ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมหุบเขาทรายลึกอีกครั้งแสงดาวที่เคยดูระยิบระยับสวยงามในค่ำคืนก่อนบัดนี้กลับถูกเมฆหมอกหนาทึบบดบังจนบรรยากาศรอบด้านดูอึดอัดและน่าสะพรึงกลัวลมทะเลทรายหวีดหวิวคล้ายเสียงกระซิบเตือนภัยที่กำลังจะมาถึง
ภายในกระโจมพักแรมกลางขบวนเดินทางของชีคอัมรันยังคงรักษาความเงียบสงบเอาไว้ตามคำสั่งเคร่งครัดทว่าในความเงียบนั้น กลับแฝงไปด้วยความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
คาซิม นายทหารคนสนิทฝีมือดีของอัมรันก้าวเข้ามาในกระโจมบัญชาการด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบใบหน้าคมเข้มของเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเขาทำความเคารพชีคหนุ่มก่อนจะรายงานเสียงเบา
“ท่านชีคครับ สายของเราที่วางไว้รอบนอกรายงานว่าพบร่องรอยการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบนเนินทรายทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากเราไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร คาดว่าเป็พวกกองโจรจาร์กัลครับพวกมันกำลังเคลื่อนพลแบบปิดไฟหน้าและใช้ความมืดอำพรางตัว”
อัมรันซึ่งกำลังยืนตรวจเช็กปืนพกสั้นคู่ใจอยู่ั์ตาคมกริบเปล่งประกายเย็นเยียบทันทีชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อยสมกับเป็ราชสีห์แห่งทะเลทรายผู้ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน
“พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด” อัมรันเอ่ยเสียงเรียบทว่าทรงพลัง
“สั่งการหน่วยอารักขาทุกคน ดับไฟตะเกียงทั้งหมดเปลี่ยนไปใช้ระบบกล้องตรวจจับความร้อน ห้ามใครยิงจนกว่าจะได้รับสัญญาณจากผมล่อพวกมันเข้ามาในแอ่งกระทะ แล้วปิดประตูตีแมว”
“รับทราบครับท่านชีค! แล้ว คุณมนัสวีล่ะครับ?” คาซิมถามด้วยความห่วงใย เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวชาวไทยคนนี้คือดวงใจดวงใหม่ของท่านผู้นำ
“ผมจะไปดูแลเธอเอง”
อัมรันก้าวฉับ ๆ ออกจากกระโจมบัญชาการมุ่งตรงไปยังกระโจมพักของมนัสวีทันที เมื่อเปิดม่านกระโจมเข้าไปก็พบกับนักเขียนสาวที่กำลังนั่งขดตัวอยู่บนพรมหนาในมือของเธอกำปากกาและสมุดโน้ตไว้แน่น
“คุณราม...” มนัสวีอุทานเบาๆเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? ทำไมข้างนอกมันเงียบๆแปลกๆ แถมพวกทหารยังดูรีบร้อนกันจัง”
อัมรันเดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าเธอมือหนาเอื้อมไปกุมมือบางที่เย็นเฉียบเอาไว้แน่น สายตาที่เคยดุดันยามสั่งการทหารบัดนี้เปลี่ยนเป็อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงแหน
“แคล ฟังผมให้ดีนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างจริงจัง
“พวกกองโจรจาร์กัลกำลังบุกมาที่นี่เป้าหมายของพวกมันคือคุณ”
“ฉัน?!” มนัสวีตาโตด้วยความใหัวใจเต้นรัวกระหน่ำ
“พวกมันจะมาจับฉันทำไมคะ? ฉันเป็แค่ตัวประกอบในเื่นี้เอองะ...เออนี่มันชีวิตจริงนี่นา!” เธออุทานอย่างลืมตัวเพราะความตื่นเต้น
อัมรันจุดยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับความเปิ่นของเธอในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
“พวกมันคิดจะใช้คุณเป็เครื่องมือต่อรองกับผม และปิดบัญชีแค้นเก่าแต่ไม่ต้องกลัว ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ไม่มีใครหน้าไหนจะแตะต้องคุณได้แม้แต่ปลายก้อย”
“แต่ฉัน” มนัสวีเม้มริมฝีปากแน่น ความกลัวแล่นพล่านแต่เมื่อเห็นสายตามั่นคงคู่นั้น ความกล้าลึกลับบางอย่างก็ผุดขึ้นมา
“ฉันจะไม่ยอมเป็ตัวถ่วงของคุณค่ะคุณราม! หลังจากที่ฉันเสียคุณพ่อคุณแม่ไปฉันต้องอยู่ตัวคนเดียวในกรุงเทพฯเมืองที่ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้นฉันเรียนมวยไทยมาั้แ่อายุสิบห้า และสโมสรยิงปืนคือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของฉันฉันฝึกฝนเพื่อที่จะไม่ต้องทำตัวเป็ภาระของใคร และเพื่อปกป้องตัวเอง!”
อัมรันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่แววตาคมกริบจะแปรเปลี่ยนเป็ความชื่นชมและหลงใหลในตัวผู้หญิงคนนี้ทวีคูณเธอไม่ใช่แมวน้อยอ่อนแออย่างที่เขาคิด แต่เธอคือแม่เสือสาวที่ซ่อนเล็บคมไว้ต่างหาก
“ยอดเยี่ยมมาก แคล” อัมรันเดินเข้าไปใกล้คว้าข้อมือเธอเบาๆ แต่หนักแน่น
“ผมดีใจที่คุณดูแลตัวเองได้ แต่คืนนี้พวกมันมากันเป็กองทัพสัญญากับผม อย่าบู่บ่าม ถ้าไม่จำเป็ อย่าเอาตัวเข้าแลก อยู่ใกล้ๆ ผมไว้”
“รับทราบค่ะ ท่านชีค แต่ถ้าพวกมันเข้ามาถึงตัวฉันก็ไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกมันนะ” มนัสวีตอบพร้อมส่งสายตาท้าทาย
ฟุ่บ! ฟุ่บ! บึ้ม!
เสียงลูกะเิควันและะเิแสงถูกขว้างเข้ามากลางค่ายพักแรมควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาบดบังทัศนวิสัย ทันใดนั้นเสียงปืนกลเบาดังสนั่นหวั่นไหวการปะทะกันระหว่างองครักษ์ของอัมรันและกองโจรจาร์กัลเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือดภายนอก
ขณะที่อัมรันกำลังจะก้าวออกไปคุมสถานการณ์ด้านหน้ากระโจม แคว่ก!!ม่านกระโจมด้านหลังก็ถูกคมมีดกรีดออกเป็ทางยาวร่างของโจรโฉดสองคนในชุดพรางพุ่งตัวเข้ามาทันที
“อยู่นี่เอง อีผู้หญิงไทย!”โจรคนแรกะโพร้อมพุ่งเข้าชาร์จตัวมนัสวี
“แคล! ระวัง!” อัมรันตวัดปืนเตรียมยิงแต่โจรคนที่สองพุ่งเข้ามาล็อคตัวเขาไว้จนเกิดการต่อสู้พัวพัน
ทว่า อัมรันไม่ต้องเป็ห่วงมนัสวีเลยแม้แต่น้อย!
เมื่อโจรคนแรกพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าคอเธอมนัสวีเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็วปานวอก สปริงข้อเท้าของเธอทำงานทันทีหญิงสาวสลับขาแล้วตวัดแข้งขวาเข้าใส่ชายโครงของโจรโฉดอย่างรุนแรงด้วยท่าเตะตัดขาจนมันเสียหลัก
ปึ้ก!
“อัก!” มันอุทานด้วยความจุกแต่ยังไม่ทันที่มันจะตั้งตัวได้ มนัสวีขยับก้าวล้ำเข้าไปข้างหน้าโน้มคอของมันลงมาพร้อมกับแทงเข่าขวาเข้าเต็มลิ้นปี่ของมันอย่างจัง!
ร่างของโจรหนุ่มใหญ่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทว่ามันยังพยายามจะชักมีดพกออกมา มนัสวีไม่เปิดโอกาสให้เสือลำบากเธอสับสันมือขวาลงบนข้อมือของมันจนมีดร่วงหลุด ก่อนจะปิดฉากด้วยการหมุนตัวจามศอกกลับเข้าเต็มดั้งจมูกของมันจนเืสาดกระเซ็น สลบเหมือดคาที่ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที!
