นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 3 การเดินทางเสี่ยงอันตราย เล่มที่ 2 บทที่ 52 พละกำลังประหลาด

            เก๋อจือที่กลับมาถึงกระโจมถอนหายใจโล่งอก ตนยังคงรู้สึกใจหายภายหลังอยู่บ้าง

            “โม่เจ๋อเอ่อร์ เจ้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว เจียนั่วผู้นั้นดูแล้วคงจะเป็นอัศวินเวท หากสู้กับเขาจริงๆ จะต้องแพ้อย่างมิต้องสงสัย”

            “อัศวินเวท... อัศวินที่รู้วิชาเวท?” โม่จ้านรู้สึกแปลกใหม่อย่างยิ่งเพราะเพิ่งจะเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก

            เก๋อจืออธิบายอย่างละเอียดเพราะชินกับความ ‘มิรู้เรื่องทางโลก’ ของโม่จ้านเสียแล้ว แท้จริงแล้วผู้ที่เรียกว่า ‘อัศวินเวท’ ก็เหมือนกับจอมเวท เชี่ยวชาญการควบคุมพลังธาตุ สามารถนำพลังใส่ลงไปในอาวุธเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขอบเขตการโจมตี เพียงแต่โดยทั่วไปจะถูกจำกัดให้เป็นเวทมนตร์ธาตุเดี่ยวในระดับต่ำเท่านั้น เก๋อจือสัมผัสได้ถึงพลังเวทธาตุน้ำแข็งรอบกายเจียนั่ว ดังนั้นจึงวิเคราะห์ว่ามีความเป็นได้สูงที่เขาจะเป็นอัศวินเวท

            “หากมิใช่เพราะเจ้าเก็บหลักฐานเอาไว้ เกรงว่าเจ้าตัวเตี้ยผู้นั้นคงไม่มีทางยอมรามือโดยง่าย”

            เก๋อจือมองคริสตัลบันทึกเรื่องราวที่ถูกโยนขึ้นลงในมือของโม่จ้าน

            “นึกมิถึงว่าเจ้าจะคาดเดาได้ว่าเขาจะมาหาเรื่องจึงลอบใช้คริสตัลบันทึกเอาไว้ เก่งกาจยิ่งนัก!”

            “...ประเดี๋ยวก่อน โม่เจ๋อเอ่อร์ คล้ายว่าพวกเราจะไม่มีพื้นที่ว่างหลงเหลือไว้ในคริสตัลกระมัง?”

            ลาถีเท่อพลันนึกขึ้นได้ ตนมองไปทางโม่จ้านอย่างร้อนใจอยู่บ้าง

            “หรือว่าเจ้าบันทึกทับภารกิจของเก๋อจือ---”

            เก๋อจือตื่นตระหนก ถลึงตามองไปทางโม่จ้านอย่างมิอยากจะเชื่อ

            โม่จ้านส่งเสียงหัวเราะดังลั่นก่อนยัดคริสตัลบันทึกเรื่องราวใส่ลงในกระเป๋า

            “จะเป็นไปได้อย่างไร นั่นข้าเพียงขู่พวกเขา! เมื่อเทียบระหว่างการยั่วยุปลาตัวเล็กตัวน้อย เห็นได้ชัดว่าภารกิจสำเร็จการศึกษาของคุณชายน้อยเก๋อจือสำคัญกว่า”

            เก๋อจือกับลาถีเท่อถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดก็วางใจลง

            “...จับเสือมือเปล่า? โม่เจ๋อเอ่อร์ เจ้านี่มันหน้าเนื้อใจเสือมากทีเดียว ข้าขอยืนไว้อาลัยให้แก่ผู้ที่จะมายั่วยุเจ้าล่วงหน้า” ลาถีเท่อดึงเก๋อจือมาเอนตัวนอนลงบนเบาะรองนั่งด้วยกัน จากนั้นทำท่าสวดภาวนา

            “ฮ่าๆ วางอำนาจข่มขู่ผู้อื่นเช่นนี้ ใช่ว่าจะมีเพียงพวกเขาที่ทำเป็น” โม่จ้านบิดเอวไล่ความเกียจคร้านก่อนนอนลงเช่นกัน

            หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ขณะฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งสองที่อยู่ข้างกาย โม่จ้านพลันลืมตาทั้งสองข้างขึ้น

