นานาเดินกลับมาที่ร้านพร้อมกับสีหน้าที่ต่างจากตอนไปอย่างสิ้นเชิงฟ้าเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโดนลูกค้าต่อว่ามาอย่างนั้นหรือจึงได้พยายามซักถาม แต่นานาก็ตอบกลับไปแค่ว่าไม่มีอะไร และลงไปนั่งมองฝนที่ตกลงมาอย่างนั้นจนเย็น
วันถัดมากรีที่เก็บความสงสัยเื่นานาก็เอาแต่มองออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง จนเพื่อนเริ่มรำคาญ
“เป็อะไรมากมั้ยเนี้ยจะเดินมามองกระจกกี่รอบ”
“แค่ดูว่าฝนจะตกรึเปล่าเท่านั้น”
ทุกคนต่างงงกับคำตอบของกรีฝนตกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องลุ้นขนาดนั้นว่าฝนจะตกรึเปล่า แต่เมื่อฝนเริ่มตกลงมาเขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที
“อเมริกาโน่2 คาปู 2 มาส่งด้วยนะครับ”
สั่งกาแฟงั้นเหรอ?เขารอให้ฝนตกเพื่อจะสั่งกาแฟอย่างนั้นหรือ ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ทุกคนสงสัยกับสิ่งที่กรีทำแต่คนที่เอาแต่จ้องหน้ากรีและดูเป็กังวลนั้นคือชิน
กรีรีบวิ่งลงไปด้านล่างและแอบอยู่ข้างตึกเพื่อดูว่าสิ่งที่เขาเห็นเมื่อวานนั้นเป็เื่บังเอิญรึเปล่านานาเดินมาพร้อมกับร่มคันใหญ่และถุงกาแฟเต็มมือ กรีเพ็งมองอย่างใจจดใจจ่อฝนยังคงตกปกติ กรีถอนหายใจและหัวเราะออกมา
“กูก็โง่คิดไปได้นะ”
นานาเดินมาเห็นกรียืนอยู่ด้านล่างก็แปลกใจทำไมเขาถึงมายืนรอตรงนี้ กรียืนยิ้มแหย่ๆ รีบเข้ามารับกาแฟและจ่ายเงินทันที นานาหันไปมองที่ลิฟต์และรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้ขึ้นไปส่ง้า เธอเดินกางร่มและข้ามถนนกลับเข้าร้านไปตามปกติกรียังคงยืนดูเพื่อให้มั่นใจว่าฝนยังคงตกอยู่ตอนที่เธอเดินออกไปจริงๆ
กรีเดินถือกาแฟขึ้นไปเองพอเปิดประตูเข้าไปทุกคนก็หันมามอง เพราะคิดว่าจะเป็นานาถือกาแฟขึ้นมาส่งชินเหลือบมองเล็กน้อย เขาคิดว่าทำไมกรีต้องลงไปรับกาแฟด้วยตัวเองทั้งที่สั่งให้ร้านมาส่ง หลายอย่างที่กรีทำมันมีแต่เื่น่าสงสัย หรือว่าเขาไปรู้อะไรมา
หลายวันผ่านไปนานานั่งมองไปที่ตึกที่เป็ออฟฟิศของชิน“เขาไม่สั่งกาแฟมาหลายวันแล้วนะ มีอะไรรึเปล่านะ” นานาเริ่มคิดว่าเธอทำอะไรผิด หรือว่ากาแฟไม่อร่อยเธอชงกาแฟและลองดื่มหลายครั้ง ใส่นมเพิ่ม เพิ่มความหวานแม้กระทั่งนั่งดมกาแฟสดที่เพิ่งกดออกมา ในตอนแรกฟ้าก็คิดว่านานาคงอยากเช็คคุณภาพกาแฟแต่อาการที่มองไปที่ตึกนั้นบ่อยๆ ทำให้ฟ้าเดาได้ว่า
“คนไหนเหรอคะ?ที่พี่นานาชอบ”
นานาหน้าแดงทันทีเมื่อถูกดูออกฟ้าเดินมานั่งข้างๆ และจ้องนานา เหมือนจะเค้นเอาคำตอบให้ได้นานาอึกอักอยู่พักหนึ่ง ใจหนึ่งก็อึดอัดอยากเล่าให้ใครสักคนฟังแต่อีกใจก็ไม่อยากพูดถึงเื่เก่าๆ สำหรับเธอกับชินนั้น มันจบไปนานแล้วมันเป็รักข้างเดียวที่ไม่เคยมีความหวัง แต่พอจะพูดมันก็เจ็บจี๊ดในหัวใจจนพูดไม่ออกทำได้แค่บอกปัดไป