ขณะเดียวกัน อัมรันก็จัดการหักคอโจรคนที่สองจนสิ้นฤทธิ์ชายหนุ่มหันกลับมามองมนัสวีที่กำลังยืนปัดฝุ่นออกจากกางเกงพลางก้มลงหยิบปืนพกของตัวเองขึ้นมาเซฟตี้ด้วยท่าทางนิ่งๆ
อัมรันอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะะเิหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ
“แม่ไม้มวยไทยของคุณ มันน่ากลัวกว่าปืนกลของผมเสียอีก แคล”
มนัสวีหันมาส่งยิ้มหวานแต่แฝงความเหี้ยมเกรียมทำเอาชีคหนุ่มหัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ผู้หญิงคนนี้ช่างเร่าร้อนและคู่ควรกับการเป็ราชินี ของเขาที่สุด
อัมรันและมนัสวีวิ่งฝ่าควันะเิออกไปภายนอกทหารองครักษ์ของอัมรันกำลังตรึงกำลังสู้รบอย่างดุเดือด ทันใดนั้นรถกระบะดัดแปลงติดตั้งปืนกลหนักของพวกโจรคันหนึ่งพุ่งทะยานข้ามเนินทรายเข้ามาสาดะุปืนกลขนาดใหญ่เจาะทะลุผืนทรายจนะเิเป็ฝุ่นตลบ
“หลบหลังซากรถคันนี้!” อัมรันะโพลางดึงร่างของมนัสวีเข้าหาที่บังแดดะุปืนกลหนักยิงถล่มจนเหล็กตัวถังรถะเืสะท้าน
“คุณราม!ปืนกลหนักบนรถกระบะนั่นมันกดหัวทหารของเราไว้หมด ถ้าเราไม่จัดการคนยิงเราเคลื่อนที่ไม่ได้แน่!” มนัสวีะโแข่งกับเสียงปืนแววตาของเธอมั่นคงไม่มีแววตื่นตระหนก
“ผม้ามุมยิงถังน้ำมันของมันแต่คนยิงปืนกลมันสาดะุกดผมไว้สลับกัน!” อัมรันบอกข้อจำกัด
“ฉันจะล่อเป้าและยิงกดดันคนยิงปืนกลให้เอง!คุณเตรียมปิดบัญชีมัน!” มนัสวีเสนอแผนการอย่างเด็ดเดี่ยว
“มันอันตรายไป แคล!” อัมรันค้าน
“เชื่อใจฉันสิราม! เราต้องรอดไปด้วยกัน!”คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมแววตามุ่งมั่นของเธอทำให้องครักษ์หนุ่มไม่มีทางเลือกเขาพยักหน้ารับ
“สาม... สอง... หนึ่ง... ไป!”
มนัสวีพุ่งตัวออกจากที่กำบังย่อตัวต่ำก่อนจะใช้ทักษะการยิงปืนที่ฝึกฝนมาอย่างดี เล็งปืน 9 มม. ในมือสองข้างนิ่งสนิทเธอเหนี่ยวไกเคลียร์พื้นที่ยิงสกัดใส่พลปืนกลบนรถกระบะอย่างแม่นยำ
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุของเธอเจาะเข้าที่ไหล่และหมวกเหล็กของพลปืนกลโจรจนมันเสียหลักเสียงปืนกลหนักหยุดชะงักไปชั่วขณะ จังหวะนั้นเองอัมรันหยัดยืนขึ้นราวกับราชสีห์ผงาด ชายหนุ่มเล็งปืนไรเฟิลจู่โจม M4 ไปที่ถังน้ำมันสำรองท้ายรถกระบะทันที
ปัง! ปัง! บึ้มมมมมมมมมม!!!
ะเิลูกใหญ่ปะทุขึ้นทันที ไฟลุกท่วมรถกระบะของพวกโจรแรงะเิส่งร่างของพวกโจรลอยไปคนละทิศละทาง ทะเลทรายสว่างวาบด้วยเปลวเพลิงชัยชนะตกเป็ของพวกเขาทันทีเมื่อพวกโจรที่เหลืออยู่เห็นรถปืนกลหลักะเิต่างพากันเสียขวัญและล่าถอยหนีเตลิดเปิดเปิงไปในความมืด
ทว่า... ในจังหวะที่รถะเินั้นเองแรงอัดและสะเก็ดะเิชิ้นใหญ่ปลิวว่อนตรงมาทางมนัสวี อัมรันไม่สนใจสิ่งใดชายหนุ่มโผเข้ากอดร่างของเธอไว้แน่นยอมใช้แผ่นหลังแกร่งของตัวเองรับแรงกระแทกและสะเก็ดะเิแทนเธอจนทั้งคู่ล้มกลิ้งไปบนพื้นทราย
**************************
หลังจากสถานการณ์คลี่คลายขบวนรถออฟโรดหุ้มเกราะได้เคลื่อนตัวออกจากหุบเขาทรายมรณะมุ่งหน้าสู่ค่ายทหารส่วนหน้าอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องโดยสารตอนหลัง มนัสวีนั่งนิ่งสายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่อัมรันซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มพยายามทำตัวปกติทว่าเสื้อยืดสีดำทางด้านหลังของเขาฉีกขาดและมีาแจากสะเก็ดะเิเืไหลซึมออกมาจนชุ่ม
หญิงสาวที่เคยเข้มแข็งและผ่านการต่อสู้มาเมื่อครู่บัดนี้ขอบตาของเธอกลับร้อนผ่าวความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจประดังประเดเข้ามาจนเธอทนไม่ไหว
