หลังจากที่วินเทอร์ได้จัดการปัญหาที่ซาดิเนียเสร็จแล้ว และเพิ่งนั่งเรือยอชต์เดินทางกลับไปถึงกรุงโรม ยังไม่ทันที่เรือยอชต์จะจอดเทียบท่า ก็เห็นผู้เฒ่าผู้หนึ่งยืนรออยู่ที่ตรงท่าเรือแล้ว
ผู้เฒ่าท่านนี้ยืนอยู่เงียบๆ ท่ามกลางผู้คนจากตระกูลเมลคิออร์ แต่กลับไม่มีคนในตระกูลเมลคิออร์รวมถึงคุณท่านใหญ่ ไม่มีใครกล้าที่จะไปรบกวนผู้เฒ่าท่านนี้สักคน ผู้เฒ่าท่านนี้ผู้ที่ดูไปแล้วเป็นคนแก่ที่ธรรมดามาก เสมือนหนึ่งเป็นผู้เฒ่าที่อยู่ข้างบ้านอย่างนั้น เสื้อผ้าการแต่งกายก็ดูธรรมดายิ่งนัก
ถ้าหากใครคิดว่าผู้เฒ่าท่านนี้เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง นั่นคือความผิดอย่างมหันต์แล้ว
"เหอะ เหอะ เหอะ..." หลังจากที่ผู้เฒ่าท่านนี้ได้พบกับวินเทอร์แล้ว เขาโค้งคำนับต่อวินเทอร์อย่างงาม และกล่าวด้วยท่าทีที่เคารพยิ่งว่า "โลกมนุษย์สุดแสนจะวุ่นวาย ไม่ทราบว่าคุณชายอยู่แล้วคุ้นชินหรือไม่? คุณหนูของเราฝากกล่าวขออภัยที่มิได้ให้การต้อนรับขับสู้เท่าที่ควร หวังว่าคุณชายจะให้อภัย"
ผู้คนจากตระกูลเมลคิออร์ต่างรู้สึกผวาสั่นกันไม่น้อย ต้องรู้ไว้ก่อนเลยว่าประวัติความเป็นมาของผู้เฒ่าท่านนี้ยากสุดจะหยั่งถึง หาใช่ใครที่ไหนจะกล้าเอ่ยกล่าว ซึ่งนั้นก็รวมถึงศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นขุมกำลังระดับโลก พวกเขายังไม่มีแม้แต่แรงจะผายลมต่อหน้าผู้เฒ่าท่านนี้เลยด้วยซ้ำ ทว่าว่าเวลานี้เขากลับมาคารวะวินเทอร์ด้วยตนเอง
"มีเรื่องอะไรหรือครับ?" วินเทอร์กล่าวท่าทีเฉยเมย และมองหน้าผู้เฒ่าท่านนี้ทีหนึ่ง
"ไม่ ไม่ ไม่มีเรื่องอะไร" ผู้เฒ่ารีบหัวเราะแหะแหะ แล้วพูดต่อว่า "แค่มาถามคุณชายว่ามีอะไรจะให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่? คุณหนูของเรากลัวพวกมีตาหามีแววไม่มารบกวนคุณชาย ข้าน้อยสามารถช่วยจัดการแทนคุณชายได้"
คำพูดของผู้เฒ่าท่านนี้มีเป้าหมาย ความจริงแล้วสำหรับผู้ดำรงอยู่ในฐานะเช่นเขานั้น เรื่องราวที่เกินขึ้นในประเทศหมาป่าย่อมไม่สามารถรอดจากดวงตาคู่นั้นของเขาไปได้อยู่แล้ว
"ลำพังแค่เรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่งสร้างความแตกตื่นให้กับคุณไม่ได้หรอกครับ" เวลานี้ วินเทอร์จ้องมองดูผู้เฒ่าท่านนี้กล่าวเฉยเมยว่า "บรรดาตาเฒ่านอนติดโลงที่อยู่เบื้องหลังคุณก็เป็นผู้ที่เคยผ่านโลกมาแล้ว แต่เรื่องเล็กๆ อย่างการเป็นศัตรูกับศาสนจักร คงไม่ถึงขั้นทำให้พวกเขาแตกตื่น แม้ว่าคุณจะอ้างว่าคุณหนูอะไรนั่นเป็นห่วงผมก็จริง แต่พวกเขาคงไม่ส่งคุณมาหาผมจริงๆ หรอกใช่ไหม?"
