คนธรส ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอน ก็ลืมตาขึ้นมองดูก็เห็นว่า ก้องภพ ถือถาดอาหารเข้ามา จึงลุกขึ้นนั่ง
“ทำไมพี่ภพถือถาดอาหารขึ้นมาเองล่ะคะ?” คนธรส อดสงสัยไม่ได้ เพราะตอนที่เธอไม่สบายครั้งก่อนโน้นเขายังไม่ถือขึ้นมาให้ด้วยตัวเองเลย จึงเอ่ยถามออกไป
“ก็! ทำไมล่ะ พี่ถือขึ้นมาให้ไม่ได้หรือไง” ก้องภพ ไม่รู้จะตอบคนป่วยว่ายังไงดี จึงย้อนถามกลับแบบตีรวน
“ก็ถือมาให้ได้ค่ะ รสแค่ถามดูเฉยๆ ทำไมจะต้องว่ากันด้วย” คนธรส กล่าวพึมพำพร้อมกับน้ำตาไหลพรากออกมา จนคนถือถาดอาหารใ รีบวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงนอน แล้วนั่งลงบนเตียงนอนข้างๆ คนไม่สบาย
“ขี้แยอีกแล้ว พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ไม่ร้องนะคนดี ทานข้าวดีกว่านะ จะได้กินยา” ก้องภพ กล่าวพร้อมกับยื่นมือใหญ่ขึ้นไปเช็ดน้ำตา ออกจากแก้มนวลเนียนใสให้อย่างเบามือ ก็พอดีกับที่ สุมนทา เดินเข้าห้องมาพอดี
“รสเป็อะไรไปลูก เห็นพี่เขาบอกว่าหนูไม่สบาย” สุมนทา เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“เอ่อ! รสคงจะเป็โรคกระเพาะน่ะค่ะคุณแม่” คนธรส ว่าพลางเสมองหลบสายตาแม่สามี ด้วยกลัวว่า สุมนทา จะรู้ได้ว่าเธอโกหก
“งั้นก็ทานข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายมากขึ้นเอา” สุมนทา บอกออกไป ก้องภพ จึงทำการขยับเลื่อนโต๊ะมาให้ใกล้ๆ คนธรส เพื่อจะได้ทานข้าวได้สะดวก
แต่พอ คนธรส ได้กลิ่นอาหารโชยเข้ามาแตะจมูกเท่านั้นแหละ หญิงสาวก็เบ้ปากพร้อมกับยกมือเรียวเล็กขึ้นปิดจมูกไว้ หันหน้าไปทางอื่นอย่างราวกับว่า อาหารนั้นเหม็นซะเต็มประดา
“ทำไมกลิ่นมันแปลกอย่างนี้ล่ะคะ?” คนธรส เอ่ยถามชายหนุ่ม
“ก็ไม่แปลกนะหอมดีออก” ก้องภพ เอ่ยบอกพร้อมกับก้มลงดมพิสูจน์กลิ่นดู
“แต่รสว่า.. อุ๊บ!”
คนธรส ยังพูดไม่ทันได้จบประโยค อาการพะอืดพะอมก็พุงตีกันขึ้นมาจากท้องทันที จนต้องรีบผลัดผ้าห่มออกจากตัว ลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนออก สุมนทา ที่นั่งดูอยู่อีกฝั่งของเตียงนอน มองดูอย่างสงสัยในอาการที่ คนธรส เป็อยู่ พร้อมกับคิดว่ามันน่าจะไม่ใช่อาการของโรคกระเพาะแน่แล้ว มันคับคล้ายคับคาเหมือนคนแพ้ท้องยังไงยังงั้น
ก้องภพ เห็นคนตัวเล็กวิ่งเข้าห้องน้ำก็รีบตามเข้าไปอย่างเป็ห่วง และใช้มือใหญ่ลูบหลังให้
“พี่จะพาเราไปหาหมอขืนปล่อยไว้แบบนี้มันคงไม่หายเองหรอก” ก้องภพ ตัดสินใจกล่าวบอกให้คนที่อาเจียนออกไปจนหมดไส้หมดพุงได้รับรู้
“เอ่อ! ขอรสดูอาการสักหน่อยเถอะค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นจริงๆ ก็ค่อยไปหาหมอนะคะ” คนธรส พยายามอ้อนวอนรั้งเวลาในการที่จะต้องไปหาหมอให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
“นี้ก็ไม่เห็นมันจะดีขึ้นเลยนะ ไม่รู้ล่ะยังไงก็ต้องไปหาหมอ อย่ามางอแงเหมือนเด็กๆ” ก้องภพ เอ่ยบอกแกมบังคับ พร้อมกับทำหน้าที่ยกอุ้มคนตัวเล็กออกจากห้องน้ำ มาวางลงบนเตียงนอนตามเดิม
“แม่ว่าพาน้องไปหาหมอเถอะนะลูก เดี๋ยวถ้าปล่อยไว้อาการมันจะหนักมากขึ้นกว่าเดิม เดี๋ยวจะไม่ไหวเอา” สุมนทา พูดขึ้นเมื่อ ก้องภพ วาง คนธรส นอนลงบนเตียงแล้ว
“ผมก็ว่าจะพาเขาไปตามที่คุณแม่ว่านั้นแหละครับ แต่คนโปรดของคุณแม่น่ะดื้อนัก ไม่ยอมไปท่าเดียวเลย ไม่รู้ว่าเป็อะไรกับหมอ ไม่ชอบไปหาหมอหรือยังไงก็ไม่รู้” ก้องภพ บ่นอุบอิบให้ผู้เป็มารดาได้ฟัง
“ไปเถอะหนูรส จะได้รู้และรักษาได้ทันไงลูก นะ!” สุมนทา เอ่ยบอกอีกแรง เพื่อให้คนไม่สบายยินยอมไปหาหมอ คนธรส มอง สุมนทา พักหนึ่ง
‘เอาเถอะถึงยังไงเขาก็ต้องรู้เข้าสักวัน หากจะรู้วันนี้เลยมันก็คงไม่เป็ไรมั้ง ก็จะได้รู้กันไปว่าจะเอายังไงต่อไปดี’ เมื่อ คนธรส คิดได้ดังนั้น จึงกล่าวตอบรับที่จะไปหาหมอออกไป
“ก็ได้ค่ะ รสจะไปหาหมอตามที่คุณแม่และพี่ภพบอก แต่ตอนนี้รสขอพักสักครู่ก่อนนะคะ แล้วค่อยไปรู้สึกเวียนหัวน่ะค่ะ” คนธรส ว่าแล้วก็หลับตาลง เพราะรู้สึกทั้งเครียดทั้งเวียนหัวขึ้นมาจนตีกันไปหมด จึงขอทำใจสักพักหนึ่งก่อน แล้วค่อยไปพบเจอกับความจริง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้จะมาถึงนี้
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