[GrimHunt] สมรภูมินักล่า

    บทที่ 1 ตอนที่ 16

       ฉัวะ!!  [ภารกิจ : จัดการกองทหารโนมนักรบ (29/34) รางวัลคะแนนนักล่า 60 แต้ม]   โนมนักรบตัวหนึ่งได้สิ้นชีพไปภายใต้คมดาบของรามดั่งเช่นปรกติ หากลองกะมองด้วยสายตาตอนนี้เหลือเพียงโนมนักรบอีก 5 ตัวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ ผ่านมาสักพักหนึ่งแล้วที่รามไม่ได้รู้สึกถึงการโจมตีสนับสนุนจากเสี่ยวฉาง และไม่มีการรบกวนจากมาคัสคอยช่วยเหลือ แต่ตอนแรกรามไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะคิดว่าพวกเขาทั้งหลายอาจจะกำลังเหนื่อยอ่อน   แต่เมื่อหูของเขาได้ยินเสียงระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง รามก็รีบหันไปมองดูด้วยความกังวล ภาพที่เห็นทำให้เขาถึงกับเกรี้ยวโกรธ เพราะตอนนี้เขาพบเห็นคนกำลังหลบอยู่หลังอารินและมาคัส น้ำตอนนี้ได้ออกไปข้างหน้าพยายามใช้มือทั้งสองข้างที่มีพลังพรสวรรค์ของพยัคฆ์น้ำ จู่โจมใส่พวกโนมถือโล่ไม่ให้พวกมันเดินเข้ามาใกล้เร็วเกินไป   พวกเธอค่อยๆ ถอยร่นออกมาช้าๆ เว้นระยะห่างไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้พวกเขามากเกินไป   เสี่ยวฉางพยายามเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการเล็งจู่โจมของพวกโนมนักธนูนั้นให้เขาเคลื่อนไหวได้ลำบาก และด้วยการที่จะต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาทำให้มาคัสเองก็ก่อกวนพวกมันได้ยากเช่นเดียวกัน   มาคัสพยายามรวมพลังพรสวรรค์เป็นแผ่นดินก้อนใหญ่ พุ่งขึ้นมาเหนือพื้นเพื่อกีดขวางการเดินเข้ามาหาพวกโนมนักรบ พวกโนมนักเวทเองก็เหมือนกำลังที่จะทำอะไรบางอย่าง พวกมันทั้ง 3 ตัวได้ช่วยกันร่ายวงเวทขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อก่อกวน ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็เห็นก้อนเปลวเพลิงขนาดเท่าลูกแตงโมพุ่งเข้าไปยังจุดที่น้ำยืนอยู่!   ''น้ำรีบถอยออกมาเร็ว!'' อารินรีบร้องตะโกนเตือน แต่น้ำที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ จึงทำได้เพียงยืนตกตะลึงแข็งข้างอยู่อย่างนั้น    พวกโนมนักรบทั้งหมดรีบถอยออกไปเพราะกลัวจะได้รับผลกระทบ ทำให้ตอนนี้มีเพียงน้ำยืนเป็นเป้านิ่งให้กับบอลเพลิง ขาของเธอรู้สึกอ่อนแรงเป็นอย่างมาก ความหวาดกลัวต่อบอลเพลิงนี้ทำให้แม้แต่จะแค่ก้าวขาเธอก็ยังไม่สามารถทำได้เลยในตอนนี้...   ก้อนเปลวเพลิงพุ่งเข้ามาใกล้มากเต็มที เสี่ยงฉางมองดูด้วยความตกตะลึง เขาคิดที่จะใช้ก้อนเปลวเพลิงของตนเองปาสวนกลับไปเพื่อหวังจะให้มันระเบิดกันอยู่ที่ตรงกลาง ขณะที่กำลังจะทำเช่นนั้น เสี่ยวฉางก็หยุดความคิดนั้นไป เขารีบปากลุ่มก้อนเปลวเพลิงของตนเองเข้าใส่พวกโนมนักรบอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีอะไรต้องให้เป็นห่วงอีกต่อไป   