ช่วงไม่กี่วันมานี้โม่อวี้เฉินล้วนจัดเตรียมอาหารและการพักผ่อนตามความต้องการของกู้ชิงเฉิงทุกประการด้วยเกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยเพราะเขาไม่ต้องการให้กู้จิ่งเซวียนเป็นอันใดไป
“สามารถทำการตรวจไขกระดูกได้แล้วเพคะ” กู้ชิงเฉิงก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกันแม้กู้จิ่งเซวียนจะเป็นบุตรชายของโม่อวี้เฉินแต่โอกาสที่จะเข้ากันได้นั้นก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสำเร็จทุกครั้งไปอย่างไรเสีย ตราบเท่าที่มีโอกาสแม้เพียงเก้าในสิบ นางก็จะลองดูเพราะอาการของกู้จิ่งเซวียนย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
“ดี” โม่อวี้เฉินใช้เวลาหลายวันมานี้อยู่ดูแลกู้จิ่งเซวียนและบางครั้งก็ไปสะสางราชกิจบ้านเมือง
ยามนี้กู้ชิงเฉิงสูดลมหายใจลึกๆ แล้วลงมือใช้ผ้าปิดตาของโม่อวี้เฉินด้วยตนเองจากนั้นนางก็ยกมือขึ้นกดไปที่ชิปบนข้อมือซ้ายเดิมทีผิวหนังบริเวณนั้นไม่ได้แตกต่างจากส่วนอื่น ทว่าเมื่อนางกดลงไปผิวหนังพลันเปลี่ยนเป็นสีฟ้า และปรากฏปุ่มควบคุมไฟฟ้าขึ้นมาหลายปุ่ม กู้ชิงเฉิงกดปุ่มเข้าสู่โรงพยาบาลทันทีที่เสียงกระแสไฟฟ้าดังขึ้น ภาพโรงพยาบาลเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากู้ชิงเฉิงประคองกู้จิ่งเซวียนเดินเข้าไป
ในชั่วพริบตาเดียวภาพเสมือนจริงก็หายไปพร้อมกับกู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉิน พวกเขาหายไปจากห้องหากมีผู้ใดได้เห็นฉากนี้ คงคิดว่าพบผีเข้าให้แล้ว
ทุกครั้งกู้ชิงเฉิงก็ทำเคมีบำบัดให้กู้จิ่งเซวียนเช่นนี้มิเช่นนั้นกู้จิ่งเซวียนคงไม่อาจมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ได้และความลับนี้กู้ชิงเฉิงไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้ รวมถึงโม่อวี้เฉินด้วย
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆลอยมาที่ปลายจมูก กลิ่นนี้โม่อวี้เฉินคุ้นเคยดีเพราะในห้องพักผู้ป่วยของอันหยวนถังก็มีกลิ่นเช่นนี้ เขายังคงหลับตาอยู่ตลอดปล่อยให้กู้ชิงเฉิงประคองให้นอนลง เขาวางใจในตัวกู้ชิงเฉิงอย่างมาก
ในขณะที่รอผลโม่อวี้เฉินก็ไม่ได้จากไป และไม่ได้ถามว่านางพาเขาไปที่ใด เพียงแต่เฝ้ารออยู่ข้างๆอย่างเงียบงัน “เป็นไปได้หรือไม่...ที่เลือดของข้าอาจไม่อาจช่วยชีวิตเซวียนเอ๋อร์ได้?”
