ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ตอนที่ 52 ชีวิตของเศรษฐี

              “ช่วยเอาสร้อยไข่มุกนี่ให้ผม ใช่ แถวนี้นี่แหละห่อให้หมด!”

                “สร้อยเพชรในตู้นี้เอาออกมาให้หมดด้วย!”

                “กำไลเงินหนึ่งร้อยวง! ใช่ เอาแบบนี้นี่แหละ!”

              “อะไรนะ มีไม่พองั้นเหรอ ร้านอัญมณีใหญ่โตขนาดนี้ ทำมาหากินยังไงเนี่ย”

                “เฮ้อ เสี่ยวหลาน จี้พระมรกตนั่นก็อยู่ในใบรายการเหมือนกันโยนใส่ถุงกระสอบเลย...”

                พนักงานขายยุ่งมือเป็นระวิง หยิงอัญมณีออกจากตู้สินค้าไม่ขาดสาย

                เป็นครั้งแรกที่พวกเธอรู้สึกว่าการขายอัญมณีสนุกขนาดนี้ไม่ต้องเปลืองน้ำลายหว่านล้อมให้ลูกค้าซื้อเพียงแค่หยิบออกจากตู้ไม่หยุดหย่อนก็พอแล้ว ความรู้สึกแบบนี้...เยี่ยมจริงๆ!

                หากไม่ใช่เพราะผู้ชายคนนั้น วางบัตรธนาคารมูลค่าพันล้านลงบนเคาน์เตอร์พวกเธอก็คงคิดว่าตัวเองกำลังช่วยหยิบของให้โจรอยู่!

                ผู้จัดการสาวสวยของร้านอัญมณียืนชิดอันหลินช่วยเขาหิ้วถุงกระสอบพลางยิ้มเอาใจ

                เมื่อเธอคิดว่าหลังจบการค้าขายนี้จะได้ผลประกอบการอันใหญ่โตกับค่าคอมมิชชั่นก้อนใหญ่ รอยยิ้มก็หยาดเยิ้มยิ่งขึ้น ออกแรงกางปากถุงกระสอบให้อ้ากว้างหวังว่าจะใส่ได้เยอะขึ้น ความรู้สึกแบบนี้...เยี่ยมไปเลย!

                ไม่ง่ายเลยกว่าอันหลินจะได้สัมผัสความรู้สึกของเศรษฐีโยนกำไลที่ราคาสูงวงแล้ววงเล่าลงในถุงกระสอบราวกับเป็นผักกาดขาวความรู้สึกแบบนี้...เยี่ยมไปเลย!

                มีผู้คนเบียดเสียดมุงดูเต็มนอกร้านอัญมณี

                พวกเขามองฉากอันตระการตาที่เกิดขึ้นภายในร้านอัญมณีด้วยความตะลึงงัน

                หากไม่ใช่เพราะใบหน้าของพนักงานขายและผู้จัดการมีรอยยิ้มแห่งความสุขพวกเขาคงคิดว่าร้านอัญมณีร้านนี้ถูกปล้นแล้ว!

                “ซื้ออัญมณีเหมือนกัน ทำไมถึงแตกต่างกับคนเขาขนาดนี้ล่ะ”

                “ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ที่แท้คนรวยซื้อของแบบนี้นี่เอง”

                “คนรวยฉันเคยเห็นมานักต่อนักแล้วแต่ไม่เคยเห็นคนรวยที่เสียสติซื้อกำไลอย่างบ้าคลั่งแบบนี้!”

                “กวาดซื้ออย่างใจป้ำแบบนี้ คงไม่ใช่คุณชายหวังชงคนนั้นหรอกนะ”

                “ไม่มีทาง ชายคนนั้นหล่อกว่าคุณชายหวังเยอะเลย!”

                “คุณพระ ฉันอยากวิ่งเข้าไปถามเศรษฐีรูปหล่อคนนั้นเหลือเกินว่าขาดคู่ขาหรือเปล่า”

                “เลิกเพ้อฝันได้แล้ว ไม่เห็นผู้จัดการสาวสวยของร้านอัญมณีคนนั้นเหรอผู้ชายเดินไปไหน เธอก็ตามไปนั่น...แย่งตำแหน่งคู่ขาไปตั้งนานแล้ว!”

                …

                ไม่นาน อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานก็ยกเค้าอัญมณีเกือบเกลี้ยงร้าน...

                เอ๊ะไม่สิ กว้านซื้อจนเกลี้ยงต่างหาก!

