วันนี้กลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้รินต้องประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆอีธานกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เขาวางกระเป๋าแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอทันทีพร้อมกับเอ่ยขึ้น
“วันนี้ไปปาร์ตี้กัน”น้ำเสียงของเขาดูมีชีวิตชีวามากกว่าปกติเล็กน้อย สีหน้าของชายหนุ่มดูผ่อนคลายแต่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นกลับจับจ้องมองหน้าเธอเขม็ง
“ยังไงนะคะ?”รินถึงกับถามซ้ำ บางทีเธออาจจะฟังผิดไป
“ผมมีนัดปาร์ตี้กับเพื่อนในเมืองไม่ทราบว่า คุณสะดวกไปด้วยกันไหมครับ?” เขาอธิบายด้วยความสุภาพรินแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขากำลัง้าอะไรกันแน่
“สะดวกค่ะนัดกันกี่โมงคะ?” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก แม้จะรู้สึกหวาดระแวงอยู่บ้างแต่ยังน้อยกว่าความอยากรู้อยากเห็นอยู่มาก ไม่ไปพิสูจน์ก็ไม่อาจรู้ได้เพราะเธอไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้ามองโลกในแง่ดี บางทีอาจจะไม่มีอะไรแอบแฝงก็ได้ชายหนุ่มคงอยากชวนไปเฉยๆ
เมื่อถึง่เวลาที่เขาได้นัดหมายกับเพื่อนไว้ทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงผับใจกลางเมืองแห่งหนึ่งเป็ผับที่ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กมากเกินไป ทั้งแสงสีและเสียงเพลงสุดแสนเร้าใจต่างดึงดูดลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสายผู้คนตอนนี้ยังไม่หนาแน่นมาก อาจเป็เพราะยังไม่ถึง่ดึกซึ่งเป็เวลาตื่นของเหล่าผีเสื้อราตรีแต่ถึงกระนั้นเหล่าบรรดาเพื่อนๆ ของอีธานก็ได้มานั่งสังสรรค์อยู่ที่โต๊ะยาวมุมหนึ่งของร้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
อีธานนำเธอเดินเข้าไปทักทายเหล่าเพื่อนๆแม้จะรู้สึกประหม่าแต่รินก็ได้ทักทายพวกเขาไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดูเป็มิตรพวกเขาทักทายและแนะนำตัวกับเธอตามมารยาท แต่ทุกสายตาที่มองมายังรินนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกแง่ลบบางอย่างมายังเธอแถมยังพากันเหยียดยิ้มมุมปาก บางคนกระซิบกระซาบกันพร้อมกับส่งสายตาล้อเลียนมายังเธอสีหน้าและท่าทางที่ชัดเจนของพวกเขา ไม่มีทางที่รินจะไม่รับรู้ แต่หญิงสาวเลือกที่จะฝืนยิ้มมอบความเป็มิตรให้กับพวกเขาแม้ภายในใจของเธอจะโทษตัวเองซ้ำๆ ว่า เธอไม่ควรอยู่ที่นี่ั้แ่แรก
รินได้แต่นั่งห่อไหล่อยู่ตรงมุมโต๊ะฟังเหล่าเพื่อนๆของอีธานพูดคุยกันอย่างออกอรรถรส มีบาง่ที่พวกเขาหันมาชวนเธอคุยเล็กน้อย อย่างเช่นถามว่าเธอมาจากที่ไหน? ทำงานอะไรมาก่อน? แล้วก็ไม่ได้สนใจเธออีกเลย ส่วนอีธานนั้นไม่ต้องพูดถึงั้แ่มาถึงที่นี่ เขาไม่ได้สนใจหรือคุยกับเธอด้วยซ้ำไป ทำให้ความรู้สึกอ้างว้างของหญิงสาวยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆแต่คงทำได้เพียงบอกให้ตนเองอดทนเอาไว้ เดี๋ยวจะได้กลับบ้านแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อเข้าสู่่กลางดึกทุกคนในบาร์เริ่มสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม บางคนออกมาเต้นโชว์ลวดลายด้วยฤทธิ์ของเครื่องดื่มตอนนี้ที่โต๊ะยาวแห่งนั้น เหลือเพียงหญิงสาวชาวไทยที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม รินกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยสีหน้าอันว่างเปล่า เธอเองก็อยากทำตัวให้สนุกอยู่หรอกนะ แต่อารมณ์มันไม่นำพาจริงๆ
