“มิได้อันใด เพียงแมลงตัวจ้อยน่ารำคาญบินผ่านมา”
แบนกล่าวโดยไม่หันมอง เขายังคงจ้องอาเคียอย่างผ่อนคลาย
“แล้วเ้าพวกนั้นล่ะ”
“คือ...”
โมน่าทำหน้าปั้นยาก นางไม่ได้กล่าวอะไรต่อ นี่ทำให้แบนเริ่มเกิดความสงสัย
“ว่าอย่างไร”
“พวกมันที่อยู่รอบนอกล้วนถูกสังหารหมดสิ้นจะเหลือก็เพียงไม่กี่สิบคนในพื้นที่แถบนี้เท่านั้น”
“อะไรนะ!!”
ด้วยความใ แบนได้หันหน้ากลับไปทางโมน่าอย่างรวดเร็ว และเมื่ออาเคียเห็นชายชราหันสายตาไปทางอื่นเขาก็เรียกเก็บสนับมือเข้าไปในแหวน หันหลังออกตัววิ่งทันที
“หึ โง่เง่า”
พริบตาแท่งเหล็กยาวสีดำได้พุ่งเสียบทะลุขาขวาอาเคีย ทิ่มลงดินราวฟุตครึ่ง
“อ๊าก!!!”
“ทำตัวเป็ผู้มีคุณธรรมล้นพ้น ทว่าคิดวิ่งหนีหางจุกตูดราวสุนัข เ้ามิสมควรบอกผู้ใดว่าตนเป็ผู้รับใช้ปฐีอันยิ่งใหญ่”
“ขาข้า!”
อาเคียะโด้วยความเ็ป พร้อมล้มลงไปอยู่ในท่านอนเขาพยายามดึงแท่งเหล็กออกแต่ก็ไม่เป็ผล
“ยังอ่อนหัดนัก ความรู้เื่พลังงาน์เ้าเล็กจ้อยกว่าที่ข้าคาดไว้มาก”
แบนกล่าวพลางหันกลับมา
“พวกมันตายได้อย่างไร?”
“คือ... พวกมันทุกคนล้วนอยู่ในสภาพไร้หัว”
ร่างของโมน่าสั่นเทาเล็กน้อย
“ไร้หัว?”
“สภาพศพทั้งหมดที่ข้าพบ ล้วนถูกโจมตี่กลางลำคอตำแหน่งเดียวกัน คมเฉือนดูประณีตจนน่ากลัวพวกมันตายในดาบเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย เป็ไปได้ว่าผู้ลงมือจะต้องมีฝีมือสูงบางที...”
“ไร้สาระ!! เป็ไปได้อย่างไรที่จะฆ่าคนในตำแหน่งเดียวกันทั้งหมดเ้าอย่ากล่าวเกินจริงมากนัก”
แบนโบกมืออย่างอารมณ์เสีย ไม่คิดว่าสิ่งที่โมน่าพูดจะเป็ความจริง บางทีด้วยความกลัวนางอาจเพียงคิดไปเอง
เมื่อเห็นว่าปู่ไม่เชื่อสิ่งที่เล่า นางจึงหลุบสายตาลงพลางกล่าว
“เมื่อข้าตรวจสอบที่ร่างของพวกมัน ก็พบว่าหิน์ในตัวพวกมันทั้งหมดล้วนหายไป”
“หะ...หายไป!!”
แบนเบิกตากว้าง ไม่คิดไม่ฝันว่าใครจะยากจนขนาดขโมยเพียงหิน์เล็กน้อยบนตัวพวกมันกระนั้นหากรวมกันก็คงได้จำนวนหนึ่ง นี่เป็เื่น่าหงุดหงิดอยู่บ้างเพราะเดิมทีหิน์เ่าั้ต้องเป็ของเขา
“ท่านปู่เราจะทำอย่างไรดี ถ้าผู้ที่สังหารมันเป็เหล่าสาวก์ที่อยู่ในระดับวัฏจักรเคลื่อนย้ายเล่าพวกเราจะไม่เดือดร้อนรึ”
โมน่าแสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างชัดเจนนางไม่อยากพบจุดจบเช่นเดียวกับพวกโจรเ่าั้
“เป็ไปไม่ได้ที่เหล่าสาวก์จะมาลงมือฆ่าโจรกระจอกเช่นนี้!”
