รถไฟหยุดนิ่ง เมื่อแล่นผ่านสะพานทงโฮไปได้ครึ่งทาง
“พระเ้า...”
คนที่รอดชีวิตหลายคนลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างทุลักทุเลพวกเขามองดูทัศนียภาพด้านนอก กรุงโซลกลายเป็ซากปรักหักพัง และอาคารต่าง ๆล้มครืนพังลงมา
ยังมีพวกสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่ชวนให้นึกถึงงูั์กำลังเขมือบซากเครื่องบินรบที่พุ่งลงจอดฉุกเฉินกลางแม่น้ำลงท้อง
“นะ...นั่นมันอะไรกัน...!”
ผมมองตัวตนของสัตว์ประหลาดพวกนั้นออกได้ในพริบตา
อิกทิโอซอรัสสัตว์ประหลาดที่ได้รับขนานนามว่าเป็อสรพิษแห่งท้องทะเลวันข้างหน้ามันจะถูกจัดประเภทเป็สัตว์ประหลาดระดับ7ในโลก ‘สามวิธีรอด’
หนึ่งในอิกทิโอซอรัสหันมามองทางด้านนี้
“อ๊ากกกก! มันมาทางนี้แล้ว!”
ผู้คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวแต่ผมแค่ยืนนิ่งแม้ว่าสายตาจะมองไปยังอิกทิโอซอรัสที่พุ่งเข้ามาใกล้เพราะผมรู้ว่าเ้าพวกนั้นไม่มีทางทำอันตรายอะไรพวกเราได้
โฮกกกกกก
อิกทิโอซอรัสร้องคำรามมันม้วนตัวลงสู่ด้านใต้สะพานทงโฮ ก่อนจะกลืนหายไปกับเกลียวคลื่น
ในโลกสามวิธีรอด ‘ซีนาริโอ’ เป็สิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดดังนั้นตราบใดที่พวกเราได้รับการปกป้องจากซีนาริโอย่อมไม่มีทางปะทะกับสัตว์ประหลาดพวกนั้น อย่างน้อยก็ในตอนนี้
[การคำนวณรางวัลล่าช้าจากการตรวจสอบซีนาริโอที่ไม่คาดคิด กรุณารอสักครู่]
กระทั่งไทม์มิ่งที่ควรจะเริ่มต้นคำนวณเงินรางวัลได้แล้วก็ยังมีเพียงแค่ข้อความแสดงข้อผิดพลาดเด้งขึ้นกลางอากาศเท่านั้น
บางทีนี่น่าจะเกิดขึ้นเพราะผม
ผมก้มลงมองศพของคิมนัมอุนที่เหลือแต่ตัวหากเื่ราวดำเนินไปตามต้นฉบับ ‘สามวิธีรอด’คิมนัมอุนจะลงมือฆ่าทุกคนในตู้โดยสารนี้แล้วมุ่งเข้าสู่ซีนาริโอถัดไป
แต่ผมขัดขวางเอาไว้ก่อนถ้าความคิดของผมถูกต้องละก็ตอนนี้พวกที่โมโหกับการตายของคิมนัมอุนคงใกล้จะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
[เนื่องจากการเสียชีวิตของตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ กลุ่มดาวสองกลุ่มแสดงความเป็ปรปักษ์ต่อคุณเล็กน้อย]
กลุ่มดาว
ตัวตนอันแสนลึกลับของโลก ‘สามวิธีรอด’ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้ที่อยู่เื้ัโศกนาฏกรรมทั้งหลายซึ่งกำลังนั่งรับชมเื่ราวทั้งหมดจากบนจุดสูงสุดของเนบิวลาอันไกลโพ้น
พอได้เห็นความชื่นชอบและความชิงชังของกลุ่มดาวที่แสดงออกมาแล้วผมก็รู้สึกได้เลยว่าั้แ่นี้เป็ต้นไปทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นอย่างเต็มรูปแบบ
น่าขันชะมัดจนถึงเมื่อวานบทบาทของผมกับเ้าพวกนั้นยังสลับกันอยู่เลยมาวันนี้กลับกลายเป็พวกนั้นที่เฝ้ามองผมแทนเสียแล้ว
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งแสดงความชื่นชมต่อซีนาริโอของคุณ]
[กลุ่มดาวมอบเงินสนับสนุนให้คุณจำนวน 500 เหรียญ]
มีคนเกลียดก็ต้องมีคนชอบเป็เื่ธรรมดา
ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็เป็เื่น่าอึดอัดใจเหมือนๆ กัน แต่ตอนนี้ผมไม่มีวิธีจัดการกับมันเพราะคนที่เป็ผู้สร้างความบันเทิงให้พวกนั้นกลายเป็ตัวผมไปเสียแล้ว
ผมก้มลงหยิบมีดแมกไกเวอร์ของคิมนัมอุนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาพลางครุ่นคิด
ถ้าแค่เฝ้ามองละก็เชิญมองไปเถอะ เพราะสุดท้ายพวกนั้นจะต้องจ่ายค่าเข้าชมด้วยชีวิตของตัวเอง
“...คุณดกจา? เป็อะไรหรือเปล่าคะ”
พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับใบหน้าของยูซังอาเธอไหล่ลู่ตกด้วยความเหนื่อยล้า หยดเืเลอะเปรอะอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาวถุงน่องฉีกขาด ตอนนี้ยูซังอาที่ผมรู้จักไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้วผมจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืนพลางเอ่ย
“ขอโทษนะครับ ผมช่วยผู้สูงอายุคนนี้ไว้ไม่ได้”
ผมก้มลงมองศพของผู้สูงอายุที่ศีรษะหายไปแล้วคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อต่อไปในอนาคตก็จะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องตายจากไปด้วยวิธีการเช่นนี้
ยูซังอามองผมด้วยสายตาซับซ้อน
“คุณดกจาทำไมถึง...”