“มากับผมหน่อยสิ” อีธานเดินมาหาพร้อมกับยื่นมือออกมาตรงหน้าเธอรินเงยหน้ามองเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับมือหนาแล้วลุกขึ้นเดินไปกับเขาหญิงสาวขมวดคิ้วสงสัยพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย ไม่มีกลิ่นเหล้าเลยเขาก็ไม่ได้เมาหนิ นั่นทำให้รินสับสนไปกันใหญ่ แล้วท่าทีของอีธานกลับเริ่มแปลกขึ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเขาเลื่อนแขนขึ้นมาโอบไหล่ของเธอแน่นพร้อมกับบังคับพาเธอเดินไปหาหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะพึ่งมาถึง หญิงสาวสวยคนนั้นกำลังเดินคล้องแขนผู้ชายอีกคนที่คาดว่าจะเป็แฟนกันมือหนาของอีธานโอบไหล่รินแน่นยิ่งกว่าเดิมจนเธอรู้สึกเจ็บ เขาพาเธอเดินเข้าไปทักทายคนมาใหม่ทั้งสองด้วยสีหน้าที่ดูบึ้งตึง
“สวัสดีลอร่า เป็ยังไงบ้าง?” อีธานกัดฟันถามหญิงสาวสวยตรงหน้าที่ตอนนี้เธอดูมีสีหน้าใเล็กน้อยพร้อมกับมองมายังรินไม่วางตา
“หวัดดีจ้าอีธาน ไม่ได้เจอกันนานเลย ฉันสบายดี แล้วเธอคือ...”ลอร่ามองมายังรินพร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆ เพื่อรอคำตอบทว่ายังไม่ทันที่รินจะได้เปล่งเสียงพูดใดๆ ชายหนุ่มที่โอบไหล่เธอไว้อยู่นั้นชิงตอบขึ้นมาเสียก่อน
“นี่คือริน! แฟนใหม่ของผมน่ะ” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกยิ้มมุมปากสะใจคำตอบของชายหนุ่มทำให้รินหันไปมองเขาด้วยสีหน้าตะลึงงัน พูดอะไรไม่ออก
“รินเป็ผู้หญิงที่น่ารัก อ่อนโยน ทำงานบ้านเป็ทุกอย่างแถมยังรักเดียวใจเดียว...ไม่เคยนอกใจ” อีธานเน้นเสียงหนักแน่นในประโยคสุดท้ายดวงตาของเขาถมึงทึงขึ้นเล็กน้อย
“อ๋อ! ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีด้วยแล้วกันนะอีธาน พวกเราขอตัวไปเจอคนอื่นๆก่อนละ ขอให้โชคดีนะ” ลอร่ายิ้มเจื่อนเล็กน้อย ก่อนจะควงแขนลากแฟนหนุ่มของตัวเองที่ตอนนี้สีหน้าของเขาดูบึ้งตึงขึ้นมาชัดเจน
รินตัวแข็งทื่อไปกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่หญิงสาวพยายามดึงสติตนเองกลับมาอีกครั้ง แล้วได้ประติดประต่อเื่ราวทั้งหมดหัวใจของเธอรู้สึกปวดร้าวขึ้นมาทันใด ดวงตาหญิงสาวเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาจนเธอต้องกระพริบตาถี่ๆ ห้ามน้ำตาเอาไว้
“ฉันอยากกลับบ้านแล้วค่ะ” รินบอกชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆโดยไม่ได้หันไปมองเขา ทางด้านชายหนุ่มเองนั้นไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ แต่เขาโอบไหล่พาเธอเดินออกมาจากผับแห่งนั้นเงียบๆก่อนที่เขาจะปล่อยมือออกจากตัวเธอพร้อมกับขยับตัวออกห่างหญิงสาวไป
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินตรงไปยังลานจอดรถซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ความเงียบสงัดและความอึดอัดได้ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองเป็หญิงสาวเองที่ทนไม่ไหวกับบรรยากาศเช่นนี้
“ลอร่าเป็แฟนเก่าของคุณเหรอ?” รินเอ่ยถามเสียงแ่เธอพยายามคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น
“ใช่” อีธานตอบกลับมาสั้นๆ โดยไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้หัวใจของเธอเจ็บจุกยิ่งกว่าเดิมรินสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะถามต่อ
“ที่คุณชวนฉันมาวันนี้ก็เพราะลอร่าใช่ไหม?”
