Errrrr.....
[ทิวไทโทรหา รตอ.ทะนง สุวกานต์]
รตอ.ทะนง_ [กว่าจะโทรมาหากูได้..นึกว่ามึงตายไปแล้ว ไอ้ทิว]
ทิวไท_ [ตายก็ไม่ใช่กูแล้วมั้ย?]
รตอ.ทะนง_ [แล้ววันนั้นมึงขับรถซะเร็ว กูตามแทบไม่ทัน]
ทิวไท_ [กูไม่ได้หนีมึงโว้ย แต่กูหนีตำรวจคนอื่น ไล่ยิงซะขนาดนั้น ไม่เหยียบก็กลับบ้านเก่าแล้วมั้ยอ่ะ]
รตอ.ทะนง_ [เออๆ ว่าแต่ ตอนนี้เสี่ยขจรศักดิ์อยู่ไหนวะ เนี่ย ทางนี้รอมึงแจ้งพิกัดมานี่แหล่ะ]
ทิวไท_ [กูไม่รู้นี่สิ ตอนชุลมุนเสี่ยให้กูเอาลูกสาวหนีมาอีกทาง นี่กูอยู่กับลูกสาวเสี่ยแค่สองคน]
รตอ.ทะนง_ [เออ เสี่ยก็ไว้ใจมึงน่าดูเหมือนกันนะ งั้นมึงก็เอาลูกสาวเข้ามาให้ปากคำก่อนได้มั้ย]
ทิวไท_ [ไม่ได้ ลูกสาวเสี่ยไม่รู้เื่ เสี่ยเลยให้กูพาหนีมาอีกทางนี่ไง แต่มึงอย่าเพิ่งบอกเื่นี้ให้ใครรู้ได้หรือเปล่า เอาจริงกูสงสารคุณข้าวหว่ะ]
รตอ.ทะนง_ [คุณข้าว?]
ทิวไท_ [เออ ชื่อข้าวขวัญ โชคดีที่มึงไม่ให้ข่าวรถคันกูกับคุณข้าว เสี่ยมีลูกแม่งปิดเงียบ กูอยู่มาสองปียังไม่รู้เลยว่าเสี่ยแกมีลูก]
รตอ.ทะนง_ [ปิดก่อนก็ได้ เพราะทางตำรวจก็ยังไม่ได้ตัวใครสักคน ได้ก็แต่ไอ้พงษ์กับลูกกะจ๊อกมาหนึ่งคน พอตำรวจไปที่เซฟเฮาส์ของนายวิรุณ มันก็หนีไปได้]
ทิวไท_ [ไอ้พงษ์บอกใช่มั้ย? ไอ้วิรุณมันคงรอให้ตำรวจมาจับหรอกนะ มันคงรู้ั้แ่มันฉุดคุณข้าวไม่สำเร็จแล้ว]
รตอ.ทะนง_[ฉุด? เื่ไรกันวะ]
ทิวไท_[เื่ยาว ไว้เดี๋ยวกูค่อยเล่า]
รตอ.ทะนง_ [เออได้]
ทิวไท_ [ถ้ากูรู้ว่าเสี่ยขจรอยู่ไหนแล้วกูจะรีบส่งข่าวก็แล้วกัน อ้อ! มีอีกอย่าง ทางมึงก็มีสายไอ้วิรุณอยู่ในนั้นนะ ระวังด้วย]
รตอ.ทะนง_ [กูว่าแล้วว่ามันแม่งๆ แต่เดี๋ยวก่อน ข่าวออกโครมๆ ลูกสาวเสี่ยขจรศักดิ์ไม่รู้เื่เลยหรือไงวะ?]
ทิวไท_ [ก็กูปิดหูปิดตาไว้ แต่ก็ไม่น่าจะได้นานหรอก นี่แหละที่กูกลัวอยู่นี่ไง]
รตอ.ทะนง_ [งั้นมึงก็ต้องรีบๆ เอาพิกัดเสี่ยขจรศักดิ์มาให้ได้ ด่วนๆเลยมึง ผู้ใหญ่เขาเร่งมาแล้วด้วย นี่มันคดีใหญ่เชียวนะมึง]
ทิวไท_ [กูรู้ กูดูข่าวอยู่]
รตอ.ทะนง_ [แล้วนี่มึงอยู่ไหน?]
