เช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความขมุกขมัวของท้องฟ้ากรุงเทพมหานครที่มีเมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ลมเอื่อย ๆ พัดพาเอาความชื้นแฉะเข้ามาปะทะใบหน้าของมะปรางขณะที่ก้าวเท้าลงจากรถไฟฟ้าบีทีเอส เธออยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศแผนกธุรการที่แสนเรียบง่าย—กระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดสะอ้านที่ติดกระดุมจนถึงคอหอย และสวมแว่นตากรอบบางที่ช่วยบดบังดวงตากลมอุ่นแสนซื่อ ทว่าภายใต้ท่าทางนอบน้อมและจืดชืดของสาวออฟฟิศคนนี้ ซ่อนเรือนร่างอวบอัดระดับนาฬิกาทรายและทรวงอกตูมเต่งคัพ E แท้ธรรมชาติที่เคยผ่านการชโลมน้ำมันอุ่นและปรนเปรอชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลมาแล้วนักต่อนัก
หัวใจของมะปรางเต้นผิดจังหวะั้แ่ก้าวเข้ามาในลิฟต์ของอาคารสำนักงาน ความเหนื่อยล้าทางกายจากค่ำคืนอันดุเดือดเผ็ดร้อนแบบสามคนในสตูดิโอถ่ายภาพร่วมกับช่างภาพหนุ่มมาดเซอร์อย่างนนท์และผู้ช่วยรูปหล่ออย่างธีร์ได้มลายหายไปสิ้น ทว่าความผ่อนคลายทางอารมณ์กลับถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังจนแทบจะเป็โรคประสาท
เธอกวาดสายตามองเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ทยอยเดินเข้าออฟฟิศ
"อรุณสวัสดิ์ครับมะปราง วันนี้มาเช้าจังเลยนะ" **"กิตติ"** เพื่อนร่วมงานหนุ่มฝ่ายการตลาดทักทายพร้อมส่งยิ้มสุภาพให้อย่างเคย มะปรางยิ้มตอบตามมารยาทก่อนจะแอบพิจารณาสายตาของเขา แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะยอมไปนวดบำบัดให้เขาถึงคอนโดส่วนตัวเพื่อแอบสืบหาความจริง จนพบความจริงว่ากิตติไม่ใช่แฮกเกอร์และไม่มีความเกี่ยวข้องกับจดหมายข่มขู่แบล็กเมล์ แต่เธอก็ยังไม่อาจปล่อยวางความระแวงจากทุกคนในตึกนี้ได้เลย
แล้วจู่ ๆ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงเมื่อประตูลิฟต์ผู้บริหารเปิดออก ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตแบรนด์อิตาลีเดินก้าวเข้ามาในพื้นที่สำนักงาน **"ชานนท์"** เ้านายหนุ่มมาดขรึมวัย 29 ปี ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักคมคาย ดวงตาคมปลาบคู่นั้นกวาดมองพนักงานในแผนกอย่างเ็าเฉียบคมชวนให้ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความยำเกรง
มะปรางรีบก้มหน้าลงต่ำ หลบสายตาของบอสหนุ่มทันที เธอรู้สึกได้ถึงสายตาคมกล้าของชานนท์ที่หยุดชะงักและจับจ้องมาที่แผ่นหลังของเธออยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะเดินผ่านเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเขา ความกดดันระดับนี้ทำให้หน้าอกอวบอัดคัพ E ภายใต้เชิ้ตขาวกระเพื่อมไหวรุนแรงตามอัตราการหายใจที่หอบถี่
เธอทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานธุรการของตัวเอง พยายามตั้งสติและเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานประจำวัน ทว่าทันทีที่เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเสนอเซ็นเอกสารจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงานสีน้ำเงินเข้มที่วางกองอยู่มุมโต๊ะ สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่สอดแทรกอยู่ด้านล่างอย่างมิดชิด
ซองจดหมายสีชมพูพาสเทลขนาดเล็กแบนเรียบ...
