บุปผาราชัน

    41 ฤดูหนาวที่ก้าวข้ามผ่านไป


    41ฤดูหนาวที่ก้าวข้ามผ่านไป
    เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาฟีออนก็พบว่าตัวเองนอนอยู่เพียงลำพังในห้องบรรทมใหญ่ หญิงสาวรีบลุกขึ้นสำรวจภายในห้องและพบว่าไม่มีใครอื่นอยู่อีก แต่อย่างน้อยว่าที่ราชินีก็ถอนใจได้อย่างโล่งอก เมื่อพบว่าประตูด้านในของห้องถูกปลดการลงกลอนใหญ่เรียบร้อยแล้ว
    หลังสอบถามจากเหล่าทหารองครักษ์หน้าห้อง ก็ทำให้รู้ว่าฝ่าบาทเสด็จออกไปได้พักใหญ่แล้ว หญิงสาวรีบกลับไปที่ห้องของตัวเอง ล้างหน้าตาล้างตาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวด้วยชุดข้าหลวงดังเดิมชุดใหม่ ฝ่าบาททรงเสวยมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว และสั่งให้เตรียมทำพิธีเผาแม่นมเจนที่ลานเผาของราชวงศ์
    ขุนนางใหญ่สูงสุดทั้งสามสาย ที่คงจะกลับหลังจากฟีออนโผล่ไปส่งสัญญาณความปลอดภัยถูกเรียกเข้าพบอีกครั้ง ก่อนจะใช้เวลาประชุมกันอย่างยาวนานครึ่งค่อนวันอยู่ในห้องประชุมเล็ก
    ฟีออนรออยู่ภายในห้องทรงอักษรกับเบลลาฟีและชามี นายทหารมหาดเล็กทั้งสองฟุบหลับอยู่บนโต๊ะของใครของมันเลยทีเดียว ได้ยินมาว่าเมื่อคืนทั้งสองคนอยู่เฝ้าบันไดที่ปีนหน้าต่างจนถึงเช้า จนกระทั่งมีรายงานว่าฝ่าบาทเสด็จออกจากห้องแล้ว ทั้งสองจึงปลดบันไดออกแล้วลุกขึ้นจากตรงนั้นไป พวกเขายังไม่ได้กลับห้อง มีเพียงแค่ล้างหน้าล้างตาทานอาหารเช้าแล้วกลับมาทำหน้าที่ใหม่ ซึ่งก็บังเอิญโชคดีที่ฝ่าบาทใช้เวลาประชุมอยู่นาน จนทำให้พวกเขามีโอกาสได้งีบหลับพักผ่อนเอาแรง
    เมื่อเสด็จออกจากห้องประชุมเล็กก็เลยเวลามื้อเที่ยงไปนานแล้ว แต่องค์แดริสยังไม่เสด็จไปเสวยในทันที ทรงรับสั่งอย่างราบเรียบว่าจะเสด็จไปส่งแม่นมเจน เพียงเท่านั้นทุกคนก็ลุกขึ้นตามเสด็จไปโดยไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย
    ฟีออนยืนอยู่เบื้องหลังขององค์กษัตริย์ในระยะที่ห่างพอประมาณ แต่ก็ยังเป็นระยะที่ใกล้ที่สุดมากกว่าคนอื่น ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของนางห่างไปอีก ทุกคนต่างจ้องมองไปยังเบื้องหลังขององค์ราชันที่เอาแต่ยืนประทับนิ่ง และทอดพระเนตรควันไฟที่ลอยขึ้นบนฟ้าอย่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงอะไรออกมาสักนิด คณะเสด็จยืนอยู่อย่างนั้นเช่นเดียวกับฝ่าบาทนานร่วมชั่วโมง จนกระทั่ง...
    “ฟีออน...”
