The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    II บทที่117 ถ้ำ3

            บทที่117 ถ้ำ3


            เทวาจ้องมองไม้หน้าสามตรงหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอยแวบแรกที่เห็นถึงกับทำให้เขานึกถึงเด็กช่างกลขึ้นมาตงิดๆนี่มันไม่ใช่ว่าเป็นอาวุธยอดนิยมของเด็กช่างตีกันในโลกเดิมของเทวาหรอกหรือ? เหตุที่ไม้หน้าสามเหมาะกับเด็กช่างตีกันก็ไม่ใช่อะไรหรอกเนื่องเพราะมันหาง่ายเหมาะมือและดาเมจค่อนข้างรุนแรงหากฟาดเข้าหน้าเข้าจังๆดังนั้นมันจึงเป็นสุดยอดอาวุธเลยล่ะ

            แต่ทว่าหากเทวาไม่มีเกมเมอร์อายเขาก็คงจะคิดว่าคุณหมิงคงล้อเล่นกับคนที่เข้ามาแน่นอน

            เมื่อเทวาอ่านข้อมูลของไม้หน้าสามเขาก็ถึงกับตาโต

            “ว้าว!  ไม่น่าเชื่อมันเป็นสุดยอดอาวุธจริงๆ ฮ่าๆๆๆ บิดาโชคหล่นทับแล้ว ฮิๆๆๆ”เทวาหัวเราะลั่นแล้วหยิบไม้หน้าสามขึ้นมาถือ

            ชื่อ                     -ไม้ฟาดหน้าเทพเจ้า ระดับSSR

            คุณสมบัติ           -ทำให้เป้าหมายเจ็บปวด

            -ยิ่งเป้าหมายแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

            -ยิ่งเป้าหมายอ่อนแอมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่ได้ผลขึ้นเท่านั้น

            -เมื่อฟาดเข้าใส่ใบหน้าสำเร็จจะทำให้ความเจ็บปวดX100

            -มีผลแค่ทำให้เป้าหมายเจ็บปวด มีดาเมจแค่เล็กน้อยเท่านั้น

            -ไม่มีวันเสียหาย

    หมายเหตุ           -สร้างมาจากเด็กช่างคนหนึ่งที่ไม่ชอบหน้าเทพเจ้าจึงได้นำไม้จากต้นไม้นับแปดแสนชนิดทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตมาหลอมสร้าง ใช้ไฟของดวงอาทิตย์มาเป็นเชื้อเพลิงใช้น้ำตาของเทพเจ้ามาประสาน ใช้เลือดของสิ่งมีชีวิตล้านชนิดมาอาบย้อมและปล่อยให้แห้งในห้วงอวกาศถึง100ล้านปีจนกลายเป็นไม้ฟาดหน้าเทพเจ้าในที่สุด

                            -เรื่องเล่าข้างบนเป็นเรื่องไร้สาระ

            เทวาที่อ่านข้อความทั้งหมดพยายามข้ามตรงหมายเหตุไปและมองดูแต่คุณสมบัติของมันแทนคุณสมบัติของไม้หน้าสามท่อนนี้พิเศษอย่างมาก มันมีเงื่อนไขการใช้งานค่อนข้างมากและเป็นอาวุธที่ใช้งานเฉพาะเท่านั้นด้วยระดับSSRของมันบ่งบอกว่าเจ้าไม้นี่ต้องใช้ได้ผลดีกับระดับเดียวหันคือระดับSSRอย่างแน่นอน

            แต่นี่ก็เป็นเพียงการสันนิฐานของเทวาเท่านั้นต้องลองก่อนถึงจะรู้

            ตัวไม้หน้าสามนั้นธรรมดาอย่างมากมันมีสีดำด้านและดูเก่าๆ ไร้ซึ่งออร่าหรืออาถรรพ์ใดๆ มันก็คือไม้หน้าสามธรรมดาที่ใช้ในวงการก่อสร้างเท่านั้นหากเทวาไม่มีเกมเมอร์อายเขาสามารถบอกได้เลยว่าเขาจะไม่สนใจเจ้าไม้หน้าสามนี้อย่างแน่นอนเพราะความธรรมดาอย่างสุดๆของมัน

            เทวาที่มองดูไม้หน้าสามจนทั่วแล้วเขาก็อยากจะลองประสิทธิภาพของมันทันทีตอนนี้ระดับโดยรวมของเขาคือระดับSกลางๆค่อนไปทางปลายเขาอยากจะลองดูว่าไม้หน้าสามนี้ที่จะทำให้เป้าหมายเจ็บปวดตามระดับของพลังมันจะทำให้เขาเจ็บปวดมากน้อยแค่ไหนดังนั้นมีแต่ต้องลองเท่านั้นจึงจะรู้

            เทวาตั้งท่าแล้วฟาดไม้หน้าสามเข้าที่หน้าผากของตนเอง

            โป้ก!

