[ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ]
ที่ห้องทำงานเ้าเมืองทะเลสาบ
“ ท่านบาเรียลเกิดเื่แล้ว!! ” เสียงะโอย่างตื่นตระหนกดังขึ้นที่หน้าห้องทำงานก่อนที่จะเป็หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปีวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก
เ้าเมืองบาเรียลมองดูหญิงสาวเปิดประตูเข้ามาด้วยความประหลาดใจ
เ้าเมืองบาเรียลเป็หญิงสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี ใบหน้าดูงดงามราวกับเทพธิดา รูปร่างอรชร เธอเป็จอมเวทย์ระดับA เชี่ยวชาญธาตุน้ำแข็ง
ส่วนหญิงสาวชื่อว่ายูเทีย เป็เลขาส่วนตัวของบาเรียลและยังเป็จอมเวทย์ระดับB เชี่ยวชาญธาตุลม
เ้าเมืองทะเลสาบคนก่อนคือกาบิอุซ เป็พ่อของบาเรียล หลังจากที่เ้าเมืองคนก่อนเสียชีวิตไปบาเรียลจึงขึ้นมาทำหน้าที่เ้าเมืองแทนพ่อของเธอ
“ เกิดอะไรขึ้นยูเทีย? ” บาเรียลถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ หน่วยสอดแนมรายงานมาว่าป่าพิโค่มีสัตว์เวทย์ประมาณห้าหมื่นตัวกำลังมุ่งหน้ามาที่เมืองของเรา ” ยูเทียรายงาน
“ อะไรนะ!! ” บาเรียลลุกขึ้นยืนทันที
ป่าพิโค่เป็ป่าขนาดใหญ่อยู่ห่างจากเมืองทะเลสาบไปเพียงหนึ่งร้อยกิโลเมตร
“ เธอจะบอกว่าสัตว์เวทย์มากกว่าห้าหมื่นตัวกำลังมุ่งหน้ามาที่เมืองของเรางั้นหรอ!! ” บาเรียงแสดงสีเคร่งเครียด
“ ใช่แล้วท่านบาเรียล จากที่หน่วยสอดแนมคาดการณ์คิดว่ามันจะมาถึงในอีกสามถึงสี่ชั่วโมง ” ยูเทียรายงาน
“ ประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งอพยพผู้คนในเมืองให้หลบหนีไปยังเมืองเซียน่าและเรียกรวมตัวบุคคลระดับสูงในเมืองทั้งหมดให้มาที่ห้องประชุมทันที ” บาเรียละโสั่ง
“ รับทราบ ” ยูเทียวิ่งออกไปด้านนอกทันที
[ กลับมาปัจจุบัน ]
ไลท์ที่เห็นว่าพวกทหารประจำการในเมืองพากันแยกกลุ่มและวิ่งไปทั่วเมือง ตอนแรกเขาก็รู้สึกสงสัยแต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา เขาจึงพาสองสาวเดินเล่นต่อ
ทันใดนั้นก็มีเสียงประกาศดังขึ้นทั่วเมือง
[ ประกาศจากเ้าเมือง เนื่องจากเหตุการณ์อันตรายระดับสูงและยิ่งมีความรุนแรงต่อเมืองทะเลสาบ ทางเ้าเมืองขอให้ประชาชนทุกท่านรีบอพยพไปยังเมืองใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด ]
เสียงประกาศดังขึ้นต่อเนื่องอยู่หลายนาทีจนทำให้ชาวเมืองทะเลสาบพากันสับสนวุ่นวาย โชคดีที่ทหารของเมืองทะเลสาบได้ช่วยทำให้ความวุ่นวายลดลงบ้าง
“ อาจารย์เกิดอะไรขึ้น? ” เดซี่หันไปถามไลท์ทันที
“ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ” ไลท์ส่ายหน้า
“ แล้วทำไมพวกเราไม่ไปถามพวกทหารเ่าั้ล่ะ? พวกเราก็อาศัยตัวตนของนักผจญภัยก็อาจจะได้รับข้อมูลมาก็ได้ ” เวโรนิก้าแนะนำ
