ตอนที่หกสิบสี่การทานอาหารแบบไม่สุภาพ
สภาพการทานอาหารบางครั้งบาบูกับบาบอนก็ยังเลียนิ้วที่ติดกับน้ำผึ้งอยู่ทำให้ผมถอนหายใจ
ความรู้สึกของ”การกินอาหารแบบไม่สุภาพ”อธิบายให้กับคนที่ถือส้อมทางซ้ายมีดทางขวา รู้ว่าควรใช้ช้อนตักซุปเมื่อใดผู้เป็นแบบอย่างของสังคมคงไม่เข้าใจหรือบอกได้แค่ว่า พวกเขาไม่ได้หล่อหลอมมาอย่างเดียวกัน
คนที่เติบโตมาด้วยการที่บอกว่าหลวงตาให้ทานข้าวไวไวและเด็กวัดด้วยกันจะคอยแย่งอาหารหรือตบหัวจะกินด้วยความรวดเร็วหรือไม่สนมารยาท
คนที่สามารถสัมผัสสุนทรียรสในการทานอาหารได้คือคนที่มีเวลามากพอเท่านั้น
พวกเขาเลยชอบงานเลี้ยงเพราะอาจจะเป็นไม่กี่ช่วงในชีวิตที่พวกเขาสามารถมีความสุขกับการทานอาหารได้อย่างมีความสุขไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนแย่งอาหารไปจากจานของเรา
คนที่สามารถแบ่งปันช็อกโกแลตหรืออาหารให้กับคนอื่นได้นั้นเป็นคนที่มีอาหารเพียงพอเท่านั้นจึงสามารถแย่งได้อย่างไม่คิดอะไร
มีคนกล่าวเรื่องราวของการที่บอกว่า
ให้คุกกี้และนมแก่เด็กที่ยากจนเด็กที่ยากจนจะยกมือไหว้ขอบคุณสำนึกบุญคุณไปชั่วชีวิต
แต่ให้กับเด็กที่ฐานะดีเด็กที่ฐานะดีไม่รู้สึกอะไรซึ่งก็เป็นเรื่องจริง
เด็กฐานะดีมองว่าแค่คุกกี้กับนมเช่นนี้ต้องเอาเป็นบุญคุณจนวันตายเลยหรือ?
หากไม่เอามาให้กิน พวกเขาจะไปหาทานเองที่อื่นก็ได้
แต่กับคนที่ไม่มีอะไรกินแล้วนั้น
พวกเขาจะกินอย่างมีความสุขและสำนึกบุญคุณไปจนวันตายเพราะเขาไม่สามารถหาทางอื่นได้อย่างเด็กที่ฐานะดีกว่า
คนรวยกลายเป็นมองคนจนเป็นสุนัขที่ให้ข้าวให้น้ำก็ต้องสำนึกบุญคุณคนรวยเอาไว้ด้วยเหตุนี้เอง
เพราะคนรวยมีอำนาจเหนือกว่าคนจน
แต่คนรวยจะไม่สามารถสั่งคนรวยด้วยกันได้เช่นนั้น
ทำให้พวกเขาปฏิบัติต่อคนรวยด้วยกันแบบเดียวกับมนุษย์เพราะไม่มีสิ่งที่ทำห้สำนึกบุญคุณกันแต่ปฏิบัติต่อคนจนอย่างสุนัขที่ให้ข้าวให้น้ำสำนึกบุญคุณไปจนวันตายเพราะชีวิตของคนจนมีค่ามากแค่นั้นในสายตาคนรวย
ทหารรับจ้างหรือมือปืนนั้นได้รายได้น้อยกว่าที่เราคิด
การที่เราจ้างมือปืนโดยให้เงินสองล้านต่อคนที่ติดต่อกับเรา
ไปถึงมือปืนจริงๆอาจจะเหลือแค่สามหมื่นหรือจะหักหัวคิวมากกว่านั้นไปถึงขี้ยาแถวบ้านแค่สองพัน