            “อ้าก!”เทวาร้องลั่นเพราะความเจ็บปวด

            เขาลูบที่ศีรษะของตนเองไม่มีรอยปูดบวม ไม่มีรอยแดง มีแต่ความเจ็บปวด มันไม่ได้เจ็บมากนัก หากเทียบระดับความเจ็บปวดเป็นระดับตั้งแต่1-10เทวาคิดว่าตอนนี้เขาเจ็บปวดประมาณระดับ6เท่านั้นความจริงแล้วเทวามีความทนทานความเจ็บปวดอย่างมากแต่เมื่อเขาถูกอานุภาพของไม้หน้าสามเข้าไปมันก็เหมือนกับความแข็งแกร่งทางจิตใจที่อดทนต่อความเจ็บปวดของเขาหายไปชั่วคราว

            นี่ก็หมายความว่าไม่ว่าผู้ที่ถูกไม้หน้าสามตีจะมีความหนักแน่นหรือความอดทนความเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ต้องสิ้นฤทธิ์เมื่อเจอกับไม้หน้าสาม

            อีกประการคือเทวาจงใจฟาดไม้หน้าสามเข้าที่ใบหน้ามันจึงทำให้ไม้หน้าสามสร้างความเจ็บปวดแบบX100 มันจึงเจ็บปวดมากเป็นพิเศษหากเทวาถูกไม้หน้าสามนี้ฟาดที่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าเขาก็คงไม่เจ็บปวดเท่าไหร่เลยแต่จะน้อยแค่ไหนนั้นเทวาต้องลองอีกครั้งแล้ว

            เทวากุมหน้าผากตนเองเพราะความเจ็บอยู่หลายวินาทีความเจ็บปวดก็จางหายไปราวกับเล่นกลความจริงแล้วเทวาพลาดมาก เขาน่าจะทดลองแบบเรียงลำดับตั้งแต่ความเจ็บปวดน้อยไปหามากแต่นี่เขาเล่นซัดเข้าใบหน้าเขาจึงถูกความเจ็บปวดเข้าเต็มๆ

            ครั้งนี้เทวาทดลองตีที่แขนของเขาผลปรากฏว่าเขาไม่ได้เจ็บเลยเทียบแล้วเขาเจ็บแค่ระดับ1เท่านั้นเอง เทวายังทดลองต่อไปเขาทดลองตีทั่วตัวและยังเพิ่มน้ำหนักมือให้หนักเบาแตกต่างกันด้วยผลปรากฏว่าความเจ็บปวดยังเท่าเดิมไปตลอด มันก็หมายความว่าความหนักเบาไม่มีผลกับระดับความเจ็บปวด

            เทวายังอนุมานอีกด้วยว่าหากระดับต่ำกว่าระดับSลงไปแล้วไม้หน้าสามนี้คงจะไร้ผลเพราะเขาที่อยู่ระดับSกลางปลายยังเจ็บแค่เท่านี้แต่หากระดับต่ำกว่านั้นคงจะไม่เจ็บปวดเลย

            แม้ว่าจะฟาดเข้าใบหน้าก็อาจจะไม่เจ็บแลยก็ได้เพราะว่ามันเป็นความสามารถX100ความเจ็บปวด เมื่อไม่เจ็บปวดก็หมายถึง0(ไร้ความเจ็บปวด) เมื่อเอา100มาคูณ0 มันก็ย่อมได้เป็น0 แน่นอนว่าเทวาแค่คาดเดาเท่านั้นต้องทดลองกับคนอื่นต่อไปเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ

            เมื่อเทวาเล่นกับไม้หน้าสามได้จนพอใจแล้วเขาก็เก็บมันไว้ที่คลังมิติในสร้อยคอแล้วหันไปสนใจโลงศพที่หรูหรานอกจากไม้หน้าสามแล้วมันก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกแต่พอดีว่าเทวานั้นสายตาคมกริบและยังมีพลังของดวงตาเทพเจ้าในการมองทะลุทำให้เขามองเห็นช่องว่างในฐานของโลงศพ

            เขาจึงเดินเข้าไปแล้วเลื่อนโลงศพออกปรากฏว่ามันหนักและยังติดแน่นอย่างมาก เทวาต้องใช้พละกำลังทั้งหมดจนหน้าดำหน้าแดงแต่โลงศพก็ขยับแค่เล็กน้อยเท่านั้นเทวาจึงต้องใช้วิชาโอเวอร์ฮีตแบบขั้นสูงสุดเพื่อเพิ่มพละกำลังชั่วคราวเพื่อผลัก