“ งั้นพวกเราไปถามกันเถอะ ” ไลท์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่ประกาศคือเื่อะไร
เมื่อทหารเห็นกลุ่มไลท์เดินเข้ามาพวกเขาก็รีบวิ่งมาบอกให้พวกไลท์รีบออกจากเมืองโดยเร็ว
“ พวกเราเป็นักผจญภัย เกิดเื่อะไรขึ้น? ” ไลท์เห็นท่าที่เคร่งเครียดของพวกทหารก็รู้ได้ทันทีว่าเื่ที่ประกาศเป็เื่จริง
เวโรนิก้าหยิบบัตรนักผจญภัยให้กับทหารดู
เมื่อเห็นว่าเวโรนิก้าเป็นักผจญภัยระดับBก็แสดงสีหน้ายินดีขึ้นมาและพูดด้วยความเคารพว่า
“ ท่านนักผจญภัยตอนนี้สัตว์เวทย์ประมาณห้าถึงหกหมื่นตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางเมืองทะเลสาบ และคาดว่าอีกประมาณสามชั่วโมงพวกมันก็จะมาถึงเมืองทะเลสาบแล้ว ” ทหารพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
เมื่อได้ยินที่ทหารบอกไลท์ เดซี่และเวโรนิก้าก็พากันใ
สัตว์เวทย์นับหมื่นนับว่าเป็ภัยอันตรายระดับสูงจริงๆ เพียงแค่นี้ก็สามารถทำลายเมืองทะเลสาบให้ย่อยยับได้
“ ขอบคุณสำหรับข้อมูล ” ไลท์พูดก่อนที่จะเดินออกมา
ไลท์พาสองสาวเดินมายัง
“ เวโรนิก้าติดต่อไลก้าให้มารวมตัวกับพวกเราทันที ” ไลท์พูดขึ้น
“ อาจารย์เราจะทำอย่างไงดี? ” เดซี่ถามขึ้น
“ รอไลก้ามาก่อนค่อยว่ากัน ” ไลท์ตอบ
ไม่นานไลก้าก็วิ่งหน้าตาตื่นมายังจุดรวมตัว
“ ลูกพี่!!”ไลก้าะโขึ้นทันทีที่เห็นไลท์
เมื่อไลท์เห็นว่าทุกๆคนมารวมกันแล้วเขาก็พูดขึ้นว่า “ มีสองทางเลือกให้เลือกหนึ่งคือเราจะหนีออกจากเมืองหรือสองช่วยเหลือเมืองนี้ ”
“ ต้องช่วยอยู่แล้วสิลูกพี่ ” ไลก้าเป็คนแรกที่ะโขึ้น
“ แล้วพวกเธอล่ะ? ” ไลท์หันมาถามกับสองสาว
“ ฉันอยากช่วยเพราะถ้าหากเราช่วยสู้ทหารก็จะตายน้อยลง ฉันไม่อยากให้มีคนที่ต้องเ็ปเพราะการเสียคนในครอบครัวไป ” เดซี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ฉันเองก็เห็นด้วยกับไลก้าและเดซี่ ” เวโรนิก้าพูด
ไลท์ที่ได้ฟังก็หัวเราะขึ้นเบาๆ
“ งั้นพวกเราเลือกที่จะช่วยใช่ไหม งั้นก็ดีพวกเรามาจัดงานแห่งความตายให้กับพวกสัตว์เวทย์กันเถอะ ”ไลท์หัวเราะสบายๆก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองชั่วโมงเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงที่สัตว์เวทย์จะบุกมาถึงเมืองทะเลสาบ
ทางกำแพงเมืองทางทิศตะวันออกของเมืองทะเลสาบ
ทหารประมาณสองพันคนและยังมีชาวบ้านอีกประมาณสามพันคนที่ไม่ยอมหลบหนีแต่พวกเขาเลือกที่จะช่วยทหารป้องกันเมืองจนสุดความสามารถ
นอกจากนี้กิลด์จอมเวทย์อีกแปดกิลด์รวมคนแล้วประมาณหกร้อยคนและนักผจญภัยอีกประมาณห้าร้อยคน
รวมแล้วกองทัพของมนุษย์มีจำนวนห้าพันกว่าคน ซึ่งเป็จำนวนที่น้อยกว่าสัตว์เวทย์สิบเท่า