            ครั้นหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ โม่จ้านมองมือทั้งสองข้างของตนด้วยความรู้สึกผสมปนเป --- เล็บมือถูกตัดเล็มอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ผิวสีเมล็ดข้าวสาลีแลดูสุขภาพดีมีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีตุ่มด้านและไม่หยาบกร้าน อีกทั้งยังมิเหมือนคนทำงานจับกัง นิ้วมือเรียวยาวแข็งแรงมีพละกำลัง ยามกำหมัดแน่นสามารถมองเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ

            ไม่มีปัญหาอันใด ทุกอย่างปกติดี กระนั้นเพราะปกติเกินไปจึงเท่ากับไม่ปกติเสียแล้ว

            ก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วโมงตนใช้การทุ่มเหนือไหล่โยนฉีเอ่อร์เท่อลงกับพื้น แม้ฉีเอ่อร์เท่อจะตัวมิสูง ทว่าด้วยวัสดุของชุดเกราะ หากคนทั่วไปคิดจะโยนทั้งคนและชุดเกราะนั้นแทบจะไม่มีความเป็นไปได้ ตนเตรียมจะทุ่มสุดแรงทั้งหมดเช่นกัน ทว่ากลับดูคล้ายจะมิได้ใช้แรงอันใดมากนัก ฉีเอ่อร์เท่อพลันถูกทุ่มจนหน้ามืดตาลายเสียแล้ว

            เพราะยามนั้นกำลังโมโห ตนมิได้สังเกตรายละเอียดยิบย่อยมากนัก กระนั้นยามตนดึงแผ่นเกราะของอีกฝ่ายในภายหลัง ล้วนเป็นการกระทำจากจิตใต้สำนึกโดยสมบูรณ์---สัญชาตญาณทางกายบอกว่าตนสามารถทำได้ และความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่าตนสามารถทำได้จริง ราวกับพนักงานขนของที่มีประสบการณ์มายาวนาน ทันทีที่เห็นน้ำหนักของสิ่งของก็รู้แล้วว่าสามารถยกได้หรือไม่

            เพียงแต่นี่มันเห็นได้ชัดว่าไม่ปกติ! ต่อให้ตนวิ่งเต้นไปทั่ว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทว่าด้วยระดับพละกำลังเท่านี้นับได้ว่าเกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปไกลแล้วมิใช่หรือ?

            ...เเต่ก็ถูก ร่างกายของตนคือเผ่าปีศาจ

            โม่จ้านหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก หลังอยู่กับมนุษย์ไม่กี่วันถึงกับเกือบลืมฐานะของตนไปเสียแล้ว แม้จะติดเรื่องวิญญาณ มิอาจเรียกใช้พลังธาตุแต่ละชนิดได้ตามใจชอบ กระนั้นการคงความแข็งแรงและพละกำลังของร่างกายยังคงมิเป็นปัญหาใด

            ครั้นลูบกระดาษที่แปะอยู่บนหน้าผาก ปัญหายากจัดการที่ทำให้โม่จ้านรำคาญใจผุดขึ้นมาในหัวอีกครา --- จักรวรรดิอันปู้เอ่อร์มีท่าทีเป็นศัตรูกับเผ่าปีศาจ ยามนี้ตนมิรู้วิธีแยกแยะเผ่าปีศาจของผู้คนภายนอก ไม่รู้ว่าจะถูกผู้อื่นดูออกเมื่อใด แทบจะไม่มีความรู้สึกปลอดภัยให้เอ่ยถึง มีชีวิตอยู่มาสองชาติ ในที่สุดตนก็เข้าใจความคิดของพวกที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งตะโกนว่า ‘อยากเป็นมนุษย์’ ในนิยายกับหนังแฟนตาซีแล้ว

            ......

            “เจ้านั่นจะต้องมิใช่มนุษย์อย่างแน่นอน! เขามีพละกำลังสูสีกับพวกเผ่าสัตว์กลายร่าง!”