            “ย้ากกกกกกกกกกเปิดออกสิโว้ยยยย!”เทวาหน้าแดงเพราะกลั้นลมหายใจเพื่อรีดพละกำลังสูงสุด

            ครึกๆๆๆๆๆ

            คลืนนนนนนนนนนน

            ในที่สุดหลังจากผ่านไปหลายนาทีโลงศพหรูหรานั้นก็เลื่อนออกจนหมดเปิดเผยให้เห็นถึงสิ่งที่ปิดซ่อนไว้มันคือประตูลับที่มีบันใดทอดลงไปเบื้องล่าง ด้านล่างนั้นมืดมิดประดุจห้วงอวกาศที่ไร้แสงสว่างมันมืดอย่างมากแม้ว่าเทวาจะมีดวงตาเทพเจ้าก็ยังมองไม่เห็นด้านใน

            (ดวงตาเทพเจ้ามีพลังในการมองกลางคืนด้วยนะครับมองไกล มองทะลุ มองกลางคืน มองได้ในทุกสภาวะ -ไรต์)

            เทวานอนหมดแรงอยู่กับพื้นพลังงานของเขาหมดเกลี้ยงต้องรีบใช้น้ำยาฟื้นฟูStaminaอย่างด่วนๆ ใช้เวลาไปอีกหลายนาทีเพื่อฟื้นฟูพละกำลังทั้งหมดเทวาจึงพร้อมสำหรับการลงไปสำรวจชั้นล่าง

            ว่ากันว่าความสงสัยฆ่ามนุษย์ได้เทวาก็คือมนุษย์คนหนึ่งเขามีแต่ความสงสัยใคร่รู้ เขาไม่มีความหวาดกลัวแต่ชอบความท้าทายดังนั้นเขาไม่ลังเลเลยที่จะลงไปเบื้องล่าง

            เมื่อก้าวลงไปแล้วเทวาก็สัมผัสได้ถึงกำแพงความมืดหนืดหนาและหนักเหมือนกับคาราเมลเหนียวๆเทวาไม่สบายตัวอย่างมากเมื่อก้าวลงไปแต่ละก้าว เขาต้องใช้พลังลมปราณสายฟ้าคลุมร่างกายเพื่อทำให้ความเหนียวของความมืดแปลกๆนี้เจือจางลงเขายังตรวจดูหน้าต่างอินเตอร์เฟสที่มีข้อมูลของเขาเพื่อตรวจดูว่าตอนนี้เขาติดสถานะอะไรนอกจากคำว่าแข็งแรงเพื่อความปลอดภัย

            แม้เขาจะไร้ซึ่งความกลัวแต่เขาไม่ได้เป็นคนโง่ที่จะไม่ระวังมีเหตุการณ์หลายอย่างที่เป็นบทเรียนที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเมื่อเขาขาดความระวังและประมาทอย่างเหตุการณ์ที่แย่ๆเขาก็เพิ่งโดนมากับตัวอย่างการถูกส่งข้ามมิติมาแบบนี้ก็เนื่องจากความไม่ระวังหรือความประมาทล้วนๆ

            เทวาเดินลงบันใดมาอย่างต่อเนื่องยิ่งลงมาก็ยิ่งถูกความมืดเหนียวหนืดรั้งตัวเอาไว้ เทวาค่อนข้างหงุดหงิดและเริ่มระวังตัวมากขึ้นแม้ว่าเขาจะไม่พบอาการอะไรที่ส่งผลร้ายกับร่างกายแต่เขาก็ยิ่งต้องระวังตัวเองเขาไม่รู้ว่าตนเองลงบันใดที่มีแต่ความมืดนี่มาได้เท่าไหร่แล้วบางทีอาจจะครึ่งชั่วโมง ครึ่งวันหรืออาจจะหนึ่งวันสองวันสามวันเขาไม่แน่ใจ

            ในสถานที่แบบนี้เทวาลืมเลือนเวลาอย่างไม่น่าเชื่อมันเหมือนกับมีห้วงของเทวาบิดผันทำให้เขาจำแนกเวลาไม่ได้ นี่ทำให้เขาเริ่มไม่สบายใจขึ้นมาบ้างแล้วแต่เพราะความสงสัยและต้องการรู้ว่าอะไรอยู่ด้านล่างล้วนๆทำให้เขายังคงไต่บันใดลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน

            ไต่ลงมาได้อีกสักพักเขาก็พบว่าความมืดรอบด้านนั้นยิ่งเหนียวและข้นมากขึ้นมันราวกับว่าเขาเอาตัวเองไปอยู่ในกระป๋องกาวดักหนูแล้ว การเคลื่อนไหวของร่างกายแต่ละก้าวยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆแต่เทวามีหรือจะยอมหยุดอยู่แค่นี้หากไปไม่สุดมันก็ไม่ใช่เขาแล้วเขาจึงต้องกัดฟัดไต่บันใดลงไป