แบนพูดพร้อมมองไปที่อาเคียอย่างครุ่นคิด
“เ้า! หรือว่าผู้ที่ฆ่าพวกมันจะเป็พรรคพวกของเ้า!!”
ชายชรายกมือชี้ไปทางอาเคีย ไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกโจรชายหนุ่มชุดเขียวตรงหน้าจะเป็คนทำ แต่ก็มีความเป็ไปได้ที่อาจมีผู้รับใช้ปฐีอื่นรับภารกิจแยกซ่อนตัวอยู่ เพราะหากเป็พรรคพวกอาเคีย เขาคงััถึงั้แ่คราแรกไม่มีทางที่ผู้มากความสามารถจะปล่อยให้พรรคพวกตนเปิดเผยจุดซ่อนตัวก่อนจู่โจม
‘หรือมันจะเป็แผนลวง’
“ข้ามาที่นี่เพียงผู้เดียว หาได้มีพรรคพวกไม่”
ยังไม่ทันคิดอะไรมากความ อาเคียก็เอ่ยขัด พลางจ้องมายังแบนอย่างเ็า
“งั้นรึ! ดี ถ้างั้น หากข้าสังหารเ้าตอนนี้ คงไม่มีใครออกมาช่วยเ้าใช่หรือไม่”
สิ้นคำ แบนได้ปล่อยจิตสังหารอันเข้มข้น ยกเท้าก้าวเข้าหาชายหนุ่มช้าๆ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่อาเคียพูดเป็ความจริงหรือไม่จึงจำต้องจบชีวิตมันเพื่อพิสูจน์
“ท่านปู่ จิตััของท่านสามารถตรวจพบใครนอกจากมันหรือไม่”
“ไม่ ข้าััมันไม่ได้แต่มันก็อาจจะมีลูกเล่นบางอย่างเหมือนทักษะอันแปลกประหลาดของเ้านี่ หรือบางทีมันอาจเป็ผู้ใช้อาคม”
“ผู้ใช้อาคม!”
โนน่าตื่นตระหนกมากขึ้น แน่นอนว่าผู้รับใช้์ระดับวัฏจักรเคลื่อนย้ายถือเป็ตัวตนอันน่าเกรงขามจนต้องหวั่นเกรง หากแต่ว่าคนผู้นั้นเป็ผู้ใช้อาคมด้วยความน่าหวั่นเกรงเมื่อครู่ จักแปรเปลี่ยนเป็ความน่าหวาดหวั่นจนต้องหลีกหนี
“บางทีเราควร...”
“เงียบซะ!!”
แบนกล่าวตัดบทเสียงดัง
“มันเป็ผู้ใช้อาคมแล้วอย่างไร ข้าเองก็เป็ผู้ใช้อาคมเช่นกันหาได้มีอะไรต้องเกรงกลัว!!”
โมน่าที่เห็นปู่กล่าวด้วยโทสะ ก็ก้มหัวลงอย่างกริ่งเกรง
“ขออภัยด้วยท่านปู่”
“ไปซะ! ไปบอกพวกมันที่เหลือให้หาหิน์เพิ่มเป็สองเท่าหากข้าได้รับหิน์ไม่ถึงตามที่กำหนด ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!!”
แบนกล่าวอย่างไม่แยแส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้าใจที่กลุ่มโจรเหล่านี้ตายเพียงรู้สึกว่าตนจะไม่ได้รับหิน์ที่เพียงพอในวันนี้
ได้ยินดังนั้น โมน่าจึงโค้งตัวลง ก่อนหันหลัง เดินจากไป...