คำพูดที่เรียบเฉยถึงกับทำให้ผู้เฒ่าท่านนี้ต้องตกใจ เขารีบพูดพร้อมกับรอยยิ้มว่า "ใครว่า ใครว่าละ คุณชาย เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดแล้วละ คุณหนูของเราเป็นห่วงคุณชายจริงๆ ข้าน้อยไม่ได้มีความคิดอื่นใด ไม่มีความคิดอื่นใด"
ผู้เฒ่าท่านนี้หาใช่เป็นคนธรรมดาทั่วไปไม่ พูดแบบไม่ค่อยน่าฟังก็คือ ต่อให้เป็นผู้นำของประเทศมหาอำนาจ ก็ไม่เห็นว่าเขาจะต้องให้เกียรติเช่นเดียวกับวินเทอร์ เขาที่สามารถเดินไปตบหัวเหล่าผู้นำระดับโลกท่ามกลางผู้คุ้มกันมืออาชีพและสื่อมวลชนได้อย่างง่ายได้ ย่อมเป็นการบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของเขาได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหลังของผู้เฒ่าท่านนี้มีผู้ทรงอำนาจให้การสนับสนุนอยู่ อีกทั้งยังไม่ได้มีเพียงท่านเดียว
แต่ว่า เวลานี้เมื่อผู้เฒ่าท่านนี้ถูกถามโดยวินเทอร์แล้ว ถึงกับรู้สึกกลัวด้วยความหวาดระแวงขึ้นมา จิตใจไม่ปกติ เนื่องจากเขาได้รับคำเตือนมาก่อน เป็นคุณหนูที่กล่าวเตือนสติเขา
"มีเรื่องอะไรก็รีบว่ามาครับ อย่าปล่อยให้ภรรยาของผมต้องรอนาน" วินเทอร์มองหน้าผู้เฒ่าตรงหน้าด้วยท่าทีเย็นชา เพราะผู้เฒ่าท่านนี้ทำให้เขาเสียเวลาไปไม่น้อย
ผู้เฒ่าถึงกับยิ้มเจื่อนๆ ถูมือสองข้างไปมา ทำท่าไตร่ตรองนิดหนึ่งว่าจะเรียบเรียงคำพูดอย่างไรดี จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพยิ่งว่า "ข้าน้อยไม่มีอะไรเป็นอื่น คุณหนู คุณหนูของข้าน้อยฝากมาถามว่า กุญแจดอกนั้น ยังอยู่กับคุณชายหรือไม่?"
"เป็นคุณหนูของคุณที่ฝากถาม หรือตาเฒ่านอนติดโลงใกล้ตายพวกนั้นต้องการรู้ละ?" วินเทอร์ยิ้มและพูดด้วยท่าทีเอ้อระเหย
คำพูดของวินเทอร์สร้างความพะอืดพะอมให้กับผู้เฒ่าท่านนี้ยิ่ง เขาหัวเราะเจื่อนๆ แต่เรื่องอย่างนี้เขาก็ไม่กล้าแจงให้ชัดเจน
"กลับไปบอกกล่าวต่อตาเฒ่าตัวติดโลงพวกนั้นและก็ยัยหนูเจนิสด้วยว่า ถูกต้อง กุญแจที่เปิดประตูสู่เลมูเรียอยู่ที่ผม ถ้าพวกเขาอยากได้ ก็รีบไสหัวออกจากโลงมาหาผมด้วยตัวเอง" วินเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เฉยเมย
คำพูดลักษณะเช้นนี้ทำเอาผู้เฒ่าถึงกับหวาดกลัวด้วยความหวาดระแวง มองซ้ายขวาหน้าหลัง กลัวว่าจะมีคนได้ยินบทสนทนาของพวกเขา ดูเหมือนว่าจากคำพูดของวินเทอร์จะเป็นไปตามที่พวกเขาได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า วินเทอร์นั้นรู้จักพวกเขาและดูเหมือนจะรู้จักถึงเบื้องลึกจริงๆ ไม่ใช่แค่เปลือกนอกเหมือนที่ทุกคนนั้นทราบกัน
"ที่แท้เป็นดังนี้เอง เป็นดังนี้เอง" ผู้เฒ่ารีบกล่าวต่อว่า "คุณชายปราศจากผู้เทียบเทียม ไม่แปลกใจที่คุณหนูของเราจะหลงรักท่านหัวปักหัวปำ โลกใบนี้หาได้หมุนด้วยตัวเอง...แต่เป็นคุณชายที่กำลังหมุนโลกใบนี้อยู่ต่างหาก"
