และแล้วเวลาก็ผ่านไปสองปี (AFB-218) ตอนนี้หน้าสเตตัสของผมจากการฝึกฝนต่อเนื่อง หน้าสเตตัสของผมก็เป็แบบนี้ครับ
ชื่อ: Ostreth Novles Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 22 ปี
เพศ: ชาย
คลาส: Multiclass 10 Classes (Currently Paladin, Wizard, Gunman, & ??? [x7])
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: EX+
Average Power Rank: Expertise Plus 7 (137)
Condition: 4 years pregnant
Reincarnated Skill: Analyze [S], Fast Learning [S], Skill Reflector [EX+], ??? [S] (x10+)
STR: 141
AGI: 138
MAG: 140
INT: 142
DEX: 139
VIT: 140
และผมก็ได้เช็กสเตตัสของลูกในท้องผมด้วยเช่นกันครับ
ชื่อ: Destrian Maddle Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
อายุ: Unborn
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
Condition: Unborn
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
STR: 75
AGI: 75
MAG: 75
INT: 75
DEX: 75
VIT: 75
Magic Compatibility Rank: S
Average Power Rank: Professional 1 (75)
Class: Multiclass 3 Classes (Currently None)
ในตอนนี้ผมก็ยังไม่มีอะไรให้ทำสักเท่าไหร่ แต่เป้าหมายของผมก็คือ ผมจะตั้งตี้ผู้กลับชาติมาเกิดที่มีทัศนคติดี มาออกผจญภัยต่อกรกับเหล่าจอมมารและผู้กลับชาติมาเกิดที่ไมนด์เซ็ตบูลชิทกันครับ
แต่สิ่งที่ผมได้พบเป็ครั้งแรกหลังจากผ่านไปสองปี ก็คืออัครราชทูตจากแดนไกล ไกลขนาดไหนนะนั่น? แต่อัครราชทูตนี้ ผมสังเกตจากหูที่ชี้แหลมก็รู้เลย เอลฟ์ชัด ๆ แต่เธอมีผมสีฟ้า และเครื่องแบบก็น่าจะเป็เ้าหญิงเอลฟ์จากเมืองที่มีธีมสีฟ้าซะด้วย คือเอาแค่ขบวนเสด็จทั้งรถม้าและเครื่องแบบองครักษ์เนี่ยก็แต่งธีมเป็สีน้ำเงินอ่อนเหมือนกันแล้วครับ ตัวอาณาจักรจะสีน้ำเงินนวลขนาดไหน
“สวัสดีค่ะ” เอลฟ์สาวกล่าว
“สวัสดีครับ” ผมบอกแล้วก็โค้งคำนับ โดยขณะนั้นผมก็ประเมินสเตตัสของเอลฟ์สาวต่อเลย
ชื่อ: Jessica Lastrayaffe
เผ่าพันธุ์: ไฮเอลฟ์
เพศ: หญิง
อายุ: 275 ปี
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: S
Average Power Rank: Expertise Plus 16 (184)
Class: Multiclass 5 Class (Currently Cleric, Wizard, Archer, & ??? [x2])
Condition: Normal
STR: 182
AGI: 186
MAG: 184
INT: 194
DEX: 185
VIT: 183
สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชินว่า เอลฟ์มันอายุเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ต้องแปลกใจครับ เอลฟ์ในแฟนตาซีตะวันตกทั้งหลายแหล่ ส่วนใหญ่จะชูโรงเื่ความมีอายุยืนกว่ามนุษย์เป็เื่ปกติครับ แถมบางเื่หรือบางเกมก็ชูว่าพวกเอลฟ์มีประสิทธิภาพเหนืุ์หลายเท่าตัว และจากหน้าสแตตของเอลฟ์สาวที่ชื่อเจสซิก้านั้นก็เดาได้เลยว่าเธอมีค่าสเตตัสทุกด้านเหนือกว่าผมในตอนนี้ซะอีก เอาง่าย ๆ แค่ค่าอำนาจเฉลี่ยก็สูงกว่าผมตั้งเยอะแล้ว
“ดิฉันมีนามว่า เ้าหญิงเจสซิก้า ลาสตรายาฟฟ์ จากอาณาจักรแคสตรานามัส ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เ้าหญิงเจสซิก้าแนะนำตัว
“กระหม่อม ดยุกออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส แห่งแคว้นออฟเทร็ม อาณาจักรมัสโทรนัม ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ” ผมแนะนำตัว
“จะว่าไป คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่สินะคะ” เ้าหญิงเจสซิก้าถาม
“ใช่ครับ” ผมตอบ มือข้างหนึ่งพยุงท้องกลมโตของผมไว้
“ที่อาณาจักรดิฉันเคยมีเื่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของเอลฟ์ที่ยาวนานกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว บางคนถึงกับท้องเกินสิบปีก็มีค่ะ” เ้าหญิงเจสซิก้าบอก
ในบริบทของโลกนี้ผมว่ามันก็เข้าใจได้นะ ในเมืุ่์ก็ท้องโดยเฉลี่ยแค่เก้าเดือนหรือสี่สิบสัปดาห์ เอลฟ์เองก็อาจจะท้องนานกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าลูกจะโตเร็วแค่ไหนกัน แต่ก่อนอื่น…
“ใช่ครับ” ผมตอบ “และที่อาณาจักรมัสโทรนั่มและโอคอนเนียเองก็ได้ให้กำเนิดรัชทายาทเหมือนกันด้วยครับ”
“งั้นก็ยินดีด้วยนะคะ” เ้าหญิงเจสซิก้ากล่าว
“ขอบคุณมากครับ” ผมตอบ
“จะว่าไปแล้วฉันก็มีเื่อยากจะให้คุณช่วยน่ะค่ะ” เ้าหญิงเจสซิก้าเริ่มประเด็นต่อเลย
“มีเื่อะไรเหรอครับ?” ผมว่า
“คุณพอจะรู้จักไอ้สิ่งที่เรียกว่า ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ บ้างไหมคะ?” เ้าหญิงเจสซิก้าถาม และก็ตามเดิมครับ เธอทำมือเน้นคำว่าผู้กลับชาติมาเกิด เหมือนกับว่ามันเป็สิ่งที่ต้องทำเวลาพูดถึงอะไรที่คนบนโลกนี้ไม่รู้เื่มาก่อนไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“รู้จักครับ” ผมตอบ “ผมขอสารภาพว่าผมก็เป็หนึ่งในนั้น”