คำถามนี้ทำให้หัวใจของกู้ชิงเฉิงกระตุกขึ้นเล็กน้อยนางได้แต่ภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้ได้ผล ทว่าก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร
โม่อวี้เฉินจับมือของนางโดยไม่รู้ตัวแล้วออกแรงเล็กน้อย “ต้องมีวิธีอย่างแน่นอน”
ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยากจะหยั่งรู้ได้กู้ชิงเฉิงพยักหน้าแล้วคิดจะชักมือกลับทว่าโม่อวี้เฉินกลับกำมือของนางแน่นยิ่งขึ้น
“เกอจวิ้นกลับมาแล้ว” โม่อวี้เฉินเอ่ยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
“เขา...” กู้ชิงเฉิงชะงักไปครู่หนึ่งความรู้สึกที่มีต่อเกอจวิ้นนั้นค่อนข้างซับซ้อนเขามักจะดูแลนางและกู้จิ่งเซวียนมาโดยตลอด สำหรับนางแล้วเขาคือผู้มีพระคุณแต่สำหรับโม่อวี้เฉิน เขานับเป็นภัยคุกคามนางไม่คาดคิดว่าเกอจวิ้นจะกลับมาที่เมืองหลวง เพราะเขาไม่น่าจะเต็มใจกลับมา
“เขาคงกลับมาเพราะเจ้า ครั้งนี้เรื่องของตระกูลกู้เขาก็น่าจะได้รับข่าวแล้ว” โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงต่ำ “ข่าวสารของเขานั้นรวดเร็วและแม่นยำยิ่งนัก”
“เขา...” กู้ชิงเฉิงยังคงอ้ำอึ้ง
“เขาไม่รู้เรื่องชาติกำเนิดของตัวเองข้าไม่ต้องการให้ความลับนี้ถูกเปิดเผยออกไป” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลง“หากเขาอยู่ที่เมืองอี๋สุ่ยตลอดไปเรื่องนี้ก็จะเป็นความลับชั่วนิรันดร์ แต่หากเขากลับมาเมืองหลวงก็คงเป็นเรื่องยากที่จะปิดบัง”
“เขามีสิทธิ์ที่จะรู้ชาติกำเนิดของตนเพคะ” กู้ชิงเฉิงกลับปรับสีหน้าให้จริงจัง“อีกทั้งหากเขารู้ฐานะที่แท้จริงของตนเขาก็จะไม่ได้เกลียดท่านเฉกเช่นยามนี้”
“ก็ไม่แน่” โม่อวี้เฉินส่ายหน้า “หากเป็นข้า ข้าคงยิ่งเกลียดชัง”
สำหรับผู้ที่มีฐานะเช่นเกอจวิ้นแล้วเรื่องนี้ถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง
“ฮองเฮาไม่เกลียดเขาหรือเพคะ?” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงแผ่ว“ถึงกับต้องออกหน้าขอฮ่องเต้ให้ไว้ชีวิต”
คำพูดนี้นำพาให้โม่อวี้เฉินชะงักงันและงุนงงไปชั่วขณะจิตใจปั่นป่วนวุ่นวาย ยามที่ฮองเฮาเปิดเผยความจริง เขาก็ไม่อาจรับได้แต่ฮองเฮากลับขอให้เขาไว้ชีวิตสายเลือดตระกูลเกอ ทั้งที่รู้ว่าเกอจวิ้นไม่ใช่
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเวลาได้ล่วงเลยมาถึงกำหนด…
หลังจากออกจากมิติกู้ชิงเฉิงใช้จิตควบคุมเพื่อนำผลการตรวจออกมา เมื่อเปิดดู นางแทบสิ้นสติลงในแววตาฉายชัดถึงความสิ้นหวัง นางขยำกระดาษใบรับรองผลตรวจเอาไว้แน่นจนกายทั้งร่างสั่นเทิ้ม “นี่...นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน”
“ชิงเฉิง เจ้าจงเข้มแข็งเข้าไว้” หัวใจของโม่อวี้เฉินพลันร่วงหล่นลงก้นบึ้งในทันทีเขาเอื้อมมือประคองร่างกู้ชิงเฉิงที่ยืนแทบไม่ไหวเอาไว้ “ข้าจะหาวิธีแก้ไขเอง”เขาเองก็ไม่อาจยอมรับได้ หากกู้ชิงเฉิงมีอันเป็นไป
กู้ชิงเฉิงเคยคิดถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้วทว่าเมื่อได้เห็นผลลัพธ์จริงๆ ก็รู้สึกราวกับถูกดาบปักแทงความรู้สึกเช่นนี้ช่างแสนเจ็บปวด ยากที่จะบรรยาย นางไม่อาจระงับอารมณ์ได้เลยในอกราวกับมีก้อนหินขนาดมหึมากดทับเอาไว้ จนหายใจติดขัด
“ชิงเฉิง หากเจ้าอยากร้องไห้ ก็ร้องออกมาเถิด...” โม่อวี้เฉินสวมกอดนางพลางลูบเบาๆที่ไหล่นางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งนัก เขารู้สึกปวดใจและสิ้นหวังเช่นเดียวกับนางแต่เขาจำต้องเข้มแข็ง เพราะเขาคือที่พึ่งพิงของนาง
ในขณะนั้นเฟิงเจ๋อก็เดินเข้ามา “องค์รัชทายาทคุณชายเกอมาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
