หลังจากเออร์วินลาวานเชสโก้แล้วเขาก็กลับมาที่ปราสาทตรงกลับมาที่ห้องของตน ซึ่งเดซี่จะแยกตัวออกไปก่อน โดยมีแค่ลูซี่กับเรเวนที่เดินตามเขามาเพราะทั้งสองต้องปรนนิบัติเขาอาบน้ำ ซึ่งปกติแล้วเออร์วินมักจะชอบการอาบน้ำคนเดียว แต่สุดท้ายก็แพ้การยืนกรานที่จะอาบน้ำให้เขาของลูซี่ ทำให้มันแทบจะเป็นหน้าที่ของเธอที่จะปรนนิบัติเขาอาบน้ำ แต่ก็มีบางครั้งที่เรเวนเกิดหมั่นไส้ในตัวเขาเลยทำหน้าที่นี้แทนลูซี่เอง ความจริงแล้วเดซี่เองก็อยากทำหน้าที่นี้เช่นกัน
ขณะที่เออร์วินเดินมาถึงหน้าห้องของเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากในห้อง
“นี่เธอน่ะมาทำบ้าอะไรที่นี่ยะแล้วแต่งตัวแบบนั้นมันอะไร”
เสียงนี้เออร์วินจำได้ดีว่ามันเป็นเสียงของลิลิธพี่สาวของเขา ก่อนจะมีเสียงของเรเชลน้องสาวดังออกมาว่า
“พูดอะไรน่ะคะคุณป้าคุณป้านั่นแหละค่ะมาทำอะไรที่นี่ แล้วชุดนั้นน้ำมันอะไรกันคะมันใช่สิ่งที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จะใส่เหรอค่ะคุณป้า”
เสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นทำเอาเออร์วินรู้สึกสงสัย เขาไม่รู้ว่าพี่สาวน้องสาวทั้งสองคนนี้มาทำอะไรที่ห้องเขาแล้วกำลังเถียงเรื่องอะไรกันอยู่จนต้องหันไปมองเรเวนกับลูซี่ พบว่าพวกเธอทั้งสองคนก็ต่างมีสีหน้ามึนงงไม่ต่างกัน เออร์วินกำลังจะผลักประตูเปิดเข้าไปภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าก็ลอยเข้ามา ทั้งสายฟ้าของลิลิธและหมัดดินกับฝ่ามือดินเหนียวของเรเชลทำเอาเขารู้สึกขนลุกขึ้นมา แต่ก็กลั้นใจเปิดประตูแล้วสิ่งที่เขาเห็นมันก็แทบทำให้เอาเขาไม่กล้าเชื่อสายตา
ลิลิธเจ้าหญิงผู้แสนงดงามและเย็นชาบัดนี้กำลังอยู่ในชุดสาวใช้ที่ดูไม่คุ้นตา ในขณะที่เรเชลเองก็อยู่ในชุดสาวใช้เช่นกัน สองพี่น้องกำลังจ้องหน้ากันลักษณะเหมือนเตรียมปะทะกันได้ทุกเมื่อ ที่ข้างประตูมีแม็กกี้กับเกรซยืนมองเหตุการณ์นั้นอย่างใจเย็น
ลิลิธกับเรเชลจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นก่อนจะหันไปมองทางประตูและเห็นเออร์วินเดินเข้าห้องมา ต่างก็มีสีหน้าดีใจและอายเล็กน้อยลิลิธคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่เหมือนคำพูดนั้นมันติดอยู่ในลำคอ กลับเป็นเรเชลที่ทำท่าถอนสายบัวให้เขาแล้วพูดอย่างลื่นไหลว่า
“กลับมาแล้วเหรอเพคะท่านพี่”
เออร์วินจ้องมองเหตุการณ์นั้นพร้อมกับนิ่งค้างไว้พักนึง ส่วนแม็กกี้มองการกระทำของเรเชลพร้อมกับเอาใจช่วยในใจ ส่วนเกรซนั้นเธอสังเกตปฏิกิริยาของเออร์วินก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
เรเชลที่มั่นใจว่าการกระทำของเธอนั้นสมบูรณ์แบบและพี่ชายจะต้องดีใจแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบ
‘นะนี่เราทำพลาดอะไรเปล่านะ’ เรเชลคิดในใจพร้อมกับเงยหน้ามองพี่ชายของเธอเมื่อเช้าพบว่าเขามองเธอแล้วก็นิ่งค้างไปอย่างนั้น ก่อนที่เขาจะก้าวถอยหลังช้าๆ แล้วปิดประตูดังเดิม ทำเสมือนว่าตนไม่ได้เข้าห้องมา
เกรซที่เห็นการตอบสนองของเออร์วินก็แทบอยากจะหันไปหัวเราะแต่ต้องอากัปกิริยาอาการไว้
“เอ๊ะ?” เรเชลอุทานด้วยความแปลกใจ กลับเป็นลิลิธที่พูดอย่างไม่ไว้หน้าว่า
“เห็นไหมล่ะเธอทำเขาหนีจากห้องเลย”
เรเชลหันไปเถียงกับพี่สาวต่างมารดาว่า
“มันใช่ที่ไหนกันล่ะยะ ท่านพี่ก็แค่อายเท่านั้นแหละไม่เหมือนกับใครบางคนทั้งที่แต่งตัวเป็นสาวใช้มาให้ท่านพี่ แต่แค่ทำการต้อนรับท่านพี่กลับมาก็ยังทำไม่เป็น”
ลิลิธกอดอกแล้วเจ้ามองน้องสาวต่างมารดาของตน ส่วนเรเชลก็จ้องมองสายตาของเธอตอบอย่างไม่เกรงกลัว
แท้จริงและทั้งสองคนต่างก็กลุ้มใจที่ทำร้ายเออวินไปเมื่อเช้า เมื่อได้รู้ว่าเป็นแค่การเข้าใจผิดและได้พิสูจน์จากสาวใช้ทั้งสองคนแล้วว่า ชุดชั้นในแบบที่เออร์วินคิดนั้นมันดีกว่าชุดชั้นในแบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ พวกเธอต่างพากันรู้สึกผิดและต้องการจะทำการขอโทษเออร์วิน และได้ทำการปรึกษาสาวใช้ส่วนตัวของพวกเธอว่าควรจะขอโทษเขาด้วยวิธีไหนดี
และก็เป็นเรื่องน่าบังเอิญที่ทั้งเกรซและแม็กกี้ก็เสนอวิธีการขอโทษด้วยวิธีเดียวกันนั่นก็คือ ให้ทั้งสองเป็นสาวใช้คอยปรนนิบัติเออร์วินพักหนึ่งก็น่าจะทำให้เขายกโทษให้เธอได้ ซึ่งเหตุผลที่พวกเธอยกมาอ้างก็คือเรื่องที่เออร์วินอยู่ๆ ก็รับสาวใช้ส่วนตัวมาหลายคน เลยพากันพูดว่าเออร์วินนั้นแท้จริงแล้วต้องเป็นพวกคลั่งสาวใช้แน่ๆ ดังนั้นการที่พวกเธอขอโทษโดยการเป็นสาวใช้ให้เขาจะต้องทำให้เขายกโทษให้เธอได้แน่ๆ
ซึ่งแน่นอนว่าลิลิธและเรเชลต่างก็พากันเชื่อในเหตุผลอันนั้นราวกับว่าในสายตาพวกเธอเออร์วินได้กลายเป็นพวกคลั่งสาวใช้จริงๆ ส่วนเหตุผลที่แท้จริงของเกรซกับแม็กกี้ที่เสนอวิธีการขอโทษแบบนี้นั้นกลับไปอีกทางนึง
‘เจ้าหญิงเรเชลในชุดสาวใช้ทรงน่ารักเป็นอย่างยิ่งเพคะ’ แม็กกี้มองเรเชลด้วยสายตาที่เป็นประกายพร้อมกับรู้สึกเสียดายที่เธอไม่มีลูกแก้วความทรงจำ ไม่เช่นนั้นเธอจะบันทึกภาพที่เห็นนี้ลงในลูกแก้วแล้วเก็บไว้ดูในภายหลัง
ส่วนเกรซนั้นเธอมองลิลิธในชุดสาวใช้พร้อมกับยิ้มอย่างมั่นใจ
‘ไม่ว่าจะอยู่ในชุดไหนเจ้าหญิงลิลิธก็ยังทรงงดงามยิ่งเพคะ’ เกรซยิ้มเล็กน้อยและอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอเสนอความคิดแบบนี้ก็คือ การได้เห็นปฏิกิริยาของเออร์วินซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะเธอแทบจะหลุดหัวเราะออกมา
