ตอนที่ 13
าแ
“นังสารเลววันนี้ต้องเป็วันตายของเ้า” ฮุ่ยซันกงไม่อาจใช้เหตุผลได้อีกต่อไปแล้ว ยามนี้ร่างของฮุ่ยซันกงทะยานเข้าหาไป๋ซิงซินอย่างรวดเร็วพร้อมดาบที่ชักออกมาเตรียมฟาดฟันร่างของนางให้ขาดเป็สองท่อนทว่าความเร็วของไป๋ซิงซินนั้นสูงกว่าฮุ่ยซันกงมาก ยามดาบของฮุ่ยซันกงฟาดฟันออกมาไป๋ซิงซินก็เบี่ยงตัวหลบหลีกไปเสียแล้ว
เคร๊ง!!
ไป๋ซิงซินหลบดาบของฮุ่ยซันกงได้ไม่เท่าไหร่อยู่ๆดาบของฮุ่ยจินอวิ๋นก็เหวี่ยงตามเข้ามาในจังหวะที่นางหลบหลีกออกมาแล้วพอดีทำให้ไป๋ซิงซินต้องฝืนใช้กระบี่รับการโจมตีของฮุ่ยจินอวิ๋นเอาไว้
เคร๊ง!
ยามฮุ่ยจินอวิ๋นโจมตีเสร็จฮุ่ยซันกงก็อาศัยจังหวะนี้โจมตีไป๋ซิงซินอีกครั้งทำเอาไป๋ซิงซินได้แต่ตั้งรับอย่างเดียวไม่อาจเปลี่ยนมาเป็ฝ่ายโจมตีได้เลยแต่เดิมความน่ากลัวของสำนักราชสีห์คู่ก็คือการประสานโจมตีอยู่แล้ว ยิ่งเป็การประสานโจมตีของราชสีห์คู่พี่น้องแห่งสกุลฮุยด้วยแล้วยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ต่อให้อีกฝ่ายเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่มีพลังฝีมือมากกว่าแต่หากเจอเข้ากับการโจมตีประสานของสองพี่น้องสกุลฮุยเข้าก็อาจจะพ่ายแพ้ได้โดยง่ายอยู่ดี
“...” ยิ่งปะทะไป๋ซิงซินยิ่งตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบไม่ใช่เพียงเ้าสำนักทั้งสองต่างก็เป็ระดับาุโที่มีพลังิญญาแข็งแกร่งกว่าไป๋ซิงซินหรือกระบวนท่าสอดประสานที่รับมือได้ยากเท่านั้นแต่ฝ่ายไป๋ซิงซินกลับไม่มีท่าทีอยากจะโจมตีสวนกลับใส่คนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย
ความจริงสำนักปราบมารที่ขึ้นตรงกับวังหลวงนั้นมีอำนาจในการสังหารเหล่าผู้ฝึกฝนวิชามารและผู้ขัดขวางและให้ความร่วมมือกับผู้ฝึกฝนวิชามารอยู่แล้วหรือก็คือต่อให้ไป๋ซิงซินสังหารสองพี่น้องสกุลฮุ่ยไปพร้อมกันตรงนี้นางก็ไม่มีความผิดแต่อาจจะเป็เพราะความยึดมั่นส่วนตัวทำให้ไป๋ซิงซินนั้นไม่อาจจะลงมือกับมนุษย์ปกติที่ไม่ได้ฝึกฝนวิชามารได้ถึงทั้งสองจะพยายามโจมตีเพื่อสังหารตนแต่ไป๋ซิงซินก็มิอาจโจมตีผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนวิชามารได้จริงๆ
เคร๊ง!!