“ครับ?”
“ปะ...เปล่าค่ะ คือว่า...ขอบคุณนะคะ”
“เื่อะไรครับ”
“เมื่อครู่นี้...”
ผมนึกย้อนไปถึงภาพฉากหนึ่งก่อนหน้านี้ภาพของยูซังอาที่ยืนอยู่ในทิศทางที่ผมโยนกล่องจับแมลงนั่นออกไปพอดีพอจะเข้าใจแล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ก็แค่เื่บังเอิญน่ะครับ มันจะไม่มีครั้งที่สองหรอก”
“อา...”
ยูซังอาพยักหน้าเงียบๆ ไม่พูดอะไรอีก ผมไม่อาจล่วงรู้ความคิดในใจของเธอได้ แต่คนฉลาดแบบเธอคงจะเข้าใจความหมายที่ผม้าสื่อดี
ใครบางคนรอดชีวิตใครบางคนตายเพราะการตัดสินใจของผม
ไม่ว่าฝั่งที่รอดชีวิตจะเป็ใครผมก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับคำขอบคุณจากพวกเขา
[ว้าว สุดยอด]
เสียงเปรี๊ยะๆ ดังขึ้นพร้อมกับที่โทแกบีปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
[นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ข้าไปตู้โดยสารอื่นแค่ครู่เดียว...]
สีหน้าของโทแกบีผสมปนเปไปด้วยความดีใจกับความตกตะลึงบางอย่างคล้ายดวงดาวส่องประกายระยิบระยับลอยอยู่เหนือศีรษะขนปุย
ผมนับจำนวนดาวในใจหนึ่ง สอง สาม...ยี่สิบ ยี่สิบเอ็ด ทั้งหมดยี่สิบเอ็ดดวงก็สมควรอยู่ที่เ้านั่นจะดีใจแบบนั้น
[มียี่สิบเอ็ดท่านเชื่อมต่อเข้ารับชมช่องของข้าเชียวหรือเนี่ย...วันนี้ดวงข้าดีหรือไงกันโอ้ ขอบพระคุณที่ให้การสนับสนุนขอรับ ท่านกลุ่มดาวทั้งหลาย ฮ่า ๆพวกเ้า!ดูเหมือนจะทำได้ดีทีเดียวนะ]
จำนวนดวงดาวพวกนั้นหมายถึงจำนวนกลุ่มดาวที่เชื่อมต่อเข้ากับช่อง
ยี่สิบเอ็ดไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะอะไรแต่สำหรับเ้าโทแกบีฝึกหัดนี่แล้วคงเป็ตัวเลขที่ไม่คุ้นตาเท่าไหร่นัก
[จำนวนผู้รอดชีวิตเยอะเหมือนกันนะ เ้าหนุ่มตู้โดยสารข้าง ๆก็บ้าพอตัว...วันนี้ช่างมีเื่น่าสนใจเกิดขึ้นเยอะจริง ๆ]
โทแกบียิ้มหวานเขากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่กลางอากาศและเพียงไม่นานรายชื่อผู้รอดชีวิตก็เด้งขึ้นมา
[ขบวนรถไฟสายพุลกวาง 3434 ตู้โดยสาร 3807 ผู้รอดชีวิต : คิมดกจาอีฮยอนซอง ยูซังอา ฮันมยองโอ อีกิลยองรอดชีวิตทั้งหมด 5 คน]
ห้าคนมีคนรอดชีวิตมากกว่าที่คิด ผมมองสำรวจใบหน้าของเหล่าผู้รอดชีวิตทีละคน
อีฮยอนซองเป็คนที่มีร่างกายแข็งแกร่งมองดูก็รู้ว่าออกกำลังกายประจำดังนั้นจึงเป็ธรรมดาที่เขาจะรอดชีวิตมาได้ยูซังอาเองก็เหมือนกัน ผมเดาได้คร่าว ๆ อยู่แล้ว
และอีกิลยอง...ถ้าผมเดาไม่ผิด ‘อีกิลยอง’ น่าจะเป็ชื่อของเด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ในมือของเด็กชายอาบไปด้วยของเหลวจากตั๊กแตนที่ถูกบีบจนแหลกมันเป็ตั๊กแตนตัวที่ผมยัดใส่มือเขา
