ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 อบรมบิดา

                จ้าวไท่ไท่ต้องการให้เจินเจินหรือบุตรเขยหาเวลาสอนหนังสือให้แก่จ้าวจินจู้โดยจะให้เขาพักอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง

                “ให้นอนในห้องโถงก็ได้ นำตั่งมาวางต่อกัน ปูที่นอนมีผ้าห่มให้สักผืนแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

                “ไว้ท่านพี่กลับมาข้าจะลองถามดู” ความจริงแล้วสำหรับจ้าวซื่อเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ทว่านางเคยชินกับการให้สามีเป็นคนตัดสินใจในทุกเรื่อง

                “แน่นอน” จ้าวไท่ไท่ยิ้มจนตาหยีกลายเป็นเส้นตรง พลางคิดในใจ ถึงว่าเหตุใดบุตรเขยคนที่สามของนางถึงดูแลบุตรสาวคนที่สามของนางเป็นอย่างดีแม้นว่าจ้าวซื่อจะไม่ใช่คนที่เฉลียวฉลาดมากนัก แต่กลับฉลาดเฉลียวในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา

                หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จจ้าวซื่อพาบิดามารดาซึ่งสะพายตะกร้าไว้ที่หลังไปยังบ้านสกุลกู้แต่จ้าวจินจู้ไม่ได้ตามไปด้วยเพราะต้องเฝ้าบ้าน และช่วยผ่าฟืน ทำความสะอาดบ้านในระหว่างรอ

                จ้าวไท่ไท่อยากเห็นหน้าหลานสาว แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าเจินเจินกำลังนอนกลางวันเห็นมารดามีสีหน้าผิดหวัง จ้าวซื่อจึงทำท่าจะไปปลุกบุตรสาวทว่ากลับถูกจ้าวไท่ไท่ห้ามเอาไว้ “นางยังเด็กอยู่ในวัยกำลังโต ปล่อยให้นอนเถิดไม่ต้องไปปลุกนาง” จากนั้นหญิงชราก็นำของที่นำมาด้วยมอบให้สองสามีภรรยากู้

                “ท่านมาแต่ตัวก็พอ เหตุใดถึงต้องนำของมามากมายเช่นนี้ด้วยพวกท่านเกรงใจเกินไปแล้ว”กู่ซื่อเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจเมื่อเห็นผู้เฒ่าจ้าวและจ้าวไท่ไท่นำของมาฝากมากมาย

                จ้าวไท่ไท่ยิ้มกล่าว “ล้วนเป็นของที่ที่บ้านปลูกเอง มิได้มีราคามากมายข้ารู้มาว่าบ้านท่านไม่ขาดแคลนสิ่งใด ก็เลยอยากนำมาฝาก ถือเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆจากข้า ขอพวกท่านอย่าได้รังเกียจ”

                “พวกเราไม่รังเกียจแน่นอน” กู้ซิ่วไฉกล่าวยิ้มแย้ม ก่อนจะพูดคุยทักทายกับผู้เฒ่าจ้าวขณะที่กู่ซื่อเดินเข้าไปในบ้านเพื่อนำขนมมาห่อจะได้มอบให้แก่ผู้เฒ่าจ้าวและจ้าวไท่ไท่ตอนจะกลับแต่ปรากฏว่าพอนางเดินออกมา ทั้งคู่เห็นว่านางนำของมาด้วยก็รีบลุกขึ้นแล้วขอตัวลาทันทีกู่ซื่อรีบตามออกไป แต่ไม่ว่าจะรีบตามไปอย่างไรก็ไม่ทัน

                “ขอพวกท่านอย่าได้ถือสา ท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็มีนิสัยเช่นนี้”กล่าวจบจ้าวซื่อจึงรีบเดินตามบิดามารดาออกไป

                ตกเย็นหยวนเหล่าเอ้อร์กับเจินเจินกลับมาบ้านจ้าวซื่อนำขนมถั่วลิสงออกมาให้บุตรสาว “ท่านตากับท่านยายซื้อมาฝากเจ้า”

                เจินเจินหยิบขนมขึ้นมาชิมหนึ่งชิ้น ทั้งกรอบทั้งหอมและหวานอร่อยนางพึงพอใจยิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงป้อนให้บิดามารดาคนละชิ้น ส่วนที่เหลือนางเก็บไว้กินเอง

                “เหตุใดท่านตาท่านยายถึงไม่มาอาศัยอยู่ที่นี่กับพวกเราเจ้าคะ”เจินเจินเอ่ยถาม นางชื่นชอบท่านตาท่านยายมาก พวกท่านเอ็นดูนางเป็นที่สุดทุกครั้งที่เจอก็มักจะมองนางอย่างรักใคร่เสมอ ไม่เหมือนท่านย่าสกุลหยวนซึ่งมักจะมองนางอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่สนใจพวกเขาหรอก

                “ก็เพราะอยู่ไม่ได้น่ะสิ” จ้าวซื่อตอบ

                เจินเจินเอียงคอครุ่นคิดจากนั้นวิ่งเข้าไปในห้องแล้วกลับมาพร้อมกับเงินตำลึงทองหนึ่งก้อนยัดใส่มือบิดาพลางเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ก่อห้องเพิ่มสักสองสามห้องเถิด”

                หยวนเหล่าเอ้อร์รับเงินตำลึงทองมาลองกัด ของจริง!