            ภายในกระโจมของอัศวินกลุ่มเล็ก ฉีเอ่อร์เท่อถูมือด้วยความประหม่าขณะนั่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่บนพื้น มองหัวหน้าที่ใบหน้าแผ่ไอเย็นมิต่างกับก้อนน้ำแข็งอย่าง ‘จริงใจ’

            “ไม่ว่าเขาจะมีสายเลือดใด เรื่องนี้ล้วนมิเกี่ยวกับเจ้า การที่เจ้าวิ่งไปหาเรื่องเขาโดยพลการ เดิมทีก็นับว่าขัดต่อคำสั่งของท่านเจ้าเมือง”

            เจียนั่วกดสายตาลงมองฉีเอ่อร์เท่อ ธาตุน้ำแข็งที่ล้อมรอบกายบ่งบอกว่าอารมณ์ของเขามิได้ดีถึงเพียงนั้น

            “กระนั้นก็มิเห็นว่าจะมีใครห้ามข้า…” ฉีเอ่อร์เท่อพึมพำเสียงเบา ครั้นเห็นว่าสีหน้าของหัวหน้ามิน่ามองยิ่งกว่าเดิมจึงรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว

            “ในฐานะอัศวิน มิอาจแยกแยะว่าการกระทำของตนถูกหรือผิด ยังคิดจะโทษผู้อื่นว่ามิห้ามอีกหรือ? เจ้าอยากจะเป็นอัศวินฝึกหัดทั้งชีวิตหรืออย่างไร?”

            น้ำเสียงของเจียนั่วแหบพร่าเล็กน้อยทว่ายังคงไว้ซึ่งพลัง ขณะตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเฉียบขาดให้ความรู้สึกกดดันเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณ

            ฉีเอ่อร์เท่อก้มหน้า คุกเข่าอยู่ข้างเท้าเจียนั่วด้วยสีหน้าเศร้าสลด

            “ข้า…ข้าสำนึกผิดแล้ว…ข้าจะควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดี ได้โปรดให้ข้าผ่านการฝึกหัดด้วยเถิดขอรับ…”

            “เอาล่ะๆ ฉีเอ่อร์เท่อออกมาปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรก ท่านให้อภัยเขาเถิด”

            เก๋อหลินส่ายหน้า ยกยิ้มพลางปรบมือก่อนจะก้าวออกมาไกล่เกลี่ย

            “ขอเพียงมิย่างกรายไปใกล้พวกเขาอีก คาดว่าผู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นคงจะมิถือสาหาความเด็กน้อยเช่นกัน ฉีเอ่อร์เท่อ อธิบายสถานการณ์ให้ข้าฟังโดยละเอียด”

            ผู้หนึ่งเล่นบทโหด อีกผู้หนึ่งเล่นบทใจดี ช่างให้ความร่วมมือกันได้ดีจริงเชียว ทว่าเก๋อหลิน คล้ายเจ้าจะลืมไปว่าตนเองก็เป็นอัศวินฝึกหัดเช่นกัน

            หูฝูยักไหล่ ม้วนใบยาสูบใส่กระดาษแข็งก่อนคาบไว้ในปาก

            หลังเจียนั่วเข้ารับตำแหน่งในกองอัศวินรักษาการณ์ได้มินาน เก๋อหลินก็เข้ามาในกองอัศวินรักษาการณ์ในฐานะอัศวินฝึกหัดที่ถูกยืมตัว แม้เจ้าตัวจะปิดปากเงียบ ทว่าผู้ที่ผ่านโลกมามากอย่างตนสามารถสัมผัสได้ว่าคนทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนเรื่องตัวตนเดิม จุดมุ่งหมายและมีความสัมพันธ์เช่นใดกับท่านเจ้าเมืองของคนทั้งสอง ตนมิได้มีความสนใจใคร่รู้จนอยากจะใคร่ครวญ

            ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของท่านเจ้าเมืองตลอดสิบกว่าปี เพียงหนึ่งสายตาของท่านเจ้าเมือง ตนก็เข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำสิ่งใด ท่านเจ้าเมืองยัดตนเข้ามาในกลุ่มอัศวินเล็กเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าให้มารับผิดชอบคนหนุ่มทั้งสาม ตนเพียงต้องทำหน้าที่ตรงหน้านี้ด้วยความซื่อสัตย์เป็นพอ

            ภายใต้สายตาจับจ้องของเจียนั่วกับเก๋อหลิน ฉีเอ่อร์เท่อเล่าลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างอ้ำอึ้ง หูฝูคาบมวนยาสูบเงี่ยหูฟังอยู่ข้างฉีเอ่อร์เท่อ ท่าทางเอ้อระเหยมิต่างกับกำลังฟังนักเดินทางในโรงเตี๊ยมเล่าเรื่อง

            เห็นได้อย่างชัดเจนว่าฝีปากของฉีเอ่อร์เท่อที่ตัวสั่นงันงกมิอาจเทียบกับลิ้นช่างพูดของนักกวีพเนจรแม้แต่น้อย พูดตะกุกตะกักอยู่ครึ่งค่อนวัน ท้ายที่สุดยังคงเป็นเก๋อหลินที่กุมขมับและช่วยสรุปให้เขา

            “หรือจะพูดอีกอย่างว่าเจ้าไปไล่ฟันโม่เจ๋อเอ่อร์ก่อน เมื่อไล่ฟันจนเขาโมโหจึงได้จับเจ้าทุ่มลงพื้น ก่อนจะกระชากเกราะของเจ้าด้วยสองมือเปล่า?”