“เอาล่ะ หากเ้ายอมบอกข้าดีๆ ว่าพรรคพวกเ้าซ่อนตัวอยู่ที่ใดข้าอาจจะให้เ้าได้ตายอย่างไม่เ็ปมากนัก”
แบนหันกลับทางอาเคีย พลางจัลจ้องไปยังแท่งเหล็กสีดำที่ปักอยู่ขาขวา
“แม้เ้าจะฆ่าข้า ข้าก็บอกได้เพียงว่า ข้านั้นมาเพียงผู้เดียว”
อาเคียยืนยันเสียงแข็ง เขาทำใจไว้ก่อนรับภารกิจนี้เรียบร้อยแล้วภารกิจล่าค่าหัวแบนขึ้นชื่อว่า ผู้รับภารกิจล้วนไม่สามารถกลับมาได้ในแบบมีชีวิตหลายครั้งที่ร่างไร้ิญญาของเหล่าผู้รับใช้ปฐีที่รับภารกิจนี้ถูกโยนเอาไว้หน้าหุบเขาจัตุรัสยักษาอย่างน่าอนาถ
แม้จะเป็เช่นนี้อยู่บ่อยครั้งเหล่าสาวก์กลับนิ่งดูดายไม่ยอมคิดลงมือในภารกิจที่ตนเป็ผู้ก่อเสียทีจึงทำให้เกิดข่าวลือต่างๆนาๆภายในหุบเขาจัตุรัสยักษาว่า ภารกิจล่าค่าหัวแบนเป็ภารกิจที่เหล่าสาวก์สร้างขึ้นเพื่อตัดขุมกำลังผู้รับใช้ปฐีรุ่นใหม่ลิดรอนรากฐานอำนาจในหุบเขาจัตุรัสยักษา บ้างก็ว่าเป็ภารกิจต้องคำสาปที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่
อาเคียที่ได้ยินเื่ราวเหล่านี้ คราแรกก็หัวเราะอยู่ในใจ เขาเป็ถึงหนึ่งในสิบอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งหุบเขาจัตุรัสยักษาขึ้นชื่อเื่ความเที่ยงธรรมและอาจหาญ เป็ธรรมดาที่คิดจัดการกลุ่มโจรที่เข่นฆ่าผู้คนในป่าพันิญญาให้สิ้น
ภายหลังเมื่อรู้ว่าแบนคือผู้ที่อยู่เื้ัเหล่ากลุ่มโจร จึงไม่ลังเลที่จะรับภารกิจล่าค่าหัวในทันที
“ก็ดีงั้นข้าจะค่อยๆทรมานเ้าไปเรื่อยๆ จนกว่าพรรคพวกของเ้าจะออกมา”
แบนชี้นิ้วไปด้านหน้า พลังงาน์ไหลเข้ามาควบแน่นไปที่ปลายนิ้ว ก่อนพุ่งเข้ากึ่งกลางหน้าผากของอาเคียอย่างรวดเร็ว
“อ๊าก!!!”
ชายหนุ่มร้องลั่น เสียงแห่งความเ็ปดังก้องไปทั่วผืนป่า เขาดิ้นไปมาอย่างทรมานบนพื้นใบหน้าเริ่มปูดแดง ทว่าก่อนจะได้ตั้งสติรับความเ็ปตรงศีรษะ ขาขวาที่ถูกเสียบไว้ด้วยแท่งเหล็กสีดำก็ร้อนขึ้นราวถูกเผาไหม้
“อ๊ากก”
“หึ! นี่เป็เพียงเข็มแรก หากเ้าไม่พูดว่าพรรคพวกเ้าอยู่ที่ใดข้าจะเพิ่มเข็มที่สองไปที่แขนซ้ายของเ้า!”
แบนกล่าวเสียงแข็ง เขาเป็อดีตสาวก์ มีสิ่งที่ทำได้นับไม่ถ้วน ทั้งดีและไม่ดี กระนั้นสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจว่าทำได้ดีใน่ชีวิตที่ผ่านมาก็คือ
การทรมานผู้คน
เหงื่อไหลท่วมตัวอาเคีย เขาที่ดิ้นอย่างทรมานอยู่นั้นก็ได้รวบรวมสมาธิทั้งหมดในการพูดออกมาหนึ่งประโยคซึ่งมันเป็ประโยคเดิมที่เคยพูดออกมาก่อนหน้า
“ข้ามาเพียงผู้เดียว..”
“ยังจะปากแข็ง!!”
แบนส่งเข็มพลังงาน์เจาะเข้าไปในแขนซ้ายอาเคียอย่างรวดเร็วพลังงาน์แทรกซึมผ่านชั้นหนังพร้อมทำปฏิกิริยากับพลังงานปฐีทันที
“อ๊าก!!!!”
เสียงร้องแห่งความทรมานดังขึ้นอีกครา
ในโลกนี้ผู้ฝึกรากฐาน์ ตลอดชีวิตจะสามารถฝึกฝนได้เพียงพลังงานรูปแบบเดียวหากผู้ฝึกรากฐานคิดฝึกฝนพลังงานพร้อมกันทั้งสองรูปแบบ เกรงว่าตัวของผู้ฝึกรากฐานคนนั้นคงต้องะเิออก และสิ้นชีพเป็แน่
ทำให้วิธีการส่งพลังงานอีกรูปแบบเข้าไปภายในร่าง เป็วิธีทรมานอีกวิธีหนึ่งแต่จะต้องรู้ว่าการจะทำเช่นนี้ได้ ผู้ถูกทรมานต้องอยู่ในสภาพไร้พลังงานเพื่อมั่นใจว่ามันผู้นั้นจักไม่สามารถปกป้องพลังงานแปลกปลอมจากด้านนอก หรือก็คือจำต้องอยู่ในสภาวะขาดพลังงาน
นี่คือสิ่งที่อาเคียกำลังเป็อยู่
ชิลที่ดูสถานการณ์โดยรวมจากจุดที่ห่างออกไป ก็เริ่มตัดสินใจ คิดทำอะไรบางอย่างเขามองไปยังอาเคียที่ดิ้นไปมาอย่างทรมานบนพื้น ก่อนเก็บดาบสีฟ้าเข้าไปในเชือกสีดำ
“ไม่คิดว่าเ้าจะอดทนได้ถึงเพียงนี้”
แบนมองอาเคีย ยกมือขึ้นเตรียมปล่อยเข็มพลังงาน์เข้าไปยังแขนอีกข้างหแต่ไม่นานร่างของอาเคียก็หยุดดิ้นพร้อมกับแน่นิ่งไป
“ตายแล้วรึ?”
แบนส่งััจิติญญาเข้าไปตรวจสอบร่างก็พบว่า เพียงแค่สลบไป
“อ่อนแอนัก!”
เขากล่าว พลางเดินเข้าไปใกล้ร่างของอาเคีย ยกเท้าเตรียมกระทืบลงไปตรงท้องแต่จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
“โปรดหยุดมือก่อน!”
ชายหนุ่มในชุดสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีฟาง เดินออกมาจากพุ่มไม้ั์ตาสีองุ่นจับจ้องชายชราตรงหน้าอย่างหวั่นเกรง
“หืม?”
“ข้าชื่อคลิน เป็ข้ารับใช้ของท่านอาเคีย ที่ติดตามมาทำภารกิจในครานี้ด้วย”
ชิลกล่าวพร้อมก้มหัวลงเล็กน้อย
“เ้าคือพรรคพวกของมัน?”
แบนมองไปยังชิลพร้อมแสยะยิ้ม เมื่อเห็นสภาพอันยากจนของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก็มั่นใจว่าที่โมน่ากล่าวมาในคราแรกนั้นเกินจริงไปมาก
เด็กชายผู้นี้ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโมน่า สวมเสื้อผ้าเก่าขาดรองเท้าเต็มไปด้วยคราบดิน แม้จะมีใบหน้าสง่างามอยู่บ้างแต่อย่างไรด้วยลักษณะท่าทางที่แสดงออกอย่างเกรงกลัวเช่นนี้ ไม่มีทางที่จะสังหารเหล่ากลุ่มโจรทั้งหมดได้ด้วยการฟันเพียงคราเดียว
หรือบางทีอาจไม่ใช่มัน
“ขะ...ข้า ยะ... อยากให้ท่านปล่อยตัวท่านอาเคียได้หรือไม่”
ชิลพูดอย่างติดขัด เขาแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเกรงกลัวชายชราตรงหน้ามากเพียงใด