“ใช่” น้ำเสียงของชายหนุ่มยังคงหนักแน่นไร้หัวใจเช่นเดิม
“ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้! ฉันก็เป็คนมีความรู้สึกเหมือนกัน!” รินตัดพ้อเสียงสั่น เธอไม่อาจห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลได้อีกต่อไป
“แล้วที่คุณทำอยู่มันต่างกันตรงไหนล่ะ!” อีธานตอกกลับเสียงเย็น
“...” รินได้แต่ตกตะลึง ไม่อยากเข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงเื่อะไร
“การที่คุณใช้ผมเป็สะพานเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตสุขสบายมันต่างกันตรงไหน?! บอกผมมาสิ!” เขาเค้นถามเสียงแข็ง สองมือหนากำหมัดแน่น จังหวะการหายใจของชายหนุ่มถี่รัวจนเขาต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกเพื่อควบคุมอารมณ์เอาไว้
“ฉะ...ฉันเปล่า” รินตอบกลับเสียงแ่เบาเธอเสมองไปทางอื่นไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาความรู้สึกเสียใจเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความหวาดหวั่น
"ทำไมผมจะไม่รู้ เพื่อนผมก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาถูกผู้หญิงไทยเร่งรัดให้แต่งงานด้วย เพื่อที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ใช้ชีวิตสุขสบาย แถมยังผลาญเงินเพื่อนของผมไปไม่น้อย!" อีธานเล่าด้วยน้ำเสียงที่ดูใจเย็นลงแต่รังสีแห่งความเย็นะเืยังคงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาไม่แ่
รินที่ได้ยินดังนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออกหญิงสาวนิ่งเงียบไปพักใหญ่ น้ำตายังคงไหลออกมาเป็สาย หลังจากได้คิดทบทวนไปถึงเื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมดเื่นี้...มาถึงจุดจบแล้วสินะ ได้เวลายอมรับความพ่ายแพ้นี้แล้ว
“ใช่ ฉันเองก็เป็แบบนั้น ฉัน...ขอโทษ” รินตอบเขาเสียงเรียบเธอหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ฉันจะไม่มารบกวนชีวิตคุณอีกแล้ว”ท่าทีของรินสงบเยือกเย็นลงชัดเจน แสงแห่งความหวังได้ดับมอดลงไปจากหัวใจของหญิงสาวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เป็ไงบ้างคะนักอ่าน จุกไม่ไหวเลยบทนี้ รินของเราไม่เหลืออะไรแล้วรินจะทำอย่างไรต่อรอติดตามกันที่ตอนต่อไปวันพุธนี้นะคะ (หรือจะไปตำอีบุ๊คก็ได้ 65บาทที่ meb แต่่นี้ flashsale 29 บาทของธัญฯอีบุ๊คจ้า)
ปล. กระซิบก่อนไป ‘นี่เราเดินมาเกินครึ่งทางกันแล้วนะ’ T๐T