“ก็ดิฉันเนี่ยอยากจะบอกว่า มีหนุ่ม ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ คนหนึ่งที่อยู่ในอาณาจักรของดิฉัน เขาเป็หนึ่งในองครักษ์ของดิฉัน แล้วเขาได้เล่าถึงประเด็นเกี่ยวกับ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ที่ไม่ได้คิดจะทำตามคำประสงค์ของเทพธิดาที่อัญเชิญมาเกิด นอกจากสรรหาจะเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัว และที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ไปทำสัญญากับมารร้ายที่บัดนี้มีการแบ่งพรรคพวกกันเอง แย่งชิงตำแหน่งนายเหนือมารทั้งปวง และละทิ้งสิ่งที่เทพธิดา้าจะให้เป็” เ้าหญิงเจสซิก้ากล่าว “องครักษ์ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ คนนี้เลยอยากให้ดิฉันไปขอความช่วยเหลือจากนักผจญภัย ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ คนอื่น ๆ เผื่อว่ามีใครสักคนที่้าจะปกป้องและตัดสินใจเข้าช่วยเหลือหาก ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ที่ชั่วช้าได้มาจู่โจมอาณาจักรของเราค่ะ”
พอได้ยินแบบนี้ผมรู้เลยว่า ที่แคสตรานามัสก็เจอไอ้ผู้กลับชาติมาเกิดบูลชิทแบบเจสันด้วยแฮะ แต่ก่อนอื่น
“องครักษ์ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ของพระองค์ชื่ออะไรเหรอครับ?” ผมถามโดยทำมือเน้นคำตามไปด้วย
“องครักษ์คนนี้ชื่อ เซบาสเตียน เอ็นโดรฟินอส” เ้าหญิงเจสซิก้าตอบ “เขาเป็ครูเซเดอร์หนุ่มที่เป็เอลฟ์ แต่ว่าตอนนี้เขาติดปัญหาเื่ตรงที่เขากำลังท้องแก่มาได้ยี่สิบปีแล้วล่ะ อ้อ อย่าเข้าใจฉันผิดนะ แต่ว่าการตั้งครรภ์ของเอลฟ์ไม่ได้ทำให้ความสามารถและฝีมือลดลงเลยล่ะ และที่อาจทำให้คุณต้องเซอร์ไพรส์ก็คือ ถึงจะเจ็บหนักแค่ไหนลูกในครรภ์ยังไม่ยุติการตั้งครรภ์เลย ดิฉันพูดจริงนะคะ พวกเราไม่ได้สวมใส่ไอเท็มหรือมีคาถาใด ๆ ที่จะใช้บำรุงร่างกายผู้มีครรภ์แบบมนุษย์ แต่ยังลุยหนักได้โดยที่ทารกในครรภ์ยังอยู่ครบสามสิบสองเลยค่ะ!”
อันนี้ถือว่าเปิดโลกให้ผมและคุณผู้อ่านไปด้วยในตัว เอลฟ์หนุ่มที่ท้องแก่มายี่สิบปียังออกศึกคุ้มกันเชื้อพระวงศ์ได้โดยที่ยังไม่แท้งลูกอีกตะหาก! ถ้าไม่เรียกว่าพีคก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับพี่น้อง!
“แล้วเขามากับพระองค์หรือเปล่าครับ?”
ผมพูดยังไม่ทันจะขาดคำ มีครูเซเดอร์เอลฟ์หนุ่มผมขาวคนหนึ่งยกมือยิ้มให้ผม และผมก็สังเกตได้ว่าท้องของเขาใหญ่โตเหมือนคนท้องแก่เกินกำหนดคลอดจริง ๆ
“ผมเองครับ” เสียงหวานใสของครูเซเดอร์คนนั้น ที่ผมคิดว่าน่าจะชื่อเซบาสเตียนตอบ
“ผมชื่อเซบาสเตียน เอ็นโดรฟินอส เป็เอลฟ์องครักษ์ของเ้าหญิงเจสซิก้าครับ” ว่าแล้วเอลฟ์หนุ่มท้องกลมก็ทำความเคารพผมอย่างขึงขังนิดหน่อยแต่ผสมความแจ่มใสลงไป
“อย่างนี้นี่เอง” ผมบอก “เออนี่เซบาสเตียน ช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับผู้เกิดใหม่คนนั้นให้หน่อยซิ”
“ได้ครับ” เซบาสเตียนตอบ “เ้าหมอนี่เป็เด็กที่อยากจะเบียวจอมมาร แบบใครนะที่ชื่อเงาหรืออะไรสักอย่าง คือแบบเบียวไม่เท่าไหร่ กวนประสาทพวกเราแบบหนักมาก และยิ่งไปกว่านั้นคือ มันพยายามจะชุบจอมมารที่ตายไปแล้วให้กลับมาอาละวาดอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็กลับมาในฐานะ …เอ่อ… ทารกในท้องของมัน”
ผมถึงกับกุมขมับ เฮ้อ… ยังจะมีคนพยายามชุบจอมมารอีกนะ ภัยคุกคามระดับไหนยังไม่รู้เลย และที่ร้ายกว่านั้น มันเข้าท้องคนชุบอีก ปัดโธ่!
“จริง ๆ ผมเองก็เคยได้ยินเื่ที่ว่าจอมมารที่กำลังจะคืนชีพใช้วิธีเข้าท้องเหยื่อ ใช้วิธีแบบเดียวกับคำสาปครรภ์ปรสิต คือดูดซับพลังชีวิตเหยื่ออุ้มท้อง เพื่อให้เทพอสูรร้ายแข็งแกร่งเหมือนเก่า ก่อนจะทะลุออกจากท้องเหยื่อให้ถึงตาย และผลพลอยได้คือจะได้รูปลักษณ์ของเหยื่ออุ้มท้องที่ตายแล้วไปด้วย เอาง่าย ๆ ด็อปเปิลแก็งเกอร์นั่นแหละครับ” เซบาสเตียนอธิบาย “อันที่จริงเทพสีเทาเองก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ แต่พวกเขาพยายามจะรักษาชีวิตของเหยื่ออุ้มท้องให้รอดชีวิตต่อไปหลังจากคลอดลูกแล้ว พร้อมกับใช้รูปลักษณ์เดียวกับเหยื่ออุ้มท้องไปด้วยครับ แต่การที่ไอ้เ้าเด็กนี่ ผู้กลับชาติมาเกิดคนเนี้ย เบียวอยากจะชุบจอมมารขึ้นมา จนทำตัวเองท้องจอมมารขึ้นมาซะเอง คราวนี้มันหงอ ซมซานมาหาพวกเราให้หาคนช่วยไล่ผีออกไปให้หน่อย ไอ้เราก็ไม่รู้ว่าไอ้จอมมารในท้องหมอนี่มันภัยคุกคามระดับไหนซะด้วย ทีนี้ก็ว้าวุ่นเลยครับ”
“แล้วตอนเนี้ยมันท้องมาได้นานแค่ไหนละ?” ผมถาม
“ก็ประมาณสามสัปดาห์แล้วครับ” เซบาสเตียนตอบ “ผมไม่รู้นะว่าหลังจากที่กลับไปเนี่ยจะพัฒนาไปมากแค่ไหนกัน”
“เอางี้ ฉันขอแนะนำนักผจญภัยคนหนึ่งที่ฉันรู้จักมากที่สุด และให้ความช่วยเหลือฉันบ้างเป็บางครั้ง” ผมเสนอ
