ตลอดทั้งคืนอันซิ่วเอ๋อร์ง่วนอยู่กับสมุดบัญชีเล่มนั้นมีหลายส่วนที่นางไม่เข้าใจและไม่รู้วิธีอ่าน จึงได้แต่ให้ป่านเซี่ยไปหยิบลูกคิดมาแล้วนางจึงเริ่มค่อยๆ ดีดลูกคิดตรวจสอบไปทีละน้อย
"บัญชีพวกนี้ปกติไม่ค่อยผิดพลาดหรอกหากเจ้าไม่วางใจ ก็ให้ป่านเซี่ยช่วยตรวจดูก็พอแล้วเหตุใดต้องลงมือเองให้เหนื่อยด้วย" จางเจิ้นอันเอ่ยอย่างสงสาร
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะอย่างไรเสียข้าก็ยังใช้ลูกคิดไม่คล่อง ถือโอกาสนี้ฝึกฝนตัวเองไปในตัวเผื่อวันหน้าอาจจะได้ใช้ความรู้นี้บ้าง"
อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาดีดลูกคิดอย่างเชื่องช้านางรู้สึกว่าการจะมอบหมายงานนี้ให้พวกสาวใช้ดูจะไม่น่าไว้ใจเท่าไรนักบางทีในหมู่พวกนางอาจมีสายของอูซื่ออยู่ หากเป็นเช่นนั้นจริงอูซื่อก็คงหาเรื่องอื่นมาเล่นงานนางได้อีก นางจึงตัดสินใจกัดฟันเรียนรู้ให้เข้าใจถ่องแท้ด้วยตนเอง
"ทำไมเจ้าต้องพูดเช่นนี้เสมออยู่กับข้าแล้วยังไม่วางใจอีกหรือ" จางเจิ้นอันขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะข้าก็แค่อยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเท่านั้นเอง" พอได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของจางเจิ้นอันอันซิ่วเอ๋อร์จึงหันไปมอง เมื่อเห็นเขาทำหน้าบึ้ง นางก็เงยหน้าส่งยิ้มให้เขาดวงตาเป็นประกายอ่อนโยน พลางเอ่ยเสียงอ้อนว่า "อย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะ"
"เจ้าใช้ไม้นี้อีกแล้วรึใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก เจ้าก็แค่ไม่มั่นใจในตัวข้า ไม่วางใจข้าเท่านั้นเอง"จางเจิ้นอันแสร้งเบือนหน้าหนี
"ที่ข้าพูดเช่นนี้ก็เพราะมั่นใจในตัวท่านมากเกินไปต่างหากเจ้าคะเห็นท่านเก่งกาจสามารถเพียงนี้ แต่ข้ากลับไม่รู้อะไรเลยจึงอยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมไว้บ้าง ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่อย่างน้อยหากวันหน้าพอจะช่วยแบ่งเบาท่านได้บ้างก็ยังดี"
อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวจากใจจริงก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย"อีกอย่าง...ท่านแม่ของท่านเคยพูดไว้ท่านคือคุณชายใหญ่ตระกูลจาง ส่วนข้าเป็นแค่หญิงสาวบ้านนอกแม้ภายนอกข้าจะทำเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ลึกๆ แล้วข้ารู้สึกต่ำต้อยเหลือเกินเจ้าค่ะ"
พอเห็นนางเป็นเช่นนี้จางเจิ้นอันก็พลันใจอ่อนลง ไม่กล้าโกรธนางอีก ทำได้เพียงกล่าวว่า"เป็นความผิดของข้าเอง คำพูดของท่านแม่ เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนางไม่ได้ไม่ชอบแค่เจ้าหรอก แม้แต่ข้านางก็ไม่ชอบเหมือนกัน"
"เป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะมารดาทุกคนย่อมรักบุตรของตน ท่านคงเข้าใจท่านแม่ผิดไปกระมังเจ้าคะ" อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าแย้ง "คราวก่อนท่านแม่ก็มาคุยกับท่านด้วยตัวเองมิใช่หรือเจ้าคะหรือว่าก่อนหน้านั้นพวกท่านมีเรื่องขุ่นเคืองใจกันมาก่อน"
จางเจิ้นอันส่ายหน้า"ข้ากับนางก็แค่ทำข้อตกลงกันบางอย่างเท่านั้นเดิมทีข้าคิดว่าช่วงนี้นางคงไม่มายุ่งกับเจ้าอีกแต่ไม่นึกว่านางจะก่อเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกจนได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปคุยกับนางเอง!"
