ตอนที่ 133 ลงทะเบียนเรียน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
นี่เป็นครั้งแรกที่เคลบี้ถูกเมอร์ลินตบหัวเหมือนเพื่อนที่สนิทกันมาก เขายืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ขณะที่เมอร์ลินสาวเท้าก้าวเดินไปที่บอร์ดทะเบียนท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่จ้องมองเข้ามา
บรรยากาศทั้งหมดกลายเป็นเงียบลง
สองมือของเมอร์ลินล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปด้านหลังด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาออกมาว่า “ยังไม่รีบมาอีก”
เขาใช้หางตามองไปที่เคลบี้
การกระทำทั้งหมดของเขาราวกับว่าไม่ได้เห็นซีซ่าอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ทั้งซีซ่าและคนของเขาก็อึ้งไปเช่นกัน
ไม่มีใครคิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะโผล่ออกมาในช่วงเวลานี้และทำราวกับว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา
เคลบี้ที่ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเดินตามเมอร์ลินไป
“เดี๋ยว ...” หนึ่งในกลุ่มของซีซ่าพูดขึ้น
ทว่าซีซ่ากลับยกมือห้ามเขาเอาไว้ก่อน
“ไม่ต้อง”
“ไปสืบให้ฉันว่าเด็กนั่นเป็นใคร”
ทันทีที่กล่าวจบซีซ่าก็หันตัวแล้วจากไป
ผู้คนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์พลันหลบหลีกให้เขาเป็นทางเดินยาว
ไม่มีใครกล้าที่จะยุ่งเกี่ยวกับซีซ่า นั่นเพราะเขาคือซีซ่า เจเฮรีส
แม้แต่เคลบี้เองพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะหัวเราะออกมาเช่นกัน แน่นอนพวกเขาไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวด้วย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เคลบี้ต้องโดดเดี่ยว
ไม่ว่าใครที่เขาต้องการเข้าใกล้ พวกเขาเหล่านั้นก็ต่างถอยห่าง แม้แต่เพื่อนที่คบกันมาหลายปีก็ตาม
‘เคลบี้ นายคงเข้าใจพวกฉันนะ’
นี่คือคำพูดที่เคลบี้ได้ยินอยู่บ่อยครั้งจากเพื่อนเก่าของเขา และเคลบี้ก็เข้าใจ
ซึ่งดูเหมือนว่าโชคร้ายนี้จะมาตกอยู่ที่เมอร์ลินเช่นกัน แต่เด็กน้อยคนนี้กลับหาได้สนโลกไม่
การกระทำของเขากล้าที่จะออกตัวให้กับเคลบี้ โดยไม่สนซีซ่าเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าตอนนี้ซีซ่ารู้สึกเสียหน้า แต่เขาสังเกตเห็นว่าเด็กคนนั้นติดเพียงเข็มกลัดสีเงิน นั่นหมายความว่าต้องเป็นอัจฉริยะทางวิชาการ
นักวิชาการพวกนี้ลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ หากเป็นนักเวทก็ว่าไปอย่าง แต่ด้วยอำนาจของตระกูลเจเฮรีสแล้วการจะสั่งสอนนักวิชาการคนหนึ่งก็ไม่ได้ยากเช่นกัน เพียงแต่ไม่สามารถลงมือซึ่งๆ หน้าเหมือนนักเวทได้
ซีซ่าจดจำเด็กน้อยคนนี้เขาเอาไว้แล้วเดินจากไป
ด้านเคลบี้เขาเดินตามเมอร์ลินไปที่บอร์ดรายวิชา
เมอร์ลินหยุดเดินเมื่อมาถึงบอร์ดหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่นับสิบเมตรและมีรายชื่อวิชาที่เด็กปีหนึ่งสามารถลงทะเบียนได้
“นายจะเดินตามฉันมาทำไมกัน บอร์ดของปีสี่อยู่นู้น” เมอร์ลินกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่อีกบอร์ดหนึ่งที่อยู่ไกลนับร้อยเมตร
ใช่แล้ว บอร์ดแต่ละบอร์ดจะบึนทึกรายวิชาที่นักศึกษาชั้นปีนั้นๆ จะลงทะเบียนได้ โดยจะมีแค่รายวิชาที่มีศาสตราจารย์เปิดการเรียนการสอนเท่านั้น
แต่ละวิชาจะมีชื่อของศาสตราจารย์ที่เปิดสอน แม้ว่าจริงๆ แล้วศาสตราจารย์เหล่านั้นจะมอบหมายหน้าที่สอนให้กับลูกศิษย์ก็ตาม ซึ่งตามกฎแล้ววิชาที่จะเปิดการเรียนการสอนได้จะต้องมีศาสตราจารย์หนึ่งท่านเป็นผู้เปิดเท่านั้น
ศาสตราจารย์แต่ละคนสามารถเปิดสอนได้หลายวิชา นั่นขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเขา ซึ่งวิชาเดียวกันอาจจะมีศาสตราจารย์หลายคนเปิดคลาสเรียนในภาคเรียนนี้ก็ได้ หรือบางวิชาที่เคยเปิดแต่ครั้งนี้ไม่เปิดแล้วก็มี
นักศึกษาต้องเลือกวิชาและศาสตราจารย์ที่จะเรียนด้วยตามจำนวนหน่วยกิจที่ทำให้จบการศึกษา
มหาวิทยาลัยเปิดอิสระให้กับนักศึกษาในการจัดการเรียนการสอนด้วยตนเอง พวกเขาสามารถเก็บหน่วยกิตน้อยๆ แบบไม่ต้องจบปีการศึกษาในปีนี้ หรือจะเลือกเรียนทั้งร้อยหน่วยกิตในภาคเรียนเดียวยังไงก็ได้
โลกนี้ยังมีอัจฉริยะเหมือนเมอร์ลินที่ไม่ต้องเข้าห้องเรียนก็สามารถสอบผ่านได้ ดังนั้นการจะผ่านทั้งร้อยหน่วยกิตในภาคเรียนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน
“นายไม่กลัวตัวเองจะเดือนร้อนอย่างนั้นหรอ?” เคลบี้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
“เรื่องอะไร?” เมอร์ลินเอ่ยด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“ซีซ่า เมื่อกี้นายหักหน้าซีซ่า เจเฮรีส”
“แล้วยังไง? นายเองก็ไม่ใช่เจเฮรีสหรอ? เมื่อกี้ฉันกระโดดตบหัวนาย ฉันต้องกลัวนายด้วยไหม?”
