หลินเจิ้งฉีนั่งหันหลังให้ประตูจึงไม่รู้ว่าหย่งลี่อันกำลังยืนรอฟังคำตอบของเขาอยู่ตรงนั้น ส่วนผู้ใหญ่ในบ้านต่างก็มองเห็นเธอแล้ว แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลินเจิ้งฉีรู้ว่าที่คุณอาเล็กพูดประโยคนี้ขึ้นมาเพราะเป็ห่วงเขา และอยากให้เขาคิดทบทวนเื่นี้ใหม่ แต่เขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ เขาได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งไปแล้วจริงๆ อีกทั้งหลินเจิ้งฉีคนเดิมก็ยังแอบชอบสาวน้อยคนนี้อยู่เสียด้วย
หลินเจิ้งฉีมองหน้าญาติผู้ใหญ่ทั้งหมดอีกครั้ง และเขา้าคลายความกังวลและอยากทำให้ทุกคนเข้าใจอย่างชัดเจนตรงกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง “คุณอาเล็กพูดถูกแล้วล่ะครับ ผมแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่จริงๆ แต่ทุกคนคงไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือลี่อันนี่ล่ะครับ เกิดเื่นี้ขึ้นทำให้ผมโชคดีได้แต่งงานกับคนที่ผมแอบชอบ แต่ลี่อันไม่เหมือนกันครับ เธอต้องมาแต่งงานกับผมซึ่งเป็แค่ผู้ชายแปลกหน้าจนๆ คนหนึ่ง คนที่ควรจะทุกข์ใจไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็เธอมากกว่า”
คุณปู่ คุณย่า ลุงใหญ่ และอาเล็กต่างก็คลายกังวลเมื่อได้ยินอย่างนั้น อย่างน้อยหลานชายของพวกเขาก็ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองแอบชอบล่ะน่า เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ยังอยากเห็นหลานชายแต่งงานไปอย่างมีความสุข
“แกก็ถามเธอดูเองเถอะ ดึกมากแล้วปู่คงต้องกลับบ้านก่อน มีเื่อะไรแกก็ไปหาปู่ได้ ตอนนี้เรายังมีเวลาอีกห้าวัน ค่อยๆ คิดหาวิธีกันไปก่อน”
หลินเจิ้งฉีลุกขึ้นเพื่อเตรียมจะเดินออกไปส่งญาติผู้ใหญ่ เขาก็หันมาเห็นหย่งลี่อันยืนน้ำตาคลออยู่พอดี เขาได้แต่เดินไปส่งทุกคนที่หน้าบ้าน และคิดเอาไว้ในใจว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาคุยกับหญิงสาวให้เข้าใจ เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าที่เธอกำลังน้ำตาคลออยู่นี้เพราะได้ยินที่เขาพูดกับญาติผู้ใหญ่ของเขาถึงตรงไหน ในเมื่อจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ก็ไม่ควรที่จะมีเื่คาใจ เคลียร์กันให้เข้าใจจะดีกว่า
“คุณใส่เสื้อผ้าชุดเก่าของแม่ผมไปก่อนนะ” หลินเจิ้งฉีส่งเสื้อผ้าชุดเก่าให้หย่งลี่อันหลังจากที่พวกเขากินข้าวเสร็จ และส่งน้องทั้งสองคนเข้านอนแล้ว
“ขอบคุณค่ะ”
“ผมตักน้ำมาไว้ในห้องอาบน้ำให้แล้ว คุณไปจัดการตัวเองก่อนก็แล้วกัน” หลินเจิ้งฉีกำลังจะหันหลังเดินออกไป
“แล้วคุณล่ะคะ” หย่งลี่อันรีบถามขึ้น
“ผมจะไปอาบน้ำที่คลองหลังบ้าน เสร็จแล้วคุณก็นั่งรอผมก่อนนะ ผมมีอะไรจะคุยด้วย”
“ตอนค่ำคุณยืนอยู่หน้าประตูนานแล้วหรือยัง ได้ยินที่ผมพูดกับคุณปู่ถึงตรงไหน” หลินเจิ้งฉีถาม
“ฉันเดินเข้ามาได้ยินที่อาเล็กถามคุณพอดีค่ะ” หย่งลี่อันก้มหน้าตอบ เพราะกลัวเขาจะไม่พอใจและคิดว่าเธอเดินไปแอบฟัง
“ถามว่าอะไร” หลินเจิ้งฉีจงใจถามย้ำ เขาอยากให้เธอมีความกล้ามากกว่านี้ เขาจะเป็สามีเธอนะไม่ใช่เ้าชีวิต
หย่งลี่อันตัวสั่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของเขา “ถามว่า...ถามว่าคุณจะไม่เสียใจหรือที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รัก”
“แล้วคุณยังได้ยินอะไรอีกไหม” หลินเจิ้งฉีถามเสียงเข้มอีกครั้ง
“คุณอาเล็กบอกว่าคุณมีคนที่แอบชอบอยู่แล้ว” หย่งลี่อันรีบตอบเพราะกลัวหลินเจิ้งฉีจะไม่พอใจขึ้นมาอีก