"อย่าเลยเจ้าค่ะ ท่านอย่าไปเลยอย่างไรเสียข้าก็อยู่ว่างๆ ที่เรือน ถือโอกาสเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมก็ดีเหมือนกัน"อันซิ่วเอ๋อร์รีบห้าม "หากท่านอยากช่วยข้าจริงๆหาท่านอาจารย์มาสอนข้าสักคนจะดีกว่าไหมเจ้าคะ"
"ไม่ต้องมีอาจารย์หรอกเจ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามข้าได้" จางเจิ้นอันเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ตั้งใจจะเรียนรู้จริงๆจึงลุกจากเตียงมานั่งลงข้างๆ นาง "มีตรงไหนที่ไม่เข้าใจรึ"
อันซิ่วเอ๋อร์จึงชี้จุดที่ตนไม่เข้าใจให้เขาดูทีละแห่งจางเจิ้นอันก็อธิบายให้นางฟังทีละอย่าง คนหนึ่งสอน คนหนึ่งเรียนรู้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
แม้อายุไม่น้อยแล้วอันซิ่วเอ๋อร์ก็นับเป็นศิษย์ที่ดีคนหนึ่ง แม้ภายนอกจะดูอ่อนแอ แต่ลึกๆแล้วกลับมีความทรหดอดทน ไม่ยอมแพ้ผู้ใด นางจึงตั้งใจเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้จางเจิ้นอันจึงสอนนางต่อเนื่องมาครึ่งเดือนพออันซิ่วเอ๋อร์กลับมาตรวจดูบัญชีอีกครั้ง ก็ทำได้รวดเร็วกว่าเดิมมากทั้งยังจับจุดที่ผิดพลาดได้แม่นยำขึ้น ทำให้จางเจิ้นอันประหลาดใจยิ่งนัก
"ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะจับข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ เหล่านี้ได้หมด หากเจ้าเอาบัญชีนี้ไปให้ท่านแม่ดูคงได้เห็นสีหน้าของนางที่น่าดูชมทีเดียว" เมื่อจางเจิ้นอันนึกถึงภาพนั้นในใจก็รู้สึกสะใจอย่างประหลาด อูซื่อร่ำเรียนเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กแต่กลับสู้หญิงสาวที่เพิ่งหัดเรียนเพียงครึ่งเดือนไม่ได้
"จริงหรือเจ้าคะ ท่านแม่จะชมข้าหรือ"อันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้คิดว่าตนเก่งกาจอะไรจึงไม่เข้าใจความนัยในคำพูดของจางเจิ้นอัน
"แน่นอน" จางเจิ้นอันพยักหน้า
อันซิ่วเอ๋อร์จึงยื่นบัญชีให้จางเจิ้นอันพลางกล่าวว่า "ท่านพี่ช่วยข้าตรวจดูอีกครั้งได้ไหมเจ้าคะ เผื่อยังมีจุดไหนตกหล่นไป นานๆทีท่านแม่จะมอบหมายงานให้ข้าทำ ข้าอยากทำให้ดีที่สุด ให้ท่านแม่ประหลาดใจและไม่มีที่ให้ตำหนิได้เลย"
จางเจิ้นอันเอื้อมมือรับ พลิกดูคร่าวๆก่อนจะตรวจทานอย่างตั้งใจ แล้วกล่าวว่า "เจ้าทำได้ดีมากแล้วเอาไปให้นางดูได้เลย"
"เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับแต่ยังคงก้มหน้าก้มตาดูบัญชีในมือต่อ
จางเจิ้นอันลอบถอนหายใจ กล่าวว่า"ซิ่วเอ๋อร์ เจ้าดูบัญชีมาครึ่งเดือนแล้ววันนี้เราพักผ่อนกันเร็วหน่อยดีหรือไม่"
"ไม่รีบร้อนเจ้าค่ะข้าขอดูอีกสักครู่" อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงก้มหน้าดูบัญชีไม่วางมือ
พอหันไปเห็นแววตาที่แฝงความต้องการของจางเจิ้นอันนางก็ยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย "รอสักครู่นะเจ้าคะข้าขอตรวจทานอีกรอบเดียว"
รอยยิ้มนั้นทำเอาจางเจิ้นอันแทบคลั่งเขากลืนน้ำลายลงคอ รวบร่างนางเข้ามากอดไว้ พลางกล่าวเสียงพร่าว่า"ข้าช่วยเจ้าตรวจเอง"
ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดต้นคอและใบหูนางขัดขืนเพียงเล็กน้อย ก่อนจะอ่อนระทวยลงภายใต้แววตาคมกริบของเขา
...
