ฉันเริ่มคิดแล้วว่าเมื่อรู้จุดหมายปลายทางคงจำเป็ต้องทิ้งบ้านแต่ยังคิดหาหนทางว่าจะไปยังไงระหว่างนี้ที่นี่คงปลอดภัยที่สุดแล้วเช้าวันหนึ่งฉันก็ได้ยินประกาศจากทางการ และเริ่มสังเกตว่าพวกเขาจะประกาศตอนเก้าโมงเช้าเนื้อหาที่ทางการประกาศแจ้งให้ประชาชนได้รู้จะวนอยู่แบบนั้นนานราวๆ หนึ่งชั่วโมงประกาศนั้นบอกว่าพวกเขาตั้งป้อมปราการอยู่ที่รัฐออริกอนและป้อมปราการอื่นอีกหลายรัฐ
พวกเขาบอกชื่อเมืองที่ตั้งของป้อมในแต่ละรัฐและยังบอกด้วยว่าใครที่ยังรอดและอยู่ไม่ไกลมากหรืออยู่ใกล้ที่ไหนหาก้าความช่วยเหลือให้หาทางไปที่นั่นได้เลยแหงล่ะฉันจะอยู่ทำไมอยู่เพื่ออะไรในเมื่อพ่อแม่และน้องชายของฉันไม่กลับมา อาหารก็เริ่มใกล้จะหมด
ในตอนนั้น ฉันคิดเพียงว่าแม้บ้านพ่อแม่ของฉันจะอยู่ใจกลางแคลิฟอร์เนียฉันก็จะไปให้ถึงรัฐออริกอน ที่ที่มีป้อมปราการและใกล้ที่สุด
ฉันแพ็คกระเป๋าแบ็คแพ็คหนึ่งใบเอาของใช้และของกินที่จำเป็ไปเท่านั้น ฉันเริ่มวางแผนว่าจะเดินทางไปยังไงแล้วฉันก็นึกได้ว่าเพื่อนบ้านของฉันมีรถ SUV และฉันรู้ว่าเขาห้อยกุญแจไว้ตรงไหนของบ้านเพราะเมื่อก่อนฉันและน้องชายตามพ่อแม่ไปปาร์ตี้บ้านเขาอยู่บ่อยๆ ตอนนี้ก็สิบโมงครึ่งแล้วฉันต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดฉันคำนวณระยะทางและคิดหาที่พักสักที่ที่ปลอดภัยก่อนฟ้าจะมืด
ฉันคิดหาวิธีงัดเข้าบ้านของฮิวโก้เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของพ่อแม่ฉัน เขาเป็พ่อหม้ายที่อาศัยอยู่เพียงคนเดียวและฉันเห็นเขาชักไปแล้วในสวนหลังบ้านั้แ่ตอนนั้นและตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าเขาไปหลบแสงแดดอยู่ที่ไหน
สองวันก่อนฉันเห็นเขาพยายามมาส่องบริเวณหน้าต่างบ้านฉัน ่พระอาทิตย์ลับแสงฉันที่แอบดูอยู่บนห้องชั้นสองสังเกตเห็นดวงตาสีดำของเขา เส้นเืสีดำแตกออกเป็แฉกๆขึ้นตามลำคอและใบหน้า ิัขาวซีด ปากและฟันของเขากลายเป็สีดำน้ำลายไหลยืด ถ้าเขาเห็นฉันเมื่อไหร่บางทีฉันอาจจะกลายเป็อาหารรสเลิศของเขาไปก็ได้
ฉันตัดสินใจเปิดประตูบ้านพร้อมกระเป๋าใบเดียวมองดูซ้ายขวาไม่เห็นมีใครหรืออะไรอยู่ด้านนอกนั่นจึงรีบไปดูบ้านฮิวโก้ ถ้าเขาอยู่ด้านนอกในวันนั้นแสดงว่าหลังบ้านเขาคงไม่ได้ล็อกและมันก็เป็จริงอย่างที่คิดประตูหลังบ้านคงเปิดเอาไว้ตอนฮิวโก้ออกไปทำสวนก่อนที่เขาจะชักและมันก็เปิดทิ้งอยู่อย่างนั้นฉันสอดส่ายสายตามองหาเขาตามมุมต่างๆ ในบ้านแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาคิดว่าเขาคงเข้าไปหลบแสงแดดอยู่ในตัวบ้านหรือไม่ก็ออกเดินทิ้งบ้านหลังนี้ไปแล้วถ้าเป็แบบนั้นคงดีไม่น้อย