            คราวนี้เขารู้สึกว่าร่างกายได้รับบาดแผลเนื่องเพราะมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่ตัวเองมีแค่สัมผัสกับบันใดเท่านั้นแต่เพราะความเจ็บปวดของร่างกายทำให้เขารู้ว่าตนเองได้รับบาดเจ็บแต่เขาก็ยังไม่ยอม สำรองยารักษามาหลายเม็ด และเขาก็ต้องการใช้เพื่อดูคุณภาพของเม็ดยาเช่นกันร่างกายของเขายังมีพลังในการเยียวยาดังนั้นเขาจึงไม่สนใจอะไรและก้าวลงต่อไป

            อีกประการคือเขายังไม่ได้รับบาดเจ็บพอที่จะต้องพึ่งพายาอีกด้วยดังนั้นอาการบาดเจ็บแค่นี้สำหรับเทวามันเล็กน้อยมาก

            ทว่ายิ่งลงไปก็ยิ่งบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆเทวาต้องทนกับความเจ็บปวดและความเหนียวหนืดตลอดเวลา หากเป็นคนอื่นๆคงอดไม่ได้ให้ถอดใจและต้องรีบปีนกลับไปอย่างแน่นอนนี่คือกับดักอย่างแท้จริง เมื่อมาถึงจุดนี้จะไปต่อก็ลำบากจะกลับขึ้นไปก็ยากเข็นแล้ว

            แต่เทวาก็ยังไปต่อ!

            ผลุบ!

            จนในที่สุดเทวาก็พ้นออกมาจากความมืดเหนียวข้นออกมาได้ร่างกายของเขารู้สึกโล่งโปร่งสบาย จิตใจของเขายังผ่อนคลายมากขึ้น ร่างกายของเขาตอนนี้อาบเลือดและไร้ซึ่งเสื้อผ้าเพราะขาดสลายไปหมดสิ้นแล้วเทวามาถึงจุดที่ต้องทดลองยาเม็ดของเขาแล้วเพราะว่าตอนนี้เขาบาดเจ็บหนักมาก

            หากมีชั้นความมืดยาวนานกว่านี้เทวาอาจจะตายไปจริงๆก็ได้เพราะว่าเขาไม่อาจที่จะหยิบยามาได้เพราะความเหนียวหนืดจนมันราวกับเป็นชั้นโลหะแข็งๆแล้วด้วยซ้ำไป

            กรุบๆ

            อึก

            เทวากลืนยาลงไปรสชาติของยาฟื้นฟูเลือดนั้นขมแต่ไม่ขมมากมันเป็นรสขมของสมุนไพรที่สามารถทานได้ง่ายเมื่อเขาทานยาเม็ดลงไปแล้วร่างกายของเขาก็ร้อนขึ้นมาอย่างปุบปับและพลังในการฟื้นฟูก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพริบตาเดียวร่างกายของเขาก็หายเป็นปกติแล้ว

            อนึ่งเพราะว่าเทวามีร่างกายที่มีพลังในการฟื้นฟูสุงมากและยาเม็ดนี้ยังทำให้ร่างกายเพิ่มพลังในการฟื้นฟูขึ้นอีกเป็นร้อยๆเท่าดังนั้นเขาจึงหายได้ในเวลาแค่พริบตาเดียว สิ่งที่น่ายินดีคือความเสียหายสะสมในร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูจนเป็นปกติได้ในพริบตาอีกด้วยเรียกได้ว่าสูตรยานี้มีมูลค่ามากกว่าระดับของภารกิจเสียอีก

            เทวาจัดการใส่ชุดให้กับตนเองอย่างรวดเร็วแล้วจึงหันไปสนใจรอบด้าน

            สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คือความกว้างใหญ่สุดสายตามองขึ้นไปด้านบนนั้นจะเห็นชั้นความมืดบางๆเหมือนกับแผ่นกระดาษและเห็นช่องที่เทวาลงมาอย่างชัดเจนเขายังเห็นขอบโลงศพด้านบนเล็กน้อยอีกด้วยมันไม่เหมาะสมกับความลึกที่เขาก้าวลงมาแม้แต่น้อย

            รอบด้านนั้นเป็นพื้นที่โล่งกว้างและเวิ้งว้างราวกับถูกโดดเดี่ยวจากทุกสรรพสิ่ง

            เทวากวาดสายตามองก่อนจะสุดกึกกับบางสิ่งที่อยู่ปลายสายตา

            “โอ้แม่เจ้าอะไรวะเนี่ย!?”เทวาถึงกับอุทานเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า


    ......................................