เช้าวันรุ่งขึ้น นางจึงนำบัญชีไปหาอูซื่อฝ่ายอูซื่อเองก็อยากรู้เช่นกันว่าช่วงที่ผ่านมานางหาข้อผิดพลาดอะไรได้บ้างจึงไม่ได้ให้นางรอนาน สั่งสาวใช้ไปเรียกนางเข้ามาด้วยน้ำเสียงเย็นชาทันที
อันซิ่วเอ๋อร์ส่งบัญชีในมือให้สาวใช้ก่อนจะกล่าวกับอูซื่อว่า "ท่านแม่เจ้าคะสะใภ้ไม่เอาไหน ใช้เวลาหลายวันกว่าจะตรวจดูบัญชีเหล่านี้จนจบได้"
"โอ้ แล้วพบปัญหาอะไรบ้างหรือไม่"อูซื่อเหลือบมองนาง ในใจคิดถึงกับดักที่ตนจงใจวางไว้ในบัญชีหากอันซิ่วเอ๋อร์ตอบไม่ได้ นางก็จะถือโอกาสเยาะเย้ยเสียให้พอใจ
"จุดที่มีปัญหาข้าทำเครื่องหมายด้วยเส้นไหมไว้แล้วเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวน้ำเสียงที่มั่นใจของนางทำให้อูซื่ออดเหลือบมองอย่างประเมินไม่ได้พอหันไปมองกองบัญชีบนโต๊ะ ก็เห็นปลายเส้นไหมสีต่างๆ โผล่ออกมาจากบัญชีแทบทุกเล่มรวมๆ แล้วน่าจะเกือบร้อยแห่ง
"มีข้อผิดพลาดมากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ"
นางขมวดคิ้วในฐานะผู้ดูแลบัญชีของจวนมานานหลายปีนางย่อมรู้ดีว่าบัญชีเหล่านี้ล้วนผ่านมือพ่อบ้านมาก่อนจะส่งถึงนางขนาดนางเองยังหาข้อผิดพลาดเจอเพียงไม่กี่แห่งที่จงใจปล่อยไว้แต่อันซิ่วเอ๋อร์กลับหาเจอมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ
"เจ้าไม่ได้ทำเครื่องหมายส่งเดชหรอกนะ"
อูซื่อกล่าวพลางหยิบบัญชีเล่มบนสุดขึ้นมาพลิกเปิดไปยังจุดแรกที่อันซิ่วเอ๋อร์ทำเครื่องหมายไว้เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่เห็นว่ามีอะไรผิดพลาด คิ้วของนางก็ขมวดมุ่น"เจ้าเข้ามา นี่มีข้อผิดพลาดอะไร"
อันซิ่วเอ๋อร์ใจเต้นระทึกเล็กน้อย ค่อยๆเดินเข้าไป ทำความเคารพแล้วมองดูบัญชี ก่อนจะฉายแววเข้าใจ"ท่านแม่เจ้าคะ ตรงนี้ราคาไข่ไก่ไม่ถูกต้องเจ้าค่ะตอนข้าอยู่บ้านนอก ไข่ไก่ราคาแค่ฟองละอีแปะเท่านั้น"
"บ้านนอกก็ส่วนบ้านนอกจะเอามาเทียบกับในเมืองได้อย่างไร" สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลังอูซื่อกล่าวแทรกขึ้นทันที
