“ท่าน...ท่าน...” อู๋เสี่ยวถงพูดไม่ออก นางไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตนเอง พยานเพียงคนเดียวที่นำมาด้วยก็มัวแต่นั่งเคี้ยวขนมของคนร้ายอยู่อย่างมีความสุข
ชายหนุ่มปรายตามองไปทางอู๋เหอตี้ “เสี่ยวเหอตี้ เ้าบอกเื่คืนนั้นให้นางรู้แล้วหรือ ”
เด็กชายที่ถือขนมในมือไว้ทั้งซ้ายและขวา ซ้ำในปากยังเคี้ยวขนมหยับๆ รีบกลืนลงคอ พยักหน้าตาเหลือก
“ขอรับ ข้าบอกนางไปหมดแล้ว ข้านำเงินที่ท่านให้ไปซื้อกระเป๋า ตำรา และที่ฝนหมึกใหม่ แต่ข้าเกรงว่า หากเอาของพวกนั้นกลับบ้านแล้วท่านแม่ซัก ข้าคงปิดความลับเอาไว้ไม่อยู่”
ท่านหมอหนุ่มยกยิ้มมุมปาก “เ้าเป็เด็กดีเสียจริง ไม่กล้าปดคนที่บ้าน เ้าก็เลยบอกความจริงกับพี่สาวคนรองเพื่อนางให้ช่วย ใช่หรือไม่ ”
“ขอรับ พี่เสี่ยวถงเป็คนฉลาด นางจะช่วยไม่ให้ท่านแม่ตีข้าได้”
ฮัวหยางพยักหน้ารับว่าเข้าใจ เขาเห็นอู๋เสี่ยวถงยังตะลึงอยู่ก็ถือโอกาสตะล่อม
“ที่ข้าให้เงินน้องชายเ้า เป็เพราะข้ารู้มาว่าอู๋จือกับเ้าช่วยกันส่งเสียเขาเรียนหนังสือ เขาเป็เด็กดี ขยันเรียน สอบได้ที่หนึ่งของชั้น แต่เขายังขาดแคลนเครื่องเขียนแบบเรียนอีกหลายอย่าง ที่ข้าให้เงินไม่ได้ตั้งใจจะซื้อตัวเขาหรอกนะ แต่อยากจะให้เป็ทุนการศึกษาต่างหาก นี่นับว่าผิดหรือ ”
อู๋เสี่ยวถงฟังแล้วถึงกับผงะ บุรุษผู้นี้รู้ตื้นลึกหนาบางในบ้านของนาง ถ้าอย่างนั้น ความสัมพันธ์ของเขากับ พี่จือจือก็คงจะไม่ธรรมดา
“พี่สาวข้าบอกเื่นี้กับท่านหรือเ้าคะ ”
คุณชายใหญ่สกุลฮัวส่ายหน้า “ในเมื่อข้านับพี่สาวเ้าเป็สหายผู้หนึ่ง ก็ย่อมต้องใส่ใจความเป็ไปของนาง ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ ไม่ถือว่าเป็เื่ใหญ่ ส่วนเื่ที่ข้า เอ่อ...จูบหน้าผากนาง ก็เพราะนางเมามากและโวยวายอาละวาด ข้าจึงได้จับนางไว้และปลอบใจนาง”
อู๋เสี่ยงถงตะลึงกับคำแก้ตัวของฮัวหยาง “ปลอบใจอย่างนั้นหรือเ้าคะ แต่ว่านั่นมัน....”