เด็กน้อยมองไปยังแม่ของตัวเองที่ศีรษะถูกะเิทิ้งไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แม่ของเด็กคนนี้เป็หนึ่งในคนที่ทอดทิ้งเขาก่อนเข้าไปรุมทำร้ายผู้สูงอายุเด็กคนนี้เฝ้ามองภาพที่เกิดขึ้นั้แ่ต้นจนจบ
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจับไหล่ของเด็กชายมันไม่ใช่ความรู้สึกสงสารแบบโง่ ๆ จะว่าไงดีล่ะการที่ผมทำแบบนี้...
ใช่แล้วก็แค่เสแสร้ง
“เ้าหนู”
ั์ตาของเด็กชายที่เงยหน้าขึ้นช้าๆ เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่เพิ่งเคยได้ประสบเป็ครั้งแรกในชีวิต
มันเป็สัญชาตญาณที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตอนนี้เด็กคนนี้ไม่ได้กำลังโศกเศร้าให้กับความตายของคนเป็แม่แค่กำลังหวาดกลัวว่าตัวเองจะต้องตายเท่านั้นเอง มันเป็เื่ปกติเพราะอย่างไรพวกเราก็เป็แค่มนุษย์คนหนึ่ง
“อยากมีชีวิตรอดมั้ย”
ั์ตาของเด็กชายสั่นระริกด้วยความกังวลร่างกายสั่นเทาคล้ายกับ้าจะประท้วงในอำนาจที่ตัวเขาไม่อาจต่อต้านได้ในที่สุดเด็กชายก็ผงกศีรษะเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ”
อีกิลยองขยับตัวเขาเกาะติดอยู่ที่ขาของผม ยูซังอาเฝ้ามองมาทางนี้ราวกับประทับใจมาก
ดันทำให้เธอเข้าใจผิดเสียแล้วสิความจริงมันเป็การแสดงที่ผมตั้งใจจะทำให้ใครบางคนเห็นจริง ๆ นั่นแหละแต่เป้าหมายของผมไม่ใช่ยูซังอา
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งประทับใจในความดีของคุณ]
[กลุ่มดาวมอบเงินสนับสนุนให้คุณจำนวน 200 เหรียญ]
จะหาว่าผมต่ำช้าก็ได้แต่ผมเองก็อยากจะมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้เหมือนกัน
ถ้าพิจารณาถึงอีเวนต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าตอนนี้สิ่งที่จำเป็ที่สุดคือการดึงดูดความสนใจของพวกกลุ่มดาว
“จะ...จะปล่อยพวกเราไปแล้วใช่มั้ย ผมทำตามเงื่อนไขที่้าแล้วไม่ใช่หรือไงครับ!”
ฮันมยองโอที่ยืนอยู่ห่างออกไปประมาณห้าก้าวะโเสียงดังเสื้อเชิ้ตบนตัวเขาขาดเป็ริ้วหลายแห่ง
หัวหน้าแผนกฮันมยองโอ
ช่างเป็มนุษย์ที่ดวงแข็งจริงๆ แต่ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันฮันมยองโอผู้ร่ำรวยทำไมถึงได้มานั่งรถไฟใต้ดินกลับบ้านกันล่ะ
คนประเภทที่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะเที่ยวโอ้อวดไปทุกแผนกว่าตัวเองถอยรถเบนซ์คันใหม่มาหมาดๆ คนนั้น
[หืม ปล่อยงั้นหรือ นี่เ้าคงไม่ได้มองทิวทัศน์ข้างนอกเลยใช่มั้ยอยากให้ปล่อยออกไปจริง ๆ หรือ]