ขณะที่ทุกคนกำลังยืนตกตะลึงอยู่ ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ได้กระโดดข้ามพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว   รามปักดาบลงบนพื้นและใช้มือซ้ายขว้าจับน้ำก่อนจะเหวี่ยงเธอไปด้านข้างเบาๆ ''ถ้าหากวันแรกเปลวเพลิงมันไม่สามารถทำอะไรฉันได้ วันนี้ก็ไม่มีเพลิงไหนทำอันตรายฉันได้!!'' รามตะโกนขึ้นเพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ในสถานการณ์นี้เขาจำเป็นที่จะต้องมีพลังใจที่สูงเอาไว้ ถือว่าเป็นหนึ่งในการทดลองที่จะใช้พลังพรสวรรค์ของเขา   ในวันแรกที่เสี่ยวฉางปาบอลเพลิงมาใส่เขา รามจำได้ว่านั้นเป็นครั้งแรกที่เขาใช้พลังพรสวรรค์ มือขวาของเขาตบไปยังก้อนเปลวเพลิงนั้น แทนที่มันจะระเบิดออกมันกลับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว   ถ้าหากเปลวเพลิงของเสี่ยวฉางนั้นไม่สามารถทำอันตรายเขาได้ เปลวเพลิงของพวกโนมนักเวทก็คงจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เมื่อคิดได้แบบนั้น รามจึงได้ยื่นฝ่ามือของเขาออกไปข้างหน้าช้าๆ ในใจพลันเกิดอาการเต้นที่ผิดปรกติของหัวใจ ร่างของเขาสูบฉีดโลหิตไปไหลเลี้ยงเร็วขึ้นเพราะความตื่นเต้น   ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น ก้อนเปลวเพลิงขนาดเท่าผลแตงโมก็พุ่งเข้ามาสัมผัสกับกลางฝ่ามือของราม ทุกคนที่เห็นแทบจะหยุดหายใจไปกับเหตุการณ์นี้ แต่ว่า... วูบ!! ก้อนเปลวเพลิงขนาดใหญ่ถูกดูดกลืนเข้ามาในแขนเปลวเพลิงของรามจนหมดสิ้น รามรู้สึกได้ว่า พลังวิญญาณของเขาถูกฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง แต่... ด้วยการดูดกลืนเปลวเพลิงอย่างงั้นหรอ?   ''ถอยออกไปก่อน'' ขณะที่น้ำกำลังตกตะลึง รามก็หันมาพูดกับเธอเบาๆ พร้อมกับหันไปมองผู้มาเยือนทั้ง 3 ที่นำพาเรื่องยุ่งยากมาให้กับพวกเขา ''พวกแกทั้งหมดซวยแน่''   รามดึงดาบออกพร้อมทั้งกระโดดพุ่งเข้าหาโนมนักรบอย่างไม่หวั่นเกรง หลังจากดูดกลืนเปลวเพลิงไปแล้วรามกลับรู้สึกกะปรี้กะเปร่าเป็นอย่างมาก ตอนนี้พวกโนมนักเวทก็ถูกเสี่ยวฉางจัดการไปจนหมดทั้ง 3 ตัวแล้ว มาคัสจึงสามารถทำการก่อกวนพวกมันได้โดยไม่มีสิ่งขัดขวาง อีกไม่นานหลังจากนี้ลูก้าก็คงจะตามมาสมทบได้   แต่ตอนนี้รามเป็นเสมือนกับปีศาจกระหายเลือด มือขวาของเขาเผาผลาญทุกชีวิตรอบตัวไปอย่างเยือกเย็น คมดาบฟันผ่านทุกชีวิตอย่างไม่มีการให้อภัยใดๆ แต่อาวุธของพวกโนมนักรบเหมือนเป็นเพียงสิ่งของประดับไร้ค่า พวกมันไม่สามารถใช้อาวุธสัมผัสได้กับร่างกายของมนุษย์ตนนี้เลยแม้แต่เศษเสี้ยว มนุษย์ที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอแต่กลับมีตัวตนที่แข็งแกร่งในระดับนี้ แค่เพียงคนเดียวก็ทำให้พวกโนมนักรบรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากแล้ว   ยิ่งเข่นฆ่า รามยิ่งรู้สึกพวกมันยิ่งไร้ค่ามากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ พวกโนมแม้สวมใส่เกราะพร้อมอาวุธที่ดูดีขึ้นกว่าเก่า สวมใส่อย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนเรื่องที่มันเบาสติปัญญาไปได้ เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดที่กำเนิดขึ้นในโลกใต้ดินแล้ว พวกมันจึงเป็นได้เพียงเหยื่อในสายตา...   ''พวกนายไม่คิดจะช่วยเลยหรือไง!!'' ภายนอกการต่อสู้ อารินได้หันหลังไปตะโกนใส่กลุ่มที่นำพาเรื่องเลวร้ายมาให้ แต่กลับไม่คิดจะทำประโยชน์ให้เลยแม้แต่น้อย   ''พวกฉันจะทำอะไรได้! ไม่เห็นหรือไงว่าพวกมันมีเยอะมากขนาดไหน!'' หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มตะโกนสวนกลับไป เธอยกนิ้วชี้ไปยังกลุ่มของพวกโนมนักรบที่มีจำนวนมากกว่า 30 ตัว แต่ในตอนนี้เธอกลับเห็นว่ามีมนุษย์อยู่คนหนึ่งที่กำลังเข่นฆ่าพวกโนมอย่างง่ายดาย ทำให้เธอรู้สึกขนลุกชันไปทั้งร่างด้วยความหวาดกลัว   ''หรอ?'' อารินถอนหายใจยาวออก เธอเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นพร้อมยกมือขึ้น เพี๊ยะ!! อารินประทับรอยฝ่ามือของเธอลงไปบนใบหน้าของหญิงสาวที่ไม่รู้จักนี้อย่างแรง ''พวกเธอเป็นคนนำพาปัญญานี้มาให้ แต่ไม่คิดที่จะช่วยจัดการเลยแม้แต่น้อย? พวกเธอรู้เอาไว้เถอะว่าโลกนี้มันไม่มีอะไรฟรี ถ้าหากเธอคิดจะช่วยเหลือพวกฉันบ้างพวกฉันก็อาจจะช่วยเหลือเธอ แต่ในตอนนี้มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ฉันจะต้องช่วยพวกขยะไร้ประโยชน์แบบพวกเธอ'' อารินกล่าวเหยียดหยามออกมาอย่างชัดเจน   ในตอนนั้นเองชายทั้งสองคนที่อยู่กลุ่มเดียวกับ หญิงสาวไร้มารยาทก็ได้ยืนขึ้นมาจ้องมองข่มขู่อารินเพื่อหวังให้เธอกลัว   ''เธอคิดว่าทำร้ายพวกฉันแล้วจะรอดออกไปได้ง่ายๆ?'' ชายหนุ่มพูดราวกับว่ามันเก่งมาก ท่าทีนักเลงเก่านี้ทำให้เธออยากจะหัวเราะออกมา   ''ขยะยังไงก็ยังเป็นขยะ กล้าทิ้งเพื่อนของตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอด และยังกล้ามาขึ้นเสียงกับคนที่ช่วยชีวิต พวกแกนี้มันน่ารังเกียจกว่าพวกโนมพวกนี้อีกนะเนี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า'' อารินยังคงพูดดูถูกเหยียดหยามพร้อมทั้งหัวเราะออกมาอย่างไม่คิดกลัวอะไรแม้แต่น้อย   ''ไอ้ผู้หญิงบัดซบ!!'' ชายอีกคนดูเหมือนจะเก็บอารมณ์ของมันไม่ไหวอีกต่อไป มันได้พุ่งแขนของมันมาเพื่อหวังจะจับใบหน้าของอาริน   แต่มันกลับไม่สังเกตุเลย ว่าตอนนี้รอบตัวมันมีคนเพิ่มขึ้นมาสองคน... หมับ! ฝ่ามือของเสี่ยวฉางพุ่งไปจับข้อมือของมันเอาไว้ก่อนที่จะถึงตัวของอาริน เสี่ยวฉางไม่คิดจะหยุดแต่เพียงเท่านั้น เขาง้างหมัดอีกข้างขึ้นซัดเข้าใส่หน้าท้องของมันเต็มแรง ปั้ง!! เมื่อหมัดของเสี่ยวฉางปะทะเข้ากับหน้าท้องของมัน ใบหน้าของมันพลันเขียวคล้ำ มันล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นพร้อมส่งเสียงร้องโอดครวญ   ชายอีกคนที่เหลืออยู่นั้นคิดจะเข้าไปช่วยเหลือสหาย หากแต่มันกลับถูกฝ่ามือขนาดใหญ่ของลูก้าจับเอาไว้ที่ไหล่ พละกำลังของลูก้านั้นมหาศาลเป็นอย่างมาก เขาสามารถกดร่างของมันให้ลงไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นได้โดยไม่ต้องอาศัยพลังพรสวรรค์เลยสักนิด   เมื่อเห็นว่าผู้ชายทั้งสองคนไม่สามารถทำอะไรได้ หญิงสาวที่ถูกตบหน้าไปก็คิดที่จะใช้พลังพรสวรรค์ของเธอเอง ขาทั้งสองข้างของเธอเปลี่ยนไปคล้ายกับขาของสุนัขสีขาว ก่อนที่เธอจะได้คิดหนี เธอก็เห็นว่ามีอุ้งมือของพยัคฆ์ที่มีน้ำหมุนวนอยู่มาจ่อที่ลำคอของเธอทั้งสองด้าน   ''ขอโทษด้วยนะคะ ฉันคงจะให้คุณหนีไปไม่ได้'' น้ำที่หายจากอาการกลัวก็คิดจะช่วยเหลือเพื่อนๆ ของเธอ ถ้าหากแค่ข่มขู่มันก็คงจะไม่ยากเกินไป   อารินไม่ได้สนใจอะไรอีก ตอนนี้เธอหันมองไปรอบตัวก็พบว่าทุกคนยกเว้นรามนั้นถอนตัวออกจากการต่อสู้หมดแล้ว แม้เธอจะเกิดความกังวลแต่มันก็เล็กน้อยเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้รามจัดการโนมนักรบไปแล้วกว่า 20 ตัวโดยที่ไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือของพวกเธอมากนัก   ''พลังวิญญาณของฉันหมดแล้ว'' ลูก้าพูดขึ้นมาช้าๆ สายตาจ้องมองไปที่รามซึ่งยังคงต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ''เขาสุดยอดจริงๆ... ไม่อยากจะเชื่อว่าเรานั้นเกิดบนโลกใบเดียวกัน'' ความสามารถของรามมันผิดปรกติเป็นอย่างมาก จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชม   เสี่ยงฉางจ้องมองไปที่ราม เขาเองก็อยากจะชื่นชมแต่ก็กลัวจะเสียหน้า เมื่อลองมองดูแล้วทุกคนดูจะไม่รู้ถึงความเป็นมาของรามเลย แต่เสี่ยวฉางนั้นคิดว่าตัวเองรู้ว่ารามนั้นเป็นคนที่มาจากไหน ''ถ้าพวกนายทุกคนเกิดขึ้นมาในสถานที่เดียวกับมัน พวกนายทุกคนก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้'' เสี่ยวฉางพูดขึ้นทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน แต่เขาก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรต่อ   ''แล้วคนพวกนี้เราควรจะทำยังไงหรอคะ?'' น้ำพูดถามขึ้น   อารินยกยิ้มขึ้นช้าๆ ''เรื่องนี้ ฉันคิดว่าควรจะให้เขาเป็นคนตัดสินใจดีกว่า ฉันกลัวว่าฉันจะใจดีเกินไปและไม่กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ควรจะทำ'' เธอชี้นิ้วไปยังรามที่กำลังสังหารพวกโนมอยู่   แค่เพียงมองดู พวกมันทั้ง 3 ก็รู้ได้แล้วว่ารามไม่มีความเมตตาใดๆ ให้กับพวกมันแน่ๆ ตอนนี้พวกมันเพียงจะขอภาวนาต่อพระเจ้าทั้งหลาย ให้มีสิ่งใดๆ ทำให้เจ้ามนุษย์สัตว์ประหลาดตนนั้นเสียชีวิตไปเสีย เพื่อที่จะต่อเวลาชีวิตให้พวกมันยาวขึ้นไปอีก   ซึ่งน่าเสียดาย   ไม่นานหลังจากนั้นพวกโนมนักรบทั้งหมดก็ได้ตายลงไป...