วินเทอร์มองดูผู้เฒ่าด้วยสายตาเย็นชาหนึ่ง และเดินไปหากลุ่มของภรรยาที่น่ารักของเขา "เอาละ ก็ตามที่ผมบอกไป ถ้าอยากได้กุญแจก็บอกให้พวกเขาไสหัวกันมาด้วยตัวเอง เรื่องประจบสอพลอไม่จำเป็นแล้ว หากไม่มีอะไรก็หลบไป"
"งั้นข้าน้อยจะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนอันมีค่าของคุณชายแล้ว" ผู้เฒ่ารีบพูดขึ้นพร้อมโค้งคำนับด้วยท่าทีเคารพยิ่ง อย่าว่าแต่ผู้นำระดับโลกเลย ต่อให้เป็นผู้นำระดับทวีปก็ไม่กล้าทำตะโกนเสียงดังต่อหน้าเขาตามอารมณ์ แต่ว่า เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าวินเทอร์ เขากลับไม่กล้าทำเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ถึงประวัติความเป็นมาของวินเทอร์ และไม่รู้ว่าวินเทอร์เป็นใครกันแน่ เพราะข้อมูลที่เขาและเบื้องหลังได้รวบรวมมามันไม่ตรงกับชายหนุ่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าเขาเป็นคนละคนกันไปเลยอย่างสิ้นเชิง
อีกทั้งพวกเขาที่ไม่รู้ว่าวินเทอร์เป็นใครเพราะข้อมูลที่ทราบมามีแค่เรื่องราวก่อนที่พ่อแม่ของวินเทอร์จะเสีย และก็เรื่องราวหลังจากที่คุณฟู่รับไปเลี้ยงเท่านั้น พวกเขาอาจจะคิดว่าวินเทอร์เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาที่ได้เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลไปชุบเลี้ยง และมีตระกูลอาชญากรรมตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเมลคิออร์อยู่เบื้องหลัง
แต่วินเทอร์ได้ไปเปิดกรุสมบัติที่ปอยเปต มันก็ทำให้ความคิดก่อนหน้านี้ต้องพังลงไปเลย กรุสมบัติลับที่ถูกฝังเป็นร้อยปี ใช่สิ่งที่แก๊งมาเฟียในประเทศช้างหรือตระกูลอาชญากรรมในประเทศหมาป่าจะรู้กันที่ไหน? แม้แต่กลุ่มฮันนิบาลที่ทราบเรื่องกรุสมบัติก็ยังได้ข้อมูลมาด้วยความบังเอิญด้วยซ้ำ อย่าบอกนะว่าวินเทอร์ก็ได้ข้อมูลมาด้วยความบังเอิญด้วยเหมือนกัน?
มันจึงทำให้พวกเขารู้สึกหวาดระแวงไม่น้อย เหล่าผู้ทรงอำนาจที่อยู่เบื้องหลังจึงได้กล่าวเตือนผู้เฒ่าท่านนี้เอาไว้แล้ว ดังนั้น เขาจึงไม่กล้าทำชักช้าแม้แต่น้อย
แต่พอเรื่องเลมูเรียได้เผยออกมาจากปากวินเทอร์เองแล้ว มันจึงทำให้พวกเขามั่นใจแล้วว่า วินเทอร์ เมลคิออร์ ดี. แฟร์เวล ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่พวกเขาคิด และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่วินเทอร์ไปเปิดกรุสมบัติ เด็กหนุ่มวินเทอร์คนนี้ต้องมีอะไรเชื่อมโยงกับเลมูเรียแน่นอน นั่นคือสิ่งที่ผู้เฒ่าและกลุ่มเบื้องหลังพวกเขาคิด
ซึ่งความจริงแล้ว...วินเทอร์ย้อนเวลากลับมาจากอนาคตต่างหาก จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เขาที่เป็นถึงผู้บงการโลกมาก่อน เรื่องพวกนี้ทำไมเขาจะไม่รู้กันละ?
...
"พี่วิน/น้องวิน/คุณวิน" สามสาวกระโดดเข้าไปในอ้อมกอดวินเทอร์ด้วยความรักและคิดถึง
วินเทอร์หัวเราะ และโอบกอดสามสาวเอาไว้ "ไปยังไม่ถึงวันเลย คิดถึงกันแล้วเหรอ?"
