รินขมวดคิ้วแน่นตัดสินใจก้าวเท้าเดินตามเสียงนั้นไปในดงหนามทึบอย่างเงียบกริบ
ใต้ซากต้นไม้ล้มที่ปกคลุมด้วยมอสสีดำชื้นแฉะรินพบร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งนอนขดตัวอยู่
มันคือลูกแมวป่าลิงก์ ตัวน้อยขนปุกปุยหนานุ่มสีเทาเงินของมันเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนจนลู่ติดิัทำให้ตัวของมันดูเล็กนิดเดียวขาหลังข้างขวาของมันติดอยู่ในกิ่งไม้หนามเวทมนตร์สีดำที่หนีบรัดจนเืสีแดงสดไหลซึมออกมาชโลมพื้นดินโลหะเวทมนตร์นั้นค่อย ๆ ดูดซับพลังชีวิตของสัตว์ตัวน้อยทีละน้อยลูกลิงก์สั่นเทาไปทั้งตัว ดวงตากลมโตสีเขียวมรกตที่พร่าเลือนเงยขึ้นสบตากับรินมันพยายามจะส่งเสียงขู่ต่ำเพื่อป้องกันตัวตามสัญชาตญาณทว่าเสียงที่เล็ดลอดออกมากลับเป็เพียงเสียงครางเครือเครียดในลำคอ
รินยืนนิ่งมองลูกสัตว์ตัวน้อยที่กำลังจะตายตรงหน้า
‘สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอและดูแลตัวเองไม่ได้ย่อมไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่...’ คำสอนของซีลอนดังก้องในหัว
แต่ทำไม...ภาพของเด็กหญิงเอวาที่ยื่นกระบอกน้ำไม้ไผ่ให้เธอกลับผุดซ้อนขึ้นมาในหัวใจของเธออย่างรุนแรง?ในวันนั้นเธอก็อ่อนแอและกำลังจะตายเหมือนลูกแมวตัวนี้แต่เอวากลับยื่นความอบอุ่นให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
รินสูดลมหายใจเข้าลึกตัดสินใจเก็บคันธนูสะพายหลังเธอคุกเข่าลงบนโคลนชื้นแฉะโดยไม่สนใจว่าหัวเข่าจะเปรอะเปื้อนยื่นมือหยาบกร้านออกไปหาลูกลิงก์
"ชู่... นิ่ง ๆ ซะถ้าไม่อยากตาย" รินเอ่ยเสียงต่ำห้วน
ลูกแมวั์ป่าแยกเขี้ยวเล็ก ๆขู่ฟ่อและพยายามจะข่วนมือเธอ แต่รินว่องไวกว่าเธอใช้มือข้างหนึ่งกดหัวของมันลงกับพื้นดินนุ่มอย่างแ่เบาทว่ามั่นคงส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปจับกิ่งไม้หนามเวทมนตร์รินโคจรพลังเวทพฤกษาศิลาแฝงเร้นในกาย ส่งกระแสพลังงานหินแกร่งเข้าไปในกิ่งไม้หนามดัดแปลงโครงสร้างเวทมนตร์ของมันจนหนามแข็งยอมคลายตัวออกในที่สุด
เธออุ้มร่างเปียกชื้นและสั่นเทาของลูกลิงก์ขึ้นมาประคองแนบอกขนหนาที่เปียกฝนของมันเย็นเยียบจนทำให้ผิวเนื้อของรินสะท้านแต่เธอกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านไอความร้อนจากร่างกายของเธอไปให้มัน
"ถ้าพวกผู้คุมเห็นแก...แกโดนเชือดแน่" รินพึมพำมองดวงตาสีเขียวมรกตที่เริ่มมีความเชื่อใจแฝงอยู่จางๆ "และถ้ามาสเตอร์ซีลอนรู้ว่าฉันแอบช่วยเหลือสิ่งไร้ประโยชน์อย่างแก...ฉันเองก็คงโดนถลกหนังเหมือนกัน"
ถึงกระนั้นรินก็ตัดสินใจซ่อนลูกลิงก์ไว้ใต้เสื้อคลุมหนังตัวใหญ่ของเธออย่างมิดชิดพาร่างของมันฝ่าพายุฝนกลับเข้าสู่ค่ายฝึกใต้ดิน
---
การลักลอบนำสัตว์เวทมนตร์เข้ามาในค่ายฝึกสภามืดถือเป็โทษร้ายแรงที่มีความตายเป็ประกันรินต้องเผชิญกับบททดสอบเื่การลักลอบขนส่งและพรางตัวขั้นสุดยอดเพื่อหลบสายตาตรวจเวรของผู้คุมเกราะดำ
เมื่อกลับถึง Barracks หอนอนรินรีบซ่อนตัวลูกแมวลิงก์ไว้หลังเตียงไม้ก่อนจะพบความจริงอันน่าปวดหัวว่าเธอไม่มีทั้งยารักษาแผลสดและอาหารที่เพียงพอสำหรับลูกสัตว์ป่าที่สูญเสียเืไปมาก
คืนนั้น ณ เวลาเที่ยงคืนตรง...
แสงไฟมนตราสีม่วงในโถงทางเดินหรี่แสงลงจนสลัวรินก้าวออกจากห้องหินของตนอย่างเงียบกริบดุจเงาฝันร่างกายผอมเพรียวแฝงตัวเข้ากับรอยหยักของผนังถ้ำหินออบซิเดียนทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความระมัดระวังสูงสุดหูแหลมตั้งคอยผึ่งฟังเสียงฝีเท้าของผู้คุมลาดตระเวนที่เดินตรวจเวรทุกครึ่งชั่วโมง
เป้าหมายของเธอคือคลังยาสมุนไพรและเสบียงอาหารส่วนกลาง ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในโซนชั้นในของวิหาร
รินเดินเลาะไปตามทางเดินมืดชื้นเสียงฝีเท้าหนักของทหารเกราะดำสองคนดังใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินข้างหน้ารินชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวปะทะแผงอก เธอดีดตัวขึ้น้าทันทีสองมือคว้าขอบรอยแตกของหินเพดานถ้ำดึงตัวขึ้นไปซ่อนร่างนิ่งสนิทขนานไปกับเงามืดของหินย้อย้าพยายามกลั้นลมหายใจจนหน้าอกเกร็งกระตุก
ทหารสองคนก้าวเดินผ่านใต้ร่างของเธอไปอย่างเชื่องช้าแสงไฟจากตะเกียงมนตราส่องผ่านใต้ฝ่าเท้าของเธอไปเพียงไม่กี่คืบรินดิ่งนิ่งราวกับเป็ส่วนหนึ่งของหินงอกหินย้อย จนกระทั่งทหารก้าวลับมุมทางเดินไปรินจึงโรยตัวลงสู่พื้นดินอย่างเงียบกริบไร้เสียง
เธอเดินมาถึงประตูบานั์ของคลังยาประตูไม้หนาหนักถ่วงด้วยสลักเหล็กเวทมนตร์ รินลูบมือไปตามเนื้อไม้ตรวจวัดจุดศูนย์รวมของพลังงานดินปนเปในกลไกสลักศิลาด้านข้างเธอแอบร่ายเวทมนตร์ศิลาแ่เบาเพื่อเคลื่อนเศษทรายและหินก้อนเล็ก ๆเข้าไปขัดขวางกลไกสลักเหล็กอย่างนุ่มนวลจนกลไกสลักดีดออกเบา ๆ ดังกริ๊ก
รินแทรกตัวผ่านช่องประตูแคบ ๆเข้าไปในคลังยา กลิ่นของรากไม้แห้ง สมุนไพรฉุนเฉียวและขวดแก้วบรรจุน้ำยาเยียวยาฟุ้งกระจายไปทั่ว เธอรีบมองหาขวดสมุนไพรทาแผลสดและแอบเปิดหีบเนื้อแห้งสำหรับทหารระดับสูงเพื่อหยิบเนื้อเค็มตากแห้งมาจำนวนหนึ่งจากนั้นจึงรีบปิดกลไกและลอบเดินทางกลับหอนอนของตนด้วยเส้นทางเดิมอย่างฉับไว
เมื่อกลับมาถึงห้องนอนรินรีบเลื่อนหีบเหล็กเก็บของออกเผยให้เห็นรอยแตกบนกำแพงหินหลังหีบที่เธอแอบสกัดหินออกจนกลายเป็ช่องลับขนาดกว้างขวางรินวางสมุนไพรยาเยียวยาและอาหารลงบนกองผ้าเก่า ๆ ในช่องลับ
เธอดึงตัวเ้าลูกลิงก์ออกมาวางบนเตียงไม้แผลสดที่ขาขวาของมันยังคงชื้นด้วยเื รินใช้เศษผ้าเช็ดแผลเบา ๆแล้วเปิดขวดยาสมุนไพรทาแผลสดลงไปลูกแมวป่าลิงก์ครางสะดุ้งตัวโยนด้วยความเ็ปแสบจากตัวยาและพยายามจะกางเล็บข่วนรินรินรีบกระซิบเสียงแ่เบาพลางลูบหลังของมันเพื่อปลอบโยน
"เงียบซะ... เ้าหยกฉันสัญญาว่ามันจะหายดี" รินเอ่ยน้ำเสียงมีแววห่วงใยที่ยากจะพบเจอจากตัวเธอในค่ายนรกแห่งนี้
เธอยื่นชิ้นเนื้อแห้งเค็มที่ฉีกเป็เส้นเล็กๆ ให้ลูกลิงก์กิน เ้าหยกดมดอมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเคี้ยวกลืนลงคออย่างหิวกระหายความอบอุ่นและอาหารเริ่มชุบชีวิตสัตว์น้อยให้ตื่นตัวขึ้นดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองริน แววตาหวาดระแวงป่าเถื่อนจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งและภักดีต่อเด็กสาวตรงหน้า
---
เ้าหยกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความลับอันตราย
รินแอบแบ่งอาหารครึ่งหนึ่งและขโมยยารักษาให้มันจนขาขวาหายดีเ้าหยกเป็แมวั์ลิงก์ป่า Sylvan Lynx ที่มีสายเืเวทมนตร์เข้มข้นลายริ้วสีเขียวเข้มคล้ายผลึกพรีไนท์เริ่มพาดผ่านขนสีเทาเงินปุกปุยหนานุ่มของมันและกรงเล็บหินมาลาไคต์สีเขียวสดใสเริ่มงอกเงยออกมาให้เห็นความสง่างามตามธรรมชาติ
ในโลกภายนอกห้องพักแคบ ๆรินยังคงต้องแสดงภาพลักษณ์ของอาวุธร้ายของสภามืด เธอสวมหน้ากากนิ่งเฉย เ็าและไร้ความปรานีต่อหน้าสายตาตรวจตราของมาสเตอร์ซีลอนเธอฝึกซ้อมการต่อสู้จนเืนองพื้นและลาดตระเวนเสี่ยงตายในสนามรบ
แต่ในหอนอนหินแคบ ๆ แห่งนี้...ทุกคืนที่รินทรุดตัวลงบนฟูกแข็งด้วยความเหนื่อยล้าสะสมจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อร่างกายระบมไปด้วยาแและหัวใจปวดร้าวจากคำด่าทอ เ้าหยกจะค่อย ๆมุดออกจากช่องลับหลังหีบเหล็ก
แมวั์ลิงก์ป่าที่ตอนนี้ตัวโตขึ้นจนสูงเกือบเท่าโต๊ะเขียนหนังสือจะเยื้องย่างเข้ามาหาเธออย่างเงียบกริบมันขยับอุ้งเท้าหนาขนปุยหนานุ่มมาวางบนหน้าตักของเธอ แล้วซบหัวทุย ๆของมันเข้ากับฝ่ามือหยาบกร้านของเธอเบา ๆ ครางต่ำในลำคอดังครืดคราดสม่ำเสมอคล้ายเสียงขับกล่อมเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ
เ้าหยกไม่เคยประเมินว่าวันนี้รินจะสร้างผลงานได้ดีแค่ไหน
มันไม่เคยสนใจว่าเธอจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอมีประโยชน์ใช้สอยร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่สภามืดเรียกร้องหรือไม่
และมันรักเธอโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆเพียงแค่ได้รับไออุ่นและการลูบไล้จากฝ่ามือคู่นี้เท่านั้น
รินโอบแขนกอดร่างหนาปุกปุยอุ่น ๆของเ้าหยก ซบใบหน้าเปื้อนฝุ่นดินและน้ำตาลงบนขนสีเทาเงินนุ่มหนาของมันร้องไห้สะอึกสะอื้นเงียบ ๆ เพื่อระบายความเ็ปที่ต้องเผชิญมาตลอดทั้งวันการมีอยู่ของเ้าหยกเป็เสมือนสมอที่ยึดเหนี่ยวิญญาของรินไม่ให้แตกสลายกลายเป็หินแกรนิตไปเสียก่อนเป็เสมือนแสงสว่างดวงเดียวที่ย้ำเตือนใจเธอถึงอ้อมกอดอุ่นของเอวาและรสชาติน้ำเย็นชื่นใจจากกระบอกไม้ไผ่เก่าใบนั้น...คำสัญญาว่าโลกใบนี้ยังมีคนที่เลือกโอบอุ้มเธอโดยที่เธอไม่ต้องทำตัวให้มีประโยชน์แลกมันมาเลย