“ใครเหรอครับ?” เซบาสเตียนถาม…
“สรุปแล้วไอ้เด็กนี่ ที่ชื่อคุชิกิน่ะ พยายามจะชุบจอมมารจนตัวเองท้องจอมมารซะเองเลยเหรอครับ?” แจสเตร็ดในวัยยี่สิบเอ็ดถามระหว่างที่นั่งขบวนเสด็จมากับผมและเคลลีน ตามขบวนของเ้าหญิงเจสซิก้าไปด้วย ตอนนี้เขาก็มีค่าอำนาจเฉลี่ยที่ Expertise+ 18 (193) แล้วล่ะครับ
“ใช่” ผมตอบ “บอกตามตรงฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ฉันก็พยายามจะไม่โมโหเพื่อไม่ให้เดสเตรียนต้องรับความโกรธมาด้วย แต่ฉันก็ไม่เข้าใจจริง ๆ”
ระหว่างที่ผมบอก ผมก็เอามือไปวางบนท้องกลมโตของผมเพื่อปลอบเดสเตรียนให้สงบก่อน
“เอาน่าลูก ตอนนี้ลูกยังต้องพัฒนาอีกเยอะเลยนะ” ผมบอกลูกในท้อง
“คุณออสเทร็ธคะ” เคลลีนทัก “ฉันเองก็ยังกังวลอยู่เหมือนกันนะคะ ว่าถ้าจอมมารที่คุชิกิปลุกชีพมีเจตนาร้ายแรงยิ่งกว่าที่คิดล่ะก็ เขาจะเสียใจขนาดไหนกับการตัดสินใจของเขา”
“ผมว่าต่อให้จะเสียใจหรือไม่ก็สายเกินไปแล้วล่ะ” ผมตอบ “เขาอยู่ในจุดที่ทำอะไรเื่นี้เองไม่ได้แล้ว แม้แต่ที่จะให้ถอยยังไม่มีเลย”
“จะมีอีกกี่คนคะที่ต้องเสียใจกับการตัดสินใจโง่ ๆ แบบนี้” เคลลีนว่า
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบ
ใช้เวลาสักพักขบวนเสด็จของเ้าหญิงเจสซิก้าก็มาถึงแคสตรานามัส แต่ขบวนเสด็จยังต้องไปต่อ เพราะต้องลัดเลาะเข้าไปยังโบสถ์หลวง ที่ที่ไอ้คุชิกิมันนอนรอการรักษาอยู่ที่นั่น
เมื่อผมเข้ามาถึงโบสถ์ พรีสต์เอลฟ์หนุ่มก็ถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก
“อ่า สวัสดีครับ พอดีว่า…”
“อาการเขาเป็ยังไงมั่ง?” เซบาสเตียนถามเพื่อเข้าประเด็นก่อนเลย
“เขาเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดเลยครับ เหมือนเขาจะเจ็บท้องหรืออะไรสักอย่างแหละฮะ”
ผมที่ได้ยินดังนั้นรีบรุดเข้าไปช่วยเหลือไอ้คุชิกิทันที ทั้งที่ผมเองก็ไม่ได้อยากจะช่วยอยู่แล้ว ใครจะหาว่าผมซึนก็แล้วแต่ครับ แต่จากการใช้สกิลประเมิน ผมก็พบว่า…
ชื่อ: Kushiki
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 15 ปี
เพศ: ชาย
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: B
Average Power Rank: Default 2 (8)
Class: Arcane Crusader
Condition: Pregnant With Broazoth
STR: 6
AGI: 5
MAG: 8
INT: 2
DEX: 7
VIT: 7
นั่นทำให้ผมต้องประเมินสแตตของเ้าโบรว์ซอธทันที
ชื่อ: Broazoth
เผ่าพันธุ์: จอมมาร/าาปีศาจ/เทพอสูร
ประเภท: Dark Deity
ธรรมชาติ: Hostile
อายุ: Unborn
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Condition: Unborn
Threat Level: Adventure 5 (95)
รายละเอียด: โบรว์ซอธนั้นคือจอมมารชั้นเดลต้าที่ถูกสังหารในปี AFB-105 และหลังจากนั้นก็เคยมีความพยายามในการฟื้นคืนชีพหลายครั้ง แต่ก็มักจะถูกฝ่ายตรงข้ามสกัดกั้นและคุมกำเนิดได้ทุกครั้ง แต่ครั้งล่าสุดนี้ ด้วยความช่วยเหลือของผู้กลับชาติมาเกิดอย่างคุชิกิ โบรว์ซอธก็จะสามารถคืนชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Behavior: (Currently) Doppleganger Parasite: สูบพลังชีวิตเ้าบ้านพร้อมกับขโมยรูปลักษณ์ของเ้าบ้านมาใช้หลอกลวงเหยื่อ
เอาล่ะ ไอ้คุชิกิท่าจะตกที่นั่งลำบากซะแล้วแฮะ การที่ไอ้โบรว์ซอธมันเป็จอมมารที่ภัยคุกคามระดับ Adventure 5 ทั้งที่ตัวเองยังมีอำนาจเฉลี่ยที่ Default 2 เจอแบบนี้เข้าไป
“คุณเป็ใคร?” คุชิกิถามเสียงแ่
“ฉันเป็หนึ่งในคนที่จะมารักษานายสิถามได้” ผมตอบ “เป็ไง เจออันนี้มากับตัวเข้าไป ยังจะคิดว่านี่มันแค่เกมอยู่อีกไหม?”
“ไม่คิดแล้วจ้า!” คุชิกิร้องเสียงหลง เหมือนมันจะเ็ปทรมานเพราะเ้าจอมมารในท้องสินะ
“นี่แกเป็ใครกันวะ?” เสียงน่าขนลุกดังขึ้นจากในท้องกลมโตของคุชิกิ และเมื่อผมดึงเสื้อขึ้นดู บนท้องของเ้าหมอนี่ถูกสลักสัญลักษณ์เป็รูปซาตาน คือรอยสักกะโหลกมนุษย์มีเขาแพะสีแดงครับ และจังหวะนั้นแจสเตร็ดก็เดินทางมาถึงพอดี
“อ้า สวัสดี เ้าจอมมารที่กำลังจะถือกำเนิด” ผมทักทาย “ทายสิว่าใครมาแล้ว”
“ใครวะฉันไม่รู้จัก” เสียงโบรว์ซอธในท้องคุชิกิดังขึ้น
ผมพยักหน้าให้แจสเตร็ดรีบลงมือทันที ว่าแล้วเขาก็ใช้ฝ่ามือเรืองแสงสีทองแตะที่ท้องกลมโตของไอ้คุชิกิ และแน่นอนผมได้พบว่าเขาได้ใช้สกิลหนึ่งที่เป็ที่สะดุดตาผมมาก และมักจะถูกพบอยู่ในคลาสสายศาสตร์สว่างเป็หลัก
Exorcism (ขับไล่ปีศาจ) [S]
เมื่อใช้สกิลนี้ขึ้นมา ร่างของเ้าคุชิกิก็แอ่นขึ้นมาและมันก็ร้องโหยหวน สงสัยจะโดนอิทธิพลของโบรว์ซอธมอบพลังอยู่ในสายเืแหง ๆ แต่ก็ไม่เป็ไร ตอนนี้ท้องเ้าหนุ่มนี่ก็กำลังจะยุบลงไปนิดหน่อยละ เสียงร้องโหยหวนของคุชิกิที่ว่าดังแล้วยังไม่เท่าเสียงกรีดร้องทรมานของโบรว์ซอธเลย
“เยี่ยมมาก!” ผมว่า “อัดเข้าไปอีกจนกว่าพุงไอ้เด็กนี่จะยุบจนแบนเรียบ!”