    หลังจากควันไฟจางหายไปกับท้องฟ้านานแล้วสักพัก ในที่สุดองค์แดริสก็หันพระพักตร์กลับมาเรียกหาผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ตัวพระองค์ที่สุด ทรงเสด็จมาประทับอยู่ตรงหน้าหญิงสาว จับมือของนางขึ้นมาข้างหนึ่งโดยไม่สนใจสายตาของใคร
    “ปะ...ไป...ไปกินข้าวกัน เจ้าจะช่วย...ช่วยกล้ากินข้าวกับข้าได้ไหม”
    ความเงียบสงัดที่ดำเนินอยู่ก่อนหน้านั้นเพิ่มความตกตะลึงอึ้งทึ่งทบเข้าไปอีก และถึงจะหันหน้าหลบหนีตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เหล่านางกำนัลไม่เว้นแม้แต่นายทหารมหาดเล็กฯ คนสนิท กลับเผลอเหลือบหันมามององค์ราชาเป็นตาเดียวอย่างคาดไม่ถึง
    ฟีออนเงยหน้ามองพระราชาผู้ซึ่งถามคำถามนั้นด้วยใบหน้าหวาดหวั่นกล้าๆ กลัวๆ แต่กระนั้นก็ยังทรงกล้าถามคำถามนี้ออกมาในที่สุด สิบกว่าปีผ่านไปนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฝ่าบาทเยียวยาเรื่องในอดีตอันเจ็บปวด และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เสียที
    หญิงสาวแยกมุมปากเป็นอมยิ้มส่งตอบกลับไป
    “เพคะ ทุกมื้อที่พระองค์ต้องการ”
    ท่านข้าหลวงใหญ่บลูเบลล่าถึงกับน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเมื่อได้เห็นได้ฟังสิ่งนี้ เพียงเท่านี้แม่นมเจนน่าก็คงจากไปอย่างสบายใจตายตาหลับแล้วอย่างแน่นอน
    พระหัตถ์ที่กุมมือหญิงสาวไว้นั้นกระชับแน่นเข้าอีก อาการสั่นเกร็งเล็กน้อยที่เกิดจากความกลัวนั้นยังคงอยู่ และพระองค์ก็คงกำลังต่อสู้กับมันเพื่อข้ามผ่านไปให้ได้ องค์ราชาจับมือของว่าที่ราชินีเดินไปหาท่านข้าหลวงใหญ่...ผู้ตกตะลึงจนน้ำตาไหลออกมาอีกไม่หยุดเมื่อได้ยินรับสั่งถัดมา
    “จัดสำรับที่โต๊ะเสวยกลางในเขตตะวันออก...”
    องค์แดริสไม่เคยใช้โต๊ะเสวยกลางในเขตพระราชฐานฝั่งตะวันออกเลยสักครั้งนับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ หรือกล่าวให้ถูกคือนับตั้งแต่พระบิดาพระมารดาและพระขนิษฐาของพระองค์จากไป ที่โต๊ะแห่งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่พวกพระองค์ได้เสวยพระกระยาหารร่วมกัน ทุกอย่างกำลังจะกลับคืนมา ในที่สุด...ชีวิตที่มีชีวาขององค์เหนือหัวผู้เดียวดายก็เริ่มคืนกลับสู่พระองค์แล้ว
    “คงยังมีเวลาอีกหน่อยกว่าทุกอย่างจะเตรียมการเสร็จ ฟีออน...ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าสักหน่อยได้ไหม”