มุมปากของเคลบี้กระตุก “นายนี่มัน!”
เคลบี้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ครู่หนึ่งใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ฉันลืมไปได้ยังไงนายก็คือนายสินะ ยังไงนายก็เป็นถึงพริสตัน เป็นฉันที่ห่วงนายเกินไป”
“พูดอะไรไร้สาระ” เมอร์ลินส่ายศีรษะแล้วหันกลับไปเงยหน้าดูรายวิชาทั้งหมดที่อยู่บนบอร์ด
เคลบี้ยิ้มและส่ายศีรษะไปมาเช่นกัน เด็กคนนี้ไม่จะเป็นให้เขาต้องเป็นห่วงแท้ๆ
ชายหนุ่มย่อตัวลงแล้วใช้มือกอดคอของเด็กน้อย
“ว่าแต่ภาคเรียนนี้นายจะลงวิชาอะไรบ้าง?” เคลบี้เอ่ยถาม
แม้ว่านี่จะเป็นบอร์ดของปีหนึ่ง แต่มันก็ยังมีบางวิชาที่นักเรียนทุกชั้นปีสามารถลงเรียน
“ฉันจะลงเรียนทั้งหมด” เมอร์ลินตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“ทั้งหมด? นายหมายความว่ายังไง?”
เมอร์ลินยักไหล่และเอ่ย “ก็หมายความว่าทั้งหมดเท่าที่ลงเรียนได้ นายคิดว่าฉันสอบวัดผลพวกมันไม่ผ่านรึไง?”
เคลบี้ถึงกับอ้าปากค้าง
“นายไปตรวจดูผลสอบแล้วหรอถึงรู้ว่าผ่าน?”
“จำเป็นด้วยหรอ? ข้อสอบง่ายขนาดนั้นจำเป็นต้องกังวลด้วยหรอว่าจะไม่ผ่าน”
“บ้าจริง! นี่ฉันกำลังคุยกับใครกันเนี้ย”
“ฉันไง เมอร์ลิน” เด็กน้อยชี้ไปที่ตัวเองด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
“ฉันไม่ได้ถามนาย ฉันแค่บ่นออกมาเท่านั้น!”
เด็กน้อยส่ายศีรษะอย่างจนใจ ก่อนจะเดินตรงไปที่แท่นหินที่ใช้สำหรับลงทะเบียน
ผู้คนที่เห็นเด็กน้อยเดินเข้ามาต่างก็ต้องหลบหลีก นั่นเพราะพวกเขาเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นั้น
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นใคร แต่พวกเขาไม่ต้องการที่จะยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของพวกตระกูลเจเฮรีส เพราะฉะนั้นเด็กน้อยคนนี้คือสัญลักษณ์แห่งความยุ่งยาก
พวกเขามาที่นี่เพื่อเรียน ไม่ใช่เพื่อสร้างปัญหา
เพราะเหตุนี้เมอร์ลินจึงสามารถตรงเข้าไปใช้แท่นหินอย่างง่ายดาย
เมอร์ลินไม่ได้สนว่าคนรอบข้างจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร เขานำตรานักศึกษาของเขาไปประทับเข้ากับแท่นหิน
แล้วข้อมูลของผลการสอบก็ปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับแรก
แน่นอนว่าวิชาทั้งหมดนั้นเมอร์ลินสอบผ่าน
การสอบเป็นการประเมินว่าผ่านหรือไม่เท่านั้น มันไม่ได้บอกคะแนนของผลสอบว่าจะได้มากมายเท่าใด ซึ่งเมอร์ลินก็ไม่ได้สนใจพวกมันอยู่แล้ว
เมอร์ลินข้ามไปหน้าถัดไป นั่นคือรายชื่อวิชาที่เขาสามารถลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนี้ได้
วิชาพวกนี้บางวิชาถูกลงทะเบียนจนเต็มคลาสแล้ว และบางวิชาคือวิชาที่เมอร์ลินเรียนในภาคเรียนที่แล้ว มันจึงมีสัญลักษณ์ว่าไม่สามารถลงเรียนได้
แต่สิ่งที่เมอร์ลินทำคือการเลือกวิชาทั้งหมดที่สามารถลงทะเบียนเรียนได้ เขาไม่ได้เจาะจงวิชาใด ไม่คำนวณหน่วยกิต แต่เลือกพวกมันทั้งหมด