ถึงอย่างไรเพื่อความปลอดภัยฉันก็แอบย่องให้เงียบที่สุดจนได้กุญแจไว้ในมือแล้วรีบเดินย่องไปยังโรงจอดรถที่ปิดประตูม้วนแบบอัตโนมัติฉันพุ่งไปกดสวิตช์เปิดประตูและรีบกดรีโมทเปิดรถ เสียงรีโมทปลดล็อกดังแทรกขึ้นกับเสียงประตูม้วนที่กำลังเลื่อนเปิดและเพราะมันจะเสียงดังมากฉันจึงไม่อยากกดเปิดไว้ในตอนนั้นที่ได้กุญแจมาจากเสียงนั้นฉันเกรงว่าหากฮิวโก้อยู่ในบ้านและได้ยินเขาจะหาฉันเจอในขณะที่ฉันเดินไม่ถึงรถและมันคงเป็อุปสรรคอย่างใหญ่หลวงกับผีที่เข้าสิงมนุษย์หุ่นหมี
ฉันรีบเดินเรียบรถไปยังฝั่งประตูคนขับแต่กุญแจรถเ้ากรรมก็ดันหลุดมือซะก่อน เสียงเอี๊ยดๆ ของประตูม้วนดังลั่นทุกวินาทีที่้าความเงียบ แล้วอยู่ๆ เสียงวิ่งด้วยฝีเท้าหนักๆของอะไรบางอย่างก็กำลังพุ่งตรงมาทางฉันจากด้านหลัง
ฉันหันไปมองตามเสียงนั้น พระเ้านั่นเป็ฮิวโก้เ้าของรถที่ฉันกำลังขโมย ฉันใสุดขีดเกือบแหกปากร้องฮิวโก้วิ่งมาถึงตัวฉันและเกือบคว้าตัวฉันเอาไว้ได้
มันเป็จังหวะเดียวกัน กับที่ฉันถลาไปหยิบพวงกุญแจรถยนต์แล้วไถลตัวไปด้านหน้า ขณะนั้นเองแสงแดดก็ลอดส่องผ่านประตูม้วนที่กำลังค่อยๆเปิดจนเกินครึ่งพอดี ยังดีที่หน้าบ้านของพวกเราหันหน้าไปยังทิศตะวันออกไม่เช่นนั้นฉันคงตกเป็เป้าเขาไปแล้ว
เขาถอยกรูดกลับไปยังเงามืดอย่างว่องไวผิดมนุษย์ไม่พอเมื่อแสงสว่างส่องไล่ไปทุกพื้นที่เขากลับถอยหลังไต่ขึ้นผนังจนถึงเพดานบ้านในลักษณะคลานสี่ขาแหงนหน้าจ้องฉันตาเขม็ง ขณะที่ตัวฉันกำลังอ้าปากค้างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่อย่างนั้นกว่าจะได้สตินึกได้ว่าต้องรีบหนีแล้ว
ฉันคว้าเอากระเป๋าที่หล่นอยู่บนพื้นจากนั้นก็พุ่งไปยังประตูรถแล้วเปิดมันออกอยู่ๆ ฮิวโก้ก็ะโลงจากเพดาน้า ในจังหวะที่ฉันกำลังปิดประตูรถ SUV ฉันดึงกระแทกมันเข้า แต่มันดันหนีบแขนของเขาเอาไว้และฉันก็รั้งประตูเอาไว้เช่นกันเมื่อดูท่าไม่ดีหากยังยื้อยุดอยู่คงพลาดท่าจึงตัดสินใจเปิดประตูออกแล้วถีบเขาซ้ำๆจนร่วงลงพื้น
เสียงเขากรีดร้องด้วยความเ็ปจากาแที่ถูกแสงแดดแผดเผาควันพวยพุ่งส่งกลิ่นเนื้อไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง ฉันเสียบกุญแจรถและสตาร์ทมันในขณะที่ตายังคงมองผ่านกระจกเห็นฮิวโก้ ถอยกรูดกลับเข้าไปในเงามืดิัที่อยู่นอกเสื้อผ้ามอดไหม้เสื้อผ้าของเขาถูกอาบไล้ด้วยเืสีดำ
ฉันรีบเหยียบคันเร่งรถพามันพุ่งออกจากตรงนั้นด้วยใจเต้นรัวและข้ามจังหวะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นจินตนาการไม่ออกเลยว่าต่อจากนี้ไปฉันจะเจออะไรอยู่ข้างนอกนั่น
ฉันกรีดร้องอยู่ภายในรถอย่างบ้าคลั่งเพราะความหวาดกลัว
กับสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ แต่จากนั้นฉันก็ต้องจำใจกัดฟันขับรถต่อไปเพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง
ในเวลานั้นไม่รู้เลยว่าที่ที่ฉันจะไปมันมีอยู่จริงตามที่ประกาศของทางการได้บอกเอาไว้หรือเปล่าแต่มันก็คือความหวังเดียวและเป็ความหวังสุดท้าย ฉันขับรถอย่างไม่หยุดพักแวะเติมน้ำมันและหาเสบียงจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านรวงเล็กๆ เท่านั้น