ยามสาม (三更 - Sāngēng) ปกคลุมสถาบันเทียนซวนด้วยความเงียบงันอันสมบูรณ์ จันทร์เสี้ยวหลบเร้นอยู่หลังม่านเมฆหนาทึบ ประหนึ่งไม่ต้องการเป็นพยานให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ มุมหนึ่งของโลกหล้า เหลือเพียงเงารัตติกาลที่ทอดทาบยาว ปกปิดสรรพสิ่งไว้ภายใต้ลมหายใจอันเย็นเยียบ
แต่ในความมืดมิดนั้น มีเงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหว...
เฉิน ฮ่าวหราน ในชุดฝึกสีดำสนิท กลืนหายไปกับเงามืดใต้ชายคาอาคารเก่าแก่ เขาเคลื่อนไหวราวกับวิญญาณไร้ตัวตน ลมหายใจแผ่วเบาและสม่ำเสมอ ถูกควบคุมด้วยเคล็ดวิชาเร้นเงาที่เขาฝึกฝนจนแทบจะกลายเป็นสัญชาตญาณ กลิ่นอายพลังในขั้นสร้างรากฐาน (筑基期) ถูกกดข่มลงจนลึกล้ำ ยากจะสัมผัสได้ หากไม่สังเกตอย่างตั้งใจจริง
ทุกย่างก้าวถูกวางลงอย่างแผ่วเบาที่สุด เสียงฝีเท้าเงียบงันราวใบไม้ร่วง "การผนึกเสียงสะท้อน" ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ จิตใจของเขาสงบนิ่งดุจผิวน้ำในคืนไร้ลม แต่ประสาทสัมผัสและ "จิตวิญญาณ" (神识 - Shénshí) กลับตื่นตัวถึงขีดสุด แผ่ขยายออกไปในวงจำกัดแต่คมกล้า สอดส่องทุกการเคลื่อนไหว ทุกระลอกคลื่นพลังงานที่ผิดปกติรอบกาย
เส้นทางสู่เขตหอเก็บสมบัติชั้นล่างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นั้น เปลี่ยวร้างและวังเวงยิ่งกว่าที่เขาคาดคิด อาคารรอบข้างดูเก่าแก่ ทรุดโทรม ไร้ซึ่งแสงไฟหรือร่องรอยของผู้อยู่อาศัย กลิ่นอับชื้นของหินผาโบราณผสมกับกลิ่นฝุ่นที่สะสมมานานปี ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกเหมือนกำลังย่างเท้าเข้าสู่ดินแดนต้องห้ามที่ถูกลืมเลือน ค่อยๆ กัดกินเข้ามาในใจ
เขากระชับด้ามกระบี่เหล็กกล้าข้างเอวไว้มั่น ความรู้สึกมั่นคงอันประหลาดที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน ช่วยขับไล่ความหวาดหวั่นในใจไปได้บ้าง เขาเคลื่อนที่ไปตามเงามืดใต้ชายคา เลื้อยเลาะไปตามซอกมุมอาคารราวอสรพิษรัตติกาล
วูบ... ฟุ่บ...
เมื่อจำเป็นต้องข้ามผ่านลานโล่งที่แสงดาวเพียงน้อยนิดสาดส่องลงมา ร่างของเขาก็พลันพร่าเลือน กลายเป็น "เงาอัสนีไร้เสียง" (无声电光影 - Wúshēng Diànguāng Yǐng) พุ่งผ่านไปด้วยความเร็วต่ำสุดแต่ยังคงน่าทึ่ง ทิ้งไว้เพียงสายลมแผ่วเบา ก่อนจะรีบหลอมรวมเข้ากับเงามืดฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง เขาหลบหลีกศิษย์หน่วยลาดตระเวนไปสองสามจุดด้วยจังหวะที่คำนวณมาอย่างดี ทุกครั้งหัวใจเต้นแรงขึ้น แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง
ยิ่งเข้าใกล้จุดหมาย บรรยากาศก็ยิ่งกดดันและผิดเพี้ยนไป เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น แผ่กำจายออกมาจากทิศทางของหอเก็บสมบัติ มันไม่ใช่พลังงานฟ้าดินตามธรรมชาติ แต่ให้ความรู้สึก "เก่าแก่" "หนักอึ้ง" และแฝงไว้ด้วยความ "ไม่มั่นคง" อย่างประหลาด
ในที่สุด เขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้ากำแพงหินสูงทึบที่ล้อมรอบเขตหอเก็บสมบัติเอาไว้ ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากแนวหินนั้น เขาสัมผัสได้ถึงม่านพลังงานโปร่งแสงของค่ายกลป้องกัน (阵法 - Zhènfǎ) ระดับต่ำที่ยังคงทำงานอยู่ มันสั่นไหวเล็กน้อยราวกับเหนื่อยล้าเต็มที
ฮ่าวหรานไม่ได้รีบร้อน เขาซ่อนตัวในเงามืด ใช้จิตวิญญาณสอดส่องโครงสร้างของค่ายกลอย่างละเอียด เขาระลึกถึงแผนผังและคำพูดของหวังเหว่ย แต่เขาก็ไม่เชื่อทั้งหมด เขาค้นหา "จุดอ่อน" หรือ "รอยต่อ" ของพลังงานด้วยตนเอง จนกระทั่งพบจุดที่ดูเปราะบางที่สุด ณ มุมกำแพงที่ถูกเถาวัลย์โบราณปกคลุม
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไป รวบรวมแก่นแท้พลังงานอัสนีสายเล็กที่สุดที่ควบคุมได้อย่างประณีตยิ่งยวด ไม่ให้มีประกายแสงหรือกลิ่นอายใดๆ เล็ดลอดออกมา เขาส่งพลังงานนั้นเข้าไป "แทรกแซง" การไหลเวียนของค่ายกล ณ จุดอ่อนนั้นอย่างช้าๆ และนุ่มนวล...
