บทที่6 : หมาป่าขนโลหิต
รายละเอียดภารกิจยังไม่ทันได้คุยรัตติก็เตะอีกฝ่ายออกจากบ้านไปแล้วแค่ความวิตถารที่แสดงออกบนหน้านั่นก็ทำให้เขาเอือมระอาเกินกว่าจะทนฟังอีกฝ่ายพล่ามได้จึงสรุปสั้นๆ แค่ว่าไว้เจอหน้ากันค่อยอธิบายภารกิจให้ฟังพร้อมทั้งเพิ่มเพื่อนลงในรายชื่อติดต่อของระบบเกม
เกมนี้จะติดต่อเพื่อเพิ่มเพื่อนได้ก็ต่อเมื่อเจอหน้ากันแล้วเท่านั้นแต่ถ้าหาก้าเพิ่มเพื่อนทั้งที่ยังไม่เจอหน้าจำเป็ต้องมีรหัสผ่านกันโดยมีตกลงกันไว้ก่อนแล้วซึ่งเป็ระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อความเป็ส่วนตัวของผู้เล่น
หลังจากไล่ตะวันกลับไปแล้วรัตติก็จัดการงานบ้านอย่างไม่รีบร้อนวันนี้เป็วันหยุดและเขาไม่ได้ออกไปไหน จึงมีเวลามากมายที่จัดการธุระต่างๆให้เสร็จก่อนจะเข้าเล่นเกม
เมื่อกลับเข้าพิริยภพอีกครั้งสิ่งแรกที่ััได้ไม่ใช่ธรรมชาติรอบตัวแต่เป็ความเ็ปจากาแทำให้เขาต้องทรุดตัวลงนั่งกัดฟันกรอดผ้าพันแผลมีเืซึมออกมาเล็กน้อย
ดูเหมือนสภาพเขาจะถูกหยุดไว้ใน่เวลาก่อนออกจากเกมอาการไม่ได้แย่ลงและไม่ได้ดีขึ้นรัตติหยิบยาออกมายัดใส่ปากเพื่อเพิ่มค่าเืแล้วเดินทางกลับหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลมากนัก
เขาเดินไปโรงหมอเพื่อรับการรักษาผ่าเอาะุออกซึ่งการแพทย์ในเกมนี้ก็ไม่ถึงกับล้าสมัยเท่าไหร่นักอย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีอุปกรณ์ผ่าตัด ถุงมือ ผ้าปิดปากและยาฆ่าเชื้อไม่ได้เอาเหล้าล้างแผล ไม่ได้เอามีดไปเผาไฟก่อนผ่าแบบในละครย้อนยุค
ถ้าเป็แบบนั้นเขาคงไม่กล้ารักษา
หลังการรักษาแผลแล้วเขานอนพักฟื้นอยู่หกชั่วโมงก็สามารถออกจากโรงหมอได้แล้วจากนั้นก็รีบไปส่งภารกิจรับตราแห่งความภักดี
“มาส่งภารกิจครับ” รัตติมาส่งกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนรับภารกิจยิ้มแล้วรับชิ้นส่วนภารกิจไป
“ยืนยันความถูกต้องแล้วคุณผู้เล่นจะรับตราแห่งความภักดีไปเลยมั้ยครับ?”
