เขาปล่อยหมัดขวาด้วยท่าทีผ่อนคลายรวดเร็ว แม่นยำ!
ฟุ่บ!
เห็นได้ชัดว่าแขนข้างขวาของเขามีการขยับเคลื่อนไหวหากแต่การเคลื่อนไหวนั้น มันช่างเลือนราง พร่าเบลอ ไม่ชัดเจนราวหมอกควัน
ตูมม!
เสียงสะท้อนก้องกังวานไปทั่วลานเกิดขึ้นหลังจากที่เซี่ยจิ่งหลินออกหมัดไปสองสามอึดใจ
หมัดความเร็วเสียง!
ที่ตามมาคือแสงสว่างของลูกแก้วพุ่งวาบขึ้นดั่งดาวหางทะยานสวนกระแสธารดารา!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
ลูกแก้วทดสอบกว่ายี่สิบลูกที่อยู่ข้างศิลาทดสอบพลันะเิแตกกระจาย!
ฝูงชนอ้าปากตาค้าง ราวกับเห็นผีก็มิปาน
เซี่ยจิ่งหลินหันมาฉีกยิ้มที่มุมปากให้ลี่หลินส่งรอยยิ้มอันจริงใจที่ไม่สามารถจริงใจไปได้กว่านี้อีกแล้วให้เด็กน้อย
“เป็ไปไม่ได้!”
“พละกำลังสองพันจิน!ไม่สิ มากกว่านั้นอีก!”
“หลอมกลั่นไขกระดูกระดับปลายแต่พละกำลังกลับ..”
“นี่หมายความว่าในแง่พละกำลังเด็กคนนี้เทียบชั้นได้กับขั้นหลอมกลั่นไขกระดูกระดับสมบูรณ์แล้วสินะ!”
“หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ!”
เหล่าผู้คุมสอบต่างพากันตกตะลึงโดนสิ้นเชิงแล้ว
อย่าลืมว่าพวกเขาเองก็เป็ศิษย์ของสำนักศาสตราวุธเหอหยางเช่นกัน
เมื่อเทียบกับปีศาจเย้ยฟ้าตนนี้พวกตนไม่ควรค่าให้เปรียบเทียบแม้เพียงเสี้ยว
ไม่ควรค่าให้กล่าวถึงนัก!
“เป็ไปไม่ได้..นี่มัน..ไม่มีทางเป็ไปได้!”
“เ้าโกง!
เสียงของลี่หลินดังขึ้นกลบเสียงพูดคุยของดวกเวกโวยวายของผู้คนโดยรอบ
“เฮ้อ ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าท้าใครซี้ซั้ว”
“เ้าคิดว่าสำนักระดับสูงหนึ่งในสิบยอดสำนักจะปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้นงั้นรึ จิ๊จิ๊”
“ส่งหินลมปราณของเ้ามาซะ!”
เซี่ยจิ่งหลินพูดด้วยน้ำเสียงเ็าแต่ใบหน้ายังคงเปื้อนด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าการโกงในการคัดเลือกอาจมีโอกาสเกิดขึ้นก็เถอะ..
แต่เขาไม่มีทางโกงแน่นอน!
“โฮะ โฮะโฮะ ไม่เลว ไม่เลว ยอดเยี่ยมมาก!”
“เ้าว่าเป็อย่างไรละตาเฒ่าหลิงว่าที่ศิษย์ของข้าคนนี้”
“ฮา ฮ่าฮ่า เขาเป็ศิษย์ของข้าต่างหาก อย่าได้คิดแย่งเชียวเฒ่าสวี”
เสียงสนทนาของชายชราสองคนดึงดูดเหล่าศิษย์โดยรอบทันที
“คารวะเ้าตำหนักโอสถสวีเล่ย”
“คารวะเ้าตำหนักสรรพวุธหลิงกวัง”
ผู้คุมสอบทุกคนลุกขึ้นคารวะโดยพร้อมเพรียง
หลังจากที่หัวหน้าผู้คุมสอบด่านแรกได้เห็นผลการทดสอบอันเย้ยฟ้าของเซี่ยจิ่งหลินเขาได้ไปแจ้งข่าวให้กับผู้าุโทั้งสองท่านนี้นั่นเอง
“เ้ามีนามว่าเซี่ยจิ่งหลินสินะ ไม่เลว ไม่เลว ข้ากำลังมองหาศิษย์สืบทอดตำหนักโอสถพอดี ฟ้าช่างมีเมตตาข้านักส่งเ้ามาได้จังหวะพอดิบพอดี อะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ไม่หรอกๆตาเฒ่าสวี์ส่งเด็กชายผู้มากความสามารถแห่งยุคผู้นี้มาให้ข้าต่างหาก!”
“เ้าไม่เห็นพละกำลังนั่นรึช่างเหมาะกับเส้นทางแห่งการสรรสร้างสรรพวุธยิ่งนัก!”