เมื่อฝ่านหนึ่งเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกฝ่ายไม่อาจปะทะเต็มแรงผลลัพธ์ที่ออกมาก็ย่อมเป็การรุกไล่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น
“พี่ซิงซิน”ระหว่างที่ไป๋ซิงซินกำลังโดนไล่ต้อนอยู่นั้นอยู่ๆเสียงของชุนหยางก็ดังแว่วมาจากระยะไกลพร้อมก้อนหินก้อนหนึ่งที่ถูกปาเข้าใส่ฮุ่ยจินอวิ๋นเข้ากลางหน้าอย่างพอดิบพอดีกับอีแค่ก้อนหินไม่ควรทำอันตรายฮุ่ยจินอวิ๋นที่เป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาได้แท้ๆ แต่ก้อนหินก้อนนั้นกลับกระแทกเข้ากลางคิ้วของฮุ่ยจินอวิ๋นจนเกิดรอยแตกเสียจนเืไหลเป็ทาง
“ไปกันเถอะขอรับ” ชุนหยางซัดก้อนหินเข้าใส่ฮุ่ยซันกงและฮุ่ยจินอวิ๋นไม่ยั้งเล่นเอาทั้งสองโดนก้อนหินกระแทกใส่ร่างไปหลายครั้งถึงจะได้รับาเ็ไม่มากแต่มันก็มากพอจะเปิดโอกาสให้ไป๋ซิงซินได้ทิ้งระยะห่างจากทั้งสองคนอย่างง่ายดาย
“จับมันเอาไว้”ทันทีที่เห็นไป๋ซิงซินหันหลังวิ่งหนี ฮุ่ยซันกงผู้เป็เ้าสำนักพลันสั่งให้เหล่าศิษย์เข้าไปขัดขวางไป๋ซิงซินเอาไว้เพียงแต่คำสั่งของมันกลับผ่านไปราวกับสายลมอันว่างเปล่า เหล่าศิษย์ทั้งที่อยู่ในลายฝึกทั้งที่เพิ่งติดตามเ้าสำนักกลับมาถึงต่างก็ไม่มีใครก้าวเท้าออกไปเพื่อขัดขวางไป๋ซิงซินแม้แต่คนเดียว
“ไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุก” ยามเห็นเหล่าศิษย์ไม่ยอมทำตามคำสั่งฮุ่ยซันกงยิ่งเดือดดาลเขาวิ่งไล่ตามไป๋ซิงซินไปทันทีแต่ความเร็วของไป๋ซิงซินนั้นกลับเหนือกว่าพวกตนมากต่อให้พลังิญญาของพี่น้องสกุลฮุ่ยสูงกว่าแต่ด้านวิชาตัวเบาไป๋ซิงซินเหนือกว่าลิบลับเพียงแต่เป้าหมายไม่ได้มีเพียงไป๋ซิงซินเท่านั้นนี่สิ
“เอ๊ะ...” ชุนหยางเห็นไป๋ซิงซินถอยออกมาได้สำเร็จแล้วก็รู้สึกโล่งใจอยู่หรอกแต่พริบตาต่อมาอยู่ๆเป้าหมายของฮุ่ยซันกงก็เปลี่ยนมาทางชุนหยางเสียอย่างนั้นทำเอาชุนหยางที่ยังไม่ได้เรียนวิชาตัวเบาแบบจริงๆจังๆเสียด้วยซ้ำได้แต่เหงื่อตกยืนอยู่ต่อหน้าฮุ่ยซันกงที่กำลังง้างดาบพุ่งเข้ามาหาตนเอง
เปรี้ยง!!
ชุนหยางเองก็อยากจะหลบดาบของฮุ่ยซันกงอยู่หรอกแต่เพราะความเร็วของเขาสูงกว่ามากทำให้ชุนหยางได้แต่ฝืนรับการโจมตีของฮุ่ยซันกงเท่านั้น
“อัก...” เพราะความเร็วของชุนหยางไม่มากพอจะหลบแต่สายตาของชุนหยางก็ยังไวพอจะจับจ้องดาบของฮุ่ยซันกงเอาไว้ได้พริบตาก่อนที่ดาบของฮุ่ยซันกงจะกระแทกเข้าใส่ตัวชุนหยางรวบรวมพลังิญญาทั้งหมดไปที่ฝ่ามือก่อนจะกระแทกสวนคมดาบของฮุ่ยซันกงเข้าไปเต็มแรงแน่นอนว่าชุนหยางไม่ได้ฝึกวิชาหนังเหนียวมายามฝ่ามือเปล่าๆกระแทกเข้าใส่คมดาบย่อมเกิดาแแต่เพราะชุนหยางรวบรวมพลังิญญาจำนวนมากเอาไว้ที่ฝ่ามือทำให้าแไม่ได้หนักหนาอะไรแต่ถึงอย่างนั้นร่างของชุนหยางก็โดนเหวี่ยงลอยข้ามกำแพงสำนักออกมากระแทกกับถนนด้านนอกเลยทีเดียว
“รอดสินะ..”ชุนหยางนอนมองท้องฟ้าด้วยท่าทีหมดเรี่ยวแรงไม่นึกเลยว่าตนจะสามารถรับดาบของผู้ฝึกฝนพลังิญญาเอาไว้ได้ทั้งๆที่พลังิญญาห่างกันตั้งขนาดนั้นดูท่าแล้วชุนหยางคงต้องขอบคุณพี่ซิงซินที่สอนวิธีเคลื่อนพลังิญญามาให้แล้วสินะ
“ชุนหยางเ้าเป็อะไรหรือเปล่า”ไป๋ซิงซินที่หนีออกมาก่อนเห็นชุนหยางถูกเหวี่ยงลอยตามมาจนกระแทกเข้ากับพื้นก็รีบเข้าไปดูด้วยความเป็ห่วงระดับพลังิญญาของชุนหยางนางย่อมเป็คนที่รู้ดีกว่าใครการที่ชุนหยางเข้าไปรับการโจมตีของเ้าสำนักเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากตายไปแล้วครึ่งหนึ่งหรอก
“ไม่เป็ไรขอรับ แต่มือของข้า...”ชุนหยางยกฝ่ามือขึ้นมาทำให้ไป๋ซิงซินได้เห็นว่าบนฝ่ามือของชุนหยางเกิดรอยแผลเป็ทางยาวเสียจนเืไหลอาบไปทั้งฝ่ามือแต่เมื่อเทียบกับการใช้ฝ่ามือเปล่าๆรับดาบของอีกฝ่ายมันทั้งๆแบบนั้นก็นับว่าาแเพียงเท่านี้ไม่หนักหนาอะไรเพียงแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ไป๋ซิงซินประหลาดใจก็คือาแที่ฝ่ามือของชุนหยางกำลังสมานตัวอย่างช้าๆราวกับร่างกายของชุนหยางกำลังพยายามรักษาตัวเองเสียอย่างนั้น
“นี่มัน...” ไป๋ซิงซินมองาแของชุนหยางด้วยสีหน้าประหลาดใจแต่เพราะตอนนี้ฮุ่ยซันกงกับฮุ่ยจินอวิ๋นยังไล่ตามพวกตนมาอยู่ไป๋ซิงซินก็เลยไม่อาจพูดอะไรได้มากกว่านี้นางอุ้มร่างของชุนหยางขึ้นมาก่อนจะพาชุนหยางวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็วจนฮุ่ยซันกงที่ไล่ตามมามองเห็นแค่เพียงเงาร่างของไป๋ซิงซินเท่านั้นท่าทางการจะตามความเร็วของนางคงไม่ใช่เื่ง่ายต่อให้นางอุ้มชุนหยางไปด้วยก็ตาม
“พวกเ้าทำบ้าอะไรกันทำไมถึงปล่อยผู้บุกรุกหนีไปได้” ไล่ตามไป๋ซิงซินไม่ทันเสียแล้วทั้งฮุ่ยซันกงทั้งฮุ่ยจินอวิ๋นต่างก็หันไปต่อว่าเหล่าศิษย์ที่ไม่ทำตามสั่งด้วยท่าทีเดือดดาลทันทีหากพวกศิษย์เข้าไปขวางสักหน่อยต่อก็คงจับตัวพวกไป๋ซิงซินได้แล้วแท้ๆ