“รับครับ”
“ครับ ยื่นมือซ้ายออกมาด้วยครับ”
“ครับ?” รัตติยื่นมือซ้ายไปให้อย่างงุนงงแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายเอาแผ่นเหล็กทาบลงหลังมือของเขา ควันลอยโขมงออกมาจากแผ่นเหล็กนั่นรัตติหลุดปากอุทานอย่างลืมตัวเสียงดัง “เชี่ย!” แล้วก็ชักมือออกมาดู
“ไม่ต้องใครับไม่ต้องใ มันเป็ตราประทับอาคมเอฟเฟคเป็ควันเฉยๆ ไม่ได้เจ็บหรือร้อนอะไรหรอกนะครับ” พนักงานหนุ่มพูดอย่างใจเย็นนี่เป็อาการใปกติของผู้ที่มารับตราแห่งความภักดี
แน่นอนว่าที่ไม่บอกไม่เตือนล่วงหน้าเพราะนิสัยของ MPC ผู้ประทับตรานั้นขี้แกล้งขนาดหนักชอบดูสีหน้าใและลนลานของผู้เล่น เป็ความบันเทิงมิติใหม่ของเหล่า MPC
เรียกว่าโรคจิตดีๆ นี่เอง
รัตติถลึงตาใส่เขาแล้วมองดูตราประทับเป็เจดีย์สามชั้นลายไทยเขียนด้วยภาษาไทยกำกับว่า ‘แผ่นดินผู้กล้า บูรพาเกริกไกร’นี่น่าจะเป็คำขวัญของแผ่นดิน
“คิดเสียว่าเป็รอยสักหรูๆ ก็แล้วกันครับทุกคนก็มีตรานี้กันทั้งนั้น” ผู้ช่วยหนุ่มหัวเราะรัตติมุมปากกระตุกพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ต่อยเ้าหน้าที่
“ของแผ่นดินประจิมก็เป็อย่างนี้เหรอครับ?”
“ครับ ก็แค่คนละตราคนละมือเท่านั้นเองของบูรพาซ้ายของประจิมขวา สังเกตง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ”
“อ้อ” แยกกันง่ายๆ แค่นี้เองเรอะ...“แล้วมันมีคุณสมบัติอะไรนอกจากเอาไว้โชว์เวลาผ่านเมืองหรือเปล่าครับ”
“โอ้ยแค่รอยประทับมันจะไปมีคุณสมบัติอะไรล่ะครับคุณผู้เล่นถึงจะเป็ตราอาคมมันก็มีไว้แค่ทำให้ล้มไม่ได้ล้างไม่ออกเท่านั้นแหละครับ”
“ผมก็ว่างั้น” รัตติเบ้ปาก ก็คิดแล้วว่าไอ้ของแบบนี้คงไม่มีอะไรพิเศษเพราะเกมนี้ค่อนข้างหวงค่าสถานะจะตาย ไม่มีปล่อยออกมากับแค่รอยสักนี่หรอกเขากล่าวขอบคุณผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้วก็ออกมา
รัตติซื้อเสื้อผ้าและของใช้ใหม่ๆ เพื่อเตรียมออกเดินทางเนื่องจากเสื้อเก่ามันขาดจากการถูกโจมตี เอาไปซ่อมแล้วสวมเหมือนเดิมก็ออกจะดูน่าเกลียดไปหน่อยซื้อใหม่เลยสะดวกกว่า เมื่อซื้อเสร็จทุกอย่างแล้วก็ออกเดินทางจากหมู่บ้านไปยังหัวเมืองใหญ่ทันที
การเดินทางด้วยเท้าใช้เวลาห้าวันกว่าจะถึงเมืองที่ใกล้ที่สุดหมายความว่าเขาต้องล็อกอินเข้ามาอีกสองครั้งกว่าจะถึงเมือง
“น่าเสียดายที่หมู่บ้านเล็กๆไม่มีม้าไม่อย่างนั้นคงเดินทางได้เร็วกว่านี้” รัตติบ่นเบาๆพลางเดินอย่างไม่รีบรองไปตามถนนลูกลังเป็ทางเกวียนผ่าน
เขาเปิดสถานะไปพลางๆ เพื่อตรวจสอบตัวเอง
ผู้เล่น – รัตติ ฝ่าย –แผ่นดินบูรพา
เื – ๒๑๕/๒๑๕
อาชีพ –ไม่มี
ฉายา – ไม่มี
ระดับ – ๑๑
จำนวนครั้งที่ตาย –๐
จำนวนที่ฆ่า(ผู้เล่น)– ๐
สวมใส่ –ชุดผู้ชาวบ้าน, ดาบเหล็ก ชั้นจัตวา, ตราแห่งความภักดี(ถาวร)
ภารกิจค้าง ๑ ภารกิจ
ระดับขึ้นมาเป็สิบเอ็ดแล้วอย่างงุนงงเมื่อวานสักตัวก็ยังไม่ได้ฆ่ามันจะขึ้นมาได้ยังไงกัน หรือแค่เดินเฉยๆ ก็ได้ค่าประสบการณ์แล้ว?