    น้ำตกธารใสในเขตพระราชฐานฝั่งตะวันออก คือจุดมุ่งหมายของราชาและว่าที่ราชินีในการเสด็จมาเยือน หลังจากองค์แดริสรับสั่งกับคณะผู้ติดตามทุกคนว่าต้องการอยู่ตามลำพังกับว่าที่ราชินีแล้ว เหล่านางกำนัลข้าหลวงทหารองครักษ์ ต่างแยกย้ายไปตระเตรียมจัดการหน้าที่อื่นของตน ยังคงมีเพียงนายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ทั้งสองที่ยังคงแอบตามทั้งสองพระองค์ไปห่างๆ แต่ก็ไม่เข้าใกล้ให้ทรงรู้สึกว่าถูกรบกวน
    พระหัตถ์ที่จับมือฟีออนไว้แน่นแทบตลอดเวลาถูกปล่อยออกในที่สุด พระองค์ถอดรองเท้าออกแล้วเดินเท้าเปล่ากระโดดเล่นไปมาบนพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่ม สีพระพักตร์ดูผ่อนคลายลงไปเป็นอย่างมาก ราวกับได้ปลดเปลื้องภาระหน้าที่ของพระราชาออกไป
    “เจ้าเองก็ลองสิ เวลาเท้าเปล่าโดนพื้นหญ้านุ่มๆ มันให้ความรู้สึกดีมากเลยนะ”
    “เพคะ” ฟีออนทำตามที่รับสั่ง จากสายตาของหญิงสาวในตอนนี้องค์กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่กลับกลายเป็นเหมือนเด็กชายจอมดื้อซนคนหนึ่ง...ซึ่งกำลังแอบหนีเที่ยวเล่นอย่างไรอย่างนั้น
    “เรียกชื่อข้าสิ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันชั่วคราวก็ได้ ตกลงไหม”
    หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ จ้องมองชายหนุ่มที่ทำตาใสแป๋วจ้องนางกลับก่อนจะอดขำออกมาไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว...ถึงจะบอกให้นางเป็นเพื่อน แต่นั่นก็เป็นคำสั่งให้ปฏิบัติจากองค์ราชาอยู่ดี
    “หากมีอะไรบาดเท้าท่านขึ้นมา ข้าต้องโดนท่านข้าหลวงใหญ่หยิกเอาแน่ๆ เลย”
    “ก็ดีน่ะสิ ถ้าเจ้าโดนหยิกจนเขียวข้าจะช่วยทายาให้เอง ให้นางหยิกหลายๆ ที่เลยเถอะ”
    “ท่านนี่... พวกผู้ชายนี่จริงๆ หน้าไหนก็เหมือนกันหมด”
    “ก็เป็นผู้ชายไงล่ะ อยากรู้อยากเห็นร่างกายของสตรีที่พึงใจบ้างไม่เห็นแปลกตรงไหน”
    “พอเลยค่ะ ยิ่งพูดพวกท่านก็มีแต่เข้าข้างตัวเองกันไปเท่านั้นแหละ”
    ฟีออนเดินตามหลังแดริสไปจนทั้งสองหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าน้ำตก เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ มีเพียงเสียงซัดสาดของน้ำ...ซึ่งตกลงมาแล้วไหลต่อไปตามลำธารเล็กๆ ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    “ในฤดูหนาวที่นี่จะไม่มีน้ำตกลงมา แผ่นดินจะแห้งแล้งไปทั่วทุกหย่อมย่านกว่าปกติ หิมะตกจนทำการเกษตรไม่ได้ ชาวบ้านจึงต้องตุนอาหารแห้งต่างๆ เก็บไว้จนกว่าหิมะจะละลาย แล้วรอฤดูใบไม้ผลิหมุนเวียนมาอีกครั้ง วิธีถนอมอาหารรูปแบบต่างๆ ก็คงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อให้มนุษย์ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาอดอยากไป...”
