[จบ] เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70

    ตอนที่ 42 โจวสือซวินยังเก็บบัญชีเล่มเล็กอยู่

    ตอนที่ 42 โจวสือซวินยังเก็บบัญชีเล่มเล็กอยู่


    เมื่อจูกุ้ยฮวาเห็นเซิ่งอันหนิงและโจวสือซวินกลับมาด้วยกัน จู่ ๆ นางก็ใจเต้นแรงขึ้นมา เมื่อรอให้รถแทรกเตอร์จอดสนิท นางก็ไม่กล้าที่จะมองทั้งสองคน จากนั้นจึงค่อย ๆ วิ่งไปบริเวณข้าง ๆ รถเพื่อดูโจวเอ้อร์นี “เป็นอย่างไรบ้าง ไอ้ตัวหายนะนั่นหายไปแล้วใช่ไหม?”

    โจวเอ้อร์นีมองดูจูกุ้ยฮวา เมื่อคิดถึงความทุกข์ทรมานที่ตนได้รับ น้ำตาก็เริ่มไหลออกมา “แม่…”


    จูกุ้ยฮวาฮวากลัวว่าถ้าเด็กสาวร้องไห้แล้วจะหลุดคำพูดซี้ซั้ว จึงรีบเอ่ยกับโจวฉางอวิ้น “รีบมาอุ้มน้องสาวแกเร็วเข้า ไอหยา ทีหลังก็อย่ากินอะไรมั่วซั่วนะ เกือบตายแล้วไหมล่ะ?”


    จูกุ้ยฮวาเอ่ยเสียงดังพลางสั่งลูกชายให้พาโจวเอ้อร์นีเข้าไปในห้อง


    ที่นางเอ่ยเสียดังเช่นนี้ก็เพราะจงใจให้เพื่อนบ้านได้ยิน เพื่อไม่ให้ถูกชาวบ้านนินทาลับหลังจนทำให้การหาสามีของโจวเอ้อร์นีช้าลงไปอีก


    เมื่อรอให้ทุกคนเข้าห้องไป โจวสือซวินจึงนำกระเป๋าเข้าไปวางไว้ในห้อง และพาเซิ่งอันหนิงไปที่ห้องของโจวหม่านชาง


    เซิ่งอันหนิงเห็นโจวสือซวินแสดงสีหน้าเคร่งขรึม จึงรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มกำลังจะพูดเรื่องแยกครอบครัวกับที่บ้าน เธอพลันตื่นเต้นขึ้นมาและตั้งหน้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ


    จูกุ้ยยฮวาจัดแจงหาที่นั่งให้กับโจวเอ้อร์นี ก่อนให้เฉินเฉี่ยวหลานไปต้มน้ำตาลทรายแดงเข้ามา และเข้าไปหาโจวสือซวินเพื่อพูดคุยกับเขา


    นางมั่นใจว่าเซิ่งอันหนิงจะต้องพูดไร้สาระกับโจวสือซวินแน่ ดังนั้นเมื่อเข้ามาในห้อง นางก็เริ่มบีบน้ำตา “เหล่าเอ้อร์ แม่มันไร้ความสามารถ ไม่รู้ว่าเผลอดูถูกอะไรอันหนิงเข้าจนทำให้อันหนิงโกรธ ฉันเลยอยากจะขอโทษหล่อน”


    ว่าพลางนางก็เช็ดน้ำตา “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าทำเรื่องไม่ดีแบบนี้เพื่อนบ้านจะหัวเราะเยาะเอาได้ แกก็เป็นคนที่มีความสามารถที่สุดในหมู่บ้านของพวกเรา พวกเราทำเรื่องพวกนี้ก็เพราะเห็นแก่หน้าของแกนะ แม่ยังไม่ทันจะบอกว่าดีใจเลยที่แกแต่งเมียมาได้”

    “ฉันมันก็แค่คนไม่มีการศึกษาจากบ้านนอก พูดจาไม่รู้ความ อันหนิง ถ้าฉันทำอะไรให้เธอโกรธ ก็อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลยนะ”


    เซิ่งอันหนิงมองจูกุ้ยฮวาด้วยความนับถือ นางช่างชำนาญเรื่องการพลิกดำให้เป็นขาวเสียจริง คนไม่มีทางสู้เจอแบบนี้แล้วจะไม่ถูกรังแกจนตายเลยหรือ?


    เซิ่งอันหนิงมองดูโจวสือซวิน เพื่อดูว่าชายหนุ่มจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าเขายังทำตัวไม่ชัดเจน เธอก็จะจัดการกับจูกุ้ยฮวาอีกสักครั้ง

    โจวสือซวินไม่เอ่ยอะไรออกมา เมื่อรอให้จูกุ้ยฮวาร้องไห้เสร็จ เขาจึงหันไปมองโจวหม่านชาง “ผมกลับมาบ้านครั้งนี้ก็เพราะว่าอยากจะแยกบ้าน”

    “หา?!”