“ท่านเ้าสำนัก นั่นเป็คนของสำนักปราบมารที่ขึ้นตรงกับวังหลวงนะขอรับพวกนั้นไม่ใช่ผู้บุกรุกขอรับ” ระหว่างโดนเ้าสำนักต่อว่า อยู่ๆศิษย์คนหนึ่งก็ตอบกลับเ้าสำนักด้วยท่าทีไม่พอใจเช่นกันั้แ่วันที่บุตรชายของเ้าสำนักสังหารพี่ใหญ่แล้ว วินาทีที่เ้าสำนักเข้าข้างบุตรชายแล้วทำให้การตายของพี่ใหญ่เป็เื่ไร้ความหมายก็ทำเอาเหล่าศิษย์ทุกคนเอาใจออกห่างเ้าสำนักกันหมดแล้วยามนี้เ้าสำนักต่อต้านคนของสำนักปราบมารเหล่าศิษย์เลยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว
“คนของสำนักปราบมารแล้วอย่างไร ถ้าพวกเ้าไม่ปริปากมันก็จบแล้วแค่พวกเราบอกว่านังนั่นไม่แสดงตัวว่าเป็คนของสำนักปราบมารแล้วใครมันจะมาเอาผิดเราได้”ฮุ่ยจินอวิ๋นผู้เป็เ้าสำนักคนน้องพูดออกมาเช่นเดียวกับตนที่ฮุ่ยหวงสังหารศิษย์พี่ใหญ่ไม่มีผิดขอเพียงไม่มีใครพูดเื่นี้ออกไปความตายของพี่ใหญ่ก็ไม่มีใครเอาผิดได้วันนั้นเหล่าศิษย์หวาดกลัวเ้าสำนักเพราะพวกเขาต่างก็เป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่แข็งแกร่งแต่ตอนนี้เ้าสำนักกลับไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งเข้าเสียแล้ว
“โห...เดี๋ยวนี้สำนักปราบมารของพวกเราดูไม่น่าเคารพเสียแล้วหรอกหรือ”ฮุ่ยซันกงกับฮุ่ยจินอวิ๋นต่อว่าเหล่าศิษย์เสียงดังจนได้ยินไปถึงทางเข้าสำนักทำให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญบังเอิญได้ยินเื่ที่ทั้งสองพูดคุยกันไปด้วยยามได้ยินว่าเ้าสำนักทั้งสองจะปิดบังความจริงและปิดบ้านตีคนของสำนักปราบมารหญิงสาวผู้อยู่หน้าประตูก็ไม่อาจทนฟังเฉยๆและเดินเข้ามาในสำนักราชสีห์คู่ทันที
“เ้า...” ยามเห็นการแต่งกายและหน้ากากรูปจิ้งจอกที่อยู่บนใบหน้าของหญิงสาวนางนั้นเหล่าเ้าสำนักของสำนักราชสีห์คู่ต่างก็ใบหน้าซีดเผือดเพราะพวกเขาทราบได้ทันทีว่าผู้มาเยือนคือคนของสำนักปราบมารเช่นเดียวกับผู้หญิงที่สังหารบุตรชายของฮุ่ยซันกงทว่า...พลังิญญาที่หลั่งไหลออกมาจากร่างของนางนั้นกลับต่างไปจากไป๋ซิงซินอย่างสิ้นเชิงหากเป็หญิงสาวตรงหน้าละก็ต่อให้ฮุ่ยซันกงและฮุ่ยจินอวิ๋นร่วมมือกันสู้ก็อาจจะทำอะไรนางไม่ได้เลยด้วยซ้ำกระมัง
“ท่าทางผู้ฝึกฝนวิชามารจะโดนจัดการไปแล้วเสียด้วยท่าทางงานที่นี่จะเหลือเพียงกำจัดผู้ช่วยเหลือผู้ฝึกฝนวิชามารสินะ” หญิงสาวผู้สวมใส่หน้ากากจิ้งจอกยิ้มหวานก่อนจะชักกระบี่ออกจากฝักด้วยท่าทางยิ้มแย้มราวกับกำลังจะเล่นสนุกไม่มีผิด
.
