ฉู่ถิงถิง ฉู่อัน หลิวจางิ่ และฉู่เฟยหรง เข้ามาในตำหนักรอเข้าเฝ้าไทเฮา แต่สายตาทั้งหมดมองไปเห็นสวีเยว่เล่อยืนอยู่ในห้องโถงเช่นกัน
“เยว่เล่อคารวะองค์หญิงใหญ่ คารวะองค์ชายห้าเพคะ” สวีเยว่เล่อทำความเคารพด้วยท่วงท่าอ่อนหวาน แล้วทำเป็มองไม่เห็นหลิวจางิ่และฉู่เฟยหรง
“พระชายาและโอรสของข้าก็ยืนอยู่เช่นกัน” ฉู่อันกล่าวเบาๆ แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทำให้คนฟังต้องตะลึง
“เยว่เล่อคารวะพระชายา คารวะองค์ชายเพคะ” สวีเยว่เล่อทำความเคารพพร้อมกับกำมือแน่น
หลิวจางิ่คอยสังเกตสวีเยว่เล่ออยู่ตลอด ก็ได้แต่แอบถอนหายใจ 'สวีเยว่เล่อ เธอคือตัวปัญหาของฉันจริงๆ เฮ้อ...ฉู่อัน ความหล่อของท่านกำลังจะทำให้ข้าลำบากแล้ว' คิดแล้วก็ได้แต่จ้องเขม็งไปทางคนต้นเหตุ
(ฉู่อัน : ข้าไม่ได้ทำอันใด เ้าจะจัดการอย่างไรเชิญได้ตามสบาย)
บรรยากาศภายในห้องชวนอึดอัดยิ่งนัก ขณะที่ฉู่ถิงถิงกำลังจะพูดเพื่อทำลายความน่าอึดอัดนั้น
“ไทเฮาเสด็จ” เสียงกงกงร้องขึ้น
“ถวายบังคมไทเฮา” ทุกคนกล่าวทำความเคารพพร้อมกัน
“พวกเ้าตามสบาย” ไทเฮาให้พวกเขานั่งลง “ถิงถิง อาการของเ้าเป็อย่างไร”
“ระหว่างนี้ไม่มีอาการอาเจียนแล้วเพคะเสด็จย่า ความอยากอาหารมีมากขึ้น เพียงแต่อาการวิงเวียนยังมีอยู่เพคะ” ฉู่ถิงถิงตอบ
“องค์ชายห้าฉู่อัน เรานึกว่าชาตินี้จะไม่มีโอกาสได้พบหน้าเ้าเสียแล้ว” ไทเฮากล่าวประชดหลานชาย
“หลานขอประทานอภัยขอรับเสด็จย่า ภารกิจคราวนี้นานไปสักหน่อย แต่หลานมีข่าวดีนะขอรับ” ฉู่อันหันไปทางหลิวจางิ่และฉู่เฟยหรงให้พวกเขาเข้าไปทำความเคารพ
“หลิวจางิ่ทำความเคารพไทเฮาเพคะ”
“ฉู่เฟยหรงทำความเคารพไทเฮาขอรับ”
“พวกเ้าทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาให้เราดูชัดๆ” ไทเฮารับสั่งกับสองแม่ลูก
“เฟยหรงหรือ หน้าตาท่าทางเ้าช่างเหมือนกันพ่อของเ้าเสียจริง” ไทเฮาพูดอย่างเอ็นดู “หลิวจางิ่ หน้าตาสวยงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย เรารู้มาว่าเ้ารู้วิชาแพทย์อย่างนั้นหรือ”
“หม่อมฉันไม่มีความรู้สูงส่งถึงเพียงนั้นหรอกเพคะ เพียงแต่เมื่อครั้งอาศัยอยู่บนเกาะ มีหมอท่านหนึ่งได้เดินทางไปพักอยู่บนเกาะ และได้สอนหม่อมฉันเกี่ยวกับยาสมุนไพรและการใช้มาบ้างเท่านั้นเพคะ” หลิวจางิ่ก้มหน้าตอบ ได้แต่คิดในใจ 'ไทเฮาเ้าขา หนูขอโทษที่แต่งเื่โกหกเ้าคะ แต่อาแปะร้านขายยาก็ถือเป็หมอชราอยู่นะเ้าคะ'
ไทเฮาได้ฟังคำตอบก็ไม่ได้นึกสงสัยสิ่งใด กลับชื่นชมที่หลิวจางิ่มีความพยายามในการหาความรู้มาใส่ตัว
“ไทเฮาเพคะ ่นี้พระองค์มีอาการนอนไม่หลับหรือเพคะ” หลิวจางิ่สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางอิดโรยของไทเฮา
“หมอหลวงเคยตรวจแล้ว บอกว่าเป็อาการของคนแก่ทั่วไป นอนไม่หลับ มีลมในกระเพาะ ่นี้มีอาการปวดเมื่อยเพิ่มเข้ามา”
“หากมีอาการนอนไม่หลับ และมีลมในกระเพาะ หม่อมฉันมีชาที่หม่อมฉันทำเอง เรียกว่าชาดอกคาโมไมล์ จะช่วยในเื่การนอนหลับและขับลมในกระเพาะเพคะ”