บนกำแพงมือมีเ้าเมืองบาเรียลและเหล่าบุคคลระดับสูงที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับนักผจญภัยระดับA จำนวนสิบแปดคนยืนอยู่
โดยเป็เ้าเมืองบาเรียลและผู้บัญชาการทหารเมืองทะเลสาบที่ชื่อว่า โคนี่ และยังมีหัวหน้ากิลด์จอมเวทย์อีกแปดกิล ส่วนที่เหลือคือนักผจญภัยทั้งหมด
“ บาเรียลเธอแน่ใจนะว่าพวกสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับA ไม่มีระดับS ” คาริน ผู้นำกิลด์จอมเวทย์ร้อยบุปผาถามขึ้น
“ หน่วยข่าวกรองได้ตรวจสอบมาสามรอบแล้ว ” บาเรียลตอบ
“ งั้นก็ยังถือว่าเป็ข่าวดี ” คารินพยักหน้ารับ คนอื่นๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ถ้าหากมีแค่ระดับA พวกเขายังพอสู้ได้แต่ถ้าหากมีระดับSอยู่ละก็เกรงว่าพวกเขาจะต้องถูกฝังไปพร้อมกับเมืองแห่งนี้แน่นอน
ทหารด้านล่างพากันถืออาวุธด้วยความรู้สึกตรึงเครียด พวกเขาไม่รู้ว่าวันนี้จะมีชีวิตรอดหรือไม่ พวกเขาจะมีชีวิตไปพบกับครอบครัวที่รออยู่เื้ัหรือเปล่า
ทุกนาทีก็ค่อยๆไหลไปอย่างช้าๆ
ไลท์และคนอื่นๆยืนอยู่บนหลังคาที่อยู่ไม่ไกลจากกำแพงเมืองทิศตะวันออก
“ เดซี่มาแข่งกันว่าใครจะฆ่าสัตว์เวทย์ได้มากกว่ากัน ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยแววตาจริงจัง
“ แล้วทำไมฉันต้องไปแข่งกับนายด้วย? ” เดซี่ส่ายหน้า
“ เอางี้ถ้าหากเธอชนะฉันจะเลี้ยงข้าวเธอสิบวัน ” ไลก้าเสนอ
“ หนึ่งเดือนไม่มีต่อรอง ” เดซี่พูดขึ้น
“ ดี! ถ้าหากฉันชนะเธอจะต้องเลี้ยวข้าวฉันหนึ่งเดือน ” ไลก้าพูด
“ ตกลง ” เดซี่พยักหน้ารับจากนั้นเธอก็หันไปหาไลท์และถามขึ้นว่า “ อาจารย์ฉันสามารถใช้ท่านั้นได้ไหม? ”
ไลท์ที่ได้ยินคำขอของเดซี่เขาก็ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบไปว่า “ ครั้งเดียวเท่านั้น ”
“ เย้! ” เดซี่ะโอย่างตื่นเต้น
ไลก้าที่ได้ยินก็เผยสีหน้าใ
“ เห้ยๆๆ โกงๆท่านั้นอะไรกันห้ามใช้เด็ดขาดสิ ” ไลก้าท้วงทันที
“ เสียใจด้วยไม่ได้มีข้อตกลงว่าห้ามใช้ท่านั้นของฉัน ” เดซี่หัวเราะ
“ แล้วท่านั้นมันคือท่าอะไร ทำไมเธอถึงต้องขออนุญาตลูกพี่ก่อน ” ไลก้าสงสัยแม้แต่เวโรนิก้าเองก็รู้สึกสงสัยตามไปด้วย
“ เพราะท่านั้นมันกินพลังงานมากเกินไปไงล่ะ ฉันถึงห้ามไม่ให้เธอใช้ท่านั้นจนกว่าเธอจะอยู่ในขั้นจิตวิถีา ” ไลท์อธิบาย
ไลก้าที่อยู่กับพวกไลท์มานานจึงรู้ขั้นพลังบ่มเพาะดี
“ แต่อาจารย์ฉันเองก็ใกล้ที่จะทะลวงเข้าสู่จิตาแล้วนะ ” เดซี่แย้ง
“ แต่ก็ยังไม่ถึงอยู่ดีไม่ใช่หรอ? ” ไลท์ตอบ
“ แต่มัน… ” เดซี่เอานิ้วชี้มาจิ้มกันพร้อมกับทำสีหน้าเศร้าๆ
“ ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นแหละ ถ้าหากเธอไม่เชื่อฟังล่ะก็ฉันจะทำโทษเธอ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหรี่ตามองเดซี่