เื่นี้คงเอาไว้ไปถามตะวันทีหลัง
เขาเปิดแผนที่เพื่อมองหาสัตว์อสูรที่จะเจอระหว่างทางโชคดีที่มีแผนที่บ่งบอกจำนวนสัตว์อสูรและตัวที่มีเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ทำให้การเดินทางของเขาสามารถเก็บระดับเพิ่มได้และหาวัตถุดิบเพื่อเอาไปขายเพิ่มได้ด้วย
“เส้นทางที่ผ่านมีฝูงกวางป่า หมาป่าขนโลหิต แล้วก็ฝูงคชสาร...อืม ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่”
เพราะไม่ใช่สัตว์อสูรในวรรณคดีระดับความโหดก็ตามสภาพความเป็จริงกับคนที่เคยเล่นเกมอื่นๆที่มีประวัติสัตว์อสูรอิงลักษณะความเป็จริงแบบนี้มาก่อนย่อมรู้จุดอ่อนของพวกมัน
ฝูงกวางนั้นไม่โจมตีคน เมื่อเจอคนมันจะเป็ฝ่ายหนีก่อนแต่กับหมาป่าขนโลหิตนี่ค่อนข้างน่าหนักใจ
ในไกด์เกมที่เขียนไว้ในกระดานข่าวสารระบุว่าพวกมันเป็ประเภทโจมตีก่อนชอบอยู่รวมกันเป็ฝูงั้แ่สิบถึงสามสิบตัวถ้าฝูงใหญ่สุดจะมีถึงห้าสิบตัวและมีจ่าฝูงที่อาจเรียกได้ว่าเป็มินิบอสอยู่ด้วยถ้าระดับยังไม่ถึงสามสิบก็ควรจะหนี
แต่ส่วนใหญ่น่าจะไม่รอดมั้งหมาป่าพวกนี้วิ่งเร็วกันจะตายไป
“ฮ่าๆ เราคงไม่ซวยถึงขั้นเจอหมาป่าฝูงใหญ่หรอกมั้ง...”
“แฮ่~ กร๊าซ~”
“...”
เสียงขู่คำรามของหมาป่าดังขึ้นชายหนุ่มที่เดินอยู่คนเดียวอย่างไม่ระมัดระวังรู้สึกว่าโชคไม่เข้าข้างเลยสักนิด เดินมาครึ่งค่อนวันไม่เจออะไรพอจะเจอก็เจอหมาป่าขนโลหิตเป็ฝูงเลยทีเดียว!
ขอบใจโชค แต่คราวหลังไม่ต้องก็ได้นะ!
รัตติมองนับจำนวนหมาป่าขนโลหิตที่มีขนาดเท่าหมาป่าทั่วไปแต่มีขนเป็สีเืเท่านั้นดวงตาของพวกมันเป็สีดำขลับดูดุร้ายอย่างยิ่ง แค่มองผ่านๆก็รู้ว่าเกินยี่สิบตัวเข้าไปแล้ว ฉิบหาย! อย่าบอกนะว่านี่ฝูงใหญ่ที่สุดเลยเนี่ย!?
แต่เพราะยังไม่เห็นตัวจ่าฝูงเขาเลยยังสามารถสงบใจได้สูดหายใจเข้าลึกๆ และ...
วิ่งดิคร้าบ!