    จูกุ้ยฮวาไม่มีกะจิตกะใจจะร้องไห้อีกแล้ว นางเงยหน้ามองโจวสือซวินอย่างรวดเร็ว


    โจวหม่านชางก็ไม่ได้นอนซุกผ้าห่มอีกแล้วเช่นกัน ชายชราผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรงมองดูโจวสือซวิน “เจ้ารอง แกว่าอย่างไรนะ?”


    โจวสือซวินมองโจวหม่านชางอย่างเฉยเมย “แต่งงานแล้วก็ต้องแยกบ้าน ตอนแรกที่ผมไป พวกท่านก็เห็นด้วย หลายปีมานี้ผมส่งเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือนทั้งหมดกลับมาเลี้ยงครอบครัว ก็ถือว่าทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในปีนั้นแล้ว”

    โจวฉางอวิ้นและโจวฉางหลินเองก็ได้เข้ามาและฟังอยู่ที่ประตูห้อง


    จูกุ้ยฮวาร้อนรนขึ้นมา “แต่เราไม่ได้บอกให้แกแยกบ้านสักหน่อย แกดูสิว่าในหมู่บ้านมีกี่ครอบครัวที่แยกบ้านกัน พวกเราไม่สามารถให้คนอื่นเอาไปซุบซิบนินทาได้นะ”


    โจวหม่านชางขมวดคิ้ว “จู่ ๆ ทำไมถึงมีความคิดเช่นนี้ หรือว่านี่เป็นความคิดของเมียแก?”


    จู่ ๆ เซิ่งอันหนิงก็โดนหางเลขไปด้วย เธอจ้องมองโจวหม่านชาง ดูเหมือนว่าชายชราผู้นี้จะไม่ได้ดูจริงใจตรงไปตรงมาแล้ว

    แต่ยังดีที่มีโจวสือซวินอยู่ เธอจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ไม่เช่นนั้นก็คงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปจัดการชายชราผู้นี้


    โจวสือซวินมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันที “หล่อนไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย เรื่องแยกบ้านเป็นความคิดของผม สมบัติต่าง ๆ ที่บ้านผมล้วนไม่ต้องการ หลังจากนี้ทุก ๆ เดือนผมจะส่งเงินเลี้ยงดูครอบครัวเดือนละห้าหยวน”


    จูกุ้ยฮวาได้ยินชัดเจนว่าห้าหยวน ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเมื่อก่อนเสียอีก ตอนที่โจวสือซวินได้รับเงินเดือน เขาก็ส่งเงินทั้งหมดกลับมาทุกครั้ง ตอนที่พวกนางส่งโทรเลขไปขอเงิน ก็ได้เพิ่มถึงหนึ่งร้อยหรือสองร้อยหยวน


    ดังนั้นในปีนั้นที่การเก็บเกี่ยวไม่ดีและทุก ๆ คนต่างก็ต้องดิ้นรน พวกเขาจึงไม่ทุกข์ทรมานเลย


    แถมยังกินเกี๊ยวแป้งขาวไส้เนื้อในช่วงเทศกาลได้อีกด้วย


    ครอบครัวพวกเขามีชีวิตดีที่สุดในหมู่บ้าน ใครบ้างล่ะที่จะไม่อิจฉา?


    แน่นอนว่าจูกุ้ยฮวาจะต้องไม่เห็นด้วย “ฉันไม่เห็นด้วยที่จะแยกบ้าน แกดูพี่ใหญ่กับฉางอวิ้นสิ แต่งงานมากี่ปีแล้วไม่เห็นจะขอแยกบ้านเลย ตอนนี้แกปีกกล้าขาแข็งแล้วก็จะไม่ดูแลครอบครัวเหรอ จะว่าไปแล้วในปีนั้นเป็นฉางอวิ้นต่างหากที่ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร ถ้าไม่ใช่เพราะเขายกตำแหน่งให้แก แกจะมีวันนี้ไหม?”

    โจวฉางอวิ้นที่ยืนอยู่ด้านหลังรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เป็นเพราะเขาไม่อยากทนต่อความยากลำบากในการเป็นทหาร จึงต้องส่งโจวสือซวินไปแทน


    เมื่อรู้ว่าโจวสือซวินเข้ากันได้ดีในกองทัพ และยังได้งานในเมืองทำ ฉางอวิ้นจึงยอมทำทุก ๆ อย่าง

    นอกจากนี้ โจวหม่านชางยังใช้เหล้าสองขวดและหมูห้าชั่งเพื่อแลกกับสิทธิ์นี้

    โจวสือซวินมองไปที่โจวฉางอวิ้นอย่างมีนัยยะ และหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมาจากกระเป๋า “ในสมุดนี้มีบันทึกจำนวนเงินและรายละเอียดของเงินที่ผมส่งให้ครอบครัวทุกครั้ง และยังมีหลักฐานที่โจวฉางอวิ้นไปที่กองทัพเพื่อขอผลประโยชน์ในนามของผมด้วย”


    เมื่อโจวหม่านชางเห็นว่าโจวสือซวินยังมีสมุดบัญชีอยู่ จึงดีดตัวตรงขึ้นมา “แกหมายความว่าอย่างไร? พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”