“ถ้าเ้าสองพี่น้องไม่พูด เื่นี้ก็ไม่มีผู้ใดรู้ เ้าอย่าลืมสิว่าเื่แบบนี้พูดไป พี่สาวเ้าเป็ฝ่ายเสียหาย” สายตาของฮัวหยางราบเรียบ
อู๋เสี่ยวถงจนด้วยถ้อยคำจะโต้ตอบ “แต่ ท่านแม่ไม่ยอมให้เรารับเงินทองของผู้อื่นโดยที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์นะเ้าคะ”
“ถ้าอย่างนั้น ก็ให้เสี่ยวเหอตี้มาทำประโยชน์ให้ข้าก็แล้วกัน”
อู๋เสี่ยวถงถึงกับมึน “เสี่ยวเหอตี้เป็แค่เด็กชายผู้หนึ่ง เขาจะช่วยงานอันใดคุณชายใหญ่ได้เ้าคะ ”
“เขาเป็นักศึกษาของเค่อเฉิงก็ย่อมอ่านออกเขียนได้คล่องแคล่ว ข้ากำลังอยากได้คนช่วยจดสูตรยาพอดี หลังเลิกเรียนให้เขาไปช่วยงานข้าที่เรือนปรุงยาชานเมือง ข้าจะส่งรถม้าไปรับและกลับมาส่ง วันละหนึ่งชั่วยาม แบบนี้เขาจะได้มีค่าแรงไปไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียนของตนเอง ดีหรือไม่ ”
สองพี่น้องหันไปมองหน้ากัน อู๋เหอตี้ดีใจอย่างมากที่จะมีรายได้เป็ของตนเอง เขารีบลุกขึ้นค้อมศีรษะประสานมือขอบคุณฮัวหยางด้วยเสียงอันดัง
ในขณะที่อู๋เสี่ยวถงกำลังนั่งมึน นางคิดจะมาเอาเื่ฮัวหยางเพราะกลัวว่าฮัวหยางจะใช้รูปร่างหน้าตาที่เหนือกว่าคนทั่วไปมาหลอกลวงเอาพี่สาวนางไปเป็อนุภรรยา แต่ตอนนี้นางกับอู๋เหอตี้กำลังถูกตะล่อมให้กลายเป็คนของคุณชายใหญ่ฮัว
“คงไม่ดีกระมังเ้าคะ น้องชายของข้ากำลังเรียนหนังสืออาจจะช่วยงานคุณชายได้ไม่เต็มที่”
ฮัวหยางทำหน้าดุ จ้องมองอู๋เสี่ยงถงเขม็ง “นี่ข้าว่าจ้างเขาอย่างถูกต้องนะ เื่ข้าแรง ข้ารับรองว่าจะไม่เอาเปรียบ ตกลงว่าเ้าไม่อยากส่งเสริมการศึกษาของน้องชายแล้วหรือ”
ความคิดของอู๋เสี่ยวถงต่อสู้กันอยู่ในหัว หากว่าน้องชายนางหาเงินได้อีกคน การเงินในครอบครัวก็จะราบรื่นมากยิ่งขึ้น แต่ก็เป็การเปิดโอกาสให้ฮัวหยางครอบงำคนในครอบครัวของนางเพิ่มขึ้น ไม่รู้ว่าเจตนาที่แท้จริงของคุณชายใหญ่ผู้นี้้าสิ่งใด
“ครอบครัวข้าไม่เหมาะจะรับใช้คฤหาสน์สกุลฮัวหรอกเ้าค่ะ” อู๋เสี่ยวถงหันไปหาน้องชาย “เสี่ยวเหอตี้ ในเมื่อเ้าซื้อของที่้าครบแล้ว เงินที่เหลือเ้าก็คืนคุณชายใหญ่ฮัวไปเสียสิ”
ฮัวหยางยิ้มอ่อน “ไม่ต้องหรอกอู๋เสี่ยวถง เงินหนึ่งตำลึงสำหรับข้าไม่ได้มีค่านัก แต่สำหรับเสี่ยวเหอตี้จะช่วยให้เขาร่ำเรียนอย่างมีความสุข ไม่ต้องคอยระวังกระเป๋าจะขาดระหว่างทางหรือเปิดตำราอ่านแรงแล้วหน้ากระดาษจะขาด กระเป๋าใบนั้นเย็บแล้วเย็บอีกจนมันไม่ไหวแล้ว ส่วนตำราที่เขารับมอบต่อมาจากผู้อื่นก็ใกล้จะเปื่อยไปหลายหน้าแล้ว”
“จริงด้วยพี่เสี่ยวถง ตอนนี้ข้ามีตำราครบถ้วน ต่อไปข้าต้องทำคะแนนได้มากกว่าเดิมแน่ๆ”
อู๋เสี่ยวถงหน้าเจื่อน นางรู้ว่าอู๋เหอตี้เป็นักศึกษาที่น่าสงสาร สิ่งที่คุณชายใหญ่ฮัวพูดออกมาล้วนเป็ความจริง นางเองก็อยากน้องชายมีข้าวของเครื่องใช้ใหม่เช่นกัน
