บทนำ (3)
จะว่าไปพี่ใหญ่ก็ตั้งใจแต่งผู้หญิงคนนี้เข้ามาในตระกูลกัวเพื่อเติมเต็มตำแหน่งภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งแหวนเพชรบนมือของเธอก็เป็พี่ใหญ่ที่ซื้อให้
เช่นนั้นก็แสดงว่าจากนี้ไปผู้หญิงคนนี้ก็คือนายหญิงตระกูลกัว พวกเขาอย่าไปผิดใจด้วยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นหากหญิงจิตใจโเี้คนนี้ไปเป่าลมข้างหมอน[1] ใส่พี่ใหญ่เข้า ก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอพวกเขาอยู่
แม้พี่ใหญ่ของพวกเขาไม่เคยฟังคำของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับรองว่าเป็ไปไม่ได้...
นานๆ เข้า ก็ไม่มีใครช่วยพูดให้ชายหนุ่มอีกแล้ว
ชายหนุ่มมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความขบขัน ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วเดินออกจากห้องไป
ตอนที่เดินผ่านผู้หญิงคนนั้น เขาก็ได้ยินหล่อนเอ่ยอย่างได้ใจ “ลูกชายฉันจะต้องมาแทนที่แก”
สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงเรียบเฉย เอ่ยเงียบๆ ในใจ ‘โง่เง่า...’
วันต่อมา คนรับใช้เข้าไปทำความสะอาดห้องให้ชายหนุ่ม แต่กลับพบว่าห้องถูกเก็บกวาดเรียบร้อย ไม่เหลือข้าวของเลยสักชิ้น
คนรับใช้รีบลงมาด้านล่าง ะโลั่น “คุณชายใหญ่ออกจากบ้านไปแล้ว!”
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มกำลังแบกเป้เดินทางใบใหญ่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าสถานีรถไฟ “ฉันขอยืมเงินสักสามล้านสิ”
หลังจากที่เขาวางสาย ก็ไปซื้อตั๋วรถไฟออกจากเมือง A เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง
ส่วนเื่รายงานผลตรวจดีเอ็นเอนั่น เขาไม่ได้สนใจเื่หลังจากนั้นแล้ว เพราะเขารู้ว่าไม่มีใครไปตรวจสอบว่ามันเป็ของจริงหรือไม่
ขนาดชายคนนั้นยังไม่สนใจ แล้วทำไมคนอื่นจะต้องสนใจด้วยล่ะ
เป็อย่างที่ฮุ่ยฮุ่ยว่านั่นแหละ ชายคนนั้นเห็นแก่ตัวเสียยิ่งกว่าอะไร แถมยังมีลูกนอกสมรสอีกตั้งมากมาย หายไปคนหนึ่งก็ยังมีอีกถมไป ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีผู้สืบทอดหรอก...
...
(2) ดาราตัวน้อยที่ถูกใส่ร้าย
‘เว็บไซต์ข่าวรายงาน เมื่อคืนวานนักแสดงมู่เจ๋ออวี่และหนุ่มปริศนาเสพยาในไนต์คลับ ถูกนักข่าวถ่ายรูปเอาไว้ได้ ทั้งยังสาดเหล้าใส่นักข่าวอย่างรุนแรง ด้านล่างนี้คือภาพวิดีโอในไนต์คลับที่นักข่าวถ่ายได้เมื่อคืน...’
“ไปให้พ้น! ถ้ายังถ่ายอีกผมจะต่อยพวกคุณจริงด้วย!”
“ขอถามหน่อยครับ ทำไมต้องเสพยาที่นี่ด้วย เสพไปมากแค่ไหน แล้วเริ่มเสพั้แ่เมื่อไร”
“ไอ้เลวเอ๊ย! เจ๋ออวี่ไปเสพยาั้แ่เมื่อไร! ตาข้างไหนของแกที่เห็นว่าเจ๋ออวี่เสพยา! เขาถูกใส่ร้าย!!!” นี่คือเสียงของผู้จัดการมู่เจ๋ออวี่
“คุณบอกว่ามู่เจ๋ออวี่ถูกใส่ร้าย แล้วใครมีหลักฐานว่าเขาถูกใส่ร้ายบ้าง”
“ได้ยินมาว่าคุณชื่นชอบการแต่งหญิง เป็ไปได้ไหมว่าเพราะเสพยาจนหลอนเลยชอบคิดว่าตัวเองเป็ผู้หญิง หรือคุณจะเป็ M กันครับ” นักข่าวยื่นไมค์ถามมู่เจ๋ออวี่ที่อยู่ด้านข้างอีกครั้ง
“ได้ยินมาว่า...”