“ครับ!” แจสเตร็ดว่า แล้วก็อัดพลังแสงต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งท้องของไอ้คุชิกิยุบลงจนกลับมาราบเรียบเหมือนเดิม ส่วนเ้าเด็กนี่ก็เหงื่อไหลเป็แกลลอนด้วยความเหนื่อยล้า
“พี่ครับ เราจะเอายังไงต่อ?” แจสเตร็ดถามระหว่างที่เขากำลังพิจารณาอยู่
“เดี๋ยวฉันไปคุยกับเซบาสเตียนต่อนะว่าจะเอายังไง” ผมบอก
“ผมว่าน่าจะให้เขาไปเรียนรู้เอาเองว่าโลกนี้มันไม่ใช่โลกที่พวกเอ็นพีซีมันโง่จะทำตามผู้เล่นแบบเรา ๆ เลย” เซบาสเตียนตอบ “เราให้โอกาสพวกเขาในการกลับตัวกลับใจได้ แต่ผมว่าท่านต้องตั้งเงื่อนไขด้วยนะว่า ถ้าหากทำผิดซ้ำสอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด อะไรก็ว่าไป พวกเราจะไม่ช่วยเขาอีกต่อไป ให้เขาหาทางช่วยเหลือเอาเองนะครับ”
“อืม ฉันจะช่วยบอกเขาให้” ผมบอก
โอเค ผมลืมไปเลยแฮะว่าผมต้องอธิบายคุณผู้อ่านก่อน สกิล Exorcism [S] เป็สกิลที่ใช้ไล่ผีร้ายที่เข้าสิงเ้าบ้าน ไม่ว่าจะสิงทั้งร่างเลย หรือจะสิงแค่เฉพาะในครรภ์ก็ตาม ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนให้ชำนาญด้วย และมันก็จะแปรผันตามค่าอำนาจเฉลี่ยของผู้ใช้สกิลนั้น ๆ ด้วย อย่างเ้าโบรว์ซอธที่อยู่ระดับภัยคุกคาม Adventure 5 มาเจอการร่ายสกิล Excorsim [S] จากแจสเตร็ดที่มีค่าอำนาจเฉลี่ยอยู่ที่ Expertise+ 18 ก็จบเห่เลยครับ แต่ก็อย่างว่า หากไปเจอปีศาจที่เป็ภัยคุกคามระดับ Apocalypse+ 20 ขึ้นไปนี่ก็แทบจะหืดขึ้นคอ
จากนั้นเองพวกเราก็ได้ดูว่าชาวบ้านที่นี่ซึ่งเป็ชาวไฮเอลฟ์เนี่ยมีกิจวัตรยังไง ปรากฏว่าหลาย ๆ คนที่นี่ก็กำลังท้องแก่เหมือนกันด้วยแฮะ แต่ยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ พวกสายแรงงานก่อสร้างก็ยังทำงานตอนท้องแก่ได้ด้วยอีกต่างหาก และเราก็ไม่รู้ว่าพวกเอลฟ์ท้องกันั้แ่อายุกี่ปีแล้ว ส่วนพวกกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ นี่ก็เช่น… คุณเคยได้ยินเื่กีฬาขี่ม้าแทงทวนกันไหมครับ ที่พวกอัศวินชนชั้นสูงเขาเอามาแข่งกัน แฟนตาซีตะวันตกบางเื่เขาก็เอากีฬานี้มาเล่นเหมือนกันครับ ไม่รู้ทำไมพวกต่างโลกญี่ปุ่นไม่ค่อยเอามาใช้สักที แต่โลกนี้ก็มีครับ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเผ่าพันธุ์ที่จะแข่งกีฬานี้ด้วยว่าจะใช้ตัวอะไรขี่ อย่างที่แคสตรานามัส พวกเอลฟ์ขี่ยูนิคอร์นแทงทวนครับผม หรือเอลฟ์บางอาณาจักรก็ขี่เพกาซัสด้วย คืออะไรที่เป็สัตว์แฟนตาซี พวกเผ่านี้จะไม่พลาดที่จะเอาไปใช้ขี่อยู่แล้วครับผม หรือถ้าเป็สายหูสัตว์อาจจะขี่พวกเสือ หมี หรือหมาป่า แข่งกีฬาแทงทวนด้วยครับ
ผมเองก็หลวมตัวไปฝึกตีดาบกับอัศวินเอลฟ์ในแคสตรานามัส จนพบว่า แม้จะเป็อัศวินฝึกหัด แต่ก็มีศักยภาพที่เหนือกว่ามนุษย์แบบเทียบไม่ติด บางคนก็ท้องแก่เหมือนผมซะด้วย แต่อย่าประมาทหุ่นคนท้องของเอลฟ์โลกนี้นะครับ หุ่นแบบนี้ทำดาบไม้ที่ใช้ฝึกหัดหลุดจากมือคุณได้หลายยกแล้วครับ โชคดีที่ผมมีสกิลลับช่วยพยุงให้หุ่นคนท้องผมสามารถไปต่อได้ แต่นั่นก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเมื่อต้องสู้กับเอลฟ์อัศวินฝึกหัดแห่งแคสตรานามัส ที่ขนาดบางคนท้องแก่ขนาดนี้ยังหาทางชนะผมตอนผมเผลอพลาดเลยก็มี ผมเลยน้อมรับว่าฝีมือของพวกเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ ครับ
และผมก็เลยต้องเอาเื่นี้ไปคุยกับเซบาสเตียน
“เป็เื่ปกติครับ” องครักษ์ท้องแก่ผู้กลับชาติมาเกิดตอบ “ผมที่ก็อุ้มลูกในท้องอยู่ แต่เชื่อไหมครับ ผมมีส่วนช่วยให้อาณาจักรนี้สามารถตีกับอาณาจักรที่ถูกปีศาจครอบงำได้หลายอาณาจักรแล้วครับ”
“อืม เข้าใจละ” ผมบอก และลูบท้องตัวเองอยู่
“แล้วลูกในท้องท่านเป็ยังไงบ้างครับ?” เซบาสเตียนถามกลับ
“ก็ดีอยู่นะ” ผมตอบ “เอาตรง ๆ เขาดิ้นบ่อยมาก บางทีเขาก็ช่วยฉันปล่อยพลังบ่อย ๆ น่ะ”
“น่าสนใจดีครับ” เซบาสเตียนกล่าว
“แล้วของนายล่ะ?” ผมถามกลับบ้าง
“ผมก็เหมือนกันครับ” เซบาสเตียนตอบ “ดูท่าลูกผมจะมีค่าพลังสูงมากแน่นอนครับ”
“เออจะว่าไป” ผมบอก “นายบอกว่ามีเื่เกี่ยวกับการที่จอมมารเข้าครอบงำอาณาจักรของมนุษย์อย่างนั้นเหรอ?”