            ฉีเอ่อร์เท่อที่น้ำตาเอ่อคลอพยักหน้า เมื่อหวนนึกถึงพละกำลังที่น่าหวาดกลัวและกลิ่นอายน่ายำเกรงของอีกฝ่าย ตนยังนึกว่าตนไปสู้กับสัตว์ดุร้ายอันใดมา

            “หรือว่าเจ้านั่นจะมีสายเลือดเผ่าสัตว์กลายร่างจริง? แต่ทว่าดูแล้วมิเห็นจะคล้ายที่ตรงใด”

            เก๋อหลินย้อนนึกถึงรูปร่างของโม่จ้าน ร่างกายแข็งแรงกำยำทว่ามิสูงนัก ไม่มีขนดก อีกทั้งยังไม่มีเขาไม่มีหาง

            พละกำลังของสัตว์กลายร่างเปรียบเสมือนกับเอกลักษณ์เฉพาะ มิเพียงแต่ได้รับผลมาจากเผ่าพันธุ์ ทว่ากลับยังลดน้อยลงหลังถูกเจือจางด้วยสายเลือด สัตว์กลายร่างพันธุ์แท้นอกจากมีสติปัญญาในระดับเดียวกับมนุษย์และสามารถเดินสองขาได้ ก็คล้ายกับว่าจะมิต่างอันใดกับสัตว์ป่า ทว่าหากสัตว์กลายร่างแต่งงานกับมนุษย์ เด็กที่เกิดมาก็จะเป็นกึ่งมนุษย์ มีทั้งเอกลักษณ์ของมนุษย์และสัตว์กลายร่าง ขนาดร่างกายและพละกำลังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ดังนั้นสัตว์กลายร่างส่วนใหญ่ในอาณาจักรข่ายเจ๋อจึงค่อนข้างต่อต้านการแต่งงานกับมนุษย์

            “หากเจ้ามิเชื่อก็ไปลองดู!” ฉีเอ่อร์เท่อหัวร้อน โรคพูดมิคิดกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นทำได้เพียงเผชิญหน้ากับสายตามิต่างจากเข็มทิ่มแทงของเจียนั่วพร้อมทั้งพยายามอธิบายให้เก๋อหลินฟัง “ตาของคนเผ่าหมานที่อยู่ด้านข้างผู้นั้นแทบจะมีดวงดาวทะลุออกมาแล้ว”

            หูฝูยังคงคาบมวนยาสูบมิเอ่ยสิ่งใด ใช้หางตาปรายมองใบหน้าของเจียนั่วพลางยกยิ้มอย่างมิอาจสังเกตเห็น

            ในฐานะอัศวินนักอ่านใจคนมานับครั้งมิถ้วน ตนจับสังเกตประกายฮึกเหิมที่วูบผ่านแววตาของเจียนั่วภายในชั่วเสี้ยววินาทีได้อย่างชัดเจน แม้ยามเจ้าเด็กผู้นี้ทำงานจะเป็นระบบระเบียบเรียบร้อย นิสัยค่อนข้างดึงดันและกระทำเกินกว่าเหตุไปบ้าง กระนั้นยังคงมีความชอบเอาชนะเช่นคนหนุ่มตามคาด

            “เอาล่ะๆ ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบุญคุณความแค้นเน่าเฟะอันใด อยากจะหาเรื่องต่อยตี หาคู่หู หรือว่าอยากจะฟังเรื่องเล่าก็ตาม กลับเข้าเมืองแล้วจึงค่อยพูดจาไร้สาระกัน ข้ามิอาจอดหลับอดนอนได้เช่นคนหนุ่มอย่างพวกเจ้า รีบไสหัวไปนอนกันเสีย”

            คำสั่งของผู้อาวุโสมิปล่อยโอกาสให้ได้แสดงความเห็นอื่น หลังสิ้นหนึ่งเสียงสั่งการของหูฝู พวกเขาทั้งสามคนจึงเอนกายลงนอนอย่างว่าง่าย




    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530