คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อเนื้อตัวของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะอ่อนระทวยหลังจากที่เขาได้ปลดปล่อยน้ำแห่งความปรารถนาอัดฉีดเข้าไปเรือนร่างของนางอย่างเร่าร้อนในขณะที่ตัวเขาย่างก้าวออกมาจากรถม้าแข้งขาของเขาสั่นเทาอย่างหมดแรงแต่ถึงจะเป็อย่างงั้นสีหน้าของคุณชายก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจเขากระชับร่างของนางแน่นเพื่อให้อยู่ภายในอ้อมกอดของเขาราวกับ้าประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ว่าสตรีนางนี้นั้นนางมีเ้าของแล้ว
"ข้า้าที่จะซื้อนาง" คำพูดของคุณชายไป๋ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงนั้นราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเจตจำนงที่ยากจะปฏิเสธ ดั่งสั่งซื้อสินค้าชิ้นหนึ่งมากกว่าจะพูดถึงชีวิตของมนุษย์
พ่อและแม่ของหลินชิงเยว่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าของทั้งสองเปื้อนรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความละโมบและยินดี พวกเขาพยักหน้าอย่างรวดเร็วแทบไม่ต้องคิด พ่อของหลินชิงเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ "แค่คุณชายถูกใจนางก็ถือว่าเป็บุญวาสนาของพวกเราไปทั้งชีวิตแล้ว"
คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อหัวเราะเบา ๆ อย่างพึงพอใจ มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเยาะอย่างคนที่รู้ว่าตนเองเป็ผู้มีอำนาจเหนือสถานการณ์นี้ เขาล้วงเอาเงินจำนวนหนึ่งจากในถุงไหมสีทองมอบให้พ่อแม่ของหลินชิงเยว่ พวกเขารับมันไปอย่างกระตือรือร้นด้วยมือที่สั่นเทา
"นี่ถือว่าจบกันไปแล้ว ข้าไม่้ายุ่งเกี่ยวกับพวกเ้าอีก" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเฉียบขาด ทำให้พ่อแม่ของหลินชิงเยว่ไม่กล้าแม้แต่จะโต้เถียง พวกเขาพยักหน้าและถอยกลับไปอย่างสงบเสงี่ยม
ในห้วงยามนั้น คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อยืนอยู่ตรงหน้าหลินชิงเยว่ เขามองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจและอำนาจที่เหนือกว่า มืออันแข็งแกร่งของเขายื่นออกไปจับมือนางอย่างมั่นคง ก่อนจะเอ่ยคำที่เต็มไปด้วยความหมาย "หลินชิงเยว่ ชีวิตของเ้าเป็ของข้าแล้ว"
เสียงนั้นนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความปรารถนาและคำมั่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หลินชิงเยว่เงยหน้ามองเขาอย่างประหม่าก่อนจะก้มลงเล็กน้อย ใบหน้าขาวนวลแต่งแต้มด้วยสีชมพูจาง ๆ จากความเขินอาย "เ้าค่ะ คุณชาย" นางตอบด้วยเสียงแ่เบา ราวกับคำพูดนั้นเป็การยอมรับชะตากรรมของตัวเอง
แต่แท้จริงแล้ว ในใจของหลินชิงเยว่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี ความคิดถึงชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นพลุ่งพล่านในใจของนาง นางรู้ดีว่าการได้ติดตามคุณชายไป๋คือการหลุดพ้นจากความยากลำบากในหมู่บ้านแร้นแค้นแห่งนี้ และเปิดโอกาสให้ชีวิตนางได้โลดแล่นไปในที่สูงส่งกว่า
"ตามข้ามา" คุณชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงเล็กน้อย มือของเขายังคงกุมมือนางไว้แน่น นำทางนางไปยังรถม้า
ภายในรถม้า หลินชิงเยว่ก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ดวงตาของนางกลับเปล่งประกาย ริมฝีปากขยับเป็รอยยิ้มบาง ๆ อย่างอดไม่ได้ ชีวิตของนางกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของม้าที่เร่งออกจากหมู่บ้านอันยากไร้แห่งนี้ นางรู้สึกว่าความทุกข์ยากที่เคยเผชิญกำลังจะกลายเป็เพียงอดีต
ภายในรถม้าที่โยกไหวไปตามทาง หลินชิงเยว่ปล่อยให้หัวใจนำพา ดวงตาคู่งามของนางหลับลงอย่างช้า ๆ เมื่อริมฝีปากของนางประกบกับของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อ จูบนั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่การแตะต้องเบา ๆ แต่กลับลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
ลิ้นของคนทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหว ราวกับกำลังเต้นระบำในจังหวะที่สอดประสานกันอย่างลงตัว มันไม่ใช่เพียงแค่ัั แต่คือการส่งผ่านความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายเป็คำพูด คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อประคองศีรษะของนางไว้แน่น
มือของเขาลูบไล้เบา ๆ ตามแนวเส้นผมของนาง ขณะที่ลิ้นของเขาค่อย ๆ สำรวจและตอบรับความอ่อนหวานจากนาง