ทิวไท_ [กูอยู่บ้าน แล้วมึงก็ไม่ต้องเสือกเอาตำรวจมาตามกูนะโว้ย เื่คุณข้าวเดี๋ยวกูจัดการเอง คุณข้าวเขาไม่รู้เื่จริงๆ]
รตอ.ทะนง_ [เออๆ ดูแลตัวเองด้วย แต่รีบๆหน่อยนะมึง]
"ป้าพร หิวแล้ว มีไรกินวันนี้ ไอ้นุ้ยหล่ะป้า?"
ทิวไทะโเข้าไปทักทายคนในครัวก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะอาหาร ที่ข้าวขวัญกำลังรินน้ำใส่แก้วอยู่
"ฉันอยู่นี่ พี่ทิว"
ไข่นุ้ยยกจานใบเหลียงผัดไข่หอมฉุยออกมาจากครัวแล้ววางลงบนโต๊ะ ในขณะที่ข้าวขวัญกำลังรินน้ำแจกทุกคน นางทองกรกับป้าพรกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารด้วยกันสองคน
"วันนี้ครบองค์ประชุม กินข้าวอร่อยแน่ มา ฉันช่วยตักข้าวให้"
ทิวไทฉวยโถข้าวช่วยตักข้าวใส่จานแล้วหันไปพูดกับข้าวขวัญที่ยืนรินน้ำอยู่
"นี่คุณข้าว เดี๋ยวกินข้าวเสร็จไปตลาดกัน ผมจะพาไปซื้อรองเท้า"
ข้าวขวัญเงยหน้าแล้วยิ้มเขินๆให้ทิวไท หญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวปนอบอุ่นทุกครั้งเมื่อชายหนุ่มแสดงถึงความห่วงใยเล็กๆน้อยๆให้เธอได้รู้
"ขอบใจมากนะนายทิว"
"กิน กิน กินกันเยอะๆนะทุกคน ไอ้นุ้ยเอ็งก็กินนะ จะได้ไม่ต้องหยุดโต สูงไว้ก่อนได้เปรียบ"
นางทองกรพูดแล้วเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถ้วยแกงส้มปลาถ้วยใหญ่ในมือ
"จ๊ะป้า"
ไข่นุ้ยรับคำนางทองกร มันอายุสิบสามปีก็จริง แต่เป็เด็กที่ตัวสูงกว่าเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน ไข่นุ้ยได้เชื้อความสูงมาจากพ่อที่เป็ชาวประมงเต็มตัว มันอยู่หัวแถวมาั้แ่อนุบาลแล้ว ถ้ายืนเปรียบกับข้าวขวัญ มันนั้นชนะเธอทั้งความสูงและความหนา
วันนี้พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งป้าพรและไข่นุ้ย เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าป้าพรมีงานทำความสะอาดที่บ้านเช่าต่อเนื่อง ป้าพรก็จะทำกินเองที่บ้าน ซึ่งก็ปลูกอยู่ห่างกันกับบ้านหลังนี้ไม่ถึงร้อยเมตร
"ไอ้นุ้ยมันโตกว่าเพื่อนๆในชั้น แล้วป้าก็โชคดีที่มันหัวดีเรียนเก่งจ๊ะคุณข้าว"
ป้าพรเล่าเื่ลูกชายคนเดียวให้ข้าวขวัญฟังอย่างภูมิใจ
"เก่งจังไข่นุ้ย แล้วโตขึ้นอยากเป็อะไรจ๊ะ?"
ข้าวขวัญชวนไข่นุ้ยคุย
"ฉันอยากเป็เหมือนพี่ทิวจ๊ะ"
ทั้งโต๊ะพร้อมใจกันเงียบ ป้าพรถลึงตาใส่ไข่นุ้ย ข้าวขวัญนึกอยากจะหยิกตัวเอง เพราะทุกคนคงรู้ถึงการตามไล่ล่าของตำรวจ อย่างน้อยเื่มันคงไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เพียงแต่เธอยังไม่รู้เท่านั้นเองว่ามันคืออะไร แล้วเธอก็ยังไม่อยากจะหาคำตอบด้วย แต่เด็กชายไข่นุ้ยนั้นฉลาดสมวัยจริงๆ เพราะรีบพูดขึ้นมาว่า
"ก็สูง หล่อ เข้ม เตะต่อยก็เก่ง สาวๆติดกันเพียบ...พี่ข้าวว่าผมจะหล่อเท่าพี่ทิวมั้ย?"
