บุญกลับเข้ามาที่ห้องรับแขกพอดีด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เพื่อนของหม่อมฉันอยู่เวรที่โรงพักพอดีเพคะ เขาจะค้นให้เดี๋ยวนี้เลยเพคะ หากได้เื่ว่าอย่างไรก็จะโทรมาแจ้งให้ทราบทันที ขอทรงประทานอนุญาตให้หม่อมฉันเปิดเสียงโทรศัพท์ไว้นะเพคะ”
เมื่อเ้าหญิงเทย่าเห็นบุญจึงยิ้มได้อีก
“ได้ค่ะ ขอบใจนะจ๊ะ”
แต่บุญหันไปคว้าถ้วยน้ำของสิโรททันก่อนที่เขาจะทำหก ขณะที่องค์หญิงมองดูด้วยความงุนงง
“ขอบคุณขอรับ”
สิโรทกล่าวและรับถ้วยคืนจากบุญ
“สองวันมานี้เธอต้องคอยดูแลสามคนนี้ตลอด เหนื่อยบ้างหรือเปล่าคะ?”
เ้าหญิงเทย่าถามบุญเื่สามหนุ่มจอมโชคร้าย
“มีเหนื่อยบ้างเป็บางครั้งเพคะ แต่หม่อมฉันสนุกกับงานที่ทำเพคะ”
“ปกติที่เมืองเรา ชาวบ้านมักจะมีปัญหาเื่ของพวกเค้าอยู่เป็ประจำ พวกเค้ามักดึงดูดเื่ร้ายเข้ามาหาอยู่เสมอ ไม่ทราบว่าได้สร้างปัญหาอะไรให้กับเธอบ้างหรือเปล่าคะ?”
เ้าหญิงเทย่าดูจะสนใจถามบุญเื่นี้เป็พิเศษ
“เวลาที่หม่อมฉันเผลอหรือไม่อยู่ก็มีบ้างเพคะ นอกนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ก่อปัญหาอะไรเลยนี่เพคะ”
“เมื่อบ่ายวันนี้ กระหม่อมก็เหยียบร่องระบายน้ำข้างทางจนกางเกงเลอะไปครั้งนึงพะยะค่ะ”
ชัทชาทแย้งคำพูดเธอ
“อันนั้นคุณะโลงไปเองนะคะคุณชัทชาท”
บุญบอกเขาพร้อมกับยิ้มอย่างรู้ทัน
“เมื่อตอนบ่ายนี้กระหม่อมก็เดินชนเสาโคมไฟข้างถนนไปเต็มๆ ครั้งนึงด้วยขอรับ…เอ๊ย พะยะค่ะ”
คราวนี้สิโรทกล่าวแย้งเธอบ้าง
“แต่ฉันเห็นคุณตั้งใจที่จะเดินไปชนเองนะคะคุณสิโรท อย่านึกว่าฉันดูไม่ออกนะคะ ตลอดเวลาที่ฉันดูแลพวกคุณไม่มีเื่ร้ายเกิดขึ้นกับพวกคุณเลยค่ะ”
บุญบอกสิโรทอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนทั้งชัทชาทและสิโรทต้องยอมเธอเพราะตบตาเธอไม่สำเร็จ
ทั้งเ้าหญิงเทย่าและคนอื่นๆ ต่างหัวเราะชอบใจในความรู้ทันคนของบุญ
“เราเชื่อแล้วล่ะว่าพวกเขาสามคนสร้างปัญหาให้เธอไม่ได้แน่ๆ”
เ้าหญิงเทย่าพูดกับบุญที่ได้แต่ยิ้มอย่างเขินๆ
“ถึงแม้ว่าเราเพิ่งจะพบเธอได้ไม่ถึงชั่วโมง แต่เราก็รู้สึกถูกชะตากับเธอมากเลยนะ หากเราเชิญเธอไปอยู่ที่วังเราเพื่อทำงานกับเรา เธอจะว่าอย่างไรคะ?”