                จากนั้น อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานก็ยกกระสอบไปเก็บในรถ ท่ามกลางความยินดีปรีดาของพนักงานและฝูงชนที่ขนาบสองข้างทาง

                ตลอดทางนี้ เหตุการณ์แตกตื่นผิดปกติ ราวกับมีดาราใหญ่บางคนปรากฏตัวในห้างสรรพสินค้าอย่างไรอย่างนั้น

                เมื่อกลับถึงรถอันหลินก็เริ่มย้ายอัญมณีเหล่านั้นไปเก็บในแหวนมิติ

                อันที่จริงนักพรตในแคว้นจิ่วโจวไม่ได้ให้ความสำคัญกับเครื่องประดับในแดนมนุษย์พวกนี้เป็นพิเศษเพียงแค่สงสัยใคร่รู้ ถึงได้วานให้อันหลินช่วยหิ้วกลับไปให้

                พวกมันกำเนิดในแดนมนุษย์และผ่านการผลิตด้วยฝีมืออันมีเอกลักษณ์ของแดนมนุษย์ เป็นสินค้าเฉพาะถิ่นของแดนมนุษย์เสมือนเป็นของฝากจำพวกสวยงามน่าสนใจ เบื่อๆ ก็หยิบมาดูเล่นได้น้อยคนที่จะสวมใส่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

                และเป็นเพราะเหตุนนี้เองเงื่อนไขในการซื้อเครื่องประดับของพวกเขาจะต่ำลงอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วไม่กำหนดรูปแบบและคุณภาพ

                เช่นสร้อยเพชรพวกเขาต้องการแค่สร้อยคอประดับเพชรก็เพียงพอแล้ว ไม่สนใจว่ารูปแบบเป็นอย่างไรแม้กระทั่งว่าเพชรกี่กะรัตก็ไม่สนใจ อันหลินเองก็หมดกังวลเช่นกัน

                แต่ว่าซื้อเสื้อผ้าในลำดับต่อไป เป็นงานยากแล้ว

                เสื้อผ้าในแดนมนุษย์ค่อนข้างสมัยนิยมเป็นที่โปรดปรานของนักพรตบางคน

                มีนักพรตบางส่วนมักจะใส่เสื้อผ้าของแดนมนุษย์เวลาไปไหนมาไหน

                แม้ใบรายการฝากหิ้วเสื้อผ้าจะไม่เยอะแต่เงื่อนไขของเสื้อผ้าทุกชิ้นสูงมาก

                ต้องคำนึงที่ยี่ห้อประเภท ไซส์และรูปแบบ...

                อันหลินมองใบรายการในมือขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างกลัดกลุ้ม

                งานรับหิ้วไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

                แต่ทว่ารับหินวิญญาณมาแล้วเขาก็ทำได้แค่กัดฟันทำต่อไป

                ...

                ด้วยเหตุนี้อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานก็บุกศูนย์การค้านานาชาติอีกครั้ง

                ครั้งนี้เป็นการช้อปปิ้งเสื้อผ้าความยากเพิ่มขึ้น

                อันดับแรกเป็นเพราะความยากของตัวภารกิจเองอยู่แล้ว อันดับสองกลับเป็นเพราะสวีเสี่ยวหลาน

                นางสนใจเสื้อผ้าของแดนมนุษย์อยู่เช่นกันอยากซื้อสักสองสามชุดกลับไปใส่ที่แดนบำเพ็ญเซียน

                ตอนแรกอันหลินคิดว่าแค่ไม่กี่ชุดเป็นเรื่องที่จะจัดการได้ภายในไม่กี่นาที

                แต่ว่าเขาประเมินการช้อปปิ้งของสวีเสี่ยวหลานต่ำเกินไป...

                ...

                “อันหลิน เจ้าว่าข้าใส่กระโปรงตัวนี้สวยหรือไม่”

                “สวยมากเลย ซื้อชุดนี้แหละ!”

                “ใจเย็นๆ ลองดูตัวอื่นก่อน”

                …

                “อันหลิน เจ้าว่าข้าใส่เสื้อยืดตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

                “โอ้โฮ! สดใสมีชีวิตชีวา ยอดไปเลย รีบซื้อเถอะ!”

                “อ่า แต่รู้สึกว่าสีนี้ยังสว่างไม่พอ ลองเดินดูอีกหน่อยเถอะ...”

                …

                “อันหลิน เจ้าดูนี่สิ เสื้อลายดอกตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

                “อืม เหมาะกับเจ้ามาก เมื่อสวมใส่เจ้าเป็นดั่งภูตพฤกษาเลย จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!”

                “จริงหรือ! แต่ข้าคิดว่ามันลายหูลายตาไปหน่อยลองดูแบบอื่นก่อนดีกว่า”

                …

                “อันหลิน เจ้าดูตัวนี้สิ...”