                “เจ้าไปเอาเงินนี่มาจากที่ใด” หยวนเหล่าเอ้อร์เก็บเงินใส่ในแขนเสื้อพลางถาม

                “พี่ชายเป็นคนให้ข้า” เจินเจินตอบอย่างไม่คิดมาก“แต่ว่าเป็นสตรีจะใช้เงินของบุรุษไม่ได้ รอให้ข้าหาเงินเองได้เมื่อใดจะนำไปคืนให้พี่ชาย”

                หยวนเหล่าเอ้อร์ขมวดคิ้ว กล่าวว่า “เหลวไหล สตรีใช้เงินบุรุษนับว่าเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว”

                เจินเจินส่ายหน้าอย่างดื้อดึง “ไม่ถูก สตรีมีหน้าที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวบุรุษมีหน้าที่รักษารูปโฉมให้หล่อเหลาดูดีอยู่เสมอ” กล่าวจบเด็กหญิงมองบิดาอย่างพิจารณาแล้วถอนหายใจก่อนจะเอ่ยว่า“ท่านพ่อ ดูท่านสิ มีหนวดมีเครา เหตุใดถึงไม่ดูแลตัวเองบ้างเลยหากท่านเปลี่ยนไปน่าเกลียด ทำให้ท่านแม่รังเกียจและขอหย่ากับท่าน ท่านจะทำอย่างไรสตรีล้วนเจ้าชู้ ท่านคงไม่ได้คิดว่าแม้อายุเยอะแล้วท่านแม่จะยังชื่นชอบอยู่เหมือนเช่นตอนหนุ่มสาวกระมัง”

                เจินเจินอบรมบิดานั่นเพราะนางเคยเห็นบุรุษมากมายที่ถูกพี่สาวสุนัขจิ้งจอกทอดทิ้งเพราะรูปโฉมโรยราพี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกกับนางว่า ‘สตรีไม่มีหัวใจบุรุษจึงต้องเจ็บช้ำน้ำใจ’

                หยวนเหล่าเอ้อร์ยกมือลูบใบหน้าของตนเอง “ข้าเปลี่ยนไปน่าเกลียดมากหรือ”

                จ้าวซื่อยิ้มตอบ “ไม่น่าเกลียด”

                หยวนเหล่าเอ้อร์ถามต่อ “หากต่อไปข้าน่าเกลียดเจ้าจะรังเกียจข้าหรือไม่”

                จ้าวซื่อตบอกยืนยัน “ไม่แน่นอน”

                ได้ยินคำจากภรรยาหยวนเหล่าเอ้อร์ถึงค่อยรู้สึกโล่งใจ

                รอจนจ้าวซื่อพาบุตรสาวไปอาบน้ำและส่งเข้านอนหยวนเหล่าเอ้อร์ถึงค่อยได้สติกลับคืนมาว่าได้ถูกบุตรสาวพาออกนอกเรื่องเดิมทีเขาคิดจะเถียงเรื่องใครกันแน่ที่มีหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวแต่ปรากฏว่าบุตรสาวกลับเฉไฉไปเรื่องรูปลักษณ์เสียนี่ แต่ทว่าที่เจินเจินพูดมาก็มีส่วนถูกเขาสมควรต้องเริ่มใส่ใจตัวเองให้มากกว่านี้บ้างแล้ว

                หลังอาบน้ำ หยวนเหล่าเอ้อร์ทาน้ำมันหอมบนกายก่อนจะขึ้นเตียง ยามนี้สองสามีภรรยาต่างตัวหอมกรุ่นกันทั้งคู่

                “ท่านพี่ ท่านแม่อยากให้ท่านกับเจินเจินช่วยสอนหนังสือให้จินจู้”

                “ตอนกลางวันข้าไม่ว่าง” หยวนเหล่าเอ้อร์ตอบออกไปอย่างรวดเร็ว

                “ท่านแม่หมายความว่าต้องการให้จินจู้พักอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง อยู่ในห้องโถงก็ได้แล้วท่านกับเจินเจินค่อยสอนหนังสือให้เขาในเวลาเย็น จินจู้ไม่ได้ต้องการเรียนหนังสือไปเพื่อสอบแข่งขันแค่ให้มีความรู้พอค้าขายก็เท่านั้น” จ้าวซื่ออธิบาย

