“เ้าช่างเป็บุรุษใจง่ายนัก เพียงแค่มาอยู่ใกล้ข้าไม่ถึงเดือนกลับพูดเหมือนตกหลุมรักข้า..หรือนี่เป็เพียงเื่โกหกหลอกลวง”
“55555 หลอกลวงหนิงอันแล้วข้าจะได้ประโยชน์อันใดเล่า”
“ก็เ้าอาจจะหลอกลวงข้าให้เดินทางไปตรวจดวงชะตาที่แคว้นเ้าก็ได้ผู้ใดจะรู้” สองมือบางกุมจอกน้ำชาอุ่นๆ แน่น เพื่อลดความประหม่าแม้จะรู้ว่าเหตุผลที่นางกล่าวอ้างมันช่างไร้สาระ
“แคว้นเ้ายิ่งใหญ่คับฟ้ามีเื่ใดให้ต้องตรวจดวงชะตากัน..อย่ากล่าวอ้างเื่ที่เ้าก็รู้อยู่แก่ใจดีกว่านะหนิงอัน” จิบชาไม่ใส่ใจพลางหันมองรอบๆ โรงเตี๊ยมเพื่อรออาหารที่องครักษ์คู่ใจเป็ผู้สั่ง
“ไก่ตุ๋นน้ำแดงมาแล้วเ้าค่ะคุณชาย” เสี่ยวเอ้อสตรีเดินนวยนาดมาเสิร์ฟอาหาร พร้อมชะม้ายชายตาหาบุรุษรูปงาม
“อืม” เ้าหยางหลงรับคำอย่างไม่สนใจมือแกร่งหยิบตะเกียบคีบไก่ตุ๋นพอดีคำส่งให้เจียวหนิงอัน “อ้าปากสิหนิงอันข้าจะป้อนเ้าก่อน” ผู้คนในร้านต่างพากันใและลอบมอง..จะมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าการกระทำเช่นนี้มันไม่ถูกต้อง บ้านใดเมืองใดต่างก็รับรู้ว่าบุรุษต้องเป็ผู้คีบทานอาหารก่อนหาใช่สตรีมิเช่นนั้นจะกลายเป็การหยามเกียรติอันใหญ่หลวง
เจียวหนิงอันทำหน้ายุ่งเปรยออกมาเบาๆ “เ้ากำลังทำให้ข้าถูกผู้คนนินทา”
“ข้ายกย่องให้เกียรติเ้ามากขนาดนี้จะมีผู้ใดกล้านินทา สตรีเป็เพศที่ให้กำเนิดข้าถือเป็บุญคุณยิ่งใหญ่คับฟ้าหากข้าไม่ปรนนิบัติเ้าให้ดีก็หาได้ใช่บุรุษที่น่ายกย่องไม่” ส่งเนื้อไปจนถึงปากให้นางอ้าออกรับมัน “ชาวบ้านพวกนี้หาใช่บิดามารดาข้า หากพวกเขาไม่รู้คิดใยข้าต้องสนใจ เ้าไม่รู้หรอกว่าท่านพ่อทั้งสองของข้าเวลารับสำรับจะป้อนอาหารให้ท่านแม่ก่อนเสมอ ข้าไม่เห็นจะมีผู้ใดตาย” ยักไหล่ไม่สนใจ
ฟงอีองครักษ์คนสนิทหัวเราะในลำคอเบาๆ อยู่ตรงโต๊ะด้านข้างอย่างเห็นด้วย คนสนิทเช่นเขาได้ยินคำสอนของพระชายาจูเหม่ยเซียนผู้เป็มารดาขององค์ชายบ่อยๆ ว่า ‘บุรุษและสตรีมีสิทธิเท่าเทียมกันหากไม่มีมารดาจะมีพวกเ้าได้อย่างไร’ และมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ ส่วนเื่ทานก่อนทานหลังก็อย่างที่องค์ชายเ้าหยางหลงกล่าว..ผู้ใดจะทานก่อนหาใช่เื่สำคัญไม่ ‘ลงท้องเหมือนกันหมด’
เจียวหนิงอันยิ้มอย่างถูกใจ หากเป็ยุคที่นางจากมาส่วนใหญ่ก็กินพร้อมๆ กันเสมอไม่ใช่ดังเช่นยุคเก่านี้ที่นางมาอยู่และถูกพร่ำสอนโดยท่านยายอย่างเคร่งครัดว่าต้องรอให้บุรุษคีบอาหารทานก่อนสตรีจึงจะเริ่มคีบตามแต่ยามนี้เ้าหยางหลงกลับทำตรงกันข้ามทั้งหมด เขาแสดงออกต่อหน้าทุกคนราวกับว่าตนคือนายท่านและฮูหยินตาบอดเดินทางผ่านมาท่องเที่ยว
“หนิงอันมองไม่เห็นเดี๋ยวข้าจะคีบอาหารวางในชามข้าวให้เ้าดีหรือไม่...หรือจะให้ข้าป้อน”
“คีบมาวางในชามข้า เดี๋ยวข้ากินเอง” นางเริ่มประหม่าแม้ว่าเขาทำเพียงเพราะนางตาบอดแต่ความใส่ใจเล็กๆ เช่นนี้ นางกลับชอบใจ
เ้าหยางหลงเริ่มบอกรายการอาหารที่ถูกนำมาวางเพื่อให้นางได้เลือกพร้อมกับนำชามข้าวใบเล็กกับตะเกียบส่งให้นางถือ “ไก่ตุ๋นน้ำแดง,ผัดผักคงซินช่าย (ผักบุ้ง) ,หมูอบสมุนไพร,หมั่นโถว” อาหารเรียบง่ายที่หาได้ทั่วไปตามโรงเตี๊ยม เขาจึงไม่ได้สั่งอาหารมามากมายนัก นับว่าดีที่การเดินทางเป็เส้นทางหลักที่ผู้คนสัญจรอยู่แล้วจนถึงตีนเขาจึงจะเป็เขตป่าเข้าสู่สำนักสงฆ์ยังมีโรงเตี๊ยมเป็ทางผ่านประปราย
“เอาอย่างละหนึ่งชิ้น” นางมองไปทางเสี่ยวเอ้อหญิงคนนั้นผ่านผ้าปิดตารางเลือน ท่าทางคล้ายกำหมัดเช่นนั้นคืออะไรทั้งๆ ที่นางกับเสี่ยวเอ้อหญิงเพิ่งจะเคยพบกันมิใช่รึ?