"พี่สาวโปรดใจเย็นก่อนข้ายังพูดไม่จบเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวอย่างใจเย็นก่อนจะค่อยๆ อธิบาย "เพราะเหตุนี้เอง ข้าจึงเอะใจเมื่อหลายวันก่อนข้าเลยลองไปสืบราคาตามตลาดดูราคาไข่ไก่ในตัวเมืองก็ฟองละอีแปะเช่นกันเจ้าค่ะเถ้าแก่ร้านไข่ไก่ยังบอกว่าถ้าซื้อเยอะ จะได้ราคาถูกกว่านี้อีกบัญชีนี้บันทึกว่าเป็นของเดือนก่อน ซึ่งพ่อค้าไข่ไก่ที่ส่งของให้ตระกูลจางเราตอนนั้นก็คือเถ้าแก่คนที่ข้าไปพบเขาก็มีบัญชีของเขาอยู่เหมือนกัน ในนั้นบันทึกไว้ว่าสิบฟองแปดอีแปะเจ้าค่ะ"
อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ"ท่านพี่เคยบอกว่าบัญชีนี้เป็นบททดสอบที่ท่านแม่มอบให้ข้าข้าเดาว่าตรงจุดนี้คงเป็นสิ่งที่ท่านแม่จงใจทิ้งไว้ให้ข้าหาเจอสินะเจ้าคะ"
บนใบหน้าของอูซื่อปรากฏริ้วรอยขุ่นเคืองวาบผ่านแน่นอนว่านี่ไม่ใช่บททดสอบที่นางวางไว้ นางเป็นถึงคุณหนูสูงศักดิ์ไม่เคยต้องทำงานลำบาก จะไปรู้ราคาไข่ไก่ได้อย่างไร ในสายตาของนางส่วนต่างเพียงเล็กน้อยแค่อีแปะสองอีแปะ นางจึงไม่เคยใส่ใจ
เรื่องการยักยอกในฝ่ายจัดซื้อนางพอรู้มาบ้างแต่การที่เรื่องนี้ถูกเปิดโปงต่อหน้าอันซิ่วเอ๋อร์ ก็เหมือนถูกตบหน้าทำให้นางรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย
"แค่เรื่องไข่ไก่ไม่กี่ฟองก็เอามาเป็นเรื่องเป็นราวสมกับเป็นคนบ้านนอกจริงๆ" สาวใช้คนสนิทด้านหลังอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นอีกครั้ง
"เรื่องจะเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเท่าถูกหรือผิด" อันซิ่วเอ๋อร์ถูกสาวใช้ผู้นี้พูดจากระทบกระเทียบหลายครั้งในใจเริ่มมีโทสะ 'ถึงข้าจะมาจากบ้านนอกแต่ก็อยู่ในฐานะฮูหยินคนหนึ่ง ส่วนเจ้าเป็นแค่สาวใช้ กลับพูดจาไร้มารยาทเช่นนี้เห็นทีจะเป็นการอบรมสั่งสอนของฮูหยินกระมัง'
นางคิดในใจ ก่อนจะกล่าวออกไปว่า"ได้ยินมาว่าคนข้างกายท่านแม่ล้วนงดงามโดดเด่นวันนี้ได้เห็นกับตาจึงรู้ว่าจริง...ช่าง 'รู้มารยาท' เสียจริงนะเจ้าคะ"
มีหรือที่อูซื่อจะฟังไม่ออกว่าอันซิ่วเอ๋อร์กำลังกระทบว่าคนของนางไร้มารยาทนางจึงตวาดสาวใช้ด้านหลังทันที "กำแพงหมื่นลี้ยังพังได้เพราะรังปลวกชุนหง ไม่รู้ก็หุบปากเสีย!"