มันวางซ่อนอยู่อย่างจงใจให้มีเพียงเธอเท่านั้นที่สังเกตเห็น บนหน้าซองไม่มีตราประทับหรือชื่อผู้ส่ง มีเพียงตัวอักษรพิมพ์คอมพิวเตอร์หวัด ๆ สีดำระบุอย่างชัดเจนว่า:
*“ถึง... มะปราง”*
หัวใจของหมอสาวหล่นวูบลงไปอยู่ที่ปลายเท้า ใบหน้าที่เคยมีสีฝาดพลันขาวซีดเผือดดุจกระดาษ มือเรียวนุ่มที่เคยรีดสไลด์น้ำมันร้อนลูบไล้กายแกร่งกลับสั่นระริกจนแฟ้มเอกสารเกือบหลุดมือ มะปรางลอบมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่พนักงานคนอื่น ๆ กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมประชุมเช้า เธอจึงรีบหยิบซองสีชมพูนั้นสอดเข้าไปใต้กระเป๋าสะพายข้างของตนทันที
เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวเดินตรงไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่สุดทางเดินของชั้นอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเข้าไปด้านใน เธอเดินตรวจดูห้องน้ำทีละห้องจนมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ ก่อนจะก้าวเข้าห้องน้ำด้านในสุด ลงกลอนล็อกประตูอย่างหนาแน่น
เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังก้องในหูชวนให้อึดอัด มะปรางหยิบซองจดหมายสีชมพูออกมาจากกระเป๋า นิ้วมือสั่นเทาค่อย ๆ ฉีกเปิดผนึกซองออกอย่างระมัดระวัง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ โชยแตะจมูก มันเป็กลิ่นที่สุขุม หรูหรา และแฝงความเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก ชวนให้ผิวเนื้อสาวลุกซ่านด้วยความกลัวและสับสน
สิ่งแรกที่ร่วงหล่นลงมาจากซองคือภาพถ่ายโพลาลอยด์ขนาดเล็ก...
เมื่อมะปรางก้มลงมอง ภาพนั้นทำให้เธอลมหายใจสะดุดกึก มันเป็ภาพถ่ายมุมก้มสลัวใต้แสงไฟสีแดงส้มอันคุ้นตา เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องอวบอัด คัพ E ทะลักบราลูกไม้สีดำเนื้อบางที่ชุ่มน้ำมันนวดวาววับ ขณะที่เธอกำลังคุกเข่าใช้ปากนุ่มครอบงำแก่นกายหนาของนนท์ช่างภาพหนุ่ม แม้ว่าภาพจะจับใบหน้าของเธอเพียงครึ่งซีกจากด้านข้าง แต่แสงแฟลชที่สะท้อนวับทำให้เห็นใบหน้าของเธอค่อนข้างชัดเจน รวมทั้งรอยไฝเสน่ห์เล็ก ๆ ตรงเนินอกด้านซ้ายและหน้ากากลูกไม้สีดำที่เธอใช้พรางตัว ซึ่งคนใกล้ตัวที่แอบสังเกตย่อมรู้ทันทีว่าผู้หญิงในภาพคือมะปราง สาวธุรการผู้จืดชืดคนนี้ไม่ผิดตัวแน่
น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอดวงตากลมโต มะปรางสลัดภาพโพลาลอยด์นั้นลงบนฝ่ามือ ก่อนจะคลี่กระดาษโน้ตสีขาวพับสามทบที่แนบมาด้วยกันออกอ่าน ข้อความในกระดาษถูกพิมพ์ด้วยฟอนต์มาตรฐานสีดำสนิท ไร้ร่องรอยเขียนด้วยมือ:
*‘เล่นเกมซ่อนหามานานพอแล้วนะ มะปราง...*
*หนีไปไกลถึงเชียงใหม่ก็ยังคิดว่าจะรอดพ้นสายตาของฉันงั้นหรือ? ร่างกายคัพ E แสนกระสันของเธอมันช่างตราตรึงใจเสียจริง ๆ ฉันเฝ้ามองเธอปรนเปรอไอ้พวกผู้ชายชั้นต่ำเ่าั้ทีละคนด้วยความสมเพชและริษยา ถึงเวลาที่เธอต้องทำหน้าที่หมอนวดลับให้คุ้มค่าเสียที*
*คืนนี้ เวลา 20:00 น. เจอกันที่โรงแรม Grand Splendid ห้อง Presidential Suite 902*
*พกกระเป๋าอุปกรณ์นวดและน้ำมันสปาสูตรพิเศษของเธอมาด้วย แล้วเตรียมตัวปรนนิบัติฉันให้ถึงที่สุด อย่าคิดตบตาขัดขืน หรือแอบแจ้งใครเด็ดขาด หากเธอบิดพลิ้วไม่มาตามนัด หรือตุกติกแม้แต่น้อย ภาพถ่ายชวนเสียวของเธอทั้งหมดรวมถึงตารางงานนวดลับและประวัติลูกค้า จะถูกส่งกระจายเข้าอีเมลของพนักงานทุกคนในบริษัทรวมถึงบอร์ดบริหาร และโพสต์ลงบนเพจแฉสปาลับทันทีในวินาทีที่เข็มนาฬิกาชี้เลขแปด*
*มาจบเื่นี้ด้วยข้อตกลงครั้งสุดท้ายของเราดีกว่า... อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ หมอมินตรา’*
มะปรางอ่านข้อความซ้ำไปซ้ำมา ร่างกายสั่นสะท้านดุจลูกนกโดนฝน ความตึงเครียดถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะอาเจียน คนแบล็กเมล์รู้ลึกถึงขั้นชื่อรองในการทำงานนวดของเธออย่าง "มินตรา" รู้จักเรือนร่างคัพ E ของเธอ และที่น่ากลัวที่สุดคือรู้พิกัดการเดินทางไปเชียงใหม่ของเธอทั้งหมด!
"เป็ใครกันแน่... ใครเป็คนทำเื่นี้..." มะปรางครางเสียงแ่เบา สองมือกุมขมับอย่างมืดแปดด้าน
จดหมายขู่สีชมพูพาสเทลกลิ่นน้ำหอมหรูชิ้นนี้ดูขัดแย้งกับความดิบเถื่อนของข้อความ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันเชิงจิตวิทยาที่จงใจเล่นงานจุดอ่อนของเธอโดยตรง มะปรางสูดหายใจเข้าลึก ๆ บังคับตัวเองไม่ให้สติแตก เธอรีบเก็บโพลาลอยด์และจดหมายใส่ซองสีชมพู ซ่อนมันไว้ในช่องซิปลับด้านในสุดของกระเป๋าทำงาน จากนั้นเดินไปที่อ่างล้างหน้า วิดน้ำเย็นจัดใส่หน้าตัวเองหลาย ๆ ครั้งเพื่อขับไล่ความตื่นตระหนกและปรับสีหน้าให้เป็ปกติ ก่อนจะเดินกลับออกไปที่โต๊ะทำงาน
ตลอด่เช้าของการทำงาน มะปรางเหมือนคนิญญาหลุดลอย เธอคีย์ข้อมูลเอกสารธุรการผิด ๆ ถูก ๆ จนต้องคอยลบและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา สายตาลอบมองพนักงานชายทุกคนที่เดินผ่านโต๊ะทำงาน ไม่ว่าจะเป็หัวหน้าแผนกวัยกลางคน พนักงานฝ่ายขาย หรือเ้าหน้าที่ไอที ทุกรอยยิ้มและคำทักทายของพวกเขาในวันนี้ดูลึกลับและน่าระแวงไปหมดในสายตาของเธอ
จนกระทั่งเวลาบ่ายสองโมง เสียงโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะทำงานของเธอดังขึ้น
*กริ๊งงง...*
มะปรางสะดุ้งสุดตัว มือรีบคว้าสายโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู "คะ... แผนกธุรการ มะปรางพูดค่ะ"
"มะปราง... เอาแฟ้มสรุปงบประมาณการจัดซื้อไตรมาสที่สองเข้ามาให้ผมในห้องทำงานตอนนี้หน่อย" น้ำเสียงทุ้มลึก ห้วนสั้น และเปี่ยมด้วยอำนาจสั่งการของชานนท์ดังมาจากปลายสาย
"ค่ะบอส... จะรีบเอาเข้าไปเดี๋ยวนี้ค่ะ" มะปรางตอบรับ เสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนเธอต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอเพื่อปรับน้ำเสียง
เธอรีบดึงเอกสารงบประมาณจัดแจงใส่แฟ้มเสนอเซ็นสีดำ สองมือประคองแฟ้มไว้แนบอกอวบใหญ่เพื่อช่วยลดอาการใจสั่น มะปรางสูดลมหายใจยาวก้าวเดินตรงไปยังห้องทำงานมุมในสุดของบอสหนุ่ม เธอเคาะประตูสองสามครั้งพอเป็พิธี ก่อนจะเปิดประตูและก้าวเข้าไปด้านในห้องทำงานที่ปูด้วยพรมขนสัตว์สีเข้มหรูหรา
ชานนท์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ เขากำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงไฟสีนวลในห้องขับเน้นโครงหน้าคมเข้มและสันกรามแกร่งของเขาให้ดูหล่อเหลาราวกับนายแบบระดับโลก ชายหนุ่มละสายตาจากจอภาพแล้วมองตรงมายังเธอ ดวงตาคมกริบสีนิลเข้มจ้องมองใบหน้าใสซื่อของธุรการสาวนิ่ง
"นี่ค่ะเอกสารสรุปงบประมาณที่บอส้า" มะปรางเดินเข้าไปใกล้ วางแฟ้มลงบนโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างระมัดระวัง พยายามควบคุมระยะห่างและรักษาระดับการหายใจ
ชานนท์ไม่ได้รับแฟ้มทันที แต่กลับจ้องมองดวงตากลมอุ่นของเธอที่สั่นไหวเล็กน้อย
"คุณดูหน้าซีด ๆ นะมะปราง... วันนี้ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำถามอย่างเนิบนาบ ทว่าสายตาของเขากลับกวาดมองใบหน้า ลำคอระหง และเลื่อนลงมาหยุดตรงหน้าอกอวบอัดคัพ E ที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจของเธอใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว
คำถามเรียบ ๆ ของเ้านายหนุ่มทำให้มะปรางใจสะดุ้งวาบ กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในห้องของเขาผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของชานนท์... มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ติดอยู่บนซองจดหมายสีชมพูในกระเป๋าของเธอเหลือเกิน! หรือจะเป็เขา? บอสหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงอิทธิพลคนนี้คือคนแบล็กเมล์เธอจริง ๆ หรือ?
"ปะ... เปล่าค่ะบอส มะปรางแค่พักผ่อนน้อยเมื่อคืนนี้ค่ะ ่นี้ฝนตกบ่อยเลยปวดหัวนิดหน่อย" มะปรางฝืนยิ้มกลบเกลื่อน พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นสั่นสะท้าน
ชานนท์เคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะทำงานเป็จังหวะช้า ๆ แววตาคมปลาบของเขาแฝงรอยยิ้มลึกลับที่อ่านยาก "งั้นเหรอ... พักผ่อนน้อยงั้นเหรอครับ? หน้าที่การงานในออฟฟิศนี้มันหนักหนาขนาดทำให้คุณไม่มีเวลาพักผ่อนเลย หรือคุณแอบไปทำ 'งานพิเศษ' อื่น ๆ จนดึกดื่นกันแน่?"
คำว่า *'งานพิเศษ'* ถูกเน้นเสียงหนักแน่นเป็พิเศษดุจลูกธนูที่พุ่งทะลวงเข้ากลางเป้า มะปรางหน้าร้อนผ่าวและซีดสลับกันจนแทบจะยืนไม่อยู่ สองมือแอบขยำชายเสื้อกระโปรงทรงสอบแน่นจนยับย่น
"มะปรางไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นค่ะบอส... แค่ธุระส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ" เธอตอบเสียงแ่เลี่ยงการสบตาตรง ๆ
ชานนท์ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารงบประมาณที่เธอวางไว้มาเปิดอ่านทีละแผ่น "ดีแล้ว... เพราะผมชอบพนักงานที่ตั้งใจทำงานและมีความเป็ส่วนตัวสูง แต่จำไว้นะมะปราง... ความลับในโลกนี้มันไม่มีจริงหรอก โดยเฉพาะความลับที่เกิดขึ้นในอาณาเขตของผม... ถ้ามีเื่เดือดร้อนอะไร หรือกำลังเผชิญหน้ากับอะไรที่หนักเกินตัว... คุณบอกผมได้เสมอ"
คำพูดของชานนท์ฟังดูคล้ายความหวังดีแต่ก็เต็มไปด้วยคำเตือนและคำข่มขู่กลาย ๆ มะปรางรับฟังด้วยจิตใจที่ปั่นป่วนสุดขีด "ค่ะบอส... ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว มะปรางขอตัวไปทำงานต่อนะคะ"
"เชิญครับ... อ้อ คืนนี้พกร่มไปด้วยนะ ฝนน่าจะตกหนักตอนค่ำ... แล้วเจอกัน" ชานนท์กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุก
มะปรางรีบหันหลังก้าวเท้าออกจากห้องทำงานของเ้านายหนุ่มทันที เธอปิดประตูลงและพิงหลังกับบานประตูไม้พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบทะลุอก คำพูดทิ้งท้ายของเขา *'แล้วเจอกัน'* หมายความว่าอย่างไร? คืนนี้เขามีนัดด่วน หรือเขารู้ว่าเธอกำลังจะเดินทางไปที่โรงแรม Grand Splendid?
เธอกลับมานั่งทำงานต่อจนถึงเวลาเลิกงานห้าโมงเย็นด้วยความรู้สึกราวกับถูกขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น เมื่อเสียงกระดิ่งหมดเวลาทำงานดังขึ้น มะปรางเก็บข้าวของลงกระเป๋าสะพายอย่างรวดเร็ว ก้าวออกจากออฟฟิศโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น
เธอเรียกแท็กซี่มุ่งตรงกลับคอนโดส่วนตัวย่านสาทรทันที
เมื่อกลับถึงห้องพักอันปลอดภัย มะปรางทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่ม ปล่อยให้ความเครียดสะสมตลอดทั้งวันพรั่งพรูออกมาเป็หยาดน้ำตาเม็ดเล็ก ๆ เธอสับสนและหวาดกลัวจนอยากจะเก็บกระเป๋าหนีไปต่างจังหวัดอีกครั้งเหมือนตอนที่หนีไปเชียงใหม่ ทว่าความจริงอันโหดร้ายคอยย้ำเตือนเธออยู่เสมอ—ขนาดหนีไปเชียงใหม่ คนร้ายยังอุตส่าห์ส่งพัสดุตามไปข่มขู่เธอถึงโฮมสเตย์ของนาราได้ นั่นแปลว่าการหนีไม่ใช่ทางออกอีกต่อไปแล้ว คนขู่แบล็กเมล์มีสายตาอยู่ทุกที่ และพร้อมจะทำลายชีวิตเธอทันทีหากเธอขัดคำสั่ง
"ถ้าหนีอีก... ทุกอย่างคงจบสิ้นจริง ๆ" มะปรางพึมพำกับตัวเอง สายตามองไปที่ซองจดหมายสีชมพูพาสเทลบนโต๊ะเครื่องแป้ง
เธอนึกถึงข้อความสุดท้ายในจดหมาย *'มาจบเื่นี้ด้วยข้อตกลงครั้งสุดท้ายของเราดีกว่า'*
นี่อาจเป็โอกาสเดียวที่เธอจะได้เผชิญหน้ากับคนแบล็กเมล์ ได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของมัน และหาวิธีทำลายรูปถ่ายและหลักฐานทั้งหมดเพื่อแลกกับอิสรภาพของเธอ มะปรางสูดหายใจลึก ดวงตากลมอุ่นฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาแทนที่ความอ่อนแอ
เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำชำระล้างร่างกายชโลมผิวอุ่นสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณขาวอมชมพูเนียนลื่นเปล่งปลั่งใต้แสงไฟสะท้อนเงากระจก หุ่นทรงนาฬิกาทรายอวบอัด หน้าอกคัพ E ขาวสะพรั่งสองเต้าใหญ่โตชูชัน และสะโพกผาย 37 นิ้วที่เย้ายวนใจ มะปรางเลือกสวมใส่เดรสผ้าซาตินสีดำสนิทเปิดแผ่นหลังกว้าง ชุดนี้ดูเรียบหรู คลาสสิก เหมาะสำหรับสถานที่อย่างโรงแรมหรูหราระดับห้าดาว ทว่าสวมใส่ง่ายและมีสายผูกเอวเส้นเดียวที่พร้อมจะคลายออกและหลุดเลื่อนลงไปกองกับพื้นได้ในวินาทีเดียว ด้านในสวมบราลูกไม้ไร้สายสีดำและกางเกงชั้นในจีสตริงตัวจิ๋วที่โชว์สะโพกกลมกลึง
เธอนั่งจัดแจงกระเป๋าทำงานนวดสปาคู่ใจ เทน้ำมันมะพร้าวอุ่นสูตรผสมเฉพาะตัว—น้ำมันสูตรพิเศษที่ชโลมกลิ่นดอกกระดังงาและฟีโรโมนอ่อน ๆ ผสมกับน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อระบบประสาทขั้นสูง ซึ่งเธอมักใช้เพื่อทำให้ลูกค้าเคลิบเคลิ้มสมองว่างเปล่าและยอมโอนอ่อนตามใจเธอ มะปรางเตรียมขวดน้ำมันนี้ไว้เป็อาวุธลับ หากคนแบล็กเมล์้าให้เธอนวดบำบัดจริง เธอจะใช้ศาสตร์ััแนบเนื้อและน้ำมันสูตรพิเศษนี้มอมเมาอารมณ์ใคร่ของมันจนไร้สติ เพื่อที่เธอจะได้สืบค้นหาไฟล์หลักฐานในโทรศัพท์หรือโน้ตบุ๊กของมันมาทำลายทิ้งเสีย!
เวลา 19:30 น. ท้องฟ้าภายนอกมืดมิดสนิท สายฝนเริ่มตกลงมากระหน่ำหนาเม็ดตามคำทำนายของชานนท์
มะปรางยืนถือร่มก้าวออกจากคอนโดขึ้นรถแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง... โรงแรม Grand Splendid ย่านใจกลางเมืองหลวง
ระหว่างทางเดินรถที่ติดขัดจากพิษฝนตก แสงไฟนีออนระยิบระยับของกรุงเทพฯ สะท้อนกระจกรถเปียกน้ำชวนลึกลับหวาดวาบ มะปรางกุมมือตัวเองไว้แน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความระทึกขวัญ ปนเปกับความตื่นเต้นปั่นป่วนทางอารมณ์อย่างประหลาด ความตึงเครียดของปริศนาที่ค้างคามานานกำลังจะถูกเปิดเผยในค่ำคืนนี้
เวลา 19:55 น. รถแท็กซี่แล่นมาจอดเทียบหน้าล็อบบี้หรูหราของโรงแรม Grand Splendid มะปรางก้าวลงจากรถเดินผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้าไปด้านใน กลิ่นเครื่องหอมระดับไฮเอนด์และเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแ่โชยอวล ความหรูหราของโรงแรมไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเธอผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
เธอตรงไปยังลิฟต์โดยสารส่วนตัวของผู้เข้าพัก กดปุ่มเลือกชั้น 9 ซึ่งเป็โซนห้องพักระดับหรูหราที่สุด
*ติ้งงง...*
เสียงลิฟต์เตือนดังขึ้นเมื่อถึงชั้น 9 ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินที่ตกแต่งด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีครีม แสงไฟสีนวลตาข้างกำแพงส่องสลัวเงียบสงบ มะปรางก้าวเท้าเดินไปตามป้ายบอกเลขห้องด้วยความระมัดระวัง กระชับกระเป๋านวดสปาข้างกายไว้แน่น
จนกระทั่งเธอมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักสุดหรูหมายเลข **"902"**
ป้ายหน้าห้องระบุชื่อชัดเจน: *Presidential Suite*
นาฬิกาบนข้อมือของมะปรางชี้บอกเวลา 19:59 น. เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งนาทีก่อนจะถึงเวลานัดหมายเส้นตาย
มะปรางยืนสูดหายใจเข้าปอดลึกหลาย ๆ ครั้งเพื่อรวบรวมความกล้า มือเรียวบางยื่นออกไปเคาะบานประตูไม้โอ๊กหนาใหญ่ตรงหน้าสามครั้งเบา ๆ...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
หัวใจของเธอเต้นระทึกสะท้านทรวงจนแทบกระดอนออกมาภายนอก รอคอยว่าใครจะเป็ผู้เปิดประตูบานนี้ออกมารับเธอ และชะตากรรมชีวิตสองหน้าของเธอจะเป็อย่างไรต่อไปในค่ำคืนต้องมนต์สะกดนี้!
*(ติดตามตอนต่อไป: บทที่ 25 คำสั่งสุดท้ายในห้องเพรสซิเดนเชียล)*