"ไม่ค่ะ ไม่คิดถึงเล๊ยยยยย!!!" ซัมเมอร์กระโดดเหย๋งออกจากอ้อมกอด พร้อมกอดอกทำแก้มป่อง
"แล้วแอนนี่ละ คิดถึงผมไหม?" วินเทอร์ลูบหัวเด็กสาวจากแดนหมีขาวด้วยความอ่อนโยน
"คิด..ไม่ค่ะ! ไม่คิดถึงเลยค่ะ!" อนาสตาเซียตอบกลับไปด้วยเสียงที่ตะกุกตะกัก สองแขนกอดวินเทอร์เอาไว้แน่น
ส้มที่เห็นวินเทอร์เหล่มาทางตน จึงรีบตอบกลับไปอย่างไม่น้อยหน้าว่า "พี่ก็ไม่คิดถึงน้องวินเหมือนกัน!"
ผู้คนรอบๆ ที่เห็นการหยอดเย้าแหย่ของพวกวินเทอร์ก็คันหัวใจหยอกๆ รู้สึกอิจฉาพวกเขาไม่น้อย
ในขณะที่วินเทอร์กำลังสวีทหวานแหววกับบรรดาภรรยาของเขา ลูซิโอ้ก็เดินมายื่นบัตรเชิญใบหนึ่งให้กับเขา
วินเทอร์รับบัตรเชิญมาพร้อมพยักหน้ารับ ลูกซิโอ้จึงเริ่มอธิบายให้ฟัง "เป็นของตระกูลแพนธีออนครับ"
"โอ้!?"
"พวกเขาได้จัดงานประมูลขึ้นที่เวนิส มีกลุ่มระดับสูงและตระกูลต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ศาสนจักรเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก"
วินเทอร์เก็บบัตรเชิญและออกคำสั่งกับลูซิโอ้ "ไปบอกกับบาร์ซินีว่าให้เขาทำตัวตามปกติ และเข้าร่วมในนามตระกูลวาเลนไทน์"
ลูซิโอ้พยักหน้ารับคำสั่ง และติดต่อไปยังบาร์ซินีที่เป็นผู้นำตระกูลวาเลนไทน์อย่างไม่รอช้า
วินเทอร์หันไปหาสามสาว และพูดขึ้นว่า "ไปกินพิซซ่ากันไหม? มาถึงประเทศหมาป่าทั้งที แต่ไม่ได้กินพิซซ่าก็เหมือนมาไม่ถึง"
เมื่อสามสาวได้ยินเรื่องกิน ก็พากันตากลมโตใส่แป๋ว จนวินเทอร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะให้กับท่าทีเช่นนี้ของพวกเธอ สำหรับพวกเธอแล้วเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ ถ้าใครมาชวนกิน พวกเธอจะตอบตกลงด้วยความยินดี
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้พากันไปกันไปกินพิซซ่า ขบวนรถของตระกูลเมลคิออร์ได้มาจอดลงที่หน้าภัตตาคารแห่งหนึ่งที่ยังคงสไตล์ความเป็นศิลปะแบบร่วมสมัย
Fiorenzo ภัตตาคารระดับมิชลินสามดาว ที่กว่าจะจองได้สักโต๊ะก็ต้องจองกันเป็นปีๆ ซึ่งปกติแล้วร้านนี้จะมีลูกค้าและคิวที่ยาวเหยียดคับคั่งอยู่ตลอด แต่ตอนนี้กลับโล่งจนหลงเหลือแค่พนักงานเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะตระกูลเมลคิออร์ได้เหมาร้านนี้เอาไว้หมดแล้วเรียบร้อย
อิทธิพลของตระกูลเมลคิออร์เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเหมาภัตตาคารแห่งนี้ แต่เจ้าของภัตตาคารแห่งนี้เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กับคุณท่านใหญ่ต่างหาก เลยทำให้พวกเขาสามารถเหมาภัตตาคารแห่งนี้ได้
ทันทีที่พวกของวินเทอร์ลงจากรถ กลิ่นของอาหารก็ได้โชยเข้ามาแตะจมูกพวกเขาทันที
"หอมมาก!" สามสาวอดอุทานออกมาไม่ได้ ดวงตาของพวกเธอจับจ้องไปยังประตูภัตตาคารตรงหน้าไม่วางตา ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรักษาท่าทีไว้แล้ว พวกเธอทั้งสามก็พร้อมใจกันวิ่งเข้าไปอย่างแน่นอน
Writer : ข่าวดี ข่าวดี ตอนนี้ไรต์ได้จัดการธุระและงานส่วนตัวเสร็จแล้วเรียบร้อย และจะกลับมาลงนิยายวันละตอนแล้ว ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามกันจนมาถึงตอนนี้ด้วยนะน้าบ ไม่ต้องรักกันตลอด แต่รักกันไปนานๆน้าาาาาา T~T