บทที่ 25 ข้อเรียกร้อง
ทุกคนมองตามเสียง เห็นเพียงกลุ่มเ้าหน้าที่กำลังล้อมตัวเผิงวั่งพลางถามไถ่อาการ
ตอนนี้เผิงวั่งยังอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ก็ยังสามารถพูดคุยได้
“โจวเหล่าปา ข้าเป็อะไรไปกันแน่”
“หัวหน้า ท่านถูกงูพิษกัด”
ได้ยินดังนั้น เผิงวั่งก็นึกย้อนถึงอาการทั้งหมดก่อนหมดสติอย่างถี่ถ้วน
สิ่งแรกที่เขารู้สึกคือ บริเวณน่องที่ถูกงูพิษกัดมีอาการชาเล็กน้อย ก่อนมันจะลุกลามตามร่างกายเขาไปเรื่อย ๆ
หลังจากนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกและไม่รู้สึกตัวอีกเลย
“ข้าถูกงูพิษกัดแต่ไม่ตาย?”
เผิงวั่งหยิกแก้มตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าทั้งหมดนี้เป็เื่จริง
เมื่อแน่ใจว่าเขารู้สึกเจ็บ จึงยอมเชื่อเื่นี้
จางชิงเดินเข้ามา “หัวหน้า ท่านไม่ตายจริง ๆ”
“ใครเป็คนช่วยถอนพิษให้ข้า” เผิงวั่งมองไปรอบ ๆ แน่ใจว่าตัวเองยังอยู่กลางป่าเช่นนี้จะไปหาหมอมาจากที่ไหน
โจวเหล่าปาชี้ไปทางคนสกุลโม่ “เป็ภรรยาของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านอย่างไรเล่า”
เมื่อพูดถึงเฮ่อจือหร่าน ภาพตอนที่นางเตือนเขาก็ผุดขึ้นมาในหัวสมอง
หลังจากนึกถึงเื่เหล่านี้แล้ว เผิงวั่งก็รู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
ตอนแรกคนอื่นเตือนด้วยความหวังดี แต่เขากลับยังตวาดใส่อีก
เขากวาดสายตา กระทั่งหยุดสายตากับห่อผ้าใหญ่ ๆ ที่นำมาจากเมืองหลวง
“เหล่าปา นำหมั่นโถวขาวไปให้คนสกุลโม่คนละสองลูก ถามพวกนางด้วยว่ายังมีข้อเรียกร้องอะไรอีกหรือไม่ ขอแค่ไม่มากจนเกินไปก็พยายามทำตามที่พวกนางขอเถอะ”
โจวเหล่าปารู้ว่าเผิงวั่งเป็คนรู้จักตอบแทนบุญคุณ
อีกทั้งยังเข้าใจว่าการกระทำครั้งนี้ของเผิงวั่งเป็เพราะเขาไม่อยากติดหนี้บุญคุณคนสกุลโม่ อย่างไรเส้นทางข้างหน้าก็ยังอีกยาวไกล ด้วยหน้าที่ของพวกเขาทำให้ไม่สามารถใจอ่อนกับนักโทษเ่าั้มากได้
เมื่อเห็นโจวเหล่าปาถือห่อผ้าเดินเข้ามา สตรีสกุลโม่ทั้งหลายก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย
โจวเหล่าปาวางห่อผ้าลงตรงหน้าพวกเขา
“หัวหน้าของพวกเราบอกว่าให้หมั่นโถวขาวกับพวกเ้าคนละสองลูก”
หลังได้ยินว่าเป็หมั่นโถวขาว คนสกุลโม่ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
พวกนางหิวมากเหลือเกิน
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ยังคงนั่งเงียบไม่ได้หยิบของไป สายตาคนทั้งหมดหันไปมองเฮ่อจือหร่านทันที
เฮ่อจือหร่านเองก็หิว แต่ความอดทนของนางมีมากกว่าคนอื่น
นางไม่ได้เอ่ยปาก ทำเพียงมองโจวเหล่าปาเพราะรู้ว่าเขายังมีเื่จะพูดต่ออีก
“หัวหน้าบอกว่า เป็เพราะเฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตเขาไว้ ถ้ามีข้อเรียกร้องอะไรก็บอกมาได้”
เมื่อได้ยินว่าสามารถเสนอข้อเรียกร้องได้ แววตาสตรีสกุลโม่ต่างเป็ประกาย
หมายความว่าต่อจากนี้ไปชีวิตของพวกนางจะดีขึ้นใช่หรือไม่
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าเผิงวั่งจะเป็ฝ่ายเสนอให้นางตั้งข้อเสนอ
นางนึกถึงความเป็ไปได้อย่างหนึ่ง นั่นคือเผิงวั่ง้าตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้เพียงหนนี้หนเดียว หลังจากนั้นพวกนางจะเป็อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตนเอง
ในเมื่อเป็เช่นนี้ นางจึงจำเป็ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะมีแผนการในใจ แต่นางก็ยังหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า
ไม่ว่าจะทำเื่อะไร นางก็ไม่ควรมองข้ามผู้าุโ
การกระทำของเฮ่อจือหร่านทำให้ได้รับความชื่นชมจากฮูหยินผู้เฒ่า ในขณะเดียวกันก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวลูกสะใภ้ผู้นี้มากขึ้น
“คนที่เ้าช่วยชีวิตไว้ เ้าอยากได้อะไรก็ตัดสินใจเองเถอะ แค่อย่าโลภมากก็พอ”
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าลูกสะใภ้ของนางเป็คนมีสติปัญญา เวลาทำอะไรจะต้องรอบคอบกว่าที่นางคิดไว้ นางเพียงแค่เตือนไปเล็กน้อยเท่านั้น
ในเมื่อเป็เช่นนี้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดเกรงใจอีกต่อไป
แต่นางก็เห็นด้วยกับคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่ามาก ห้ามโลภ เพราะต้องมีพื้นที่สำหรับเก็บของในพื้นที่มิติไว้บ้างถึงจะดีที่สุด
“ท่านเ้าหน้าที่ พวกเราไม่ได้้าอะไรมาก เพียงหวังว่าเมื่อผ่านเมืองถัดไปแล้ว พวกท่านจะอนุญาตให้พวกเราจับจ่ายซื้อของกันได้สักหน่อย”
สำหรับตอนนี้ เฮ่อจือหร่านคิดว่าข้อเรียกร้องนี้เพียงพอแล้ว
นางมีเงินที่ใช้ไม่หมด เพียง้าซื้อสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอีกสักหน่อยเท่านั้น ส่วนเื่อื่น ๆ นางไม่ได้มีปัญหา
โจวเหล่าปาไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง ว่าเมื่อเขาให้เฮ่อจือหร่านเรียกร้องข้อเสนอเอง นางกลับเอ่ยขอเพียงเื่เล็กน้อยแค่นี้
เื่นี้ไม่จำเป็ต้องกลับไปรายงานเผิงวั่งอีก เขาสามารถตัดสินใจให้ได้
“ไม่มีปัญหา ข้าตกลงจะทำตามที่เ้าขอ วันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงพวกเราจะผ่านอำเภออวิ๋นหลาย เราจะพักเติมเสบียงที่นั่น ตอนนั้นจะส่งคนไปช่วยเ้าจับจ่ายซื้อของด้วย”
“ดี ขอบคุณท่านมาก” เฮ่อจือหร่านตอบกลับเสียงเรียบ เมื่ออีกฝ่ายตกลงทำตามข้อเสนอของนาง
“เ้าไม่มีข้อเรียกร้องอื่นแล้วหรือ” โจวเหล่าปายังไม่รีบจากไป
เฮ่อจือหร่านไม่คิดจะขออะไรมากมายั้แ่แรก แต่ดูจากท่าทางของโจวเหล่าปาแล้ว เหมือนว่าเงื่อนไขที่นางเสนอไปนั้นน้อยเกินไป
“เช่นนั้น ข้าอยากได้งูที่ถูกฆ่าตายในวันนี้ด้วย”
โจวเหล่าปาขมวดคิ้ว “สตรีอย่างเ้า จะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร”
“ส่วนต่าง ๆ ของงูสามารถนำไปทำยาได้หลายอย่าง” เฮ่อจือหร่านหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญ นางไม่สามารถบอกใครได้จริง ๆ ว่านาง้านำมันไปทำยาพิษ
“เื่นี้ข้าตกลง”
เห็นโจวเหล่าปาตอบตกลงอย่างง่ายดาย เฮ่อจือหร่านก็ไม่รบกวนอีกฝ่ายต่อไป
“ข้าเสนอข้อเรียกร้องครบแล้ว”
“ดี เช่นนั้นข้าจะรีบกลับไปบอกหัวหน้า”
ในใจของโจวเหล่าปา เฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตเผิงวั่งไว้ ข้อเสนอของนางไม่นับว่าเป็เื่ใหญ่อะไร
หลังกลับไปรายงานให้เผิงวั่งฟังแล้ว เขาก็เอาถุงน้ำอีกสองสามใบและงูสามเหลี่ยมตัวนั้นไปให้ด้วยตัวเอง
“ถุงน้ำพวกนี้เตรียมไว้ขายให้นักโทษที่ถูกเนรเทศ คนพวกนั้นเหมือนไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่ คงซื้อไม่ไหว มอบให้พวกนางไปเสีย พวกเรายังมีหมั่นโถวขาวอยู่บ้างตอนนี้อากาศร้อน หากกินไม่หมดก็จะเสีย พรุ่งนี้เช้าจะนำมาให้พวกเ้าอีก”
เขาโยนถุงน้ำและงูสามเหลี่ยมไปตรงหน้าเฮ่อจือหร่าน ก่อนโจวเหล่าปาจะหันหลังจากไป
เฮ่อจือหร่านแจกจ่ายหมั่นโถวคนละสองลูกอย่างคล่องแคล่ว
หมั่นโถวขาวแม้ไม่ใช่ของที่ไม่อร่อย แต่ก็เป็ของแห้งและคงกลืนลงคอได้ยาก
เฮ่อจือหร่านนึกอะไรได้ จึงมองห่อผ้าที่บิดามอบให้นาง
นางยังไม่ทันได้เปิดดูว่ามีอะไรอยู่ด้านใน แสดงว่าย่อมไม่มีใครรู้ว่าข้างในมีสิ่งใดเช่นกัน
เฮ่อจือหร่านยื่นมือเข้าไปในห่อ แต่จิตสำนึกกลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่มิติแล้ว
ในห่อนั้นมีเนื้อวัวตุ๋นซอสที่นางซื้อมาใหม่ หั่นวางไว้ในตู้เย็น
ห่อบรรจุภัณฑ์ของเนื้อวัวตุ๋นซอสเป็ถุงพลาสติก ไม่สามารถเอาออกมาให้คนเห็นได้ นางหากระดาษน้ำมันที่เห็นได้ทั่วไปในยุคนี้ไม่เจอสักที
สุดท้ายเฮ่อจือหร่านจึงจำใจต้องใช้มือหยิบเนื้อวัวตุ๋นซอสออกมาครั้งละกำมือใหญ่
ในเวลาที่จำเป็ การใส่ใจกับเื่ทุกอย่างนั้นยุ่งยากเกินไป ขอเพียงได้กินอาหารที่ดีขึ้นหน่อย เื่สะอาดไม่สะอาดยังนับเป็อะไรได้อีก...
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ทุกคน น้องสาว นี่เป็เนื้อวัวตุ๋นซอสที่บิดามารดาข้านำมาให้ในวันนี้ พวกท่านกินกับหมั่นโถวด้วยเถอะ”
เมื่อทุกคนเห็นเฮ่อจือหร่านถือเนื้อวัวตุ๋นซอสเต็มกำมือ ดวงตาของพวกนางก็ส่องประกาย
อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ที่ปลูกฝังมาั้แ่เด็กบอกพวกนางว่า สตรีไม่ควรกินอาหารอย่างหยาบคาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้มือหยิบกิน
ขณะทุกคนกำลังลังเล ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอ่ยขึ้น
“ในเวลาแบบนี้ คนเราควรผ่อนคลายเื่กฎเกณฑ์ลงบ้าง”
ฮูหยินผู้เฒ่าเป็คนที่มีจิตใจซื่อตรง นางสามารถยอมรับความเป็จริงได้เป็คนแรก คำพูดของนางแสดงให้เห็นว่าตนเองกำลังพยายามยอมรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
ท้ายที่สุดแล้ว พวกนางก็ไม่ใช่ภรรยาหรือบุตรสาวของตระกูลที่ยิ่งใหญ่อีกต่อไป