“คุณราม นั่งนิ่งๆ ค่ะ”มนัสวีเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความสั่นเครือเธอเอื้อมไปคว้ากล่องปฐมพยาบาลมาเปิดออกทันที
“ผมไม่เป็ไรหรอกแคล แผลแค่นี้ไกลหัวใจเยอะ อีกอย่างคุณเองก็บู๊ระห่ำจนผมใเลยนะ”อัมรันพยายามพูดยั่วเย้าเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด
“บอกให้นั่งนิ่งๆ ไงเล่า!” มนัสวีตวาดเสียงสั่นหยาดน้ำตาใสๆ ที่เธอพยายามกักเก็บไว้ร่วงเผาะลงบนตักของชายหนุ่ม เธอค่อยๆใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดล้างาแที่แผ่นหลังของเขาอย่างเบามือที่สุดมือบางของเธอกำลังสั่นเทา
อัมรันชะงักไป ชายหนุ่มค่อยๆ เอี้ยวตัวกลับมาจับมือของเธอไว้ “แคลผู้หญิงที่เพิ่งล้มผู้ชายตัวโตๆ ด้วยมือเปล่าและยิงปืนสู้กับกองโจรหายไปไหนแล้ว? ทำไมตอนนี้กลายเป็เด็กขี้แยไปได้ล่ะ?”
“ฉัน ฉันไม่ได้ขี้แยนะ” มนัสวีสะอื้นออกมาในที่สุดเธอทิ้งกล่องพยาบาลแล้วซบหน้าลงกับบ่าแกร่งของเขาอย่างหมดท่า
“ฉันฝึกต่อสู้ ฝึกยิงปืน สร้างเปลือกนอกให้ตัวเองดูแกร่งก็เพราะฉันกลัว กลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันอ่อนแอฉันจะไม่เหลือใครและไม่มีใครปกป้องฉันได้”
เธอระบายความในใจออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลนอง
“แต่เมื่อกี้ ตอนที่รถะเิ คุณกลับเอาตัวเข้ามาบังฉันไว้ ทั้ง ๆที่คุณเป็ถึงชีค มีชีวิตที่คาดหวังของคนนับพันแต่คุณกลับเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อผู้หญิงดื้อรั้นอย่างฉัน ตอนที่เห็นเืของคุณหัวใจฉันมันเจ็บยิ่งกว่าโดนยิงเองเสียอีก”
“ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเปลือกที่ฉันสร้างขึ้นมามันไม่มีความหมายเลย ถ้าโลกนี้ไม่มีคุณอยู่ ราม”
คำสารภาพของหญิงแกร่งที่ยอมเปิดเผยเนื้อแท้ที่อ่อนโยนและเปราะบางให้อัมรันเห็นทำเอาหัวใจของชีคหนุ่มพองโตจนล้นอกชายหนุ่มพลิกตัวรวบร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแน่นมือหนาลูบหัวเธออย่างทะนุถนอมและรักใคร่สุดหัวใจ
“แคล ฟังผมนะ” อัมรันกระซิบเสียงนุ่มชิดใบหู
“ผมไม่ได้้าผู้หญิงที่อ่อนแอมาให้ผมปกป้องเหมือนตุ๊กตาแก้วแต่ผม้าผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่พร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันอันตรายไปกับผมและคืนนี้คุณก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคุณคือคนๆ นั้น คุณคือราชินีของผม”
เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตาตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตาแต่แฝงไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง
“ต่อจากนี้ไปคุณไม่ต้องสู้รบกับโลกใบนี้ตัวคนเดียวอีกแล้วนะแคล เล็บคมของคุณเอาไว้ข่วนพวกศัตรูส่วนแผ่นหลังของคุณ ให้เป็หน้าที่ของผมที่จะคอยปกป้องและเป็กำแพงให้คุณเอง”
มนัสวีนิ่งอึ้งไปกับคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นและแสนอบอุ่นเธอส่งยิ้มทั้งน้ำตา เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความเชื่อใจอย่างหมดหัวใจหญิงสาวเลื่อนมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของชายหนุ่ม ก่อนจะเผยอปากรับจูบอันแสนหวานทว่าหนักแน่นและซาบซึ้งใจที่อัมรันมอบให้... เป็จูบที่หลอมรวมิญญาของเสือสองตัวให้กลายเป็หนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดของทะเลทราย