ซุนหม่าหัวเราะชอบใจกวัดแกว่งกระบี่ไม้ในมือไปรอบกาย เด็กหนุ่มที่ติดตามถอยออกไปยืนด้านหลัง จินหยางยกมือซ้ายขึ้นกวักเรียก ซุนหม่าเห็นท่าทางเด็กหนุ่มด้านหน้าก็เริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจถีบเท้าพุ่งทะยาน จินหยางหรี่ตามองซุนหม่าที่พุ่งเข้ามา เขาโยกตัวหลบไปทางขวาฟาดหวดกิ่งไผ่ไปที่ด้านหลังอย่างถนัดถนี่ เพียะ! ซุนหม่าถึงกับล้มกลิ้งไปกับพื้น เขารีบลุกขึ้นมาด้วยความอับอายรีบชี้กระบี่ในมือ
“บัดซบ! เหตุใดพวกเ้าไม่รุมจับตัวมันให้ข้าเล่า!”
จินหยางขมวดคิ้ว เด็กหนุ่มที่ติดตามซุนหม่านำโดยหย่งอู่รีบวิ่งเข้ามาจับตัวเขา จินหยางโยกหลบซ้ายขวาฟาดหวดกิ่งไผ่ไปยังเท้าและแขน เพียะ! เพียะ! เพียะ! แต่ด้วยความที่เขายังขาดทักษะท่าเท้าและยังด้อยประสบการณ์ในการต่อสู้ ไม่ถึงยี่สิบลมหายใจก็ได้ถูกล็อกแขนทั้งสองข้างกิ่งไผ่ร่วงลงพื้น ซุนหม่าแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“พวกเ้าจับมันไว้ให้แน่น”
ซุนหม่ากวัดแกว่งกระบี่ในมือเดินเข้าหาจินหยางอย่างช้า ๆ
“คุณชายให้ข้าช่วยเหลือท่านหรือไม่”
“ไม่ต้อง”
จินหยางก้าวเท้าขวาไปด้านหน้าแล้วหมุนตัวใช้แรงเหวี่ยงสลัดเด็กหนุ่มสองคนที่จับแขนของเขาเอาไว้
“ข้าบอกให้พวกเ้าจับมันให้ดีไง”
ซุนหม่ากล่าวยังไม่ทันสิ้นเสียงต้องใถอยไปด้านหลัง ที่เห็นจินหยางพุ่งทะยานเข้ามาประชิด
“มาดูกันว่าข้าจะทุบตีเ้าอย่างไร”
ซุนหม่าตวัดกระบี่ไม้ในมือ จินหยางโยกตัวหลบไปทางซ้ายพร้อมต่อยหมัดขวาเข้าไปที่หน้าท้องของซุนหม่า เปรี้ยง! ซุนหม่าตัวง้อล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับอ้วกออกมา จินหยางเองถึงกับก้มมองหมัดขวาของตน
“ข้าเคยบอกต่อท่านแล้วคุณชาย ว่าร่างกายของท่านแข็งแกร่งกว่าเด็กวัยเดียวกัน อีกอย่างตลอดหลายวันที่ผ่านมาร่างกายของท่านเริ่มมีพลังปราณไหลเวียนในร่างกายแล้ว”
“แต่นี่มันมากเกินไปเทียนคง”
จินหยางหันไปมองเด็กหนุ่มที่เหลือที่ต่างยืนนิ่งค้าง
“พวกเ้ารีบออกไปจากที่นี่ซะ ในตอนที่ข้ายังมีความเมตตา”
หย่งอู่ตัวสั่นสะท้านจ้องมองซุนหม่าและจินหยางสลับกันไปมา
“พวกเ้ายังไม่ไปอีก!!”
หย่งอู่ได้ยินเสียงตวาดของจินหยางถึงกับได้สติรีบวิ่งเข้ามาช่วยกันแบกร่างของซุนหม่าออกไปจากป่าไผ่ ชั่วน้ำเดือดหลังจากที่ทุกคนออกไปจากป่าไผ่แล้วจินหยางก็นั่งโคจรลมปราณต่อ ไม่ถึงครึ่งเค่อเขาก็ได้ยินเสียงร้องะโดังลั่นมาจากหน้าบ้านของหวังซุน จินหยางรีบวิ่งออกไปดู พบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์หลายสิบคนยืนอยู่ที่ด้านหน้าของบ้าน
“เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับ? เหตุใดพวกท่านถึงมายืนกันอยู่ที่นี่?”