ความอิจฉาริษยาฉายชัดออกมาอย่างปิดไม่มิดก่อนที่ในหัวของเจียวหนิงอันจะเห็นภาพกระท่อมขนาดกลางแต่เต็มไปด้วยเด็กเล็กมากมาย เสี่ยวเอ้อนางนี้ถูกบุรุษอ้วนท้วนทุบตีด่าทอจนล้มลงไปกับพื้นคำก่นด่าที่กระทบใบหู ‘วันนี้ก็หลอกล่อผู้ใดมาไม่ได้งั้นรึ..โง่นัก!! เช่นนั้นข้ากับลูกๆ ของเ้าจะกินอะไร หากวันนี้ยังหาเบี้ยมาไม่ได้ ไม่ต้องกลับมา!!’
เจียวหนิงอันหันหน้ากลับมาก้มมองชามข้าว หากบอกให้เสี่ยวเอ้อหญิงคนนั้นหนีออกมาคงจะไม่ใช่เื่ที่ดีนักเพราะเด็กๆ ที่นางเห็นคงจะเป็บุตรของเสี่ยวเอ้อหญิงกับชายอ้วน ‘รู้แล้วอย่างไร ไม่รู้แล้วอย่างไร’ มือขาวบางจับถุงผ้าคาดเอวก่อนจะหยิบตั๋วแลกเงินออกมาหนึ่งใบส่งมันให้เ้าหยางหลงพร้อมกล่าวว่า “มอบให้เสี่ยวเอ้อหญิงที่ยกไก่ตุ๋นมาเมื่อครู่ด้วย นางน่าสงสาร”
เ้าหยางหลงคิดตามคำพูดของสตรีตาบอดแสนพิเศษตรงหน้า เข้าใจได้ว่านางคงรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง จึงร้องเรียก “เสี่ยวเอ้อหญิงผู้นั้น” ชี้ไปที่สตรีผู้ยกไก่ตุ๋นมา “นี่เบี้ยของเ้าจากหนิงอัน ขอบคุณนางเสีย” พยักหน้าไปยังฝั่งตรงกันข้าม
เสี่ยวเอ้อมองตั๋วแลกเงินด้วยใบหน้าเศร้าหมองแต่ก็รับไว้พลางร่ำไห้ผงกหัวหลายๆ ครั้ง “ขอบคุณฮูหยิน..ขอบคุณเ้าค่ะ”
เจียวหนิงอันไม่ไดแก้คำเรียกว่าฮูหยินเพราะนางไม่อยากต่อความให้มากไปอีก “ไม่เป็ไร ข้าช่วยได้เพียงเท่านี้และก็หวังว่าเ้าจะใช้มันอย่างประหยัด...จงนำมันไปแลกเป็เบี้ยให้ชายผู้นั้นวันต่อวันเพื่อเพียงพอสำหรับอาหาร อย่ามอบให้เขาไปทั้งหมดเข้าใจหรือไม่” เจียวหนิงอันรู้ว่าชายอ้วนผู้นั้นเก็บเบี้ยไว้กับตัวเพื่อรอวันที่จะตีจากภรรยาที่มีลูกอยู่เต็มกระท่อม “หลังจากนี้อย่าหลอกลวงผู้ใดอีกมิเช่นนั้นหากวันหน้าถ้าเ้าถูกทางการจับกุมไปจะเป็เช่นไร”
“ฮือออ...ออ” เสี่ยวเอ้อหญิงนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงนั้นเพราะพูดไม่ออก ทุกเื่ที่สตรีตาบอดผู้นี้กล่าวล้วนเป็ความจริงทั้งสิ้น “ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว...เป็เพราะข้าเลือกสามีผิดพลาดมาั้แ่ต้น ข้าพลาดเอง ฮือๆๆ”
“หากหมดบุญต่อกัน..ไม่นานก็ต้องลาจาก อดทนอีกหน่อย” เจียวหนิงอันยังคงกินข้าวต่อเมื่อสตรีผู้นั้นเดินออกไปทางหลังร้าน
เ้าหยางหลงนั่งท้าวคางมอง “เหตุใดทีเื่ของข้าหนิงอันไม่เห็นจะบอกเช่นนี้เล่า” เคาะโต๊ะกลมดัง ตึ่กๆ
“ก็ข้าไม่เห็น” วางตะเกียบลงข้างชามเมื่อรับสำรับจนอิ่มหนำ “จะให้ทำอย่างไร”