“ถ้าพี่พร้อมจะเล่าจะบอกฟ้าแน่นอน”
ใบหน้าที่ดูเศร้านั้นทำให้ฟ้าไม่กล้าถามต่อ เธอรู้ว่ามันต้องเป็ความรักที่ไม่สดใสของนานาเป็แน่ใครกันนะที่ทำให้เธอดีใจมากมายเมื่อได้เจอ ต้องหดหู่และเศร้าเมื่อไม่ได้เห็นเพราะวันนั้นฟ้าไม่ได้เจอกับชินที่ติดฝนที่ร้านกับกรีผู้ชายที่มาป้วนเปี้ยนใกล้ๆนานาตอนนี้ก็มีแค่กรีเท่านั้นเธอจึงคิดเอาเองว่าคนนั้นคือกรี
แล้วสายจากกรีก็เข้ามาเขาสั่งกาแฟให้ขึ้นมาส่งเหมือนเดิม นานาดีใจและรีบทำกาแฟทันที พอนานาเดินขึ้นไปพวกเขาก็กำลังประชุมเครียดกันอยู่ในห้องเธอจึงวางกาแฟลงและกำลังจะเดินกลับ แต่เหมือนการประชุมจะเสร็จพอดีทุกคนกำลังจะเดินออกมาเธอได้ยินพวกเขาคุยกันเื่เฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ในการตกแต่งพวกเขาเป็บริษัทที่รับตกแต่งภายใน เป็บริษัทเล็กๆมีพนักงานไม่กี่คนการตกแต่งจะจ้างผู้รับเหมาข้างนอก ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็จะติดต่อกับร้านค้าและซัพพลายเออร์อีกทีพวกเขาจะทำแค่ออกแบบและควบคุมการตกแต่งเท่านั้น
“แบบโซฟาที่ลูกค้าให้ AI สร้างให้เนี้ยมันจะไปหาได้ที่ไหนปวดหัวกับเจ๊แกจริงๆ”
โอมฝ่ายจัดซื้อเดินบ่นออกมาจากห้องดูเหมือนพวกเขาจะหนักใจและพยายามหาแบบของโซฟาในอินเตอร์เน็ตอยู่โดยลืมสนใจว่านานายืนดูอยู่ชินที่เดินออกมาทีหลังก็บังเอิญได้สบตากับนานาพอดีทั้งคู่ยืนนิ่งมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร ป้อมเห็นท่าทางของสองคนนี้ก็เริ่มหงุดหงิด
“เอาจริงนะบอกมาตรงๆเลยดีกว่ามั้ยว่าเป็อะไรกัน พวกกูจะได้ทำตัวถูก คนหนึ่งมอง คนหนึ่งหลบ และก็เงียบใส่กันจนพวกกูอึดอัดไปหมดแล้ว”
นานาหน้าเสียทันทีเธอรู้สึกเหมือนกำลังโดนดุ ชินเห็นแบบนั้นจึงได้รีบแก้ตัวให้ทันที
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับพี่ป้อม”
ชินหันกลับมาหานานาและบอกให้เธอกลับไปก่อนสีหน้าและแววตาตอนนั้น กลับดูเป็ห่วงเป็ใยนานามาก นานาทำตัวไม่ถูกเลยขอตัวกลับก่อนโดยที่ลืมไปว่ายังไม่ได้รับเงินค่ากาแฟ
คืนนั้นนานากำลังคิดว่าจะโทรหากรีดีหรือไม่เพราะมีเื่ที่อยากจะปรึกษากับเขา อยู่ ๆก็มีเสียงเตือนดังขึ้น “รายการเงินเข้า300 บาท” กรีที่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่จ่ายค่ากาแฟให้นานาก็เลยรีบโอนมาให้นานาจึงตัดสินใจโทรกลับไปหาเขาทันที
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกรียืนมองสายที่เข้ามาด้วยความแปลกใจ “นานา” เขาคิดว่าดึกขนาดนี้แล้วเธอโทรมาทำไมจึงรีบรับสาย
“ขอโทษที่รบกวนตอนดึกนะคะพอดีวันนี้นานาได้ยินที่พวกพี่คุยกันเื่เฟอร์นิเจอร์ของลูกค้าน่ะค่ะ”
“ใช่ครับนานาจะแนะนำให้เหรอครับ?”