"เจ้าค่ะ" เมื่อถูกฮูหยินตวาดเช่นนั้น สาวใช้ชุนหงก็หน้าซีด ไม่กล้าสอดปากอีกได้แต่ก้มหน้าเงียบ
อูซื่อพลิกดูบัญชีต่อไปแม้ข้อผิดพลาดที่อันซิ่วเอ๋อร์พบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ผิดก็คือผิดพอตรวจดูเล่มแรกจนจบ ความโกรธของนางก็พุ่งสูงขึ้นสั่งคนไปตามตัวพ่อบ้านเหอมาพบทันที
พ่อบ้านเหอยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจึงรีบรุดมา พอมาถึงหน้าประตู ก็ถูกบางอย่างปาใส่ศีรษะพอมองดูก็เห็นว่าเป็นสมุดบัญชีเล่มหนึ่ง เขารีบคุกเข่าลงด้วยความตกใจพอหยิบบัญชีขึ้นมายังไม่ทันได้เปิดดู เสียงเกรี้ยวกราดของอูซื่อก็ดังมาจากเบื้องบน"พ่อบ้านเหอ! ข้าอุตส่าห์ไว้วางใจเจ้าถึงเพียงนี้ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นหนอนบ่อนไส้ของตระกูลจาง!"
"ฮูหยินกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรขอรับบ่าวรับใช้ตระกูลจางด้วยความภักดีมาตลอด ไม่เคยคิดคดโกงแม้แต่น้อยต้องมีการเข้าใจผิดเป็นแน่ขอรับ!"
พ่อบ้านเหอรูปร่างอ้วนท้วม ใบหน้าเหลี่ยมทำให้ดูเป็นคนซื่อๆ แต่เห็นได้ชัดว่าทำผิดแล้วยังปากแข็งทำให้อันซิ่วเอ๋อร์ได้เรียนรู้อีกอย่างว่า รู้หน้าไม่รู้ใจคนที่ดูซื่อใช่ว่าจะซื่อจริงเสมอไป
"ดี! ภักดี! ไม่เคยคดโกง!"อูซื่อหัวเราะเยาะเสียงเย็น
"ข้าว่าเจ้าคงเป็นพวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!เจ้าคิดว่าข้าอยู่แต่ในเรือนหลังแล้วจะไม่รู้เรื่องราคาสินค้าข้างนอกเลยรึ!บอกให้รู้ไว้ ข้าให้คนไปสืบราคามาหมดแล้ว! เดิมทีข้าคิดจะให้โอกาสเจ้ากลับตัวแต่ไม่นึกว่าเจ้าจะทำผิดซ้ำซาก มาถึงขั้นนี้ยังไม่ยอมรับผิดอีกคิดว่าข้าแก่จนเลอะเลือน ไม่รู้อะไรแล้วจริงๆ รึ!"
"คนอย่างเจ้าตระกูลจางของข้ารับไว้ไม่ได้อีกแล้ว! คงต้องเรียกแม่สื่อมาขายเจ้าทิ้งไปดูสิว่าจะขายได้ราคาดีหรือไม่! แต่ถึงขายไม่ได้ ตระกูลจางเราก็ยังมีที่นามีเหมืองหินเหมืองแร่อีกหลายแห่ง ส่งเจ้าไปใช้แรงงานชดใช้ที่นั่นก็ไม่เลว!"
น้ำเสียงของอูซื่อเย็นเยียบลงสาวใช้รีบประคองถ้วยชามาส่งให้ นางรับมาเปิดฝา ใช้ฝาถ้วยเคาะขอบถ้วยเบาๆเสียงกังวานเล็กๆ นั้นกลับทำให้บรรยากาศยิ่งน่าสะพรึงกลัว พ่อบ้านเหอหมอบกับพื้นโขกศีรษะไม่หยุด "ฮูหยิน บ่าวผิดไปแล้วเป็นบ่าวที่หน้ามืดตามัวไปเอง ได้โปรดเมตตาบ่าวสักครั้งเถอะขอรับบ่าวสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว!"