ซึ่งสาวใช้ทั้งสองนั้นต่างคิดไปในทางเดียวกันเลยว่าเจ้าหญิงทั้งสองไม่จำเป็นต้องขอโทษเออร์วินเลยสักนิด เพราะทั้งเกรซและแม็กกี้ต่างก็มองออกว่าเออร์วินไม่ใช่คนที่จะโกรธเคืองอะไรคนในครอบครัวง่ายๆ โดยเฉพาะเจ้าหญิงลิลิธที่บางครั้งถึงกับลงมือลงไม้กับเขาแต่เขาไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เออร์วินจะแสดงความโหดเคืองที่มีต่อพี่สาวคนที่ออกมา
ที่หน้าประตูห้องของตนหลังจากที่เออร์วินก้าวถอยหลังเขาก็ก้มหน้านิ่งแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเรเวน จนเรเวนที่ถูกมองถามด้วยความสงสัยว่า
“มีอะไรทำไมมันจ้องหน้าฉันแบบนี้”
เออร์วินจ้องหน้าเธอก่อนจะถามว่า
“พี่สาวครับในห้องนั่นมันอะไรครับ”
เรเวนทำหน้าแปลกพิลึกก่อนจะพูดว่า
“ไม่รู้สิฉันเองก็เพิ่งเห็นพร้อมเธอนี่แหละ”
เออร์วินทำหน้าครุ่นคิดพร้อมครับจ้องมองเรเวนก่อนจะทำสิ่งในสิ่งที่เรเวนไม่ทันตั้งตัว เขายื่นมือออกไปคว้าหมับที่หน้าอกของเรเวน
“เอ๊ะ?” เรเวนอุทานออกมาในขณะที่ลูซี่ก็ยกมือขึ้นปิดปากไม่นึกว่าเออร์วินจะทำกับเรเวนแบบนี้ต่อหน้าเธอ ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากที่คว้าหมับเข้าที่หน้าอกแล้วเขายังบีบอีกด้วย ซึ่งเรเวนก็ตอบแทนการกระทำของเขาด้วยการประเคนฝ่ามือซ้ายเข้าที่หัวของเออร์วิน จนเขาต้องลงไปนั่งกุมศีรษะที่พื้น
“มันเจ็บนะครับพี่สาว” เขาโอดครวญออกมา ซึ่งคำตอบที่ได้มาจากเรเวนก็คือ
“ก็ทำให้เจ็บน่ะสิทำบ้าอะไรของเธอยะ หรือว่าเธอกลายเป็นคนโรคจิตไปแล้วจริงๆ”
เออร์วินนี่พูดออกมาเหมือนกับไม่ได้รับความเป็นธรรม
“ไม่ใช่สักหน่อยผมแค่อยากจะรู้ว่าสิ่งที่ผมเห็นในห้องนั้นมันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่”
เมื่อได้ฟังเหตุผลแทนที่เรเวนจะมีท่าทีเย็นลงกลับมีท่าทีโมโหหนักกว่าเดิม
“ถ้าอยากพิสูจน์ว่าเป็นความฝันหรือความจริงก็พิสูจน์ด้วยวิธีอื่นสิยะ มาพิสูจน์อะไรกับหน้าอกของคนอื่น”
เรเวนพูดจบประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับมีเรเชลกับลิลิธที่ต่างก็อยู่ในชุดสาวใช้พุ่งออกมา
“ท่านพี่คะกลับมาเหนื่อยๆ อาบน้ำหน่อยนะคะเดี๋ยวหนูจะดูแลตอนท่านพี่อาบน้ำเองค่ะ”
ลิลิธที่พุ่งออกมาพร้อมกันรีบพูดว่า
“พูดอะไรออกมาน่ะเด็กตัวเล็กๆ อย่างเธอจะไปทำอะไรได้” ก่อนจะหันมาพูดกับเออร์วิน “เออร์วินวันนี้กลับมาเหนื่อยๆ ให้พี่ช่วยดูแลเธอตอนอาบน้ำเองนะ” แล้วเบนสายตาไปที่เรเวนกับลูซี่ที่อยู่ด้านหลังเขา “วันนี้พวกเธอไม่ต้องยุ่งฉันจะดูแลเขาเองจะไปที่ไหนก็ไป”