ฟุ่บ... ซี่...
ม่านพลังงานโปร่งแสงสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะเกิดเป็น "ช่องว่าง" ขนาดพอให้คนลอดผ่านได้ชั่วขณะ เขารีบเคลื่อนตัวผ่านช่องว่างนั้นเข้าไปอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ!
บัดนี้ เขาก้าวเข้าสู่เขตหวงห้ามที่แท้จริงแล้ว!
เขามุ่งหน้าไปยังประตูหินบานเล็กทางทิศเหนือ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้รกทึบและเถาวัลย์เลื้อยพันตามที่หวังเหว่ยระบุไว้ มันดูเก่าแก่ยิ่งกว่ากำแพงด้านนอก บานประตูมีรอยสลักลวดลายเมฆาจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังงานที่ "ผิดปกติ" รุนแรงขึ้นจากทางด้านหลังประตูบานนี้!
ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือขวาไปสัมผัสบานประตูหินนั้น...
[ระบบเตือนภัย: ตรวจพบความผันผวนของพลังงานผิดปกติเบื้องหน้า... มีกลิ่นอายพลังงานมิติ (空间能量 - Kōngjiān Néngliàng) ที่ไม่เสถียรปะปนอยู่... ระดับอันตรายไม่ชัดเจน... แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด!]
เสียงของระบบมรดกแห่งซวนหยวนดังขึ้นในมโนสำนึกอย่างฉับพลัน! คมชัดและเร่งด่วนกว่าทุกครั้ง!
ครืน...
พร้อมกันนั้น! จิตวิญญาณกระบี่อัสนีกัมปนาท (雷鸣剑灵 - Léimíng Jiànlíng) ที่สถิตอยู่ในทะเลแห่งจิตใจ ก็พลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง! ส่งความรู้สึก "ไม่สบายใจ" "ต่อต้าน" และ "เตือนภัย" อันรุนแรงตรงมายังจิตวิญญาณของเขา! ราวกับกำลังกรีดร้องให้เขาถอยห่างออกจากประตูบานนี้!
ฮ่าวหรานชะงักมือค้างกลางอากาศทันที! สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! 'พลังงานมิติ!? ไม่เสถียร!? แม้แต่กระบี่ก็ยังเตือนภัยรุนแรงขนาดนี้!' เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาตามขมับ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียง!
'หวังเหว่ย... เจ้าไม่ได้บอกข้าเรื่องนี้! เจ้าจงใจปิดบัง... หรือว่าเจ้าเองก็ไม่รู้!? หรือทั้งหมดนี้... คือกับดักตั้งแต่แรก!?' คำถามและความสงสัยถาโถมเข้ามาในใจราวพายุ!
เขาแผ่จิตวิญญาณออกไปอีกครั้ง ตรวจสอบบริเวณประตูและอุโมงค์เบื้องหลังอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขาก็ยังไม่พบกับดักที่เป็นรูปธรรม หรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นใด มีเพียงความรู้สึก "ผิดปกติ" ของพลังงาน และความรู้สึก "ไม่น่าไว้วางใจ" ที่อบอวลอยู่ในอากาศเท่านั้น ที่ยืนยันคำเตือนจากระบบและกระบี่
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ลังเลใจอย่างหนักหน่วง สองขั้วความคิดต่อสู้กันในใจ สัญชาตญาณและสัญญาณเตือนภัยกรีดร้องให้ล่าถอย แต่ความต้องการแต้มอุทิศ ความอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับกล่องไม้ และความรู้สึกว่าตนเองกำลังเข้าใกล้ความลับบางอย่างที่สำคัญ มันรั้งเขาไว้...
'ข้ามาถึงขั้นนี้แล้ว... จะถอยกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร?' เขากัดฟันแน่น 'ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าหวังเหว่ยต้องการอะไรกันแน่... และพลังงานประหลาดหลังประตูนี้คืออะไร!'
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ระงับความกลัวและความลังเลลงไป แปรเปลี่ยนเป็นความระมัดระวังและความแน่วแน่ เขาเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ มือขวากำด้ามกระบี่เหล็กกล้าไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แก่นแท้พลังงานโคจรเตรียมพร้อมระเบิดพลังได้ทุกเมื่อ
เขาค่อยๆ ใช้มือซ้ายดันบานประตูหินที่ไม่ได้ลงกลอนนั้นให้เปิดออกอย่างแผ่วเบาและเชื่องช้าที่สุด...
เอี๊ยด...
เสียงบานพับเก่าแก่เสียดสีกันเบาๆ แต่กลับดังก้องในความเงียบงัน... ช่องว่างหลังประตูค่อยๆ เผยออก... เผยให้เห็นเพียงความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งที่อยู่ลึกเข้าไปภายใน...
กลิ่นอับชื้นที่รุนแรงกว่าเดิม... กลิ่นฝุ่นโบราณที่หนาเตอะ... และกลิ่นอายพลังงานประหลาดที่ไม่คุ้นเคย... โชยออกมาปะทะใบหน้าเขาทันที!
เฉิน ฮ่าวหราน ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูที่เปิดอ้าราวปากอเวจี เขาลังเลเพียงเสี้ยววินาทีสุดท้าย... ก่อนจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูนั้น... เข้าสู่ห้วงมิติอันมืดมิดและเต็มไปด้วยปริศนาของหอเก็บสมบัติชั้นล่าง...
โดยไม่รู้เลยว่า... การตัดสินใจก้าวข้ามธรณีประตูในครั้งนี้... จะนำพาเขาไปเผชิญหน้ากับความลับและความจริงที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด...
(จบตอนที่ 137)