    อยู่ๆ สหายชั่วคราวก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาโดยที่ฟีออนไม่เข้าใจสาเหตุนัก แม้จะอยู่ในสภาพสถานะไหนแต่ความคิดความอ่านของเขาก็คงจะฝังรากให้เฝ้าคิดถึงแต่เรื่องของบ้านเมืองไปแล้ว แต่ว่าพอก่อนเถอะ ตอนนี้นางอยากให้เขาได้พักบ้างสักนิดจริงๆ
    “ท่านอยากจะลองทำผลไม้อบแห้งดูสักหน่อยไหมล่ะคะ ข้าพอจะทำเป็นอยู่อย่างสองอย่างนะ เอ...หรือเอาเป็นเนื้อดี แต่ข้าไม่รับประกันเรื่องรสชาตินะคะ จะว่าไปท่านพ่อข้าก็บ่นเรื่องนี้อยู่ทุกปีเหมือนกัน เราน่าจะปรึกษาหัวหน้านางกำนัลห้องเครื่องใหญ่ถึงเรื่องสูตรการทำก่อนดีกว่า”
    แดริสหลุดขำออกมาทีเดียวเมื่อได้ฟัง
    “มีด้วยหรือเรื่องที่เจ้าไม่ถนัดเนี่ย”
    “มีสิคะ เยอะแยะไปหมดเลยต่างหาก ท่านพ่อบอกเสมอว่าข้าไปเป็นสะใภ้บ้านไหนห้องครัวบ้านนั้นต้องพังราบแน่ เรื่องปักเย็บนี่ก็อย่าได้ให้ข้าจับถือ มือข้าคงพรุนจนนับรูไม่ได้เลยเสียมากกว่า”
    ได้ยินดังนั้นแล้วชายหนุ่มก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้นกว่าเก่า จนหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตัวเริ่มมุ่ยหน้าอย่างหงุดหงิด
    “ข้าเองก็มีเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่เยอะแยะ เรื่องที่เจ้าว่ามาข้าก็ทำไม่เป็นสักอย่างเหมือนกัน”
    “คงแปลกมากกว่านะคะถ้าท่านจะทำเป็น ใครจะปล่อยให้ท่านทำแบบนั้นกัน”
    “ถ้าอย่างนั้น... ข้าก็ไม่ถนัดเรื่องการต่อสู้การใช้อาวุธเลย รู้สึกเสียชาติเกิดขึ้นมาตงิดๆ ยังไงไม่รู้ที่เกิดมาเป็นเชื้อสายขององค์เรฮาริคเนี่ย ถึงเสด็จพ่อจะไม่เก่งเท่าเสด็จปู่ แต่ดูเหมือนฝีมือของพระองค์ก็พอจะเทียบกับทหารฝีมือดีได้เลยนะ แต่ข้าเนี่ยไม่ไหวเลยล่ะ ฝึกใช้ดาบบ้างทุกวันนี้ก็เพื่อออกกำลังกายเท่านั้นเอง”
    “คนเราทุกคนคงมีจุดเด่นจุดด้อยในตัวเองมังคะ อย่าไปคิดมากเลย ถึงจะไม่ถนัดเรื่องนั้นแต่ท่านก็เจ้าแผนการเสียจนใครต่อใครขนลุกทั้งนั้น”
    แดริสหันไปมองหญิงสาวที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างตัวแล้วชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดอีกครั้งเหลือเกิน หากไม่ใช่นางแล้วใครกันจะกล้ามายืนคุยแบบถอดสถานะใดๆ ก็ตามอยู่กับเขาแบบนี้ กล้าดุ กล้าต่อว่า กล้าเถียง กล้าประชดประชันเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด ขนาดท่านอาจารย์...บิดาของนางเมื่อก่อนนี้ เวลาจะดุจะสั่งสอนเขายังใช้คำราชาศัพท์อย่างสุภาพ หญิงสาวเหมือนเป็นมนุษย์ประหลาดที่หลุดเข้ามาในอยู่ในโลกส่วนตัวของเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