ลูซี่ที่โดนลิลิธจ้องมานั้นรู้สึกหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกในขณะที่เรเวนกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ส่วนเรเชลทำเป็นไม่สนใจคำพูดของลิลิธเธอเดินเข้าหาเออร์วินพร้อมกับทำท่าเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปในห้อง เออวิ่งที่กำลังมึนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“เอ่อ… นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นครับทั้งสองคน”
เรเชลกลับชิงตอบว่า
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะหนูก็แค่อยากดูแลท่านพี่บ้างสักวันเพราะปกติจะเป็นท่านพี่ที่ดูแลหนูนี่คะ”
“ฮะ?” เออร์วินรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองหูฝาด จนได้ยินลิลิธพูดว่า
“พูดอะไรออกมาน่ะอย่างเธอไม่มีทางทำหน้าที่สาวใช้ให้เขาได้หรอก” ก่อนจะหันจับแขนของเออร์วินแล้วพูดพร้อมกับยิ้มให้เขาว่า “เออร์วินไปกลับมาเหนื่อยๆไปอาบน้ำกันเถอะเดี๋ยววันนี้พี่จะดูแลเธอเป็นพิเศษเอง”
เรเชลที่เห็นดังนั้นก็ไม่พอใจคว้ามืออีกข้างนึงของพี่ชายขึ้นมาแล้วพูดว่า
“พูดอะไรออกมานะคะคุณป้าควรจะเป็นหนูไม่ใช่หรอคะที่ต้องทำหน้าที่นี้ หนูว่าคุณป้ากลับไปจะดีกว่านะคะ” พร้อมกับมองแขนของเออร์วินที่ถูกลิลิธจับไว้ด้วยสายตาไม่พอใจ
ลิลิธก็หรี่ตามองมือของเออร์วินที่เรเชลจับไว้
“จะให้ฉันพูดอีกกี่ครั้งว่าเด็กอย่างเธอทำหน้าที่นี้ไม่ได้หรอก เธอชอบเล่นเกมที่เออร์วินคิดขึ้นมาไม่ใช่หรอทำไมไม่กลับไปเล่นเกมพวกนั้นล่ะ เดี๋ยวฉันจะทำหน้าที่นี้แทนเธอเอง เป็นเด็กก็ควรจะอยู่ในส่วนของเด็กไปสิ”
เรเชลจ้องมองลิลิธด้วยสายตาไม่พอใจเธอเลือกวิธีนี้ตามที่แม็กกี้บอก ตอนแรกเธอก็ยังรู้สึกอายๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อพบว่าคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้าอย่างลิลิธก็อยู่ในชุดแบบเดียวกับเธอจึงทำให้เธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ก็เลือกที่จะขอโทษเรื่องเมื่อเช้าด้วยวิธีการเดียวกัน มันทำให้เธอเริ่มคิดว่าคิดถูกจริงๆ ที่เชื่อแม็กกี้ เพราะไม่อย่างนั้นผู้หญิงแก่ๆ คนนี้คงได้ทำอะไรต่อมิอะไรกับท่านพี่แน่
เออร์วินยังคงไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเขาหันไปมองเรเวนพบว่าเธอ มองไว้ให้เขาด้วยสายตาเย็นชา เห็นได้ชัดว่ายังคงขุ่นเคืองกับเรื่องเมื่อครู่นี้ ส่วนลูซี่นั้นกลับได้แต่ยืนนิ่งเดาว่าคำพูดของพี่สาวเขาคงทำให้เธอหวาดกลัวไม่น้อย
“เออนี่ทั้งสองคนครับไม่ทราบว่า…”
เออร์วินตั้งใจจะถามทั้งสองคนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ
“พูดอะไรออกมาน่ะคะคุณป้าคุณป้าก็ชอบเปรี๊ยะๆ ไม่ใช่เหรอคะ ไปเปรี๊ยะๆ ใส่หมาใส่แมวที่ไหนก็ไปสิคะแล้วก็ปล่อยมือจากแขนท่านพี่ได้แล้วค่ะ”
เออร์วินที่ได้ยินเรเชลพูดเช่นนั้นจึงรีบหันไปพูดกับพี่สาวว่า
“ไม่ได้นะครับท่านพี่จะเปรี๊ยะๆ ใส่เแมวไม่ได้นะครับ”
ลิลิธมองเรเชลด้วยสายตาที่เย็นชา
“ใครกันที่ชอบเปรี๊ยะๆ น่ะ เธอเองก็ชอบเล่นดินไม่ใช่หรือไงยัยเด็กไม่รู้จักโต แล้วก็ปล่อยมือเขาได้แล้ว”
สองพี่น้องจ้องตากันอยู่อย่างนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครยอมใคร ลูซี่ยืนอยู่ด้านหลังดึงกระซิบถามเรเวนว่า
“จะเอายังไงดีคะคุณเรเวน”
เรเวนมองเออร์วินด้วยสายตาที่เย็นชาแล้วตอบลูซี่ว่า
“ก็ไม่มีอะไรหรอกก็แค่แยกย้ายกันกลับห้องไปพักผ่อนก็แค่นั้น”
ลูซี่ที่ได้ยินคำตอบของเรเวนก็รู้สึกแปลกใจมองเรเวนยังไม่เชื่อสายตา
“เอ๋๋ จะดีหรอคะทำแบบนั้น” ลูซี่พูดพร้อมกับมองไปทางเออร์วินที่เธอพอจะมองออกมาตอนนี้เขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
เรเวนตอบเพียงว่า
“เธอก็ได้ยินเจ้าหญิงลิลิธพูดแล้วนี่ว่าเธอจะทำหน้าที่นี้แทนเองและให้พวกเราไปที่ไหนก็ไป”
ลูซี่บอกเรเวนก่อนจะถามเธอว่า
“เอ่อ… คุณเรเวนรู้สึกโกรธที่เมื่อกี้เขาเอ่อ…” ลูซี่พูดเพียงเท่านี้ก็ไม่กล้าพูดต่อ กลับเป็นเรเวนที่พูดว่า
“ฉันไม่ได้โกรธที่เขาจับหน้าอกเธอหรอก”
“เอ๊ะ?” ลูซี่อุทานออกมาก่อนจะพบว่าเรเวนหันมายิ้มเล็กน้อยให้เธอ ก่อนจะหมุนตัวเดินเดินไปเปิดประตูห้องของเธอที่อยู่ติดกันแล้วเดินเข้าห้องไป การกระทำของเรเวนทำให้รูซี่ถอนสายบัวให้กับเจ้าหญิงทั้งสอง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินจากไปเช่นกัน
เออร์วินการกระทำของทั้งสองคนก็ใจหายวาบ เขาไม่นึกเลยว่าทั้งสองคนจะทิ้งเขาไว้กับสถานการณ์แบบนี้
‘เดี๋ยวก่อนสิทั้งสองคนอย่าทิ้งผมไป’ เขาร้องในใจอยากโหยหวนก็จะหันมามองสองพี่สาวน้องสาวตรงหน้า พบว่าตอนนี้ทั้งลิลิธและเรเชลต่างก็กำลังจ้องหน้ากันแล้วอยู่ๆ ก็พากันหันมามองเขาและถามพร้อมกันว่า
“ “เออร์วิน(ท่านพี่)เลือกมาเลย(ค่ะ)ว่าจะให้ใครอยู่ดูแลท่านพี่” ”
เออร์วินที่ได้ฟังคำพูดของทั้งสองคนพร้อมกับสายตากดดันของคนทั้งคู่ก็หน้าซีดเผือก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่ว่าเขาจะเลือกคนไหนเขาต้องเจ็บตัวจากการกระทำของอีกคนนึงแน่นอน พูดตามตรงแล้วตั้งแต่เกิดใหม่นี้เขาไม่เคยเจอสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าชิบหายขนาดนี้มาก่อน เขาเร่งการทำงานของสมองให้ช่วยหาทางออกจากสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่ ก่อนจะพบพบทางออกเป็นวิธีการหนึ่งก็คือการทำตาเหลือกแล้วหงายหลังลงกับพื้น
ลิลิธกับเรเชลที่เห็นดังนั้นก็ตกใจร้องออกมา
“เออร์วิน!!!”