                ใจจริงหยวนเหล่าเอ้อร์อยากจะบอกออกไปว่า หากเขามีเวลาว่างไปสอนหนังสือ ไม่สู้เอาเวลานั้นไปนอนไม่ดีกว่าหรือทว่าน้องภรรยาผู้นี้เชื่อฟังและนับถือตนเองอย่างยิ่งก่อนหน้านี้บ้านเดิมของจ้าวซื่อก็เคยช่วยเหลือเขาเอาไว้ไม่น้อย แม้ว่าทางนั้นจะมิได้มีฐานะดีหากก็ยังยอมเข้าเนื้อเพื่อให้ความช่วยเหลือเขา หนี้น้ำใจที่พวกเขาเคยให้ ตนเองก็สมควรต้องตอบแทนจึงตอบตกลงออกไป “ก็ได้”

                จ้าวซื่อยิ้มดีใจ หอมแก้มสามีหนึ่งที

                หยวนเหล่าเอ้อร์ซึ่งนอนราบอยู่บนเตียงเอ่ยด้วยสีหน้าลังเลว่า “แม่เจินเจินถึงแม้พวกเราสมควรจะมีน้องชายน้องสาวให้เจินเจินอีกสักคน หากแต่ตอนกลางวันข้าเรียนหนังสือเหนื่อยเหลือเกินช่วงนี้คงต้องลำบากเจ้าแล้ว”

                จ้าวซื่อ “…”

                วันต่อมาหยวนเหล่าเอ้อร์ใช้เวลาช่วงกลางวันไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อพูดคุยเรื่องก่อห้องเพิ่ม

                “เจ้าเพิ่งจะก่อกำแพงบ้านไปเองไม่ใช่หรือ อีกอย่างบ้านเจ้าก็หลังเล็กหากก่อห้องเพิ่มอีกสองห้องคงต้องก่อนอกกำแพง”

                “ก่อห้องนอกกำแพงก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้ประตูอยู่ในบ้านก็พอ” หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวอย่างไม่ถือสา

                ‘ช่างทำแบบขอไปทีโดยแท้’ ผู้ใหญ่บ้านคิดในใจก่อนจะถามต่อ “แล้วต้องการจะก่อห้องแบบอิฐหรือดินโคลนเล่า”

                “ย่อมต้องเป็นดินโคลน ข้าไหนเลยจะมีเงินก่อห้องจากอิฐได้”หยวนเหล่าเอ้อร์ตอบ

                ผู้ใหญ่คิดในใจ ‘หลังแยกบ้านออกมาแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์นับว่ามีชีวิตที่ดีขึ้นไม่น้อย’

                “บ้านที่เจ้าอยู่ในยามนี้ตั้งอยู่บนที่ที่ไม่ได้ทำประโยชน์อันใด ข้าจึงไม่เก็บเงินจากเจ้าเพียงแต่ต้องบอกมาก่อนว่าวางแผนจะก่อห้องเป็นขนาดเท่าใด ข้าจะได้ให้คนเตรียมดินเหนียวให้เพียงพอ”

                “ข้าต้องการสร้างต่อจากกำแพงฝั่งซ้ายขวา ก่อทั้งหมดสองห้องแล้วก็ทลายกำแพงทั้งสองฝั่งนั้นบางส่วนเพื่อทำเป็นประตูและหน้าต่างกว้างน่าจะประมาณหนึ่งจั้ง[1] ท่านลองดูว่าที่ข้าพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ไหนๆ ก็ทำแล้วไม่สู้ทำให้ใหญ่หน่อย ต่อไปจะได้ไม่ต้องทำเพิ่มอีก”

                ผู้ใหญ่บ้านถามสีหน้าลังเล “จะทลายกำแพงบางส่วนด้วยหรือเช่นนั้นคงต้องให้ช่างอิฐมาทำหากให้คนในหมู่บ้านทำได้ทลายกำแพงของเจ้าออกทั้งหมดแน่”

                หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มตอบ “ข้าไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ รบกวนท่านช่วยจัดการเถิดส่วนเรื่องกำแพงจะทลายทั้งหมดก็ไม่เป็นอันใด อย่างไรอิฐก็ยังอยู่ เพียงแค่ก่อขึ้นใหม่ก็ใช้ได้แล้ว”กล่าวจบหยวนเหล่าเอ้อร์ก็ล้วงหยิบเงินออกมาจากอกเสื้อ “ข้าให้เงินท่านไว้ก่อน เสร็จงานค่อยมาคำนวณค่าใช้จ่ายกันอีกทีถ้าขาดก็มาบอกข้า แต่หากเหลือท่านไม่ต้องนำมาคืน”


    [1]จั้งเป็นหน่วยความยาวของจีน หนึ่งจั้งเท่ากับ 3.33 เมตร

    คล้ายกับเรื่องไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ] ที่คุณอ่าน