    จูกุ้ยฮวาเห็นว่าโจวสือซวินยืนยันที่จะแยกบ้าน จึงรู้สึกรำคาญขึ้นมา “ก็ได้ เจ้ารอง คาดไม่ถึงว่าแกจะทำบัญชีไว้ คาดไม่ถึงว่าแกจะระมัดระวัง พวกเราให้กำเนิดและเลี้ยงดูแกมา สุดท้ายแกกลับมาคิดบัญชีกับพวกเราอย่างนั้นหรือ? แกยังมีหัวใจอยู่หรือเปล่า? ไม่แปลกใจเลยที่คนในหมู่บ้านต่างบอกว่าแกน่ะได้เจออะไรใหม่ ๆ แล้วก็ลืมของเก่า!”


    แล้วนางก็ร้องไห้ออกมา…


    ขณะที่โจวสือซวินนำสมุดบัญชีแยกประเภทเล่มเล็กออกมา เซิ่งอันหนิงรู้สึกประหลาดใจ เธอไม่คิดเลยว่าโจวสือซวินจะรอบคอบขนาดนี้


    เธอจึงลองคิดดูถึงสิ่งที่โจวสือซวินกินและดื่มในช่วงนี้ เขาจะจดลงในบัญชีหรือไม่?


    เมื่อรอให้ถึงวันที่หย่ากัน เขาจะเอาออกมาคิดบัญชีกับเธอไหม?


    คิดพลางเธอก็หันกลับมามองสายตาของโจวสือซวินที่เปลี่ยนไป


    โจวสือซวินยังคงนิ่งเงียบ ความต้องการที่จะแยกบ้านของเขาช่างมั่นคงเป็นอย่างมาก


    จูกุ้ยฮวาร้องไห้มาได้พักหนึ่งก็ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น นางจึงนั่งลงบนเตียงเตาและร้องไห้อย่างเงียบ ๆ และกำลังคิดว่าจะทำให้โจวสือซวินเปลี่ยนใจได้อย่างไร


    เมื่อเห็นท่าทางมั่นคงของโจวสือซวิน โจวหม่านชางก็มีน้ำเสียงอ่อนลง “เจ้ารอง แกมีความคิดอะไรก็พูดกับพวกเราได้นะ ถ้าจะแยกบ้านก็แยกได้ แต่รอให้งานในทีมเสร็จก่อนดีไหม จากนั้นค่อยเรียกพวกเลขาเข้ามา แบบนี้ได้ไหม?”


    เซิ่งอันหนิงคิดว่าโจวสือซวินจะไม่ตอบคำถาม แต่คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะพยักหน้าเห็นด้วย


    เห็นได้ชัดว่านี่เป็นแผนที่โจวหม่านชางจะยื้อเวลาออกไป

    หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ระยะหนึ่ง เซิ่งอันหนิงก็ได้รู้ความสัมพันธ์และสันดานของคนพวกนี้


    โจวหม่านชางเห็นโจวสือซวินพยักหน้า จึงรีบเรียกจูกุ้ยฮวา “รีบไป ไปเอาไก่ที่เชือดเมื่อวานออกมา จะได้ต้มให้ลูก ๆ กินตอนกลางวัน”


    จูกุ้ยฮวาอดใจไม่ไหวที่จะเอาไก่ให้สุนัขกิน นางไม่อยากให้โจวสือซวินกินแล้ว แต่ไม่อาจขัดคำสั่งของโจวหม่านชางได้ จึงรีบเข้าครัวไปทำอาหาร


    โจวสือซวินยืดตัวขึ้น “ไม่ต้องแล้วครับ ตอนกลางวันพวกเราจะไม่กินข้าวที่บ้าน”


    โจวหม่านชางอยากเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่โจวสือซวินก็พาเซิ่งอันหนิงออกไปแล้ว ชายชราโกรธเป็นอย่างมากจนตบโต๊ะ ต้องการจะด่าแต่ก็ไม่สามารถด่าออกมาได้


    โจวหม่านชางไออย่างรุนแรงและกุมหน้าอกเอาไว้


    เซิ่งอันหนิงเดินตามโจวสือซวินออกจากประตูไป และยังเห็นใครบางคนกำลังจ้องมองมาทางนี้ เห็นได้ชัดว่าเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ต้องการที่จะเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็กลัวว่าจะถูกพบ


    เมื่อเห็นโจวสือซวินออกมาก็ยังคงทักทายอย่างกระตือรือร้น “ฉางสั่วกลับมาแล้วเหรอ”

    เซิ่งอันหนิงหัวเราะออกมาอย่างไม่ลังเล

    ………………………………………………………………………………………………………………………..

    สารจากผู้แปล


    คิดจะตุกติกอะไรกับพี่โจว พี่เก็บหมดทุกเม็ดทุกหน่วยนะ จริง ๆ แล้วพี่ก็เป็นประเภทคิดเล็กคิดน้อยเหมือนกันนะเนี่ย


    ไหหม่า(海馬)

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70 ที่คุณอ่าน