"พี่ว่าน่าจะหล่อกว่า ไข่นุ้ยตอนนี้น่ารักออก มีแววหล่อแล้วด้วยนะ"
ไข่นุ้ยยิ้มแป้นรับคำชมของข้าวขวัญ เธอไม่ได้พูดเกินจริง เพราะเด็กชายชาวเลคนนี้ดูลักษณะดี ท่าทางฉลาดเฉลียว และที่สำคัญคือพูดจารู้เื่ ขี่มอเตอร์ไซค์ยังคล่องราวกับผู้ใหญ่เลย
"อายุสิบสามขี่มอเตอร์ไซค์ได้นี่พี่ว่าก็เก่งแล้วนะ"
ข้าวขวัญเสริมความเก่งให้เด็กชาย ทิวไทถึงกับหัวเราะก๊ากใส่เธอ
"คุณข้าว เด็กแถวนี้ขี่เป็กันทุกคนแหละ ไอ้นุ้ยมันขี่เป็อยู่คนเดียวทั้งเกาะที่ไหนกัน บางคนขายังไม่ถึงพื้น ยังขี่เก่งกว่าผมอีก"
"ตายจริง ไม่อันตรายหรือคะนั่น"
ทิวไทส่ายศีรษะ
"เด็กๆเขาก็ขี่กันอยู่แค่แถวนี้ ไม่ได้ไปไหนไกลสักหน่อย"
"จริงครับพี่ข้าว ขี่แค่แถว ๆ นี้กัน ผมขี่บนเกาะกับเพื่อน ๆ บ่อย ๆ ครับ"
ไข่นุ้ยพูดแต่สบตากับทิวไทเป็อันรู้กัน ก็ไข่นุ้ยขี่ขึ้นเขาไปที่สวนทุเรียนออกบ่อยไป ธุระพี่ทิวทั้งนั้น
"พาหนูข้าวไปตลาดแล้วก็อย่ากลับค่ำนะทิว" นางทองกรสั่ง
"จ๊ะแม่ เดี๋ยวก็ว่าจะรีบไปละ กลัวค่ำเดี๋ยวร้านปิด"
ตลาดพันธุ์ทิพย์ของพะงัน่หัวค่ำบรรยากาศคึกคัก มีแต่นักท่องเที่ยวเพราะยังเพิ่งผ่านคืนฟูลมูนไปเพียงคืนเดียว ทิวไทบอกข้าวขวัญว่าคนจะคึกคัก่ก่อนและหลังฟูลมูนปาร์ตี้เป็พิเศษ ทิวไทเดินกุมมือข้าวขวัญไว้โดยที่เธอเองก็ไม่อิดออดสักนิด เพราะต่างคนก็ต่างไม่รู้ตัวถึงความคุ้นเคยและความรู้สึกดีๆที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
"ที่นี่มีร้านพิซซ่าด้วยนะ เป็ร้านอาหารอิตาเลี่ยน จริงๆมีร้านอาหารเยอะแยะอยู่ทั่วเกาะ ไว้มีโอกาสผมจะพาคุณข้าวไปกินนะ"
ข้าวขวัญยิ้มรับ ชายหนุ่มเดินพาเธอไปร้านขายของทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยว เป็พวกเสื้อผ้าคล้ายๆกับที่เขาซื้อมาให้เธอ เธอได้รองเท้าแตะแบบสวมมาหนึ่งคู่
"ใส่แตะนี่แหล่ะคุณ สะดวกดี เอาแบบนี้อีกคู่ดีกว่า นี่ คุณลองใส่ดู"
นายทิวเ้ากี้เ้าการให้เธอลองคู่นี้คู่นั้น ในที่สุด ชายหนุ่มก็เลือกซื้อรองเท้าแบบเดินหาดทราย ปีนเขาและลุยน้ำได้ซึ่งรวมอยู่ในคู่เดียวกันให้เธออีกหนึ่งคู่