หลินชิงเยว่รู้สึกเหมือนเวลารอบตัวหยุดนิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกกลายเป็เพียงฉากหลังให้กับ่เวลาที่นางและเขาอยู่ด้วยกัน รสชาติของจูบนี้ไม่ใช่แค่ความปรารถนา แต่มันคือการผูกมัดที่นางตั้งใจจะสร้างขึ้นเพื่อยึดหัวใจของคุณชายไว้
เมื่อจูบสิ้นสุดลง ทั้งสองถอนริมฝีปากออกช้า ๆ แต่สายตายังคงจ้องมองกัน
“เ้าช่างมีเสน่ห์จนข้าไม่อาจห้ามใจ” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
มือของเขาประคองเอวบางของหลินชิงเยว่ไว้แน่น ขณะที่ร่างกายของทั้งสองแนบชิดยิ่งขึ้นทุกที เสียงหัวใจที่เต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกทั้งสองฝ่ายสะท้อนถึงความรู้สึกที่ยากจะห้ามปราม แม้แรงสั่นของรถม้าจะทำให้ร่างกายทั้งสองเอนเอียงไปตามจังหวะ แต่พวกเขากลับไม่สนใจสิ่งใดนอกจากกันและกัน
เสียงกระเส่าที่เล็ดลอดออกมาเป็สัญญาณของความเร่าร้อนที่กำลังปะทุขึ้น ราวกับเปลวเพลิงที่ไม่อาจดับลงได้โดยง่าย รถม้ายังคงเคลื่อนตัวต่อไป แม้ถนนขรุขระและแรงกระแทกจะทำให้การเดินทางไม่นุ่มนวล แต่กลับเสริมให้บรรยากาศในรถม้าร้อนแรงยิ่งขึ้น
เมื่อรถม้าคันหรูหยุดลงหน้าประตูจวนใหญ่ของตระกูลไป๋ หลินชิงเยว่พลันรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยััมาก่อน นางยื่นหน้าออกมามองผ่านม่านรถม้าและถึงกับตะลึงงัน ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและชื่นชม
จวนของไป๋อวิ๋นเช่อเป็อาคารที่โอ่อ่าและงดงามตระการตา ประตูใหญ่ที่ทำจากไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรประดับด้วยโลหะสีทองแวววาว เสาแกะสลักรูปัพันลายประดับด้วยหยกสีเขียวสะท้อนแสงแดดงดงาม ขอบกำแพงยาวสุดสายตามีอิฐสีขาวสะอาดตา สวนดอกไม้และต้นไม้เขียวขจีถูกจัดอย่างประณีต บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและอำนาจของตระกูลนี้
หลินชิงเยว่ยังไม่ทันได้พูดอะไร คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อก็ยื่นมือมาให้พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น "ลงมาสิ นี่คือบ้านของข้า และตอนนี้...คือบ้านของเ้าด้วย" เสียงของเขาทุ้มลึก นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น
หลินชิงเยว่จับมือเขาอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถม้า ความรู้สึกอบอุ่นจากมือของเขายังคงชัดเจนในใจของนาง ขณะที่ยืนอยู่หน้าเรือนใหญ่ นางก้มมองชุดเรียบง่ายของตนเองที่ดูตัดกันกับความหรูหราของสถานที่รอบตัวจนรู้สึกเก้อเขิน แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความตื่นเต้นและคาดหวังกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น
“นึกไม่ถึงเลยว่า...คุณชายจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้” หลินชิงเยว่พูดออกมาด้วยเสียงเบา ดวงตายังคงจับจ้องไปที่จวนใหญ่ตรงหน้า
ในยามค่ำคืนภายในเรือนพักอันโอ่อ่าของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อ บรรยากาศเงียบสงบถูกเติมเต็มด้วยแสงไฟจากโคมระย้าที่ส่องแสงนวลอบอุ่น เงาของเปลวเทียนสะท้อนบนผนังไม้แกะสลัก ลมยามค่ำคืนพัดผ่านม่านโปร่งสีขาวที่ปลิวไสวเบา ๆ เพิ่มความเย้ายวนให้กับบรรยากาศโดยรอบ
หลินชิงเยว่นั่งอยู่กลางห้องในชุดบางเบาที่เผยให้เห็นรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของนาง ชุดผ้าบางโปร่งสีนวลแนบเนื้อทำให้เส้นโค้งเว้าของเรือนร่างปรากฏชัดยิ่งขึ้น ทุกท่วงท่าของนางเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะละสายตาได้ เส้นผมของนางถูกรวบไว้หลวม ๆ ปล่อยให้บางส่วนตกลงมาบนลาดไหล่ ราวกับจงใจเพิ่มความดึงดูดใจให้กับตัวเอง
ไป๋อวิ๋นเช่อยืนอยู่ไม่ไกลจากนาง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเรือนร่างของหลินชิงเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความหลงใหล เขาไม่ปิดบังความปรารถนาที่พวยพุ่งอยู่ในใจ รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา เมื่อมองเห็นท่าทีอ่อนช้อยของนางที่เผยความนุ่มนวลและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
"เ้าช่างงดงามเกินกว่าที่ข้าเคยจินตนาการไว้" ไป๋อวิ๋นเช่อเอ่ยออกมาเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความหมาย ดวงตาของเขากวาดมองเรือนร่างของนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ความเย้ายวนของนางดูราวกับภาพวาดที่บรรจงสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