"ข้าไม่ต้องการคำสัญญาของเจ้าที่ข้าเรียกเจ้ามาก็ถือว่าให้โอกาสเจ้าแล้ว ใครจะคิดว่าเจ้ายังกล้าหลอกข้าอีก!มีสองทางให้เลือก เจ้าเลือกมาสักทาง" อูซื่อกล่าวเสียงเรียบเฉย
"ฮูหยินได้โปรดเมตตาบ่าวสักครั้งเถอะขอรับ!" พ่อบ้านเหอยังคงโขกศีรษะแต่สุดท้ายกลับหันไปมองอันซิ่วเอ๋อร์ทั้งน้ำตานองหน้า "ฮูหยินใหญ่ได้โปรดเมตตา ช่วยบ่าวด้วยเถิดขอรับ!"
อันซิ่วเอ๋อร์ฐานะยังไม่มั่นคงแม้จะมีตำแหน่งเป็นฮูหยินใหญ่ แต่ในจวนตระกูลจางแห่งนี้ นอกจากสาวใช้ข้างกายแล้วก็ไม่มีใครฟังนาง ยิ่งอูซื่อคิดกำจัดนางอยู่แล้ว มีหรือจะฟังคำขอของนาง
พ่อบ้านเหอผู้นี้ ช่างสิ้นคิดเสียจริง
เพียงแต่เห็นชายวัยกลางคนอายุสี่ห้าสิบปีคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าเวทนาอันซิ่วเอ๋อร์ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้
"ท่านแม่..." นางก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่ออูซื่อก็ตัดบททันที "เจ้าอย่าลืมสิว่านี่เป็นข้อผิดพลาดที่เจ้าหาเจอเองเมื่อเจอแล้วก็ต้องจัดการ!"
"มา! ลากตัวพ่อบ้านเหอออกไป!"อูซื่อโบกมือ ตัดสินชะตาของพ่อบ้านเหอในทันที
อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกใจหายวาบอดคิดไม่ได้ว่าวิธีการเชือดไก่ให้ลิงดูของอูซื่อช่างเหี้ยมเกรียมนักเห็นได้ชัดว่าต่อไปนี้ฝ่ายจัดซื้อคงไม่มีใครกล้ายักยอกง่ายๆ อีกเพียงแต่สายตาอาฆาตแค้นที่พ่อบ้านเหอจ้องมองนางขณะถูกลากออกไปทำให้อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากนั้นทุกครั้งที่อันซิ่วเอ๋อร์ชี้แจงจุดที่ผิดพลาดอูซื่อก็จะเรียกผู้รับผิดชอบมาจัดการทันทีหากผิดเล็กน้อยก็แค่ตำหนิแล้วย้ายไปทำงานที่ที่ดินของตระกูลหากผิดร้ายแรงก็จะถูกขายทิ้งหรือส่งไปใช้แรงงานหนักที่เหมืองทำให้สายตาของบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านที่ยังอยู่ในห้องโถงมองมายังอันซิ่วเอ๋อร์เปลี่ยนไปดูเหมือนจะโทษว่านางคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
"ตรงนี้มีปัญหาอะไรอีก" ในที่สุดก็มาถึงบัญชีเล่มสุดท้าย อูซื่อดึงเส้นไหมเส้นสุดท้ายออกพลางถามอันซิ่วเอ๋อร์
"ดูเหมือน...ยอดรวมจะไม่ถูกต้องเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวเสียงแผ่ว
หลังจากผ่านการสะสางของอูซื่อมาหลายรายอันซิ่วเอ๋อร์ก็ตระหนักว่าตนเองได้สร้างศัตรูโดยไม่ได้ตั้งใจไปมากมายเสียแล้วสายตาเกลียดชังของทุกคนทำให้นางรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองหนามเมื่อต้องชี้แจงข้อผิดพลาดจุดสุดท้ายให้อูซื่อฟังน้ำเสียงของนางจึงแฝงความหดหู่ไว้อย่างเห็นได้ชัด