“เ้าทำชาจากดอกไม้อย่างนั้นหรือ” ไทเฮาถามอย่างสนพระทัย
“ตอนที่อยู่เมืองเหอ หม่อมฉันทำชาจากดอกไม้ไว้หลายชนิดเพคะ สรรพคุณแต่ละชนิดต่างกันออกไป” หลิวจางิ่พูดพร้อมกับหยิบขวดกระเบื้องออกมาจากแขนเสื้อสองขวด ก่อนจะส่งให้กงกงเพื่อถวายไทเอา
“สิ่งนี้คืออันใด” ไทเฮาถาม
“ขวดสีเขียวเรียกว่าขี้ผึ้งทาแก้ปวดบวมเพคะ หากพระองค์ใช้สิ่งนี้ทาและนวดเบาๆ บริเวณที่ปวดเมื่อย ก็จะทำให้คลายความปวดเมื่อยลงไปได้ หรือหากมียุงหรือแมลงกัดก็สามารถใช้ทาได้เช่นกันเพคะ” หลิวจางิ่ตอบ
“น้องสะใภ้ห้า ข้ามีอาการวิงเวียนบ่อยๆ เ้ามีสิ่งใดพอจะให้ข้าใช้ได้บ้างหรือไม่” ฉู่ถิงถิงได้ฟังแล้วเกิดความสนใจ
“พี่หญิงใหญ่สามารถใช้พิมเสนน้ำได้เ้าค่ะ เพียงแต่เอาไว้ให้ห่างจากจมูกสักหน่อย ท่านลองดูเ้าค่ะ” หลิวจางิ่หยิบพิมเสนน้ำที่บรรจุในขวดกระเบื้องสีขาวส่งให้ฉู่ถิงถิง
“น้องสะใภ้ห้า กลิ่นหอมเย็น ดมแล้วสดชื่นมาก” ฉู่ถิงถิงกล่าวอย่างตื่นเต้น “เสด็จย่าลองดูสิเพคะ หอมเย็นชื่นใจมากจริงๆ”
“จริงอย่างที่เ้าว่าองค์หญิงใหญ่ ิ่เอ๋อ หากมีเวลา เ้าก็เข้าวังมาเยี่ยมย่าบ่อยๆ” ไทเฮากล่าวอย่างชอบใจในตัวหญิงสาว
“พระชายาทรงมีความสามารถมากจริงๆ นะเพคะ ความรู้ด้านการแพทย์ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงจะเรียนได้ อีกทั้งท่านหมอที่สอนเื่การใช้สมุนไพรให้ก็คงมิใช่หมอหญิงกระมัง” สวีเยว่เล่อทนเห็นภาพเหล่านี้ไม่ไหวจึงแสร้งพูดขึ้นมา
“ท่านหมอเป็บุรุษชรา เดินทางไปรักษาคนทั่วทุกทิศ เห็นคนเกิด แก่ เจ็บ ตายอยู่ตลอดเวลา และผู้ที่ไม่ได้รับการรักษามากที่สุดก็คือสตรี ผู้ซึ่งเป็ทั้งมารดา ภรรยา และบุตรสาว เหตุผลเป็เพราะข้อจำกัดเื่การััิัของเพศตรงข้าม เมื่อท่านหมอเดินทางไปพักอยู่ที่ใด ก็จะสอนเื่การใช้ยาสมุนไพรพื้นฐานและการรักษาโรคทั่วไปให้กับคนที่พอจะช่วยเหลือชาวบ้านต่อไปได้” หลิวจางิ่พูดยาว แล้วหยุดมองไปที่สวีเยว่เล่อ ก่อนจะพูดต่อ “ข้าไม่ใช่หมอ ข้าเพียงแต่รู้เื่ยาสมุนไพรเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งท่านอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ให้ข้าด้วยความห่วงใยที่มีต่อผู้คน การที่แม่นางสวีถามข้าเช่นนี้ไม่ทราบว่าท่าน้าสื่อความหมายไปทางใด”
“การเรียนรู้เื่สมุนไพรและการรักษาโรค คงไม่ได้ใช้เวลาอยู่เพียงแค่หนึ่งวันหรือสองวัน ข้าเพียงแค่เป็ห่วงชื่อเสียงของพระชายา หากว่า...” สวีเยว่เล่อหยุดพูดกลางคัน
“หากเื่ที่ข้าเรียนรู้เื่สมุนไพรเพื่อรักษาผู้คนจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของข้า แล้วเื่ของหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือน แต่คอยส่งสาวใช้ส่วนตัวนำสิ่งของมามอบให้สามีผู้อื่นถึงจวน การกระทำเช่นนี้คงเหมาะสมกว่ากระมัง” หลิวจางิ่พูดอย่างไม่ไว้หน้าสวีเยว่เล่อ
'เธอจะโทษฉันไม่ได้นะจ๊ะ รนหาที่เอง ช่วยไม่ได้' หลิวจางิ่คิดในใจ
'ฉู่อัน : ชายาข้าจะช่วยเ้าจัดการนางอีกแรง'