                “อืม เยี่ยมมาก...”

                “อันหลิน เจ้าดูตัวนี้สิ...”

                “อืม...”

                “อันหลิน เจ้าว่าตัวนี้อยู่บนตัวข้าแล้ว...”

                “อืม...”

                …

                “อันหลิน ดูเหมือนตัวนี้จะใช้ได้เลย ซื้อตัวนี้ดีไหม”

                “อืม...”

                …

                อันหลินได้สติทันที นัยน์ตาเป็นประกายแวววับ

                “ดี! ซื้อๆ! รีบซื้อเร็วเข้า!”

                เขาลุกพรวดขึ้นมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก เกรงว่าสวีเสี่ยวหลานจะเปลี่ยนใจจึงรีบคว้าเสื้อแล้ววิ่งไปรูดบัตรจ่ายเงินทันที!

                เมื่อพนักงานเห็นอันหลินที่กุลีกุจอไปจ่ายเงินอย่างบ้าคลั่งก็อดพูดกับสวีเสี่ยวหลานที่อยู่ข้างๆ อย่างอิจฉาไม่ได้ว่า “แฟนของคุณดีจริงๆฉันไม่เคยเห็นผู้ชายที่กระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อนเลย!”

                บนใบหน้าขาวเนียนของสวีเสี่ยวหลาน เต็มไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง พูดว่า “ตอนนี้เพิ่งซื้อไปแค่ตัวเดียว แผนการของฉันคือเสื้อผ้าห้าชิ้นหนทางของเขายังอีกยาวไกล!”

                เมื่อจ่ายเงินแล้ว อันหลินที่กลับมาอย่างระริกระรี้ เมื่อได้ยินประโยคนี้แข้งขาก็อ่อนแรงทรุดลงคุกเข่า!

                …

                ช่วงพลบค่ำ เส้นทางแห่งการช้อปปิ้งก็ปิดฉากลงสักที

                แผนการการซื้อเสื้อผ้าของเขาเสร็จสิ้นไปแค่หนึ่งในห้าเท่านั้น แผนการเดิมคือทำให้เสร็จครึ่งหนึ่งแต่เกิดเหตุสุดวิสัย เหตุสุดวิสัยที่ว่านี้...พวกคุณรู้ดี

                สวีเสี่ยวหลานซื้อเสื้อผ้าห้าตัวกับชุดราตรีเรียบหรูตัวหนึ่ง

                ค่ำคืนนี้หวงซานซานจัดงานเลี้ยงเต้นรำ เชื้อเชิญบุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองและวงการค้าระดับสูงในแถบตะวันตกเฉียงใต้

                อันที่จริงเป้าประสงค์ของงานราตรีนี้เพื่อให้คนเหล่านี้ทำความรู้จักกับพวกอันหลิน

                ต่อไปหากมีเรื่องอะไรจะได้พยายามให้ความร่วมมือกับการทำภารกิจของพวกอันหลินได้อย่างเต็มที่

                อันหลินเองก็ซื้อชุดทักซิโด้หางยาวชุดหนึ่งมาเพื่องานเลี้ยงคืนนี้โดยเฉพาะเช่นกัน

                แม้เขาจะเพิ่งเคยใส่ชุดแบบนี้ครั้งแรกแต่เพราะรูปร่างของเขาไม่เลว หน้าตาก็ถือว่าดีบวกกับลักษณะพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของนักพรต จึงทำให้เมื่อมองก็ชวนให้รู้สึกว่าหล่อเหลาสง่างามอยู่เหมือนกัน

                ทางด้านสวีเสี่ยวหลานแม้จะให้นางใส่ชุดผ้าฝ้าย ก็ทำให้เกิดออร่าของนางฟ้าได้เหมือนกัน

                ด้วยเหตุนี้ปัญหาที่ ‘เสื้อผ้าเหมาหรือไม่เหมาะ’สำหรับนางแล้ว ไม่เคยมีอยู่เลยสักนิด!

                ม่านรัตติกาลมาเยือน เฟอร์รารี่มุ่งหน้าแล่นไปทางตำหนักหยกขาวท่ามกลางสายลมพัดหวีดหวิว

                ตำหนักหยกขาวเป็นสมาคมส่วนบุคคลเพราะอาคารหลักเป็นตำหนักสีขาว จึงได้ชื่อนี้มา

                และงานเลี้ยงเต้นรำของพวกอันหลินจัดในตำหนักหยกขาวแห่งนี้นี่เอง                                                                                                                                                                                              

     

    คล้ายกับเรื่องระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม ที่คุณอ่าน