“ที่บ้านนานารับทำพวกเฟอร์นิเจอร์ตามสั่งน่ะคะถ้าพี่กรีสนใจเดี๋ยวนานาส่งลิงก์เว็บไซด์ร้านให้ดูมีตัวอย่างงานที่ร้านเคยทำหลายชิ้นค่ะ”
ทั้งคู่เริ่มคุยรายละเอียดเื่งานกันและมันก็ยาวไปถึงเื่ส่วนตัว นานาเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้าน มีพี่ชาย 2 คนเพราะเป็ลูกคนเล็กทำให้ทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอ พี่ชายทั้งสองคนไม่ยอมให้เธอทำงานเพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อยและลำบาก แต่เธออยากทำอะไรเองบ้างจึงได้ขอพ่อกับแม่มาเปิดร้านกาแฟที่นี่ซึ่งตึกนี้ก็เป็ตึกที่พ่อแม่เธอซื้อไว้นานแล้ว ตอนแรกปล่อยเช่าแต่พอคนเช่าออกไปเธอจึงมาเปิดร้านเอง
เผลอแป๊บเดียวก็คุยกันมาเป็ชั่วโมงแล้วกรีรู้สึกว่านานาเป็คนคุยเก่งไม่เหมือนกับบุคลิกอมทุกข์ของเธอ ทั้งที่บ้านก็รวยชีวิตก็ดูสุขสบาย แต่ทำไมเธอถึงดูเศร้าอยู่ตลอดเวลาและเขาก็เผลอพูดเื่นั้นออกมา
“เท่าที่เล่ามาก็ดูเหมือนชีวิตจะมีความสุขดีนะครับแต่ทำไมพี่รู้สึกเหมือนนานามีความทุกข์อยู่ตลอดเวลามีเื่ที่ทำให้ไม่สบายใจงั้นเหรอ”
นานาไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองดูเป็คนอมทุกข์ขนาดนั้นอาจเป็เพราะเธอไม่ค่อยยิ้มก็เป็ได้ ทำให้ใครๆคิดว่าเธอเป็พวกโลกส่วนตัวสูงแต่พอลองนึกดูแล้ว มันก็มีหลายเื่ที่เธอรู้สึกว่ามันเป็ความทุกข์เหมือนกัน อาจเพราะมีความโชคร้ายซ่อนอยู่ในความโชคดีละมังเช่น เวลาดูกีฬา ถ้าเชียร์ทีมไหนทีมนั้นจะแพ้ นักกีฬาคนไหนที่ชอบก็จะาเ็บ่อยไอดอลที่ปลื้มก็โดนไล่ออกจากวงโดยไม่รู้สาเหตุ ร้านไหนที่ชอบไปกินถ้าไม่เจ๊งก็จะปิดวันที่เธอไปเสมอ ดูเหมือนเื่บังเอิญแต่มันก็เกิดขึ้นบ่อยจนเธอคิดว่าตัวเองเป็คนโชคร้าย
กรีฟังแล้วก็รู้สึกตลก เธอพูดเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่รู้จักโลกเพราะ 80% บนโลกนี้ ก็เจอปัญหาเดียวกับเธอทั้งนั้นอะไรที่อยากได้ มันมักจะหนีไปเสมอ และก็มักจะได้เจอแต่สิ่งที่เกลียดนั่นแหละความจริงของโลกใบนี้ กรีคิดแบบนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้นชินมาถึงที่ทำงานและทำหน้าใที่เห็นนานามานั่งอยู่ในห้องของกรีเขาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะและรีบเดินไปถามป้อมทันที
“มีอะไรเหรอพี่ป้อม พี่กรีคุยอะไรกับนานา”
“เห็นว่าที่บ้านเธอรับทำเฟอร์นิเจอร์น่ะ เลยเรียกไปคุยส่วนตัวเดี๋ยวคงจะออกไปหาลูกค้าด้วยกันแหละ”
พอกรีกับนานาเดินออกมาจากห้อง ชินก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
“ให้ผมไปด้วยแล้วกันนะครับ”
ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลบหน้านานาตลอด แต่พอรู้ว่านานาจะออกไปกับกรีสองคนก็ทำท่าทีเหมือนหวงขึ้นมาทันที กรีรู้สึกว่าชินทำตัวไม่สมกับเป็แมนเขาจึงแกล้งให้ชินหึง
“แกน่ะอยู่นี้แหละ จะไปคุยเื่เฟอร์นิเจอร์วิศวกรไม่ต้องไปด้วยหรอก”
กรีหันไปบอกนานาให้ไปรอที่หน้าตึก เดี๋ยวเขาจะขับรถไปรับชินได้แต่มองตาม นานาหันกลับมามองชินหลายครั้งเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลัวว่าจะไม่ทันจึงได้รีบลงไป ป้อมที่รำคาญความสัมพันธ์ของทั้งคู่ั้แ่วันก่อนแล้วจึงพูดขึ้นว่า
“วัยรุ่น..ไม่รัก แต่ให้ความหวัง ไม่อยากได้ แต่ก็ไม่อยากให้ใครเฮ้ออออ ไอ้ชิน มึงนิมันเลวจริงๆ”