เดซี่ที่ได้ยินว่าไลท์จะทำโทษก็รีบส่ายหน้าทันที
“ ไม่ๆอาจารย์ห้ามทำโทษฉันเด็ดขาด!! ” เดซี่กรีดร้องออกมาอย่างน่าสงสาร จนทำให้ไลก้าและเวโรนิก้าได้แต่สงสัยว่าวิธีการทำโทษของไลท์เป็อย่างไร
ไลท์ที่เห็นว่าไลก้าและเวโรนิก้าสงสัยเขาก็พูดขึ้นว่า “หรือว่าพวกเธออยากจะลอง? ”
“ ไม่ๆ ” ทั้งสองตอบอย่างพร้อมเพียง
เวลาก็ค่อยๆไหลไปอย่างช้าๆ
ไลท์หยิบเหล้าขึ้นมาดื่มรอเวลา ทางด้านไลก้าและเดซี่ก็หาผ้ามาทำความสะอาดอาวุธของตัวเอง ส่วนเวโรนิก้าก็นั่งสมาธิเพื่อรวบรวมพลัง
ไลท์มองไปยังด้านหน้าก่อนที่จะหรี่ตาลง
“ ดูเหมือนว่ามันจะแย่กว่าที่คิดนะเนี้ย ” ไลท์พูดขึ้น
“ หมายความว่ายังไงลูกพี่ ” ไลก้าและคนอื่นสงสัย
“ มันมีสัตว์เวทย์ระดับSอยู่ภายในกลุ่มสัตว์เวทย์เ่าั้ ” ไลท์ตอบ
“ สัตว์เวทย์ระดับS!! ” ทุกๆคนพากันใ
สัตว์เวทย์ระดับSมักจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ที่อยู่ในระดับS ไม่ว่าจะเป็เื่ของิัที่ทนทานและยังมีความแข็งแกร่งของเผ่าพันธ์
“ แล้วอาจารย์รู้ไหมว่ามันเป็สัตว์เวทย์ชนิดอะไร? ” เดซี่ถาม
“ ฉันเพียงแค่จับััได้แต่ยังไม่รู้ว่ามันเป็สัตว์ชนิดอะไร คงต้องรอให้มันโผล่ตัวออกมาเอง ” ไลท์ตอบ
คนอื่นๆก็รู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาแล้ว
“ อย่าเครียดไปหน่อยเลย พวกเธอคิดว่าฉันจะเอาชนะไม่ได้งั้นหรอ? ” ไลท์หัวเราะขึ้น
“ หัวหน้าชนะได้หรอ นั้นมันสัตว์เวทย์ระดับSเลยนะ จากที่ฉันเคยรู้มาสัตว์เวทย์ระดับS ต้องใช้จอมเวทย์หรือนักผจญภัยระดับSสองถึงสามคนจึงจะเอาชนะได้ ” เวโรนิก้าถามขึ้น
“ เธอคิดว่าหัวหน้าของเธออ่อนแอสินะ งั้นวันนี้ฉันจะแสดงให้ดูว่าหัวหน้าของเธอแข็งแกร่งแค่ไหน ” ไลท์ยิ้มอย่างสบายๆ
“ ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกพี่ของเราจะโชว์เทพอีกแล้ว ” ไลก้าหัวเราะพร้อมกับบิดร่างกายไปมา คนอื่นๆก็หัวเราะขึ้น
เสียงคำรามอันทรงพลังก็ดังขึ้น
บนกำแพงเมือง เหล่าตัวตนระดับสูงพากันแสดงสีหน้าจริงจังพร้อมกับเตรียมอาวุธให้พร้อมสำหรับการรับมือกับสัตว์เวทย์
“ สั่งให้ทุกคนเข้าประจำที่ ” บาเรียละโ
ทันใดนั้นทหารทั้งหมดก็ถือธนูและวิ่งขึ้นมาบนกำแพง ส่วนทางด้านจอมเวทย์ที่สามารถโจมตีระยะไกลได้ก็ยืนบนหอคอย ส่วนจอมเวทย์สายต่อสู้ระยะประชิดก็ยืนบนกำแพง
นอกจากนี้ยังมีปืนใหญ่พลังเวทย์ที่ติดตั้งอยู่บนกำแพงเมืองอีกประมาณห้าสิบกระบอก
ปืนใหญ่พลังเวทย์เป็ปืนใหญ่ที่ไว้ใช้ในการป้องกันเมือง มันมีอำนาจทำลายล้างสูงซึ่งเทียบเท่ากับการโจมตีของตัวตนระดับA
“ โชคดีที่ไม่มีสัตว์เวทย์ที่บินได้ไม่งั้นพวกเราเจอปัญหาแน่ ” เอเตียนพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้า เขาคือผู้นำสมาคมนักผจญภัยของเมืองทะเลสาบ