    “เช่นเดียวกับการคิดค้นวิธีถนอมอาหารก่อนเข้าหน้าหนาว มนุษย์เราหาทางเอาตัวรอดให้ตัวเองเสมอเวลาพบเจอปัญหา คนของห้องเครื่องก็คงพยายามกันอย่างสุดความสามารถที่จะแสวงหาวัตถุดิบสดใหม่มาให้ข้าได้กินทุกมื้อ ข้าเองก็เถอะ... ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องสูญเสียอะไรไปก็ตามข้าจะพยายามทำแต่งาน คิดถึงมันให้น้อยที่สุด รู้สึกให้น้อยที่สุด จนหลังๆ มาเริ่มรู้สึกได้ว่าหัวใจของข้ามันตายด้านไปแล้ว”
    ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในระหว่างที่ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าสีเขียว ฟีออนเห็นเช่นนั้นแล้วก็นั่งลงตามไปเช่นกัน
    “แต่ครั้งนี้แปลกมาก... ข้าเสียใจมากจนทำแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไป นานมากแล้วที่ไม่ได้รู้สึกเสียใจขนาดนี้ ครั้งแรกอาจเป็นตอนที่พ่อแม่และน้องสาวจากไป อีกครั้งน่าจะเป็นตอนที่มารีอาร์ตาย แต่คราวนี้ในความเสียใจก็มีอะไรบางอย่างทำให้ข้ารู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาประหลาด ข้ารู้สึกโล่งใจที่ตัวเองยังเสียใจเป็น ดีใจที่ตัวเองยังร้องไห้ได้ นึกว่าพื้นฐานความเป็นคนง่ายๆ อย่างเรื่องพวกนี้หมดไปจากตัวข้านานแล้ว นี่เป็นการตายของแม่นมแท้ๆ ฟังดูแย่มากเลย เจ้าว่าอย่างนั้นไหม”
    ฟีออนได้แต่หันมามองหน้าชายหนุ่ม คำๆ หนึ่งที่เคยได้ยินใครต่อใครบอกกับนางอยู่เสมอผุดขึ้นมาในหัวของหญิงสาว หลายคนมักบอกว่าตัวนางนั้นช่างน่าทึ่ง แต่ตอนนี้นางอยากจะใช้คำๆ นี้บอกกับชายผู้นี้เหลือเกิน
    จะว่าไปแล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คนผู้นี้ก็ทำแต่เรื่องให้นางอึ้ง และทึ่งไม่หยุดหย่อน ในตอนนี้เองก็เช่นกัน เขาโยงเอาเรื่องความแห้งแล้งในหน้าหนาว เกี่ยวผูกกันเป็นเรื่องเป็นราวกับความเสียใจให้นางฟังจนเพลินขนาดนี้ได้อย่างไรกันนะ
    “ก็ฟังดูแย่นะคะ แต่ข้าว่ามันอาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น อย่างน้อยคนอื่นหรือแม้กระทั่งท่านแม่นมเจนเองก็คงดีใจ หากท่านจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนผู้คนปกติได้ หัวเราะร้องไห้บ้าง ถึงอย่างไรพระราชาก็ยังเป็นคน”
    “ไม่ดีหรอก...ยิ่งมีความรู้สึกมากๆ เจ้าก็จะยิ่งไม่อยากเป็นพระราชามากขึ้นเท่านั้น บางทีข้าก็ไม่เข้าใจเหล่าบรรพบุรุษเลยว่า พวกเขาจะแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อขึ้นมาทำหน้าที่น่าเบื่อปวดหัวแถมสุดแสนจะเหนื่อยนี้ทำไม ข้าว่ามันน่าเบื่อมากจนอยากหนีเที่ยว อยากนอนตื่นสายๆ อยากแกล้งป่วยในวันที่ขี้เกียจทำงานเลยล่ะ”
    ฟีออนหัวเราะขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ทีเดียว
    “นั่นคือสิ่งที่ท่านอยากทำเหรอคะ”
    “แน่นอน ถ้าเจ้าต้องทำงานแทบทุกวันติดกันเป็นสิบกว่าปี นี่คงน้อยไปด้วยซ้ำ อันที่จริงตอนอายุสิบแปดข้าเคยเกือบจะวางยานอนหลับคนทั้งวังเพื่อจะหนีออกไปด้วยนะ แต่บังเอิญโดนคุณบลูเบลล่าจับได้ซะก่อน ข้าโดนหยิกจนแขนเขียวเลยล่ะ”