เสียงโต้เถียงดุเดือดเืพล่านของชายชราทั้งสองเปิดประสบการณ์ของเหล่าศิษย์โดยรอบเป็อย่างยิ่ง
ปกติแล้วผู้าุโทั้งสองมักเดินมาหมากล้อม สนทนากันด้วยถ้อยคำที่สุภาพนอบน้อม มีเหตุผล ทั้งยังถ้อยทีถ้อยอาศัยผลัดกันชื่นชมยกย่องอีกฝ่ายอยู่เป็นิจ
มันช่างแตกต่างจากสถานการณ์ตรงหน้าที่ต่างคนต่างเรียกขานนามอีกฝั่งด้วยคำว่าตาเฒ่า ทั้งยังโต้เถียงอวดสรรพคุณความเก่งกาจของตนอย่างโอหังไม่ต้องเกรงมารยาทกันเลยทีเดียว
พวกเขาโต้เถียงกันอยู่นานชนิดที่ว่าไม่สนใจทั้งคนรอบข้างและเหล่าลูกศิษย์โดยรอบได้แต่มองเ้าตำหนักทั้งสองด้วยสายตาที่งุนงงเป็อย่างยิ่ง
เท่าที่จำได้พวกเขาไม่เคยเห็นผู้าุโทั้งสองทะเลาะกันมาก่อน!
นี่ล่ะหนอที่เขาว่าคนเก่งย่อมเป็ที่้า! คนพาลย่อมเป็ที่รังเกียจ!
ด้วยเหตุนี้เองเซี่ยจิ่งหลินจึงผ่านการคัดเลือกเข้าเป็ศิษย์สายนอกของสำนักศาสตราวุธเหอหยางด้วยประการฉะนี้
……
หุบเขาตะวันตก
สำนักศาสตราวุธเหอหยางมีหกหุบเขาในหนึ่งหุบเขาจะมีเพียงหนึ่งตำหนักประจำการอยู่
ยกเว้นหุบเขาตะวันตกที่มีถึงสองตำหนัก!
หุบเขาตะวันตกนี้เป็ที่ตั้งของตำหนักโอสถและตำหนักสรรพวุธ
วันนี้เองเซี่ยจิ่งหลินมาที่นี่เพื่อให้คำตอบแก่เ้าตำหนักโอสถและเ้าตำหนักสรรพวุธ
เมื่อหนึ่งวันก่อนเขาถูกเ้าตำหนักทั้งสองชักจูงและเกลี้ยกล่อมให้ตนไปเป็ศิษย์สืบทอด
เด็กชายรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างจึงขอเวลาในการตัดสินใจ
วันนี้ได้เวลาให้คำตอบแก่ผู้าุโหลิงกวังและผู้าุโสวีเล่ยแล้ว
“นี่ระบบจากคำแนะนำของเ้าเมื่อคืน ข้าคิดว่าจะลองเสี่ยงดู เ้าแน่ใจใช่หรือไม่?”
[คำแนะนำนี้จะทำให้โฮสต์เข้าถึงทรัพยากรการฝึกปราณได้มากที่สุด]
[โฮสต์ต้องเพิ่มพูนความรู้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและฝึกฝนจิติญญา]
[ยอดฝีมือตัดสินเป็ตายด้วยปัจจัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น]
ระบบได้วิเคราะห์ถึงเส้นทางการฝึกที่เหมาะสมให้แก่เซี่ยจิ่งหลินสองเส้นทางหลัก
หนึ่งคือมุ่งเน้นที่ศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่งเคี่ยวกรำศาสตร์นั้นให้บรรลุจุดสูงสุด วิธีนี้จะใช้เวลาน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มาก
วิธีที่สองคือมุ่งเน้นที่การขัดเกลาพื้นฐานรอบด้านให้มีแข็งแกร่งและความมั่นคงสูงสุดทั้งทางด้านการฝึกกายและการฝึกฝนจิติญญา!
ในท้ายที่สุดไม่ว่าระบบจะแนะนำให้เลือกเส้นทางสายไหนการตัดสินใจก็ยังคงขึ้นอยู่กับเด็กชาย
เซี่ยจิ่งหลินเดินทางถึงใต้ร่มโพธิ์อันเป็ที่ตั้งของศาลาไม้ซึ่งเป็เขตเชื่อมต่อระหว่างตำหนักโอสถและตำหนักสรรพวุธ
“คารวะท่านเ้าตำหนักสวีเล่ยและท่านเ้าตำหนักหลิงกวัง”
เด็กชายกล่าวทักทายผู้าุโทั้งสองที่กำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่ในศาลา
“โฮะ โฮะอย่าเรียกข้าแบบห่างเหินเช่นนั้นเลยเด็กน้อย เรียกข้าว่าอาจารย์เถอะ”
“เพ่ย!เ้าเฒ่าสวี เด็กคนนี้คือศิษย์ข้า เรียกเ้าว่าเ้าตำหนักแล้วล่ะ ฮะฮ่า ฮ่า”
ชายชราทั้งสองเริ่มโต้เถียงกันอีกครั้ง
“แล้วเ้าตัดสินใจว่าอย่างไรเล่าเด็กน้อย?”
เพื่อให้ได้ข้อสรุปของเื่นี้ชายชราทั้งสองรอฟังคำตอบของเซี่ยจิ่งหลินอย่างตั้งใจ
“ถ้าสิ่งที่ข้าพูดหากมีอันใดผิดไป ขอผู้าุโทั้งสอง..อย่าโกรธเคืองนะขอรับ”
“เรียนผู้าุโ..”
“ข้าขอเป็..ศิษย์ร่วมอาจารย์ได้หรือไม่ขอรับ!?”