.
.
“ชุนหยาง เ้าเป็อย่างไรบ้าง”อีกฝั่งทางด้านของไป๋ซิงซินและชุนหยางที่พากันหนีมาจนถึงนอกเมืองแล้วกลับพบว่าาแของชุนหยางนั้นยังไม่หายสนิทอย่างที่ไป๋ซิงซินคิดทำให้ไป๋ซิงซินรู้สึกสงสัยอยู่บ้างว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้องหรือไม่
“ไม่เป็ไรขอรับ อีกไม่นานก็คงหาย”ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก ถึงาแจะไม่ได้ใหญ่มากแต่นี่ก็เป็ครั้งแรกที่ชุนหยางได้รับาเ็มากขนาดนี้ตอนแรกมันก็มีแค่ความรู้สึกชาและร้อนวูบวาบเท่านั้นแต่พอเวลาผ่านไปความรู้สึกเ็ปก็แล่นเข้ามาไม่หยุดแทบจะทันทีเลย
“ชุนหยาง เ้าลองรวบรวมพลังิญญาไปที่าแของเ้าดูสิ”ไป๋ซิงซินไม่ได้อธิบายอะไรให้ชุนหยางฟัง แต่นางกลับสั่งให้ชุนหยางรวบรวมพลังราวกับรู้อะไรบางอย่างมาเสียอย่างนั้น
“ขอรับ...” ถึงชุนหยางจะไม่เข้าใจความหมายของไป๋ซิงซินแต่ตัวเขาก็ยอมทำตามแต่โดยดียามรวบรวมพลังไปที่าแอย่างน้อยความรู้สึกเจ็บก็เบาบางลง เพียงแต่ชั่วอึดใจต่อมาอยู่ๆาแของชุนหยางก็เริ่มสมานตัวเร็วขึ้นจนชุนหยางยังสามารถมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเผลอเพียงครู่เดียวาแของชุนหยางก็เล็กลงจนดูเหมือนาแโดนมีดบาดธรรมดาเสียอย่างนั้น
“นี่มันอะไรกัน”ชุนหยางเบิกตากว้างมองฝ่ามือของตัวเองด้วยท่าทีไม่เข้าใจการรักษาที่รวดเร็วเช่นนี้ชุนหยางไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนนอกจาก...
“จริงๆเสียด้วย วิชามารราคะของเ้าดูดซับความสามารถพิเศษของข้าไปดูเหมือนตอนนี้เ้าก็คงสามารถใช้พลังิญญารักษาาแได้เช่นเดียวกันกับข้าสินะ”ไป๋ซิงซินมองาแที่กำลังสมานตัวของชุนหยางด้วยสีหน้าโล่งใจ เื่ที่มารราคะดูดซับพลังิญญาและความสามารถของคนอื่นนั้นเหล่าศิษย์และอาจารย์ของสำนักปราบมารต่างก็ทราบกันดีแต่เื่ที่มารราคะสามารถทำได้แม้กระทั่งดูดซับความสามารถพิเศษเฉพาะตัวอย่างการรักษาาแอย่างรวดเร็วนี้ก็คงมีเพียงไป๋ซิงซินเท่านั้นที่ได้รับทราบเป็คนแรก