    หญิงสาวหัวเราะเสียงดังขึ้นอีกอย่างห้ามไม่อยู่จริงๆ เห็นอย่างนั้นแล้วแดริสก็ได้แต่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ เมินหน้าหนีไปทางอื่นลอบอมยิ้มขึ้นมาอย่างโล่งใจที่เห็นหญิงสาวหัวเราะออกมาได้บ้าง จะว่าไปนอกจากเห็นนางร้องไห้กับทำหน้าเครียดใส่แล้ว เขาก็แทบไม่เคยเห็นฟีออนในอารมณ์นี้มาก่อนเลย
    เห็นรอยยิ้มนั้นแล้วเขาเองก็อยากยิ้มตาม จะมีหนทางไหนบ้างนะที่จะทำให้นางยิ้มแบบนี้ได้ทุกวัน
    “ถ้าอย่างนั้น... เอาไว้ข้าจะช่วยท่านเองดีไหมคะ ก็ไม่รู้จะทำได้ดีแค่ไหนนะ ท่านคงต้องสอนเรื่องต่างๆ ให้ข้าอีกมากมายก่ายกองเชียวล่ะกว่าจะทำงานแทนท่านได้บ้าง เพื่อให้ท่านได้มีเวลาหนีเที่ยวหรือนอนตื่นสาย”
    เมื่อเสียงหัวเราะของหญิงสาวเงียบไป และประโยคนี้ถูกเอ่ยขึ้นมาต่อก็กลับกลายเป็นแดริสที่นิ่งงันไปอีกครั้ง
    “ฟีออน”
    “คะ” หญิงสาวหันออกจากการจ้องน้ำตกอย่างเพลินตา และรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของนางเมื่อครู่นั้น ดูจริงจังหนักแน่นกว่าทุกประโยคที่ผ่านมา
    “น่าแปลกเหลือเกินว่าไหม คนที่น่าจะเกลียดข้าที่สุด กลับเป็นคนที่นั่งอยู่เคียงข้างข้าในตอนนี้ ข้าเริ่มจะนับถือเจ้าขึ้นมาแล้วจริงๆ เจ้าต้องใช้ความอดทนแค่ไหนกันที่ต้องทนอยู่กับข้า... พูดคุยหัวเราะยิ้มให้อย่างดูเป็นธรรมชาติได้ขนาดนี้”
    เป็นคำถามที่ฟีออนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยสักนิด หากนึกตามเหตุการณ์เรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว ที่ฝ่าบาทกล่าวมาก็ไม่ผิดเลยสักอย่าง แต่ก็น่าแปลกจริงๆ นั่นแหละ ทั้งที่พระองค์ทำร้ายนางกับท่านคาอูลถึงขนาดนี้ วางแผนร้ายกาจจนพรากนางกับท่านคาอูลได้ในที่สุด นางน่าจะโกรธเกลียดพระองค์ด้วยซ้ำ แต่ทำไมกัน ทำไมนางยังนั่งหน้าระรื่นพูดคุยกับพระองค์อย่างเป็นปกติได้ถึงเพียงนี้
    แต่มีอย่างหนึ่งที่นางแน่ใจ หญิงสาวไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังอดทนฝืนใจหรือเสแสร้งอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อนิ่งมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้างกลับ และพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วฟีออนก็ได้คำตอบให้ตัวเอง แม้จะยังรู้สึกว่ามันยังไม่กระจ่างแจ้งนัก แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้
    “อาจเพราะข้ากำลังอยู่กับท่านแดริสในฐานะฟีออน ไม่ใช่ว่าที่ราชินีที่อยู่กับองค์กษัตริย์แห่งจีโอเนราฟา ไม่รู้สิคะ ถึงพวกท่านจะเป็นคนเดียวกัน แต่ข้ากลับรู้สึกว่าพวกท่านเป็นเหมือนคนละคนกันเลย”



    คล้ายกับเรื่องบุปผาราชัน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891