ครั้นเห็นภาพตรงหน้าเขาก็พลันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดดวงตาของตน“ข้าไม่ได้เห็นสิ่งใดเลย ข้า…เหตุใดดวงตาของข้าจึงบอดสนิทเช่นนี้”
ท่าทางของเขาสร้างความรู้สึกจนใจเล็กน้อยแก่กู้ชิงเฉิงช่วงนี้เฟิงเจ๋อดูท่าว่าจะซุกซนเกินไปสักหน่อย
ครั้นนึกถึงเกอจวิ้นนางก็พลันรีบผลักโม่อวี้เฉินออก “ท่านไปเถิดข้าไม่เป็นอันใด” นางเก็บอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นนางเช่นนั้น โม่อวี้เฉินก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วจากไป
เกอจวิ้นเห็นโม่อวี้เฉินเดินเข้ามาก็ขมวดคิ้วแน่น “กระหม่อมขอพบพระชายาพ่ะย่ะค่ะ” เขาเองก็เปิดเผยตรงไปตรงมาเช่นกัน เขาเกลียดโม่อวี้เฉินยิ่งนักถึงกับอยากจะฆ่าเสียให้ได้ในทันที
“พระชายาไม่ว่าง” โม่อวี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“คุณชายเกอมาวันหลังเถิด”
เกอจวิ้นจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่งแต่ก็ยังคงกัดฟันกล่าว “พวกท่านสร้างเรื่องใหญ่โตในจวนตระกูลกู้เกินไปแล้วจะยับยั้งได้หรือไม่? การทำเช่นนี้ล้วนแต่ทำให้ชิงเฉิงตกอยู่ในอันตราย”
“พระชายาไม่มีทางตกอยู่ในอันตรายแน่นอน คุณชายเกอคิดมากไปแล้วอีกทั้งเรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณชายเกอเลยแม้แต่น้อย” โม่อวี้เฉินกล่าวอย่างไม่เหลือเยื่อใย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเกอจวิ้นก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “หากไม่ใช่เพราะการกระทำของท่านในอดีตเหตุใดแม่ลูกคู่นี้จึงต้องร่อนเร่พเนจรและทนทุกข์ทรมานเล่า”
“คุณชายเกอกำลังยุ่งในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องของตน” สีหน้าของโม่อวี้เฉินพลันเคร่งขรึมลง“ยามนี้แม่ลูกคู่นั้นก็อยู่ดีมีสุข ไม่ต้องให้เจ้ามาเป็นห่วง”
“อยู่ดีมีสุขงั้นหรือ? ท่านสามารถรักษาโรคของเซวียนเอ๋อร์ได้หรือ?”เกอจวิ้นแค่นเสียงหัวร่อในลำคอ
โม่อวี้เฉินพลันชะงักไปเขาไม่คิดว่าเกอจวิ้นจะล่วงรู้เรื่องนี้ด้วย
“ทั่วทั้งอันหยวนถังล้วนล่วงรู้เรื่องนี้ มีเพียงท่านที่ไม่รู้” เกอจวิ้นแค่นเสียงหัวเราะ “อันที่จริงท่านก็ควรจะรู้ดีชิงเฉิงพาเซวียนเอ๋อร์กลับมาตำหนักบูรพา ก็เพราะโรคของเซวียนเอ๋อร์” เขาไม่อยากให้โม่อวี้เฉินสบายใจ จึงจงใจกล่าวเช่นนั้น
“เกอจวิ้น หากเจ้าคิดจะหาที่ตาย ข้าก็จะทำให้เจ้าสมใจ” โม่อวี้เฉินไม่ค่อยมีความอดทนเท่าใดนัก
เกอจวิ้นยิ้มพลางไม่ได้ใส่ใจ“องค์รัชทายาทยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งยังอำมหิตโหดเหี้ยมและเลือดเย็นไร้หัวใจ อย่างไรก็ตามกระหม่อมมาที่นี่พร้อมของสิ่งหนึ่งที่ต้องมอบให้ชิงเฉิงและจะต้องถึงมือของนางโดยตรง” เขากล่าวอย่างจริงจัง
ดวงตาของโม่อวี้เฉินเย็นชาดุจน้ำแข็งสีดำสนิทราวกับหมึก เขาลงมือสังหารคนในตระกูลเกอด้วยตนเองจึงเป็นที่เลื่องลือว่าโหดเหี้ยมอำมหิต และไร้ความปรานีแม้แต่ญาติพี่น้องของตนก็ไม่ละเว้น เนื่องจากเกอเยว่คือท่านลุงของเขาและการที่เกอจวิ้นเกลียดเขาถึงเพียงนี้ ก็เพราะเรื่องนี้
“คุณชายเกอเก็บไว้เถิด ชิงเฉิงไม่ต้องการ” โม่อวี้เฉินรู้สึกรังเกียจเกอจวิ้นยิ่งนักกล้าดีอย่างไรถึงได้มาจับจ้องสตรีและบุตรของเขา ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
“ของสิ่งใดที่ต้องมอบให้ข้า? เหตุใดจึงไม่ต้องการเล่ารีบส่งมาให้ข้าดูเสียสิ” ในขณะนั้น กู้ชิงเฉิงพลันเดินเข้ามานางสวมผ้าคลุมหน้าอำพรางทุกอารมณ์ ก่อนจะเดินตรงไปที่เกอจวิ้นแล้วยื่นมือออกไป