บทที่ 14 อย่าดูแคลนเด็กหนุ่มผู้ยากไร้ อนาคตย่อมงดงามกว่า
"เยี่ยนเอ๋อร์... เ้า..."
เซียวจั้งมองดูลูกชายของตนที่จู่ ๆ ก็ยอมโอนอ่อนจนน่าใ จนเขาเองก็ถึงกับชะงักไปเช่นกัน
นิสัยใจคอของลูกชายตนเอง เขาย่อมรู้จักดีที่สุด
แม้ปกติจะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างสุภาพ แต่ไม่เคยแสดงท่าทีนอบน้อมเช่นนี้มาก่อนอีกทั้งปกติยังแฝงไปด้วยความทระนงเล็กน้อยเสมอ!
แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ส่วนซูชิงลั่วและคนอื่น ๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน
นางมองไปที่เซียวเยี่ยน แล้วหันมามองหลินม่อ พลางเลิกคิ้วเรียวงามขึ้นเล็กน้อย
'เ้าเด็กคนนี้เป็อะไรไป เมื่อครู่ยังดูเ็าอยู่เลย เหตุใดพอเจอเขากลับดูนอบน้อมถึงเพียงนี้ แปลกจริง ๆ!'
ความจริงแล้วไม่ใช่เพียงแค่ซูชิงลั่วและเซียวจั้ง แม้แต่ตัวหลินม่อเองก็ยังรู้สึกงุนงง
'หืม? เกิดอะไรขึ้น? นอบน้อมถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ทั้งยังเกรงใจข้าอีก ข้านึกว่าเข้ามาแล้วจะตบหน้าข้าฉาดใหญ่เสียอีก'
หลินม่อลูบจมูก พลางกดความสงสัยในใจลง
เขาหันหน้าไปทางเซียวเยี่ยนแล้วเอ่ยต่อ
"เอ่อ... เ้าคือเซียวเยี่ยนใช่หรือไม่?"
"ขอรับ! เรียนท่านลุงหลิน ข้าน้อยคือเซียวเยี่ยนขอรับ!"
เมื่อเซียวเยี่ยนได้ยินหลินม่อถาม ร่างกายก็สั่นเล็กน้อย
เขารีบตอบกลับทันที พร้อมกับประสานมือคำนับ ท่าทางดูว่าง่ายเป็ที่สุด
หากใครไม่รู้ คงคิดว่าหลินม่อเป็บิดาแท้ ๆ ของเขาเสียอีก!
"แค่ก ๆ... หลานเซียวไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น วันนี้ที่ข้ามา ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตัดขาดกับตระกูลเซียวของเ้า
เ้าจงฟังลุงหลินเถิด ตอนนี้ทั้งเ้าและลั่วเอ๋อร์ของข้าต่างก็อยู่ในวัยที่เหมาะสมแก่การบำเพ็ญเพียร จะปล่อยให้เื่รักใคร่มาขัดขวางได้อย่างไร
ดังนั้นจงวางเื่นี้ไว้ก่อน อีกสามปีข้างหน้า เมื่อทั้งสองฝ่ายบำเพ็ญเพียรจนประสบความสำเร็จแล้ว ค่อยมาผูกวาสนากันก็ยังไม่สาย"
หลังจากหลินม่อพูดจบ เขาก็มองไปทางซูชิงลั่วโดยสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าซูชิงลั่วไม่ได้เอ่ยคัดค้าน เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนซูฉี่อู่เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินม่อพูด ในตอนแรกตั้งใจจะโกรธ แต่เมื่อลองคิดดูอีกที อีกสามปีข้างหน้า ต่อให้ซูชิงลั่วไม่สามารถอยู่ระดับสร้างรากฐานได้ แต่นางย่อมเป็ศิษย์สายตรงของสำนักชิงอวิ๋นไปแล้ว ด้วยฐานะของเซียวเยี่ยน ย่อมไม่คู่ควรกับนางอย่างแน่นอน และยิ่งไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นางด้วย
เจตนาของวันนี้คือมาถอนหมั้น ขอเพียงถอนหมั้นได้ จะพูดยังไงก็ได้ทั้งนั้น อีกทั้งวิธีนี้ยังไม่ทำให้ตระกูลเซียวต้องกลายเป็ศัตรูคู่อาฆาตกันอย่างสิ้นเชิง
ทั้งสองตระกูลยังคงรักษาหน้าตาไว้ได้ นับว่าเป็แผนการที่ดี!
'นึกไม่ถึงว่าเ้าเด็กนี่ปกติจะดูเกียจคร้านเพียงนั้น แต่ในยามสำคัญกลับพึ่งพาได้เหมือนกัน
ไม่เลว ไม่เลว ขอเพียงวันนี้ถอนหมั้นได้ ทุกอย่างก็ตกลงกันได้หมด!'
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูฉี่อู่จึงพยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนเซียวจั้งที่อยู่ด้านข้างกลับไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแต่มองดูลูกชายของตน
เขา้าดูว่าเซียวเยี่ยนจะพูดอย่างไร
"ท่านลุงหลินกล่าวได้ถูกต้องแล้ว! ท่านลุงหลินช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและคิดอ่านรอบคอบยิ่งนัก
เยี่ยนเอ๋อร์ขอให้ท่านลุงหลินเป็ผู้ตัดสินใจทั้งหมดขอรับ!
แม้ว่าข้าจะไม่ได้แต่งงานกับคุณหนูชิงลั่ว แต่อีกสามปีข้างหน้าจะเป็เพื่อนกันก็ย่อมได้ขอรับ!"
น้ำเสียงของเซียวเยี่ยนนุ่มนวล ใบหน้าดูขัดเขิน แต่ใครจะรู้ว่าแผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ!
เพราะว่า... เมื่อครู่เขาเห็นกับตาว่าหลินม่อชำเลืองมองแหวนที่มือของเขา!
'จริงด้วย! สิ่งที่ตานเหล่าบอกไม่ใช่เื่เลื่อนลอย คนผู้นี้สามารถััถึงการมีอยู่ของตานเหล่าได้จริง ๆ!
ระดับการบำเพ็ญของเขาไม่มีทางเป็เพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งแน่นอน
ไม่เพียงเท่านั้น การที่คนผู้นี้มองแหวนที่มือข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นได้ชัดว่ากำลังส่งสัญญาณเตือนข้าอยู่!'
ยิ่งคิด เหงื่อเย็นบนหน้าผากของเซียวเยี่ยนก็ยิ่งไหลเร็วขึ้น ความตื่นตระหนกในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรง!
ตานเหล่าเป็ไพ่ตายและเป็ความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขามาโดยตลอด ไม่เคยบอกใคร
ทว่า ตอนนี้ชายที่ชื่อหลินม่อกลับมองทะลุไพ่ตายของเขาได้ในพริบตา แล้วเขาจะรักษาความสงบไว้ได้อย่างไร
ตอนนี้ไม่ว่าหลินม่อจะพูดอะไร เขาจะตอบตกลงโดยไม่ลังเลเด็ดขาด แม้แต่ความคิดชั่วร้ายก็ไม่กล้าก่อขึ้นแม้แต่นิดเดียว
ขนาดตานเหล่าซึ่งเป็บุคคลระดับเซียนในสายตาของเขา ยังรู้สึกหวาดหวั่น แล้วเขาจะกล้าคิดร้ายได้อย่างไร
ขอเพียงวันนี้สามารถถอนหมั้นได้อย่างราบรื่น และไม่ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจก็พอแล้ว
เมื่อเซียวเยี่ยนพูดจบ ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และเริ่มมีความรู้สึกที่ดีต่อหลินม่อขึ้นมาบ้าง
"คนผู้นี้น่าจะเป็ทายาทของตระกูลหลินในตอนนั้นสินะ? ความสามารถในการจัดการเื่ราวดีจริง ๆ เพียงไม่กี่คำก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์อันน่าอึดอัดของตระกูลเซียวของข้าได้
ไม่เหมือนกับข่าวลือที่ว่าเป็คนไร้ค่าเลย น่าเสียดายที่ระดับการบำเพ็ญต่ำเกินไป ไม่เช่นนั้น ในอนาคตย่อมต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน!"
เซียวจั้งพยักหน้า ในขณะที่รู้สึกดีต่อหลินม่อ เขาก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
แต่เขาก็ยังยิ้มและมองไปที่หลินม่อ "ในเมื่อเยี่ยนเอ๋อร์ก็ยินดี เช่นนั้นเราตกลงตามนี้
นี่คือหนังสือหมั้นหมายในตอนนั้น วันนี้ข้าขอส่งคืนหนังสือหมั้นหมายให้แก่ตระกูลซู"
พูดจบเซียวจั้งก็ดีดนิ้ว กระดาษสีทองแผ่นหนึ่งปลิวมาอยู่ข้างกายหลินม่อ
หลินม่อเอื้อมมือไปรับไว้ เขาไม่ได้มองมันนานนัก แต่ส่งต่อให้ซูชิงลั่วทันที
"อืม หลานเซียวเป็เด็กที่รู้ความมาก
มีคำกล่าวว่า สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันออก สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันตก อย่าดูแคลนเด็กหนุ่มผู้ยากไร้!