ร่างสูงวิ่งไม่เหลียวหลังออกไปทางที่เปิดโล่งมากที่สุดไม่สนใจจะดูแผนที่เลยสักนิดว่าตัวเองวิ่งไปทางไหนกันแน่ด้วยจำนวนสัตว์อสูรที่มากเกินไปแบบนั้นเขาสู้ไม่ไหวหรอก
หมาป่าขนโลหิต <ไร้ธาตุ>
ระดับ ๑๑
ค่าเื ๓๕๔/๓๕๔
สัตว์อสูรกินเนื้ออาศัยอยู่รวมกันเป็ฝูง๑๐-๓๐ ตัว มีความรวดเร็วว่องไว เขี้ยวแหลมคม เป็สัตว์อสูรที่โจมตีก่อน
รัตติวิ่งออกตัวเร็วมากแต่หมาป่าขนโลหิตก็เร็วไม่แพ้กันพวกมันไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้พักหายใจวิ่งไล่กวดอย่างไม่ลดละ แต่พลังกายผู้เล่นระดับต่ำนั้นจะวิ่งไปได้ไกลสักแค่ไหนในป่าใหญ่ทั้งยังไม่มีจังหวะได้หยุดพักเขาเองก็ตระหนักถึงเื่นี้จึงมองหน้าทางรอดไปด้วย
‘ดีล่ะ ต้นไม้นั่น!’
เขามองเห็นต้นไม้สูงใหญ่ที่พอมีกิ่งไม้ให้ปีนไต่ขึ้นไปได้ต้นไม้หนาขนาดสามคนโอบแบบนั้นต่อให้เหล่าหมาป่าพลีชีพพุ่งชนให้ต้นไม้โค่นก็ยังต้องใช้เวลาเป็ชั่วโมงแหละวะ
รัตติเกาะกิ่งแล้วดีดตัวขึ้นไปยืนบนกิ่งแต่เขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น ยังปีนขึ้นสูงไปอีกหลายชั้นความสูงจากพื้นเกือบแปดเมตรไม่มีหมาป่าโลหิตตัวไหนปีนป่ายหรือะโมาถึงจุดของเขาอย่างแน่นอน
“คุณพระ! เกือบตายแล้วตู”รัตติถอนหายใจอย่างโล่งอก เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ“แล้วตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของป่าล่ะเนี่ย”
เขาเปิดแผนที่ดูอย่างคร่าวๆ น่าเสียดายที่แผนที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งของผู้เล่นลงบนแผนที่ตอนนี้เขาต้องคาดเดาเอาเองแล้วว่าอยู่ตรงไหน
แต่โชคร้ายจริงๆทำไมถึงต้องมาเจอกับฝูงหมาป่าด้วยก็ไม่รู้ เดินดีๆ มาตลอดทางแท้ๆ
เมื่อหาตรงที่คิดว่าเป็ตำแหน่งตัวเองได้แล้วรัตติก็นั่งเฉยๆบนต้นไม้มองดูหมาป่าจนโลหิตทั้งหลายที่พยายามตะกายขึ้นมาแต่ไม่อาจมีตัวไหนขึ้นมาถึง
ดูเหมือนหมาป่าเหล่านี้ก็ไม่ได้จะมีสติปัญญาสักเท่าไหร่คงไม่มีจ่าฝูงระดับมินิบอสเข้ามาควบคุมอย่างแน่นอนทำให้เขาสามารถถอนหายใจอย่างโล่งอกจริงๆ ได้ในที่สุด แต่แล้วก็ต้องกลุ้มถ้าต้องอยู่อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืนเขาจะไปถึงเมืองได้ชาติไหนล่ะเนี่ย
“หรือจะต้องลงไปตบตีกับพวกมัน?”
อุปกรณ์ในกระเป๋ามียากับผ้าพันแผลพร้อมแล้วน่าจะสู้ไหวอยู่...
จะอยู่แบบขี้ขลาดไปก็ใช่ที่ ในเกมแนวาอย่างนี้พวกขี้ขลาดก็มีแต่แพ้เท่านั้นเองสงสัยคงถึงเวลาแล้วที่รัตติคนนี้จะต้องลงมืออย่างจริงจัง
ชายหนุ่มแสยะยิ้มเืเย็นกระชับดาบในมือมั่น
ได้เวลา... ออกล่า!
[------------50%]