“ข้าขอบพระคุณแทนน้องชายด้วยเ้าค่ะ”
“ข้ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงพี่สาว แต่หากข้ายืนยันว่าจริงใจกับพี่สาวของเ้า เ้าจะรับน้ำใจของข้าที่มีต่อเสี่ยวเหอตี้ได้หรือไม่ ”
หญิงสาวถึงกับชะงัก นางมองบุรุษตรงหน้าอย่างชั่งใจ
“ท่านสูงส่งด้วยฐานะ ความรู้ และชาติตระกูล เหตุใดจึงสนใจในตัวพี่สาวข้า ครอบครัวของเราแม้จะไม่ร่ำรวยแต่มารดาของข้าก็ไม่เคยคิดจะให้ข้ากับพี่จือจือไปเป็อนุภรรยาผู้ใดหรอกนะเ้าค่ะ”
ใบหน้าของท่านหมอผู้ร่ำรวยและลึกลับประดับด้วยรอยยิ้มละไม
“ข้าก็แค่ชอบอู๋จือ ไม่ได้สนใจเื่สกุลหรือฐานะ”
คำสารภาพตรงๆ ของคุณชายใหญ่สกุลฮัว ทำเอาสองพี่น้องแทบจะพลัดตกเก้าอี้ อู๋เสี่ยวถงร้องถามออกไปทันที “ท่านชอบหรือ ”
“หากว่าข้าทำให้พี่สาวของเ้าชอบข้าด้วยความเต็มใจ เ้ายินดีจะรับข้าเป็พี่เขยหรือไม่อู๋เสี่ยวถง ”
“หา! คุณชายใหญ่ ท่าน...ท่านจริงจังหรือเ้าคะ ” ดวงตาของหญิงสาวตื่นตระหนก นางไม่คิดว่าคุณชายร่ำรวยอย่างฮัวหยางจะหลงใหลในตัวพี่สาวที่แสนธรรมดา มือปราบหญิงที่ทำงานมอมแมมกลับบ้านทุกวัน
“อืม...หากว่าเ้าช่วยข้า วันใดพี่สาวของเ้าแต่งงานกับข้า ข้าจะซื้อเรือนใหม่ที่กว้างขวางน่าอยู่ให้เป็สินสอด พวกเ้าจะได้อยู่สบายขึ้น เ้าเห็นเป็เช่นไร ”
อู๋เสี่ยวถงทั้งทำตาโตและอ้าปากค้าง คำว่า ‘บ้านใหม่ที่กว้างขวาง’ ช่างเจาะเข้าไปกลางใจของนางกับอู๋เหอตี้ สองพี่น้องที่ใฝ่ฝันอยากจะมีห้องนอนส่วนตัวมองฮัวหยางด้วยดวงตาเป็ประกาย แต่ขบคิดอยู่สักพักอู๋เสี่ยวถงก็หดคอลง
“ครอบครัวของท่านคงไม่ยินยอมให้แต่งงานกับพี่สาวข้าหรอกเ้าค่ะ อย่างท่านคงต้องมีสามภรรยาสี่อนุ”
ฮัวหยางยิ้ม “เ้าไม่เคยได้ยินเื่ซุบซิบของข้าหรือ ”
“เื่ใดเ้าคะ ”
“ข่าวซุบซิบที่ว่าข้าเอาแต่ทดลองยาจนไม่อาจทำเื่อย่างเช่นบุรุษทั่วไปทำได้”
อู๋เสี่ยวถงหน้าซีด เื่นี้นางเคยยินมานานและนึกสงสัย “หรือว่า ”
“ความจริงนั่นเป็ข่าวที่ข้าปล่อยออกไปเอง เพื่อไม่ให้ตระกูลใหญ่ๆ ส่งคุณหนูทั้งหลายมายัดเยียดให้ข้า”
ลูกจ้างหญิงแห่งร้านขายยาสมุนไพรถึงกับยิ้มกว้างออกมา “เป็เช่นนี้นี่เอง แสดงว่าท่านสามารถเลือกสตรีที่ชอบมาแต่งงานด้วยได้”
“ใช่ ขอเพียงข้าชอบนาง ครอบครัวของข้าย่อมยอมรับ”
ฮัวหยางเห็นแววตาของหญิงสาวกำลังไตร่ตรองบางอย่างก็รีบสำทับ “ไม่ต้องห่วงน่า ขอเพียงพี่สาวของเ้ายินยอมก็ย่อมไม่ถือว่าเ้าขายพี่กินหรอก ทุกอย่างล้วนเป็ข้าที่เต็มใจจะมอบให้”
อู๋เสี่ยวถงคิดถึงเงินหนึ่งตำลึงที่ฮัวหยางมอบให้น้องชาย หากว่านางช่วยเปิดทางให้ว่าที่พี่เขยผู้นี้ อนาคตครอบครัวของนางต้องสุขสบายแน่
*****************