ข้าเชื่อมั่นว่า อีกสามปีข้างหน้า ทั้งเ้าและลั่วเอ๋อร์จะต้องมีอนาคตที่งดงามอย่างแน่นอน!"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในห้องต่างหันมามองเป็ตาเดียว
"สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันออก สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันตก? ใช่แล้ว!"
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินม่อพูด เซียวเยี่ยนก็เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ
เขารู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างตรงใจเขายิ่งนัก และเกิดความรู้สึกดีต่อหลินม่อขึ้นมาทันที แม้ว่าจะยังคงหวาดกลัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านเหมือนก่อนหน้านี้
เซียวเยี่ยนพยักหน้าและเอ่ยอย่างนอบน้อม "ขอบคุณท่านลุงหลินที่สั่งสอน ข้าจะจำไว้ในใจขอรับ!" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเคารพ
เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว หลินม่อก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก เื่การถอนหมั้นครั้งนี้ถือว่าคลี่คลายได้อย่างสมบูรณ์
ส่วนซูชิงลั่วหลังจากรับหนังสือหมั้นมา ใบหน้าสวยก็ชะงักไปเล็กน้อย
ในรอบหลายปีมานี้ วันนี้เป็วันที่หลินม่อมีเงาของท่านพ่อปรากฏชัดที่สุด ไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัวคำตำหนิของผู้นำตระกูล แต่ยังช่วยนางถอนหมั้นได้อย่างเหมาะสม
ความอบอุ่นเช่นนี้ นางเพิ่งเคยััเป็ครั้งแรก
'วันนี้เขาดูแตกต่างไปจริง ๆ... การกระทำทั้งหมดนี้ ทำเพื่อข้าแท้ ๆ'
ซูชิงลั่วเม้มริมฝีปาก มุมปากปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
สายตาที่มองแผ่นหลังของหลินม่ออ่อนโยนลงกว่าเดิม
"เอาล่ะ! ในเมื่อเื่ราวเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราคงไม่รบกวนท่านผู้นำตระกูลเซียวอีก ขอตัวลาก่อน!"
เมื่อเห็นว่าสัญญาหมั้นถูกยกเลิกแล้ว ซูฉี่อู่จึงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจากไปทันที
เซียวจั้งเห็นดังนั้น จึงประสานมือกล่าวตามมารยาท "ท่านผู้นำตระกูลซู เหตุใดจึงต้องรีบร้อนเพียงนี้?
ในเมื่อวันนี้มาถึงตระกูลเซียวของข้าแล้ว ไม่สู้รั้งอยู่รับประทานอาหารวิเศษสักมื้อก่อนค่อยไปดีหรือไม่?
ไม่เช่นนั้นจะดูเหมือนตระกูลเซียวของข้าไร้มารยาทเกินไป"
"ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลเซียวที่ให้การต้อนรับ แต่สำหรับวันนี้คงต้องขอปฏิเสธ"
ซูฉี่อู่ตอบปฏิเสธ "ในตระกูลยังมีเื่อื่นต้องจัดการ ขอตัวลาก่อน!"
พูดจบ โดยไม่รอให้เซียวจั้งได้กล่าวอะไรต่อ เขาก็เตรียมเดินออกจากห้องโถง
ซูฉี่เหวินเห็นดังนั้นจึงประสานมือและเดินตามออกไป
ส่วนเซียวเยี่ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าหลินม่อกำลังจะจากไปเสียที เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันควัน
"ไปเสียที..."
เขาเลิกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก รู้สึกว่าขาทั้งสองข้างอ่อนแรงไปหมด
ทั้งที่หลินม่อไม่ได้ทำอะไรเลย แต่แรงกดดันที่อีกฝ่ายแผ่ออกมานั้นมหาศาลยิ่งนัก
ตอนนี้ขอเพียงส่งหลินม่อออกไปได้ ต่อไปเขาไม่อยากเจออีกฝ่ายอีกเลย ต่อให้ต้องออกจากตระกูลเซียวเพื่อออกท่องยุทธภพก็ยอม อย่างไรก็มีตานเหล่าคอยช่วยเหลืออยู่ลับ ๆ ในอนาคตการจะสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้!
ทว่า ในขณะที่เซียวเยี่ยนกำลังแอบดีใจอยู่นั้น กลับมีเสียงนุ่มนวลของหลินม่อดังขึ้นที่ข้างหู
"ท่านผู้นำตระกูลเซียวมีน้ำใจเช่นนี้ ไม่สู้พวกเราอยู่ต่ออีกสักนิดเถิด จะได้ลองชิมดูว่าอาหารวิเศษของตระกูลเซียวนี้รสชาติเป็อย่างไร?"