เ้าหญิงเทย่าถามบุญโดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ทุกคนจึงตั้งใจรอฟังคำตอบของเธอ
“หม่อมฉัน…”
บุญลังเลในคำตอบของเธอ
“หม่อมฉันรู้สึกชื่นชมองค์หญิงมากนะเพคะ… แต่หม่อมฉันยังไม่เคยอยู่ห่างไกลจากแม่ของหม่อมฉันเลย หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยด้วยเพคะ ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ไม่ใช่เทพธิดาแห่งโชค จึงคงจะช่วยองค์หญิงได้ไม่มากเท่ากับท่านเทพธิดาหรอกเพคะ”
“แล้วถ้าเราให้เธอพาคุณแม่มาอยู่ด้วยล่ะคะ”
องค์หญิงยื่นข้อเสนอให้บุญซึ่งทำให้เธอลังเลและตัดสินใจลำบากยิ่งขึ้น
“หม่อมฉันยังทูลตอบองค์หญิงตอนนี้ไม่ได้หรอกเพคะ โปรดให้เวลาหม่อมฉันและแม่ในการตัดสินใจก่อนเถิดเพคะ”
บุญขอเวลาองค์หญิงก่อนจะให้คำตอบ
“พรุ่งนี้เย็นเธอทั้งสองค่อยตอบเราก็ได้ค่ะ”
เ้าหญิงเทย่าบอกเธอ
เสียงโทรศัพท์ของบุญดังขึ้น เป็เพื่อนตำรวจของเธอที่โทรมาบอกข่าว บุญจึงขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ ขณะที่อารียาขอตัวไปห้องครัวเพื่อนำเหยือกน้ำมาเติมน้ำให้
“องค์หญิงก็ทรงคิดว่าคุณอัจฉราเป็หญิงสาวที่องค์หญิงรับสั่งให้พวกกระหม่อมตามหาหรือพะยะค่ะ?”
การุณถามเ้าหญิงเทย่าเมื่อเห็นว่าพวกเธอทั้งสองไม่อยู่ องค์หญิงจึงพยักหน้า
“เป็ไปได้มากเลยล่ะ แค่เห็นนางครั้งแรกเราก็รู้สึกได้ว่านางมีราศีมากเกินกว่าที่จะเป็เพียงคนธรรมดา และนางยังรับมือกับดวงของพวกเธอทั้งสามคนได้ตลอดสองวันโดยที่ไม่มีเื่เกิดขึ้น”
“เพราะเหตุนี้พระธิดาจึงได้ทรงเลือกชายทั้งสามคนนี้ให้มาตามหาท่านเทพธิดาหรือพะยะค่ะ?”
หนึ่งในองครักษ์ถามองค์หญิง
“ใช่แล้วล่ะ และพวกเธอสามคนก็บอกเราว่ามีเพียงนางคนเดียวที่พวกเธอรู้สึกว่านำโชคดีมาให้ เราก็ถือว่าเธอทั้งสามทำงานสำเร็จแล้ว ไว้กลับไปเราจะตอบแทนให้นะ”
องค์หญิงยอมรับเหตุผลในการมอบหน้าที่นี้ให้ชายทั้งสาม
“ขอบพระทัยองค์หญิงพะยะค่ะ”
ชายหนุ่มทั้งสามกล่าวขอบคุณองค์หญิงพร้อมกัน
“แต่แม่ของนางไม่เหมือนหญิงในรูปนะพะยะค่ะ”
การุณตั้งข้อสังเกต
“ก็ต้องไม่เหมือนอยู่แล้วล่ะ เพราะว่าหญิงในรูป เธอเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ส่วนเื่คุณน้าอารียาแม่ของนาง เราคงต้องหาวิธีพิสูจน์กันอีกที และยังเื่วันเกิดในบัตรประชาชนของนางอีก เรายังพอจะมีเวลาเหลืออยู่อีกหนึ่งวัน”
องค์หญิงกล่าว
แต่เนื่องจากชายทั้งห้าคนไม่มีใครรู้เื่อุบัติเหตุที่มีเด็กหายสาบสูญ จึงไม่เข้าใจที่องค์หญิงกล่าวและได้แต่มองหน้ากันไปมา จนกระทั่งอารียาเดินกลับมาพร้อมกับเหยือกน้ำ ระหว่างที่เธอกำลังเติมน้ำให้แต่ละคนอยู่นั้น บุญก็กลับเข้ามาเช่นกัน