ซุนหม่ารีบก้าวเดินออกมาพร้อมกับยกมือขวาชี้ไปที่จินหยาง
“เป็มันขอรับท่านพ่อที่ทุบตีข้า”
จินหยางถึงกับขมวดคิ้ว
“เ้าคงเป็หลานชายของหวังซุนสินะ ข้ามีนามว่าซุนลู่เฉินเป็หัวหน้าหมู่บ้านและเป็บิดาของซุนหม่า”
จินหยางรีบก้มคารวะ
“คารวะท่านหัวหน้าหมู่บ้านซุนลู่เฉินขอรับ”
“ดีที่เ้ายังมีสัมมาคารวะอยู่บ้าง”
“ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าเหตุใดพวกท่านถึงนำกำลังมามากมายเช่นนี้?”
ซุนหม่าแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“ที่มาที่นี่เพราะพวกเขาจะมาขับไล่เ้าออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ยังไงละ”
“ขับไล่ออกจากหมู่บ้าน?”
“แน่นอน นั่นเป็เพราะเ้าลงมือทำร้ายข้า”
จินหยางได้ยินเช่นนั้นถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าคงไม่นำเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไปฟ้องพ่อของเ้าหรอกนะ?”
“แล้วจะทำไม?”
“เหอะ! ข้าฝึกวิชาอยู่ในป่าไผ่ เป็เ้าเองไม่ใช่รึที่นำพรรคพวกตั้งหลายคนมารุมทำร้ายข้า แต่เมื่อถูกข้าทุบตี เ้ากลับไปฟ้องพ่อของเ้า พี่ใหญ่แห่งหมู่บ้านส่านเฟิงเหตุใดถึงกระทำตัวน่าอายเช่นนี้เล่า”
ซุนหม่าถึงกับยืนตัวสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ
“เป็ดังที่จินหยางกล่าวมาหรือไม่ซุนหม่า? ไหนเ้าบอกกล่าวต่อข้าและทุกคนที่อยู่ที่นี่ว่าเป็จินหยางที่ลอบทำร้ายเ้า”
“มันโกหกขอรับท่านพ่อ!”
จินหยางส่ายศีรษะไปมา
“เช่นนั้นเ้ากล้าที่จะประลองกับข้าอีกหรือไม่ซุนหม่า จะได้พิสูจน์ให้ทุกคนที่นี่เห็นว่าข้าสามารถเอาชนะเ้าได้ โดยไม่ต้องลอบทำร้ายดังเช่นที่เ้ากล่าวหาข้า”
ซุนหม่าได้ยินเช่นนั้นถึงกับใช้มือขวาลูบคลำไปที่หน้าท้องของตนพร้อมกับครุ่นคิด
“ได้! แต่ข้าขอเวลาอีกสามวัน”
จินหยางหรี่ตามองไปที่ซุนหม่า
“ตกลงตามนั้น อีกสามวันข้าจะประลองกับเ้าที่ลานกลางหมู่บ้าน หวังว่าก่อนถึงวันประลองเ้าจะไม่ส่งพรรคพวกของเ้ามาลอบทำร้ายข้าหรอกนะ”
ซุนหม่ากำหมัดทั้งสองแน่น แน่นอนว่าสิ่งที่จินหยางกล่าวซุนหม่าคิดให้พรรคพวกของตนแอบมาทำร้ายเขาตอนฝึกวิชา
“ได้! อีกสามวันเจอกันที่ลานกลางหมู่บ้าน!”
จินหยางพยักหน้าตอบรับพร้อมกับก้มคารวะซุนลู่เฉิน ไม่นานทั้งหมดก็แยกย้ายกันออกไป จินหยางก็มุ่งหน้ากลับไปที่ป่าไผ่เพื่อรวบรวมลมปราณต่อ
“ข้าจะทำอย่างไรดีเทียนคง ตอนนี้ข้ายังขาดทักษะท่าเท้าและประสบการณ์การต่อสู้”
“เื่นั้นไม่เป็ปัญหาขอรับ ขอเพียงท่านจ้องมองใครก็ตามที่ใช้ทักษะท่าเท้าข้าสามารถสแกนและโอนถ่ายทักษะนั้นให้แก่ท่านได้ แต่ประสบการณ์การต่อสู้นั้นท่านต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง”
“เ้าสามารถทำได้รึเทียนคง?”
“แน่นอนขอรับ”
“ดี! เช่นนั้นเมื่อใดที่ท่านลุงหวังซุนกลับมา ข้าจะให้เขาแสดงทักษะท่าเท้าให้ข้าดู”
ที่บ้านของซุนลู่เฉิน ซุนหม่าเดินวนไปมาอยู่ภายในห้อง ชั่วน้ำเดือดซุนลู่เฉินก็เดินเขามาในห้องมือขวาถือกล่องไม้ขนาดเล็กยื่นให้แก่ซุนหม่า
“มันคือสิ่งใดขอรับ?”