“ครับ” เซบาสเตียนตอบ “เทพธิดาประจำตัวผมได้เล่ามาว่า จอมมารใช้โอกาสล่อลวงผู้มีสกิลให้กลายเป็ทาสรับใช้ เพราะเชื่อว่าผู้มีสกิลทั้งหลายต่างเป็พวกขี้แพ้ที่มีทัศนคติวิบัติ และจะใช้โอกาสที่สองที่พวกเทพธิดามอบให้มานั้น เป็ดาบคืนสนองให้โลกที่ตัวเองเข้ามาใหม่เอง แต่ประเด็นคือ พวกเทพอสูรมันไม่รู้ว่า ผู้มีสกิลบางคนก็แค่อยากใช้ชีวิตปกติ หรือไม่ก็ไม่ได้มีทัศนคติอะไรแย่ ๆ ต่อโลกใบนี้เลย อย่างผมเนี้ยก็ไม่ได้มีทัศนคติอะไรแย่ ๆ ขนาดนั้น และอันที่จริง พวกเอ็นพีซีที่นี่ก็ฉลาดรู้ทันคนนะครับ ถึงจะยังไม่รู้เื่โลกต่างมิติที่มากกว่า์และนรกก็ตามทีเถอะ”
“ก็ดีแล้วนี่” ผมตอบ “ไอ้เื่ที่เขาไม่รู้ก็ลองพยายามจำกัดความในบริบทที่คนที่นี่เข้าใจได้แล้วกัน พวกระบบแบบวิดีโอเกมอะไรนั่นน่ะ”
“พอพูดถึงระบบแบบวิดีโอเกม ผมนึกขึ้นมาได้” เซบาสเตียนว่า “ผมจะขอออนทัวร์อีกรอบหนึ่งนะครับ”
“ออนทัวร์อีกแล้วเหรอ?”
“ใช่ครับ แต่รอบนี้ผมจะเน้นไปที่พวกร้านค้าขายไอเท็มน่ะครับ” เซบาสเตียนตอบ “ผมอาจจะขอชวนท่านเคลลีนไปด้วยนะครับ”
“ก็ดี ๆ” ผมตอบ จากนั้นผมก็เช็กหน้าอินเวนทอรี่ว่าผมมีอะไรบ้าง
ชื่อ: Ostreth Novles Morannus
รูน: None (X10)
เพิร์ค: None (X10)
อาร์ติแฟกต์: None (X10)
ทรัพยากร: 988,714 เหรียญแพลตินั่ม, 77,171,181 เหรียญพาราดิเซี่ยม, 64,331 เหรียญอินเฟอร์เนี่ยม, 47,189 เหรียญรูน, 338,163 เหรียญเพิร์ค
โอเค เข้าสู่การบรรยายอีกครั้ง
ระบบเศรษฐกิจในโลกนี้จะมีทรัพยากรที่หลากหลายครับ ก็จะแบ่งจากค่าน้อยสุดไปมากสุดได้ ทองแดง เงิน ทอง แพลตินั่ม มิธริล เพชร มรกต อินเฟอร์เนี่ยม และพาราดิเซี่ยม …ผมขออธิบายแร่สองอย่างหลังไว้ดีกว่า แร่อินเฟอร์เนี่ยมก็เป็แร่เวทย์ที่มาจากมิตินรก ซึ่งข้อดีคือให้พลังงานสูงเมื่อถูกทำเป็ไอเท็มต่าง ๆ แต่ก็แลกมากับความเสถียรที่ไม่แน่นอน ต่างจากแร่พาราดิเซียมจากมิติ์ที่มีความเสถียรคงที่ แต่ให้พลังงานไม่แน่นอนและไม่สูงเท่าอินเฟอร์เนี่ยมด้วยซ้ำ
ส่วนอาร์ติแฟกต์นั้นก็คือวัตถุเวทมนตร์ที่จะใช้บูสต์เอฟเฟกต์และโบนัสที่เป็ผลพลอยได้จากการใช้สกิล ไอเท็ม หรือสวมชุดเครื่องแบบอยู่ด้วยครับ แต่คุณอาจจะจำสับสนกับเพิร์คและรูนที่เหมือนเป็พร์เฉพาะตัวที่สามารถปลดล็อกในตัวได้ โดยทั้งเพิร์คทั้งรูนจะใช้เหรียญปลดล็อกเป็ของตัวเอง แต่เหรียญรูนจะหายากกว่าเหรียญเพิร์ค แถมรูนกับเพิร์คไม่มีภาชนะที่รองรับเหมือนกับอาร์ติแฟกต์ที่เป็ภารชนะที่ใช้รองรับพลังเวทมนตร์ในตัวอยู่แล้ว ฉะนั้นเราต้องเอารูนหรือเพิร์คมาบรรจุภาชนะที่ใช้งาน ซึ่งอินเวนทอรี่ของผู้กลับชาติมาเกิดก็บรรจุได้ทั้งรูนและเพิร์คเหมือนกับอาร์ติแฟกต์
แต่เห็นผมมีช่องเก็บอาร์ติแฟกต์, รูน, และเพิร์คอย่างละสิบอันอย่างนี้ ท่านเอลซ่าเคยบอกผมไว้ว่า ตามปกติแล้วผู้กลับชาติมาเกิดจะต้องมีช่องเก็บเริ่มต้นแค่อย่างละสามอันแรก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับสกิล Multiple Artifact/Multiple Runes/Multiple Perks ซึ่งจะสามารถฝึกฝนจนสามารถปลดล็อกจำนวนช่องเก็บอาร์ติแฟกต์ รูน และเพิร์คได้มากกว่าที่เคยมีั้แ่แรกได้ ในกรณีของผมก็คือผมได้ครบทั้งสามสกิลเลย และผมก็ขยันปลดล็อกช่องเก็บจนได้ขนาดนี้แหละครับ
ส่วนอาวุธที่ผมพกติดตัวน่ะเหรอ… นี่คือการประเมินอาวุธประจำตัวผมครับ
Item Analysis
ชื่อ: Marvelous Morannus
ประเภท: Magical Longsword
หมวดหมู่: อาวุธศักดิ์สิทธิ์
ความหายาก: One-Off Exclusive
พลัง: 155
รายละเอียด: ดาบยาววิเศษนี้ถูกตีขึ้นในฐานะมรดกตกทอดของตระกูลโมรันนัส แร่ที่ทำใบมีดนั้นผสมกันระหว่างมิธริลและพาราดิเซียม ขัดเกลาด้วยพลังเวทย์ที่สืบทอดมาจากต้นตระกูลอย่างดรากรอธ โอดร็อด โมรันนัส หากผู้ใช้งานมิใช่คนที่มาจากสายเืตระกูลโมรันนัส หรือมีเจตจำนงอันชั่วร้ายเกินกว่าจะได้รับอนุญาตให้ใช้ พลังวิเศษที่ซุกซ่อนอยู่ในดาบนี้จะไม่ปรากฏเลยแม้แต่นิดเดียว
ดาบเล่มนี้จะมีการบันทึกคาถาต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งาน้าบันทึกเก็บไว้เป็คลัง และมันรู้จักปฏิเสธที่จะบันทึกคาถาใด ๆ ก็ตามที่มีต้นกำเนิดมาจากศาสตร์มืด
The Magic Memory: บันทึกคาถาวิเศษต่าง ๆ ลงไปในใบดาบ โดยไม่จำกัดพื้นที่ในการจัดเก็บด้วย แต่ยิ่งจำนวนคาถาเยอะ อาจต้องใช้เวลานานขึ้นในการหาคาถาที่้ามาใช้
Dark Magic Rejection: ปฏิเสธการบันทึกคาถาที่มีต้นกำเนิดมาจากศาสตร์มืดทุกรูปแบบ
ดาบมาร์เวลัส โมรันนัส เป็ดาบประจำตระกูลผม หน้าตาของมันก็… ด้ามดาบเคลือบสีทองคำ วัสดุที่ใช้ทำก็น่าจะเป็พาราดิเซียมผสมมิธริล กลางครอสการ์ดสองด้านปั๊มเป็หน้าสิงโต ใบมีดปั๊มจากแร่พาราดิเซียมเคลือบสีแพลตินั่มสลักชื่อท่านปู่ทวดดรากรอธไว้ ถ้าไม่ประเมินผมไม่รู้นะเนี่ยว่ามีประวัติยาวนานขนาดนี้ และผมสงสัยอยู่ว่า ดาบเล่มนี้เคยถูกใช้ในศึกครั้งไหนมาบ้าง – โอเคผมว่าก็เคยถูกใช้ในการสู้กับทัพจอมมารและเทพอสูรนั่นแหละครับ แต่ศึกอื่น ๆ เนี่ยสิครับที่ผมอยากรู้ว่าเคยใช้มั่งไหม
จะว่าไปผมลืมพูดถึงระดับความหายากในโลกนี้อีกละ ผมจะบอกว่าที่โลกเนี้ยมันแบ่งระดับความหายากเหมือนกับพวกหนัง, การ์ตูน, นิยาย, และเกมอาร์พีจีแฟนตาซีทั่วไปแหละครับ คอมมอน อันคอมมอน แรร์ เลเจนดารี่ และก็จะมีระดับคั่นกลางแบบ เซมิคอมมอน (ไม่รู้เกมหรือเื่ไหนใช้นะ) เซมิแรร์ เวรี่แรร์ ซูเปอร์แรร์ ไฮเปอร์แรร์ อีพิค และไม่พอแค่นั้น ยังมี มิธิค และ ฮิสตอริค เข้ามาระบุรายละเอียดของความหายากในแต่ละไอเท็มด้วย แต่ถ้าเป็วันออฟเอ็กซ์คลูซีฟ อันนี้ถือว่าเป็ไอเท็มที่มีหนึ่งเดียวในโลก
อย่างไรก็ตามเวิ่นเว้อไปไกลละ เดี๋ยวผมกลับไปยังปัจจุบันดีกว่า ผมเองก็ได้พบกับพ่อค้าอาวุธด้วย
“อ้าว สวัสดีครับคุณพ่อ” พ่อค้าเอลฟ์หนุ่มพูดเสียงหวาน “วันนี้มาซื้ออะไรเหรอครับ?”
“อ๋อ พอดีว่าผมจะมาซื้อพวกตำราคาถาน่ะครับ” ผมตอบ
“่ว่าแต่คุณพ่อเป็ชนชั้นสูงนี่ครับ” พ่อค้าเอลฟ์หนุ่มกล่าว “จะเอาพวกตำราคาถาชั้นสูงที่หายากกว่าปกติเลยไหมครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ” เคลลีนที่มาด้วยตอบ “เราอาจจะมาซื้อพวกสินค้าคนรากหญ้า เพื่อที่จะแจกจ่ายให้คนพวกนี้เอาไปใช้ด้วยค่ะ”
“อ๋อ ครับผม” พ่อค้าเอลฟ์บอก “งั้นจะรับอันไหนดีครับ”
“เอาตำราอันนี้ละกันครับ” ผมบอกแล้วคว้าเอาหนังสือตำราที่มีสัญลักษณ์ดาวแปดแฉกทำจากคริสตัลสีขาวขึ้นมา
“อ่า อันนี้คือตำราคาถาของตระกูลเวเนลิซอร์ดน่ะครับ” พ่อค้าเอลฟ์บอก “ตระกูลนี้เป็ตระกูลที่เกิดขึ้นั้แ่สมัย BFB-3152 (Before First Battle - ยุคก่อนาครั้งแรกระหว่างพระเ้ากับมารร้ายจากเงามืด) และหายสาบสูญไปสักพักหนึ่งในาปฐมยุทธการ จนกระทั่งมีลูกหลานรุ่นใหม่ของตระกูลเวเนลิซอร์ดปรากฏขึ้นมา โดยตระกูลเวเนลิซอร์ดเป็หนึ่งในเจ็ดสุดยอดตระกูลจอมเวทย์ชนชั้นสูงที่เคยวางแผนรับมือกับทัพจอมมารขึ้นมาครับ”
“โอเคครับ ราคาเท่าไหร่ครับ?”
“หนึ่งหมื่นเหรียญพาราดิเซียมครับ” พ่อค้าเอลฟ์ตอบ
“ได้ครับ” ผมตอบแล้วก็ยื่นเหรียญที่ต้องจ่ายวางบนถาดใส่เงินสด แล้วเก็บเอาหนังสือคาถาของเวเนลิซอร์ดเก็บใส่อินเวนทอรี่ไป
จากนั้นผมก็ได้เดินชมไปอีกสักเล็กน้อย อาณาจักรแคสตรานามัสนี่เป็เมืองที่ตกแต่งด้วยธีมสีน้ำเงินนวลจริง ๆ นวลจนผมนึกว่าอยู่เมืองใต้บาดาลหรือกลางทะเลซะอีกนะเนี่ย
หลังจากนั้นไม่นาน ผม เคลลีน และแจสเตร็ด ก็ร่ำลาและนั่งขบวนกลับอาณาจักรมัสโทรนั่มไป ส่วนแจสเตร็ดแยกทางกลับไปยังอาณาจักรฟาโลน่า (ถามว่าผมรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ ผมจดใส่เอกสารพร้อมกับใช้สกิล Ink of Memories ในการจดจำด้วย)
ผมเองก็กลับไปฝึกฝนพลังของตัวเองอีกครั้งจนเริ่มจะดึกดื่นซะแล้วสิ เอาล่ะ อย่างน้อยผมก็พัฒนาตัวเองไปได้สักพักแล้วล่ะ แล้วผมก็กลับไปนอนทันที
ทว่า…เมื่อจิตของผมเข้าสู่ห้วงภวังค์ กลายเป็ว่า… ผมได้อยู่ในพื้นที่ลึกลับ ดำมืด และมีเพลิงสีม่วงปกคลุมอยู่ นี่ผมหลุดเข้ามาอยู่ในมิติเงามืดหรือยังไงกันนะ
ทันใดนั้น ผมก็ถูกจัมป์สแกร์ด้วยร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง จะบอกว่ารูปงามไหมก็รูปงามอยู่หรอก แต่ไอ้หมอเนี่ยมันสวมเครื่องแบบโทนสีดำผสมสีม่วง และตกแต่งด้วยหัวกะโหลกของทั้งคน วัว และแพะ ดวงตาของเขาเรืองแสงสีม่วงตามสีโทนรองของชุดเกราะตัวเอง ผมสั้นสีดำ และมงกุฎสีม่วง ไอ้รูปลักษณ์แบบนี้ มองจากดาวพลูโตก็น่าจะเดาได้ว่านี่มันหนึ่งในหน้าตาสเตอริโอไทป์ของจอมมารชัด ๆ และดูจากท่าทีและสีหน้าขึงขังอย่างนี้ น่าจะต้องแค้นเคืองผมเื่อะไรสักอย่างแน่ ๆ
และก็เป็แบบนั้นจริง ๆ ด้วย ยังไม่ทันให้ผมทำอะไรก่อน ไอ้หมอนี่มันก็คว้าคอผม ทั้งที่ผมเองก็มีสภาพร่างกายเป็คนท้องแก่อีก แล้วก็โยนผมปลิวไปเลย ถึงผมจะกลิ้งไปไม่กี่ตลบแต่อย่างน้อยผมก็ตั้งตัวได้ทัน
“นี่แก…” ผมอุทาน “แกเป็ใครกันแน่!”
ผมรีบถามแบบนี้ทันทีเพราะผมจะได้รู้ชื่อมันและจดจำมันได้ ณ บัดนี้เลย
“จะทำความรู้จักั้แ่ในห้วงภวังค์นี่เลยเหรอ ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ดยุกแห่งแคว้นออฟเทร็มแห่งอาณาจักรมัสโทรนัม” ไอ้จอมมารตนนี้ถามกลับ “เอาเถอะ ฉันชื่อ แบ็กซ์เทอรัส หนึ่งในจอมอสูรที่พ่ายแพ้ต่อเหล่ามวลมนุษย์และพระเ้าทั้งปวงในาศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกนั่นแหละ ตอนที่ฉันได้ข่าวเกี่ยวกับคำพยากรณ์ ว่าผู้กล้าครรภ์แก่จะกลับมาเกิดใหม่ที่โลกนี้ ฉันก็ค้นหาอยู่ว่าไอ้คนนั้นคือใครกันแน่ แต่แก ถึงจะไม่ใช่ผู้กล้าครรภ์แก่ตัวจริงเสียงจริง แต่แกก็ต่างออกไป”
อ่ะ มาหงายไพ่คำทำนายอีกละ ตัวผมชาติเก่ามาสิงได้แค่สองปี มาเจออะไรแบบนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย
“ต่างยังไงวะ?” ผมถามต่อไปทันที “ตรงที่ฉันเป็ผู้กลับชาติมาเกิดที่ตั้งท้องสี่ปีเนี่ยนะ ตลกละ”
“อ๋อ คิดว่าฉันจะมาปั่นหัวเล่นเพื่อที่จะบุกอาณาจักรแกอย่างนั้นเหรอ” ไอ้แบ็กซ์เทอรัสถาม “ฉันไม่ได้จะสนใจสองอาณาจักรดาษดื่นของราชวงศ์มาร์ชหรอก ฉันสนใจแต่จะแก้แค้น และเอาคืนไอ้ผู้กล้าท้องแก่คนนั้น!”
โอเค แสดงว่าผมไม่น่าจะเกี่ยว แต่ที่ผมสงสัยอีกอย่างคือ ถ้างั้นมันจะมาดึงผมเข้าภวังค์ไปเพื่ออะไร
“แต่แกก็ดึงฉันเข้าภวังค์นี่” ผมบอก “แสดงว่าฉันเองก็มีพลังบางอย่างที่คล้ายกับผู้กล้าตั้งครรภ์แก่ใช่ไหมล่ะ?”
“ก็แค่คล้ายเท่านั้นเอง” แบ็กซ์เทอรัสตอบ “ฉันก็แค่จะมาเตือนว่า อย่ามายุ่งกับการโจมตีของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะถล่มมัสโตรนัมและโอคอนเนียให้ย่อยยับไปเลย”
“ก็ลองดูสิ” ผมบอก “ว่าอาณาจักรที่ดาษดื่นของราชวงศ์มาร์ชจะสามารถล้างบางพวกแกได้มากแค่ไหน”
“โอ้ ปากดีนักเหรอ ได้!” แบ็กซ์เทอรัสรับคำท้า “วันไหนที่โอคอนเนียและมัสโทรนัมลุกเป็ไฟด้วยน้ำมือของฉันล่ะก็ อย่าหวังจะได้เห็นแกมาก้มกราบขอถอนคำพูดแล้วกัน!”
ระหว่างผมกับแบ็กซ์เทอรัสเถียงไปมา ผมก็ประเมินว่าแบ็กซ์เทอรัสมันเป็ยังไงบ้าง ก็…
ชื่อ: Baxterous
เผ่าพันธุ์: จอมมาร/าาปีศาจ/เทพอสูร
ประเภท: Dark Deity
ธรรมชาติ: Hostile
อายุ: 3,550 ปี
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Condition: Normal
Threat Level: Apocalypse Plus 35 (277)
Description: แบ็กซ์เทอรัสเป็จอมมารชั้นแกมม่าที่เคยต่อสู้ในศึกาศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกและพ่ายแพ้ไป และเขาเองก็มีความเกลียดชังต่อผู้กล้าตั้งครรภ์ในตำนานที่กล้าสังหารจอมมารชั้นอัลติม่าตนแรกของโลกไป และตั้งปณิธานไว้ว่าเขาจะแก้แค้นให้กับจอมมารที่พ่ายแพ้ในาศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกให้จงได้
Behavior: Unknown
ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอของจริงั้แ่ในฝัน และดูท่าหากไอ้แบ็กซ์เทอรัสมันจะโจมตีอาณาจักรของเราเต็ม ๆ ล่ะก็ มันน่าจะสาหัสน่าดู และเมื่อกี๊มันบอกว่ามันแพ้ในาระหว่างพระเ้ากับมารเงามืดครั้งแรกอย่างนั้นเหรอ แสดงว่ามันน่าจะอยู่มานานมากสิท่า และผมก็เพิ่งจะมีค่าอำนาจเฉลี่ยแค่ Expertise+ 12 (164) เอง มันคงไม่น่าจะมาลุยในเร็ว ๆ วันนี้ หรือไม่ก็คงต้องให้โชคช่วยแบบมีพันธมิตรจากอาณาจักรอื่นมาด้วย อย่างน้อยก็ฟาโลน่ากับแคสตรานามัสมาช่วยสี่อาณาจักรล่ะนะ
แต่กลับมาที่การโต้เถียงในภวังค์ต่อ
“เหอะ คนอย่างฉันไม่ใช่คนที่กลับกลอกคำพูดเพื่อศิโรราบเทพอสูรอย่างแกหรอกนะเว้ย!” ผมโต้กลับ “ลูกผู้ชายอุ้มครรภ์ คำไหนคำนั้น!”
ใช้แค่คำว่าลูกผู้ชายอย่างเดียวก็ยังเท่อยู่ แต่ลงท้ายด้วยคำว่า ‘อุ้มครรภ์’ มันดูทะแม่ง ๆ พิกลแฮะ
“งั้นก็จะได้เห็นดีกัน!” จอมมารแบ็กซ์เทอรัสกล่าว จากนั้นมันก็ดีดนิ้วให้ทุกอย่างกลายเป็สีดำ ก่อนที่ผมจะเบิกตาโพลงกลับมาเห็นเพดานหลังคาเตียงตระกูลโมรันนัสอีกครั้งหนึ่ง ผมลุกขึ้นมาพร้อมด้วยน้ำเหงื่อที่ไหลเป็ถังเหล็ก สิ่งเดียวที่ผมคิดหลังจากตื่นจากภวังค์นี้คือ ผมจะต้องบอกท่านพ่อเอ็นทรัม และฝ่าาเบอร์บิคที่สิบเจ็ดเกี่ยวกับแผนการร้ายของไอ้แบ็กซ์เทอรัสให้จงได้ แต่จังหวะที่ผมกำลังจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างรูปงามของท่านเทพธิดาเอลซ่า และมาพร้อมกับแฟรี่ชุดขาวนวลอย่างเนสเซียด้วยแฮะ
“ได้ข่าวว่าเ้าได้พบกับจอมมารถึงสองตนเลยด้วยกันสินะ” เทพธิดาเอลซ่ากล่าว
“ใช่ครับ” ผมบอก “ท่านรู้ได้ยังไงครับ – ผมหมายถึงไอ้โบรว์ซอธผมเข้าใจได้เพราะผมไปเยือนที่อาณาจักรแคสตรานามัสมา แต่แบ็กซ์เทอรัสเนี่ยท่านรู้ได้ไงครับ?”
“แบ็กซ์เทอรัสส่งกระแสจิตดึงตัวเ้ามาที่ภวังค์ของมัน เพื่อตามหาว่าผู้ใดเป็ผู้กล้าครรภ์แก่ที่กลับชาติมาเกิดใหม่” ท่านเอลซ่าบอก “แม้เ้าจะไม่ใช่แต่ก็มีความใกล้เคียงกับตัวจริงอย่างมาก”
“มันขู่จะมาบุกมัสโทรนัมด้วยครับ” ผมพูด “ตอนนี้ผมต้องรีบแจ้งให้ท่านพ่อและฝ่าาได้รับทราบให้ได้ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมที่จะโจมตีด้วย ท่านเองก็รีบติดต่อกับเหล่าเทพธิดาทั้งปวงที่อัญเชิญผู้กลับชาติมาเกิดคนอื่น ๆ ให้รับรู้ด้วย เพื่อที่จะได้ส่งคนของตัวเองไปช่วยอาณาจักรผม ขอเป็ผู้กลับชาติมาเกิดที่ทัศนคติดี ๆ แบบผม, แจสเตร็ด, และเซบาสเตียนด้วยนะ เพราะผมไม่อยากให้การสู้สเกลใหญ่ครั้งนี้พังไปเพราะไอ้พวกทัศนคติบูลชิทแบบเจสัน”
“รับทราบ” ท่านเอลซ่าตอบ
หลังจากนั้นผมก็คุยกับท่านเอลซ่าและเนสเซียอีกไม่กี่เื่ก่อนที่พวกนางจะจากลากลับไป และหลังจากนั้นก็ตามเดิม มีคนเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เป็เคลลีน, ชาร์ล็อตต์, ท่านพ่อเอ็นทรัม, และท่านแม่เจย์น่ามาด้วย
“มีอะไรเหรอคะ?” ชาร์ล็อตต์ถาม
“โห มากันหมดเลย” ผมบอก “คือพอดีว่าผมฝันเห็นนิมิตน่ะครับ”
“นิมิตเหรอ?”
“น่าจะประมาณนั้นครับ” ผมตอบ “คือจิตของผมถูกดึงให้มาเผชิญหน้ากับจอมมารแบ็กซ์เทอรัสตัวต่อตัว และมันขู่ว่าจะส่งกองทัพมาบุกอาณาจักรของเราครับ”
“แบ็กซ์เทอรัสเหรอ?” ท่านแม่เจย์น่าอุทาน
“แย่ละสิ” ท่านพ่อเอ็นทรัมกล่าว “ลูกไม่ได้ไปกระตุกหนวดเสืออะไรมันมาใช่ไหม?”
“ไม่เลยครับ” ผมตอบ “มันดึงผมไปเอง เพราะเข้าใจว่าผมเป็ผู้กล้าท้องแก่กลับชาติมาเกิด”
“ผู้กล้าตั้งท้อง… ที่เคยเข้าร่วมในยุคาครั้งแรกงั้นเหรอ?” ท่านพ่อเอ็นทรัมถาม
“ใช่ครับ” ผมตอบ จะว่าไปตอนเด็ก ๆ ก่อนที่ชาติเก่าผมจะมาสิงนี่ผมก็เคยศึกษาเหตุการณ์และบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โลกว่าเป็อย่างไรบ้าง หรือพวกมอนสเตอร์ทั้งหมดนอกเหนือจากไอ้เวนอมวิปแลชที่แทงหัวใจผมจนหมดสติเนี่ย แต่เื่เล่าเหล่านี้ผมเองก็ไม่ได้ใส่ใจทั้งหมด หรือไม่ก็ไม่ได้ใส่ใจแบบจริงจัง จนกระทั่งมันมาเกิดเื่ที่ผมมาเจอกับแบ็กซ์เทอรัสเนี่ยแหละ
“ถ้าอย่างนั้นเราต้องไปรายงานฝ่าาโดยด่วน” ท่านพ่อเอ็นทรัมบอก
“ผมก็ต้องไปทำแบบนั้นเหมือนกันครับ” ผมบอก
ทั้งหมดหันหน้ากัน สีหน้าของพวกเขาก็เคร่งเครียดมาก แสดงว่านี่เป็เื่ใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้แน่นอน
“ระวังตัวด้วยนะลูก” ท่านแม่เจย์น่ากล่าว “แม่เป็ห่วงทั้งลูกและหลานชายในท้องด้วยนะ”
“ครับท่านแม่” ผมบอก