ทันใดนั้นก็มีเสียงคล้ายกับเสียงของนกร้องขึ้น
“ เอเตียนไอคนปากหมา! ” คารินะโด่า
เอเตียนอึ้งก่อนที่จะกรีดร้องในใจ ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อย
“ หน่วยโจมตีระยะไกลเตรียมตัว ” โคนี่ที่เป็ผู้บัญชาการทหาระโขึ้น
เมื่อเห็นว่าสัตว์เวทย์บินมาเกือบจะถึงเมืองแล้วเขาก็สั่งให้ทุกคนยิงทันที
ทหารก็ยิงปืนใส่ จอมเวทย์ระยะไกลก็พากันโจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง
ไม่นานสัตว์เวทย์กว่าร้อยตัวก็ตายลง แต่พวกเขาไม่ได้ดีใจแม้แต่น้อยเพราะนี้เป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีสัตว์เวทย์อีกหลายหมื่นตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีขาวขนาดใหญ่พุ่งมายังกำแพงเมือง
“ กางบาเรีย!! ” เบเรียละโทันที
ทันใดนั้นกำแพงสีขาวใสก็ปรากฏขึ้นรอบๆเมืองและป้องกันลำแสงสีขาวได้
ไม่นานลำแสงสีขาวยิงห้าเส้นก็พุ่งใสบาเรียของเมืองอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กำแพงบาเรียถึงกับสั่นไหว
“ บ้าเอ้ยนั้นมันเต่าปืนใหญ่! ” เบเรียลใ
เต่าปืนใหญ่เป็สัตว์เวทย์ขนาดใหญ่ ความรุนแรงของปืนใหญ่บนหลังเต่าก็แรงพอๆกับปืนใหญ่พลังเวทย์ของมนุษย์
“ ไม่รู้ว่าบาเรียจะป้องกันได้อีกนานแค่ไหน ” เบเรียลมองไปยังบาเรียที่กำลังสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง
เพราะระยะยังไกลกว่าห้ากิโลเมตร จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถยิงปืนใหญ่พลังเวทย์ตอบโต้ได้ ระยะทำการของปืนใหญ่พลังเวทย์อยู่ที่สามกิโลเมตร
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำลายบาเรียได้เต่าปืนใหญ่จึงหยุดยิง
“ บ้าจริงนึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะนำเต่าปืนใหญ่มาด้วย! ” มาร์ซิคผู้นำกิลด์จอมเวทย์อีกคนพูดด้วยน้ำใ
ไม่นานพวกสัตว์เวทย์ก็เข้ามาใกล้ๆเมืองในระยะสามกิโลเมตรแล้ว
และเมื่อพวกมันอยู่ในระยะสามกิโลเมตรแล้วโคนี่ก็ะโขึ้นว่า “ เปิดบาเรียและทำการยิงปืนใหญ่พลังเวทย์ ”
วูบๆๆๆ
บาเรียรอบเมืองก็หายไปก่อนที่เสียงปืนใหญ่จะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เสียงะเิดังติดต่อกันห้าสิบครั้งก่อนที่โคนี่จะสั่งให้กางบาเรียอีกครั้ง
การยิงปืนใหญ่พลังเวทย์ต้องใช้เวลาสามสิบวินาทีในการคูดาวน์ เพราะฉะนั้นใน่สามสิบวินาทีนี้พวกเขาอาจจะถูกเต่าปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ทำลายกำแพงเมืองได้เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงป้องกันเอาไว้ก่อน
สัตว์เวทย์ที่โดนปืนใหญ่พลังเวทย์ไปก็ตายไปแค่ไม่กี่พันตัวเท่านั้น แต่ทว่ามันยังเหลือสัตว์เวทย์อีกเป็จำนวนมาก ซึ่งดูเหมือนว่าจำนวนของพวกมันไม่ได้ลดลงเลยด้วยซ้ำ