยินเ้าก็ได้ยินหมดแล้ว ต่อไปถ้ามีใครมาขอเงินท่านแม่อีกก็ให้พูดปฏิเสธไปแบบเดียวกัน”
ชุนหลานยอบกายคารวะรับคำชี้แนะ
กู้อวิ๋นหวงหันกายออกจากเรือนจิ้งอี๋ ครั้นเดินมาไกลระยะหนึ่งแล้ว นางจึงถามขึ้น “เ้านำถุงเครื่องหอมที่เมื่อคืนบอกให้พกติดตัวมาด้วยหรือไม่”
“นำมาเ้าค่ะ” ชิงอวี้ตอบ
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
“พี่หญิง” เดินผ่านสวนดอกไม้มา กู้ิจูก็รีบสาวเท้าก้าวออกมาจากศาลาโบตั๋นที่อยู่ข้างๆ ดอกโบตั๋น “ข้าทำขนมแบบใหม่มาหลายอย่างเลยเ้าค่ะ มิทราบพี่หญิงจะให้เกียรติลองชิมดูได้หรือไม่”
มุมปากกู้อวิ๋นหวงยกขึ้นบางๆ แทบสังเกตไม่เห็น เดินผ่านนางเข้าไปนั่งในศาลาโบตั๋น
กู้ิจูส่งสายตาให้สาวใช้ที่อยู่ข้างกาย รอจนพวกนางทั้งหมดถอยห่างไปไกลแล้วจึงเข้าไปในศาลา นั่งตรงข้ามกับกู้อวิ๋นหวง
ดอกโบตั๋นนอกศาลาทุกต้นทุกดอกล้วนเป็สายพันธุ์ล้ำค่าหายาก กู้ิจูหยิบขนมจากกล่องสำรับออกมาจัดวางบนโต๊ะ จากนั้นลงมือชงน้ำชาชั้นดี รินให้กู้อวิ๋นหวงก่อนหนึ่งถ้วย แล้วค่อยตามด้วยของตนเอง
กู้ิจูยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ คำหนึ่งแล้วเอ่ยปาก “ได้ยินหนิวหมอมอบอกว่า ต้นโบตั๋นของที่นี่ปลูกไว้ตอนฮูหยินใหญ่เพิ่งย้ายเข้าจวน ทีแรกนึกว่าจะเลี้ยงไม่รอด แต่ไม่คิดเลยว่าผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้ว จะออกดอกบานสะพรั่งทุกปี ทั้งยังกลายเป็ที่เลื่องลือของเมืองหลวงอีกต่างหาก”
กู้อวิ๋นหวงฟังคำพูดของนาง สายตามองตามไปยังดอกโบตั๋นนอกศาลาแล้วแย้มยิ้มน้อยๆ “หลังจากนี้คงยิ่งบานสะพรั่ง”
“อินอี๋เหนียงชอบดอกท้อ บอกว่าดอกท้อสดใส” กู้ิจูเอ่ย
กู้อวิ๋นหวงหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมาชิม ััได้ถึงกลิ่นของดอกซิ่ง ดวงตาเหลือบมองกู้ิจูพร้อมกล่าวถ้อยคำแฝงความนัย “ดอกท้อแม้จะสดใสอย่างไร หลายปีมานี้ก็ออกดอกแค่ในเรือนซีโหรว”
มุมปากของกู้ิจูแต้มรอยยิ้ม ดื่มชาอย่างเงียบๆ ในใจทวนคำพูดทุกคำของนางซ้ำอีกรอบ หลังมั่นใจแล้วว่าตนเข้าใจความหมายของคำพูดนั้น นางก็วางถ้วยชาลง แล้วหยิบกล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากแขนเสื้อ เปิดฝาออก เลื่อนมาเบื้องหน้ากู้อวิ๋นหวง “พี่หญิงลองดูเนื้อของกำไลหยกชิ้นนี้เป็อย่างไรเ้าคะ ข้าเพิ่งได้มาจากร้านสุ่ยอวิ๋นเมื่อเช้านี้”
ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนอย่างยิ่งแล้ว คำสั่งที่กู้เจิ่นบอกว่าห้ามคนผู้ใดออกนอกจวนยกเว้นได้รับคำอนุญาตจากเขาใช้เฉพาะกับนางคนเดียวเท่านั้น กู้อวิ๋นหวงหยิบกำไลออกมาจากในกล่อง พลิกดูสองสามครั้ง “เนื้อหยกใช้ได้ทีเดียว เป็ของขวัญให้ท่านย่าหรือ”
กู้ิจูพยักหน้า
กู้อวิ๋นหวงวางกำไลกลับเข้าไปในกล่อง ดื่มน้ำชากินขนมต่อ นางไม่เอ่ยคำขึ้นก่อน อีกฝ่ายก็ไม่เปิดปากพูด