“ท่านพี่คะ”
เกรซกับแม็กกี้ที่ได้ยินเสียงร้องของเจ้าหญิงจึงเดินออกมาดูด้วยความสงสัย แล้วก็เห็นภาพที่เจ้าหญิงทั้งสองกำลังนั่งมองเออร์วินอยู่ที่กำลังนอนหลับอยู่กับพื้นด้วยสายตาที่เป็นห่วง แม็กกี้ที่เห็นดังนั้นก็แสดงสีหน้าตกใจถามว่า
“นี่มันจะเกิดอะไรเกิดขึ้นคะคุณเกรซทำไมเจ้าชายถึงเป็นแบบนั้นไปได้”
ลิลิธหันมาถามเกรซว่า
“เกรซเออร์วินเขาเป็นอะไรก็ไม่รู้อยู่ๆ ก็ล้มลงไปนอนเฉยเลยทำยังไงดี”
เกรซมองเออร์วินที่นอนอยู่กับพื้นแล้วก็คิดในใจว่า
‘แสบนักนะเพคะเจ้าชายคิดจะหนีด้วยวิธีการนี้งั้นเหรอ’ ก่อนจะปั้นสีหน้ากังวลออกมาแล้วพูดว่า
“ดูเหมือนว่าเจ้าชายจะทรงเป็นลมนะเพคะเจ้าหญิง หม่อมฉันว่าต้องรีบพาเจ้าชายขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วก็ให้เจ้าหญิงทั้งสองคอยช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดนะเพคะ”
ลิลิธมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วเขาจะเป็นอะไรไหม”
เกรซตอบว่า
“ถ้าเจ้าหญิงทั้งสองช่วยกันดูแลเขาก็จะไม่เหลืออะไรแน่นอนเพคะ หม่อมฉันว่าเริ่มจากพาเขาขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วก็ช่วยกันเช็ดตัวให้เขาก่อนเถอะเพคะ”
เออร์วินที่กำลังหลับตาอยู่ลอบร้องในใจว่า
‘บัดซบ’ เขามั่นใจว่าเกรซต้องมองออกแน่ว่าเขาแกล้งเป็นลมเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์แบบนี้ แต่การที่เกรซเสนอความคิดแบบนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการแกล้งเขาและผลลัพธ์ที่เขาได้ก็คือ
เจ้าหญิงทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่เรเชลจะพูดว่า
“ช่วยไม่ได้นะเพื่อท่านพี่”
ลิลิธมองน้องชายที่นอนหลับตาด้วยความเป็นห่วงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบว่า
“ก็เหมือนกันแหละ”
เกรซที่เห็นทั้งสองมีท่าทีจะร่วมมือกันก็แสดงสีหน้ายินดีพูดว่า
“เจ้าหญิงทั้งสองเพค่ะตอนนี้เวลาไม่คอยท่าก่อนที่อาการของเจ้าชายจะทรุดหนักยิ่งกว่านี้ต้องรีบทำการเช็ดตัวให้เจ้าชายโดยด่วนเพคะ” เกรซเว้นวรรคไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่ออีกว่า “แล้วก็หม่อมฉันเห็นว่าคงมีแต่เจ้าหญิงทั้งสองที่จะทำหน้าที่นี้ได้เพคะ และเมื่อเจ้าชายฟื้นขึ้นมาก็ค่อยให้ท่านตัดสินว่าจะให้คนไหนอยู่ดูแลท่านต่อดีไหมเพคะ”
เออร์วินที่หลับตาอยู่ร้องในใจว่า
‘เกรซเมตตาตูบ้างเหอะ’