ซุนหม่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มันคือเม็ดยาลมปราณวารี มันสามารถเพิ่มพลังลมปราณให้เ้าได้ถึงห้าปี ข้าสูญเสียทองไปไม่น้อยเพื่อที่จะได้มันมา หวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง อีกหนึ่งปีเ้าจะอายุครบสิบปีสามารถเข้าไปที่สำนักสำนักกระบี่หลงอู่ได้”
“แน่นอนขอรับท่านพ่อ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
“ดี เช่นนั้นเ้ารีบดูดซับมันเถอะ”
ทันทีที่ซุนลู่เฉินเดินออกไปจากห้อง ซุนหม่าก็นั่งโคจรลมปราณบนเตียงหลังจากกลืนเม็ดยาลมปราณวารี
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวันยามซื่อ หวังซุนก็กลับมายังหมู่บ้านส่านเฟิงจินหยางดีใจไม่น้อยที่เขาได้กระบี่เล่มใหม่จากหวังซุน
“นายน้อย ข้าได้ข่าวจากคนในหมู่บ้านว่าท่านท้าประลองกับซุนหม่าบุตรชายของซุนลู่เฉิน”
“เป็อย่างที่ท่านทราบขอรับท่านลุงหวังซุน เมื่อวานข้าฝึกพลังปราณอยู่ที่ป่าไผ่ด้านหลัง ซุนหม่านำพรรคพวกมารุมทำร้ายข้า แต่ดันเป็เขาที่ถูกข้าทุบตีกลับไป เขาจึงไปฟ้องบิดาเพื่อมาขับไล่ข้าออกไปจากหมู่บ้าน โดยอ้างแก่พวกเขาว่าถูกข้าลอบทำร้าย”
“เป็เช่นนั้น ท่านก็เลยท้าประลอง”
“ถูกแล้วขอรับ”
“คุณชายมีสิ่งใดให้ข้าชี้แนะหรือไม่ขอรับ”
จินหยางยกยิ้มอย่างดีใจ
“ข้ายังขาดทักษะท่าเท้าขอรับ หวังว่าท่านลุงหวังซุนจะแสดงทักษะท่าเท้าของท่านให้ข้าได้ชมเป็แนวทาง”
“เช่นนั้นไม่มีปัญหา แต่ทว่าทักษะของข้าหาได้เก่งกาจหรือเป็หนึ่งในยุทธภพ มันคือย่างก้าวแห่งพยัคฆ์เป็เทคนิคที่ส่งต่อมาในตระกูลของข้า เหมือนดั่งชื่อของมัน ทักษะนี้ใช้การเลียนแบบการเคลื่อนไหวของพยัคฆ์ หากใช้รวมกับพลังปราณภายในร่างมันสามารถทำให้ศัตรูรู้สึกหวาดกลัวด้วยจิตสังหารที่แผ่ออกมา ขอเพียงศัตรูรู้สึกหวาดกลัวเพียงชั่วครู่ท่านสามารถสังหารมันผู้นั้นได้เพียงครึ่งลมหายใจ เอาเถอะ ถึงกล่าวออกไปนายน้อยก็คงไม่เข้าใจ ข้าจะแสดงมันให้ท่านเห็นก็แล้วกันขอรับ”
จินหยางยกยิ้มอย่างดีใจก้าวเดินติดตามหวังซุนเข้าไปที่ป่าไผ่ด้านหลัง ทั้งสองยืนอยู่ห่างกันเกือบสามสิบก้าว ไม่นานหวังซุนก็เริ่มแสดงทักษะก้าวย่างพยัคฆ์พุ่งทะยานไปมาคล้ายการกระโจนของพยัคฆ์
“เมื่อครู่ข้าได้ใช้ทักษะก้าวย่างพยัคฆ์โดยไม่แฝงพลังปราณ แต่ครั้งนี้ข้าจะแสดงทักษะรวมกับพลังปราณ นายน้อยจงตั้งใจมองให้ดีนะขอรับ”
วูบ ไม่ถึงครึ่งลมหายใจหวังซุนที่ยืนอยู่ไกลกว่าสามสิบก้าวก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จินหยางถึงกับตื่นใและหวาดกลัวคล้ายถูกพยัคฆ์กระโจนเข้ามา เขาล้มลงไปนั่งกับพื้น ไม่ถึงสามลมหายใจเขาก็ยกยิ้มขึ้นมา
“นายน้อยเห็นความสามารถของมันแล้วใช่หรือไม่ ครั้งนี้ข้าจะใช้ทักษะก้าวย่างพยัคฆ์อย่างละเอียด ท่านจงตั้งใจมองดูมันให้ดีนะขอรับ”
จินหยางรีบลุกขึ้นมาจ้องมองไปยังร่างของหวังซุน
“เทียนคง เริ่มทำการสแกนทักษะก้าวย่างพยัคฆ์”
“ขอรับคุณชาย”