"ไม่เอาหรอกนายทิว ไม่ได้ใช้เสียหน่อย ลงทะเลฉันก็ไม่ใส่รองเท้านะ"
"เอาน่าคุณ ผมก็มีอยู่คู่นึง เอาไว้ใส่เป็เพื่อนกันไง"
ข้าวขวัญได้รองเท้าสองคู่มาอย่างงงๆ แต่รองเท้าแตะนั้นเธอใส่ทันที เพราะวันนี้เธอยืมรองเท้าแตะของไข่นุ้ยมา ซึ่งมันใหญ่กว่าเท้าเธอไปมาก
ทิวไทจูงมือข้าวขวัญเดินออกมาจากร้าน เขาหิ้วถุงพลาสติกที่มีรองเท้าอยู่ข้างในนั้นไว้อีกมือ
"ฉันยืมเงินนายก่อนนะ ฉันไม่มีเงินเลย"
ข้าวขวัญเสียงอ่อย นี่ถ้าเธอไม่มีเขาเธอจะอยู่ยังไงเนี่ย กินนอนก็บ้านเขาหมด เงินก็ไม่มีสักแดง
"เลี้ยงฉันไปก่อนนะ ฉันกินไม่จุหรอก แล้วสัญญาว่าจะไม่เถียงนายทิวอีก ถ้าได้เจอพ่อแล้วฉันจะคืนเงินให้นายนะ"
ข้าวขวัญโหมดนี้ราวกับเด็กๆไม่มีที่พึ่ง เธอกระชับมือเขาให้แน่นเข้า ชายหนุ่มรู้สึกมีก้อนเล็กๆมาจุกอยู่ที่คอ นึกถึงผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว ที่ต้องมาเจออะไรก็ไม่รู้ เธอเดินได้ยิ้มได้ให้เขาเห็นนี่เขาก็ว่าเธอก็เก่งมากแล้วนะ
"ไม่เป็ไรคุณ ผมซื้อให้น่า เลี้ยงคุณคนเดียว ผมไม่ลำบากอะไรหรอก"
ข้าวขวัญหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโต
"ขอบคุณนะนายทิว ถ้าไม่มีนาย ฉันนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะอยู่ในสภาพไหน"
ใบหน้าสวยหวานนั้นมีน้ำตารื้น ทิวไทใจอ่อนยวบ เฮ้อ! ไอ้ทิว ่นี้เอ็งใจอ่อนบ่อยจริงนะ
"คุณอย่าร้องไห้นะ"
เขาชี้หน้าเธอแล้วทำเสียงดุแบบไม่จริงจัง หวังผ่อนคลายบรรยากาศเครียดๆที่ข้าวขวัญสร้างขึ้นมาเพราะหัวใจหญิงสาวนั้นเปราะบางอยู่แล้วเป็ทุน
"งือออ ก็ฉันซาบซึ้งใจที่นายเอาใจใส่ฉันนี่นา"
ข้าวขวัญพูดซื่อๆแล้วน้ำตาก็ร่วงเผลาะ เขาเลยอดที่จะดึงเธอเข้ามากอดไว้เพื่อปลอบใจไม่ได้ ร่างเล็กซุกอยู่ที่อกของเขานิ่งแล้วสะอื้นเบาๆ เฮ้อ! นี่ลูกเสี่ยหรือลูกเอ็งกันแน่วะ ไอ้ทิว
"ไม่ต้องร้องแล้วคุณ ไป กลับบ้าน ไปดูขนมหวานกัน ผมจะซื้อบัวลอยไข่หวานไปให้แม่กับป้าพร"
ทิวไทขยี้ผมเธอเบาๆ ข้าวขวัญปาดน้ำตาทิ้งแล้วยิ้มหวาน
"ฉันกินด้วยนะ"
ทิวไทพยักหน้าแล้วจับมือเธอเดิน มือเล็กๆนั้นก็กำมือเขาแน่นไม่ปล่อยเช่นกัน