“แล้วผมตอบอาเล็กไปว่ายังไง”
“คุณบอกว่าลี่อันคือคนที่คุณแอบชอบ คุณโชคดีที่ได้แต่งงานกับเธอ” หย่งลี่อันร้องไห้ออกมาในที่สุด
“คุณเสียใจที่ผมแอบชอบคุณ และคุณก็กำลังเสียใจที่ต้องมาแต่งงานกับผมใช่ไหม” หลินเจิ้งฉีถามด้วยน้ำเสียงปกติ
“ฉันเสียใจที่คุณต้องมาแต่งงานกับฉันมากกว่าค่ะ คุณต้องมารับผิดชอบฉันทั้งๆ ที่ในใจของคุณมีคนที่คุณแอบชอบอยู่แล้ว” หย่งลี่อันร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม
“คุณหย่ง ผมแอบรักใครและผมต้องแต่งงานกับใครนะ คุณช่วยพูดชื่อของเธอให้ผมฟังอีกครั้งได้ไหม”
“คุณแอบรักคุณลี่อันและคุณต้องแต่งงานกับคุณลี่...” หย่งลี่อันตาโตขึ้นด้วยความใ “คุ...คุณหมายถึงฉันอย่างนั้นหรือคะ”
“ถ้าคุณคือคุณหย่งลี่อัน อย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ”
“คุณแอบชอบฉันจริงๆ หรือคะ”
“ผมเคยไปส่งของที่หมู่บ้านของคุณอยู่สองสามครั้ง มีครั้งหนึ่งที่ผมเห็นคุณนั่งร้องไห้อยู่ที่ริมแม่น้ำ คงเป็ตอนนั้นมั้งครับที่ผมแอบชอบคุณ” หลินเจิ้งฉีหน้าแดงขึ้นมาเอง ก็เขาไม่เคยบอกรักใครเลยนี่นา แม้แต่ชาติที่แล้วที่เขาแอบชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เขายังแสดงออกแค่ความเป็เพื่อนให้เธอเห็น แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงกล้าสารภาพรักกับผู้หญิงตรงหน้าได้อย่างคล่องปากอย่างนี้ล่ะ “แต่คนฐานะอย่างผมจะมีสิทธิ์ไปสู่ขอใครมาเป็ภรรยาได้ล่ะครับ แค่เลี้ยงตัวเองไปวันๆ ยังแทบจะไม่รอด แล้วทีนี้คุณพอจะบอกเหตุผลให้ผมฟังได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงร้องไห้”
“ฉัน...เอ่อ...ฉันไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็ฉัน ฉันก็เลยเข้าใจผิดน่ะค่ะ” หย่งลี่อันหน้าแดงไม่แพ้กัน
“อันอัน ผมเรียกคุณอย่างนี้ได้ไหมครับ” เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้ารับ หลินเจิ้งฉีก็พูดต่อ “คุณไม่เสียใจที่จะต้องมาแต่งงานกับผมใช่ไหมครับ”
“ฉัน...ฉันไม่เสียใจค่ะ” หย่งลี่อันตอบรับเสียงเบา
“ผมรู้ว่าเหตุการณ์วันนี้มันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมจะไม่คาดคั้นเอาคำตอบอะไรจากคุณในวันนี้หรอกนะครับ ผมอยากให้เราเรียนรู้และศึกษากันไป คุณไม่ต้องกดดันตัวเองจนเกินไป ตอนนี้คุณเป็ภรรยาของผมก็เท่ากับว่าคุณก็คือเ้าของบ้านหลังนี้ด้วย ผมกับน้องๆ เราอยู่ด้วยกันแบบสบายๆ ผมก็อยากให้คุณทำอย่างนั้น และที่สำคัญ ผมอยากให้เราอยู่ด้วยกันอย่างจริงใจ เมื่อไหร่ที่คุณมีเื่ไม่สบายใจหรือมีเื่ที่ไม่เข้าใจ คุณอย่าเก็บเื่พวกนั้นไว้ในใจคนเดียว ผมขอให้คุณมาพูดกับผม มาปรึกษาผม เราเป็ครอบครัวเดียวกันเมื่อมีปัญหาเราก็ต้องปรึกษากัน ผมพูดถูกไหมครับ”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
“เข้าใจแล้วก็ต้องทำให้ได้ด้วย”
“แล้วเื่เงินล่ะคะ คุณจะไปหามาจากที่ไหน” ในเมื่อหลินเจิ้งฉีเปิดโอกาสให้เธอพูด หย่งลี่อันจึงถามเื่ที่เธอกังวลมาตลอดออกไป
“เื่นี้ผมมีทางออกอยู่แล้วล่ะครับ คุณสบายใจได้” หลินเจิ้งฉีพูดโกหกออกไปก่อนเพราะไม่อยากให้หญิงสาวคิดมาก เขาสังเกตเห็นความอ่อนล้าบนใบหน้าของหย่งลี่อันได้ชัดเจน “นี่ก็ดึกมากแล้ว เราเข้านอนกันเถอะ”
หย่งลี่อันแทบจะหายง่วงในทันที นอนอย่างนั้นหรือ แล้วเธอจะไปนอนที่ไหนล่ะ “คุณ...คุณเข้านอนก่อนเลยค่ะ”
“คุณเข้าไปนอนที่เตียงด้านในเถอะ ผมจะนอนด้านนอกเอง” หลินเจิ้งฉีจูงมือหญิงสาวมาที่เตียง ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับไป