บทที่18. พัสดุจากภรรยาอีกกล่องกับหลินซีอินเริ่มงาน
ทางซีอินพาเ้าหัวผักกาดน้อยกลับบ้านเพราะใกล้จะได้เวลากินข้าวกลางวันแล้วด้วย
“วันนี้แม่จะทำบะหมี่หมูตุ๋นเนื้อนุ่มๆให้ตูตูกับไคไคกินดีมั้ยอยากกินหรือเปล่าจ๊ะ”
“หยักจินๆตูตูหยักจินคับ”
“ไคไคก็อยากกินต้องอร่อยแน่ๆเยย”
“อร่อยแน่นอนรอไม่นานเดี๋ยวแม่จะรีบทำให้แต่ตอนนี้พึ่งกลับมาจากข้างนอก ตูตูกับไคไคไปล้างมือล้างเท้าให้สะอาดก่อนเร๊วว”
“คับ/ค้าบบบ”รับคำก่อนจะวิ่งกันตึงตังๆ ออกไปทำตามที่แม่บอกทันที
ส่วนซีอินก็เริ่มลงมือทำอาหารพร้อมคิดถึงข้อเสนอของหัวหน้าฝ่ายผลิตไปด้วยเธอรู้ดีว่าถ้าเทียบกับการขายของแล้วเงินที่ได้ค่อนข้างน้อยกว่ามากๆแต่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ผ่อนคลายเต็มที่หากเธอจะทำงานนี้รอเวลาไปก่อนในระหว่างนี้ก็ดี
ถือว่าสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองได้อีกด้วยอย่างน้อยเวลาเธอใช้จ่ายก็จะมีที่มาที่ไปของเงินไม่เป็ที่ผิดสังเกตอีกถ้าหากภายหน้าเธอ้าออกไปค้าขายหรือทำอย่างอื่นเต็มตัวก็เพียงแค่ฝึกคนขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แทนเธอก็ได้นี่นะเมื่อคิดได้แล้วซีอินก็ไม่ได้คิดหรือกังวลเื่นี้อีกจึงเร่งมือทำอาหารให้เร็วขึ้น
“แม่เก่งที่ฉุด”หลังจากกินข้าวอิ่มกันเรียบร้อยแล้วอยู่ๆ ตูตูก็เอ่ยชมแม่ขึ้นมา
“ใช่แม่จะได้ทำงานแล้วใช่มั้ยคับ” ไคไคเองก็ดีใจมากเอ่ยถามขึ้นมา
“แล้วตูตูกับไคไคอยากให้แม่ไปทำงานมั้ย”
“อยากแล้วก็ไม่อยากคับ”ไคไคเป็คนตอบออกมาพร้อมทำท่าครุ่นคิด
“หื้มไหนยังไงกัน ลองบอกแม่สิ”
“ก็อยากให้แม่ทำงานจะไม่ได้มีใครมาว่าแม่ของไคไคอีก”
“ใช่คับแล้วก็ไม่อยากให้ไปเพราะอืม..เพราะตูตูกับไคไคหยักอยู่กับแม่ แม่มีของจินอร่อยๆ เยอะตูตูชอบมาก คิก คิก”เด็กชอบกินพูดขึ้นมาพร้อมหัวเราะคิกคัก
ซีอินรวบร่างเล็กตัวนุ่มนิ่มของลูกๆเข้ามากอดไว้แน่นๆ ก่อนจะหัวเราะไปด้วยและก้มลงหอมหัวทุยๆ เล็กๆ นั้นอย่างแสนรัก
“งั้นแม่จะไปทำงานด้วยแล้วก็จะทำของอร่อยให้ตูตูกับไคไคกินทุกวันเหมือนเดิมด้วยดีมั้ย”
“ดีคับ/ดีคับ”
ณ.ค่ายทหารของกองทัพประจำทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
“พลทหารเซียวมีพัสดุมาถึงนายนะ”
“หื้มได้ขอบใจมากที่บอก”ขณะเดินกลับห้องพักหลังจากที่ฝึกเสร็จเขาเดินสวนกับพลทหารคนหนึ่งและเขาเอ่ยบอกเื่พัสดุให้ทราบ
“ไม่เป็ไร”เพราะเซียวฉิงเฟิ่งเป็ที่รู้จักกันดีว่าเป็คนมีความสามารถมากๆ คนหนึ่งทั้งเก่งกาจสุภาพและหล่อเหลามากเขาจึงเป็ที่จับตามองและชื่นชมจากทั้งเพื่อนทหารด้วยกันเองและจากหัวหน้าที่มียศสูงๆ
ร่างสูงโปร่งที่ก่อนนี้กำลังจะเดินไปที่ห้องพักจึงต้องเปลี่ยนทิศทางไปที่กองอำนวยการแทนเมื่อลงชื่อเพื่อรับของมาแล้วดวงตาคมกริบมองดูที่หน้ากล่องเห็นเป็ชื่อของภรรยาที่ส่งของมามุมปากหยักลึกก็ยกขึ้นมาเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำไม่รู้ว่าภรรยาส่งอะไรมาให้เขาอีกกันนะ
เมื่อมาถึงห้องที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นมือหนารีบแกะกล่องพัสดุอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดดูพบว่าภรรยาส่งเสื้อแปลกๆมาให้เขามันตัวหนึ่งเป็เหมือนเสื้อกั๊กสีดำทำจากผ้าหรืออะไรสักอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนข้างในกล่องมีจดหมายอยู่หนึ่งฉบับ จึงรีบหยิบมาเปิดอ่านทันที
ถึงคุณสามีค่ะ
ฉันได้รับจดหมายจากคุณแล้วนะคะและได้อ่านจดหมายของคุณให้ตูตูกับไคไคฟังแล้ว พวกลูกๆมักจะให้ฉันอ่านจดหมายของคุณให้ฟังก่อนนอนอยู่เสมอ พวกเขาความสุขมากค่ะฉันส่งเสื้อตัวนั้นไปให้คุณ ขอให้คุณใส่มันไว้ตลอดเวลาที่ออกไปปฏิบัติภารกิจนะคะอาจจะช่วยไม่ได้มากนักแต่มันจะทำให้คุณาเ็น้อยลงค่ะฉันหวังว่าคุณจะกลับมาหาพวกเราได้อย่างปลอดภัย คุณห้ามประมาทนะคะดูแลตัวเองด้วย
จากภรรยาของคุณหลินซีอิน
เมื่ออ่านจบเซียวฉิงเฟิ่งก็ยิ้มไม่หุบเลยเขามองดูเสื้อกั๊กสีดำนั้นก่อนจะถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกก่อนจะลองสวมดูแล้วสวมเสื้อทหารทับลงไปมันไม่ได้หนาจนทำให้อึดอัดและมีน้ำหนักเบาอีกด้วย จึงไม่ทำให้ลำบากหากเขาจะทำตามคำขอของภรรยา
ปัง!
“ฉิงเฟิ่งไปเร็วหัวหน้าหน่วยเรียกรวมพลเป็การด่วนตอนนี้เลย" เสียงเล่ยฉีที่เปิดประตูดังปังก่อนจะรีบเอ่ยบอกเพื่อนของเขาที่นั่งยิ้มอยู่บนเตียงแต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาถามหรือหยอกล้อกันแล้วเหมือนว่าเวลาในการลงปฏิบัติภารกิจจะถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นมาอีก
ฉิงเฟิ่งพยักหน้ารับก่อนจะรีบเก็บจดหมายแล้วรีบตามเพื่อนออกไปเพื่อรวมตัวกับคนในหน่วยของเขาที่ลานฝึกทันที
และเมื่อได้รับคำยืนยันแล้วว่าวันเวลาในการเริ่มภารกิจคืออีก12ชั่วโมงจะต้องถึงพื้นที่เป้าหมายตอนนี้ทุกคนจึงมีเวลาเพียง30นาทีเพื่อเตรียมตัวก่อนออกเดินทางพวกเขาเตรียมของจำเป็และอาวุธครบมือฉิงเฟิ่งยังคงสวมเสื้อกั๊กของภรรยาไว้ด้านในไม่คิดจะถอดออกมาภารกิจนี้อันตรายมากและเขาจะต้องไม่ประมาทเพื่อจะได้กลับไปหาลูกๆและภรรยาของเขาให้ได้....
ซีอินไม่รู้เลยว่าหากเธอตัดสินใจส่งเสื้อกันะุไปให้สามีช้ากว่านี้เซียวฉิงเฟิ่งก็คงไม่ได้รับของแล้วเพราะถูกเลื่อนเวลาปฏิบัติภารกิจให้เร็วขึ้นและเขาคงจะาเ็สาหัสเหมือนกับเื่ราวในชีวิตก่อนของเธออย่างแน่นอน
ทางด้านซีอินนั้นก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำงานที่ฝ่ายผลิตของหมู่บ้านเธอจึงเดินทางมาแจ้งให้หัวหน้าฝ่ายผลิตทราบ และจะได้เริ่มงานในอีก3วันข้างหน้าเวลาทำงานของเธอคือั้แ่08.00-15.00น. และมีวันหยุด2วัน เวลาเหลือเฟือมากๆแบบนี้เธอก็ยังสามารถไปส่งของให้ตานผิงในเมืองได้อีกด้วย
การทำงานวันแรกของเธอจะว่ายังไงดีล่ะ...ไม่เชิงว่าถูกหมางเมินเสียทีเดียวแต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับเธอนัก แต่ซีอินก็ไม่ได้สนใจเธอทำงานตัวเองไปโดยการดูรายงานปีก่อนๆที่เป็บันทึกการคิดแต้มคะแนนและจัดรวมคะแนนก่อนจะพบว่าขั้นตอนและวิธีการซับซ้อนยุ่งยากเกินไปเธอจึงเริ่มทำการจัดเรียงและทำวิธีเก็บข้อมูลแต้มคะแนนของชาวบ้านให้ง่ายขึ้น ก่อนจะนำไปเสนอให้หัวหน้าฝ่ายผลิตว่าสนใจวิธีการของเธอหรือไม่
“โอ้!!แม้แต่ผมที่ไม่ค่อยเข้าใจเื่แบบนี้ ได้ฟังที่คุณพูดแล้วยังสามารถเข้าใจได้ง่ายๆเลย เอาตามที่คุณเสนอมาเถอะ เราจะได้ทำงานกันได้ง่ายขึ้น”
“ได้ค่ะ”เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วซีอินก็ลงมือทำทันที
จากการทำงานมาได้2อาทิตย์ทำให้ทุกคนเริ่มมองเธอเปลี่ยนไปแล้วจึงทำให้ซีอินมีคนที่ทำงานรวมกันเข้ามาพูดคุยด้วยมากขึ้นนั้นเองและวันนี้ก็เป็วันหยุดของเธอ
“ตูตูไคไควันนี้แม่จะเข้าไปในเมืองนะอยากไปกับแม่มั้ย” วันนี้ถึงวันที่เธอต้องเอาของไปส่งตานผิงแล้วนั้นเอง
“ไปคับ/ไปคับ”
“งั้นไปแต่งตัวก่อนนะสวมเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาวล่ะจะได้ไม่หนาวมาก”
“โอ้วตูตูชอบใส่กุงเกงขายาวๆ”ตูตูดูจะกระดี๊กระด๊ามากเป็พิเศษขณะที่ไคไคเดินไปหยิบกางเกงขายาวมาสวมแล้ว
“หื้มทำไมละจ๊ะตูตู” ซีอินยอกายลงมานั่งยองๆ ถามตูตูส่วนมือก็ช่วยไคไคดึงกางเกงขึ้นมาให้ด้วย
“อื้มมถ้าใส่กุงเกงยาวๆ ก็ไม่ต้องใส่กุงเกงในคับ”ตอบอย่างมั่นใจมากว่าที่คิดนั้นถูกต้องแล้ว
“หื้มม”ซีอินถึงกับชะงักมือที่กำลังช่วยลูกๆ แต่งตัวพร้อมกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ
“ไม่ด้ายยยนะต้องใส่กุงเกงในด้วยซี่~ ” เมื่อได้ยินที่พี่ชายพูดไคไคก็หันหน้ากลมๆมาแย้งทันที
“แต่ตูตูอึกอัก”
“อึดอัด”เสียงใสๆ ที่ทำเป็ขรึมของเ้าเด็กที่ชอบทำเป็จริงจังเอ่ยแก้คำของพี่ชายที่พูดไม่ชัด
“อื้มนั่นแหละๆ” พอน้องชายพูด ตูตูก็พยักหน้าว่านั่นแหละๆ ใช่แล้ว
“ตูตูจ๊ะถึงจะใส่กางเกงขายาวแล้วก็ยังต้องใส่กางเกงในด้วยนะ จะได้ไม่โป๊ๆไง”
“โอ๊ะ!!จะได้ไม่โป๊ๆหยอ” พอได้ฟังแม่บอกแบบนี้เ้าตัวซนก็ตาโตห่อปากเหมือนพึ่งนึกได้แล้วพูดทวนสิ่งที่แม่บอก
ตูตูกับไคไคผู้หวงเนื้อหวงตัวพวกเขาเคยบอกแม่ว่าจะไม่ยอมให้ใครมาเห็นเนื้อตัวของหนุ่มน้อยอย่างตัวเองได้ง่ายๆแน่นอน
เพราะลูกๆของเธอคิดว่าตัวเองที่อายุ4ขวบนั้นเป็คนโตแล้วเ้าหัวผักกาดน้อยให้เหตุผลนี้กับเธอตอนที่เธอจะอาบน้ำให้นั้นเองตอนซีอินได้ยินที่ลูกๆบอกแบบนั้นเธอก็ได้แต่กลั้นหัวเราะไว้ทำไมเ้าหัวผักกาดน้อยของเธอถึงน่ารักและตลกกันขนาดนี้นะ
“ใช่แล้วจ้ะเป็คนโตแล้วอายุตั้ง4ขวบแล้วน้าาาา ต้องใส่กางเกงในนะรู้มั้ย”
“งั้นตูตูใส่กุงเกงในก็ด้ายย”
เมื่อเื่การใส่กางเกงในจบลงด้วยดีทั้งสามคนแม่ลูกก็แต่งตัวกันก่อนที่ซีอินจะจับเด็กๆ นั่งบนจักรยานแล้วพากันออกจากหมู่บ้านเพื่อเข้าเมืองอำเภอทันทีดีที่ตอนสายๆ ยังมีแสงแดดสาดส่องมาให้อบอุ่นไม่หนาวจนเกินไปนัก...