“ได้ยินกับแม่แกน่ะสิ เดี๋ยวก็พังซะเลยนี่!”
พูดจบ วินาทีถัดไปในวิดีโอก็มีเสียงหวีดร้องดังออกมา เป็เหล้าแก้วหนึ่งที่ถูกสาดใส่กล้องถ่าย จากนั้นเป็นิ้วสองนิ้วที่พุ่งเข้าใส่ฉับพลัน ทิ่มเข้าไปที่เลนส์กล้องโดยตรง แล้วภาพวิดีโอก็มืดลงในทันที
...
หน้าจอดับไป ‘หญิงสาว’ สุดสวยในชุดเกาะอกเผยไหล่ในวิดีโอก็หายไปด้วย
เสียง ‘ปิ๊บ’ ดังขึ้น โทรทัศน์ถูกปิดลง
อวี๋ซย่าผู้จัดการมู่เจ๋ออวี่โกรธสุดขีด เขาชี้ไปที่โทรทัศน์ “หลินลี่ทำเกินไปแล้ว! เธอทำแบบนี้ได้ยังไงกัน! ไม่ว่ายังไงพวกนายก็เคยคบกันถึงสามปีเชียวนะ ถึงไม่มีความรู้สึกแต่อย่างน้อยก็ควรมีไมตรีเหลือบ้างสิ แล้วเธอทำร้ายนายแบบนี้ได้ยังไง”
มู่เจ๋ออวี่นั่งเงียบๆ อยู่บนโซฟาอีกด้าน มือข้างหนึ่งก่ายหน้าผาก เปลือกตาปิดสนิท เหมือนกำลังพักผ่อนอยู่
“เจ๋ออวี่ นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินนายใช้คำหยาบด่าคน นุ่มนิ่มซะจนไม่เหมือนกำลังด่าคนเลย” อวี๋ซย่านึกถึงคำว่า ‘แม่แก’ ที่ท้ายคลิปแล้ว ก็อ่อนระทวยไปทั้งร่าง เสียงของเจ๋ออวี่นั้นเพราะมาก ขนาดด่าคนก็ยังน่าฟัง
มู่เจ๋ออวี่ “…”
“อีกอย่าง นี่นายเรียนศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงจนเก่งขนาดนั้นั้แ่เมื่อไรกัน ฉันเคยได้ยินแต่พวกฌานหนึ่งดัชนี[2] ยังไม่เคยได้ยินฌานสองดัชนีมาก่อนเลย เลนส์กล้องหนาขนาดนั้นแค่โดนนิ้วนายก็แตกแล้ว”
มู่เจ๋ออวี่ “...มันแตกที่ไหนกัน”
อวี๋ซย่ายักไหล่ เอาละ เขาพูดเกินจริงไปเอง เลนส์กล้องไม่ได้แตก นักข่าวคนนั้นก็แค่ใกับการกระทำหุนหันของมู่เจ๋ออวี่แล้วล้มลงไปกองกับพื้นก็เท่านั้น
คิดไม่ถึงเลย ว่าเจ๋ออวี่ที่ว่านอนสอนง่ายมาตลอดจะมีด้านรุนแรงแบบนี้ด้วย
“แล้วตอนนี้จะทำไงดี เมื่อกี้ฉันรับสายจากผู้บริหาร น้ำเสียงฟังดูเหมือนว่าอยาก...อยากจะ...”
“ยกเลิกสัญญาสินะ” มู่เจ๋ออวี่เอ่ยราบเรียบ
อวี๋ซย่าชะงัก จากนั้นก็พยักหน้า “ใช่...”
“…” เหมือนมู่เจ๋ออวี่จะคิดไว้อยู่แล้ว อีกอย่างนี่ก็คือสิ่งที่หลินลี่้าไม่ใช่เหรอ
เชิงอรรถ
^ เป่าลมข้างหมอน หมายถึง ภรรยาที่กรอกความคิดเห็นในมุมมองของตัวเองหรือเสนอเรื่องบางอย่างให้แก่สามี^ ฌานหนึ่งดัชนี เป็นการถ่ายเทน้ำหนักไปยังจุดใดจุดหนึ่งจนสามารถทำเกิดแรงมหาศาล เช่น การทำท่าหกสูงโดยใช้แค่เพียงหนึ่งนิ้ว