ความคาดหวังว่าจะได้ทหารผ่านศึกที่ใช้อาวุธปืนเก่งอาจจะกลายเป็นขี้ยาที่คว้ามีดทำอาหารแถวนั้นไปฆ่าเป้าหมายที่เราต้องการ
ชีวิตของคนเรานั้นราคาถูกมากกว่าที่เราคิดกันอย่างมาก
ยิ่งเราอยู่ใต้ก้นบึ้งของฐานันดรทางสังคมมากเท่าใดชีวิตของเราก็ลำบากมากขึ้นเท่านั้น
ประดุจดั่งหญิงสาวนางหนึ่งในจักรวาลนิยายเรื่องนี้ในอนาคตที่ตอนแรกเป็นภริยาของผู้ชายฐานะร่ำรวย
ตอนหลังกลับเลิกกับสามีและต้องมาอยู่ในบ้านเช่าของชุมชนแออัดจึงโดนข่มขืนโดยพวกขี้ยาในหมู่บ้าน
มารดาตามล่าล้างแค้นให้ลูกสาวตนเองที่กลายเป็นบ้าจนสามารถเขียนซีรี่ย์ได้อีกเรื่องหนึ่ง
แต่ทว่าทุกคนไม่เคยคิดว่า
หากเธอยังเป็นภริยาของผู้ชายที่ร่ำรวยอยู่ลูกสาวที่เรียนโรงเรียนประจำและเรียนเปียโนมีคนขับรถรับส่ง
คงไม่ได้มาอยู่ใกล้ๆกับพวกขี้ยาในชุมชนแออัดเสียตั้งแต่แรก
ชีวิตปลอดภัยน้อยลงเพราะฐานะทางสังคมลดลง
คนเราถึงได้พยายามแทบตายเพื่อให้ได้อยู่ในคอนโดที่อย่างน้อยก็ยังมียามคอยเฝ้าไม่ให้มีพวกขี้ยามาข่มขืนได้อย่างกรณีแม่ลูกนางเอกของอีกเรื่องในจักรวาลนี้
เพราะคนจนนี่ล่ะที่อยู่ในภาวะอันตรายที่สุดพอคนรวยมาเจอเรื่องอย่างนางเอกซีรี่ย์นั้นเลยรู้สึกว่าเป็นโศกนาฏกรรมเพราะรู้สึกว่าไม่ควรเกิดขึ้น
แต่คนจนที่โดนข่มขืนและฆ่าในชุมชนแออัดนั้น
ไม่น่าสนใจพอที่นักเขียนนิยายจะเอามาใช้เป็นตัวดำเนินเรื่อง
ว่าคนรวยอย่างนางเอกมีชีวิตเหมือนในฟองสบู่โลกสวยจนฟองสบู่นั้นแตกลงจากการที่หย่ากับสามีที่ร่ำรวยจนได้รับรู้ว่าโลกภายนอกของสังคมที่ร่ำรวยนั้นมันมีอะไรอยู่บ้าง
“ไม่ต้องรีบร้อนอยู่ด้วยกันยังทานได้กันอีกเยอะ”
ผมกล่าวกับบาบูและบาบอนที่ทำท่าเขินจากการที่ตนเองดูดนิ้วและซ่อนมืออย่างเหนียมอาย
หากนี่คือแนวอิเซไคต่างโลกที่สาวน้อยหูแมวที่เป้ฯทาสนั้นทำท่าเขินก็คงจะน่ารักอยู่แต่นี่คือบาบูกับบานอนอ้วนผอม..ผมบอกได้แค่ว่าคิดถึงอย่างอื่นจะดีกว่าที่จะจินตนาการภาพสองคนนี้ทำท่าเขิน
“ขอบคุณนายจ๋ามากจ๊ะ”
ผมโบกมือ
“ไม่เป็นไรหากต้องการกินอีกบอกชั้นเมื่อไรก็ได้”
ทั้งสองคนก้มลงกราบผมอีกครั้งด้วยความซาบซึ้ง
ผมถอนหายใจ
มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ได้บอกพวกเขา
พวกเขากินอีกครั้งหรือครั้งต่อไปและต่อไปจะไม่มีวันอร่อยเท่าครั้งแรกที่เราได้กินหรอก
พอคนเรามีเงินมากขึ้นสิ่งที่เคยซาบซึ้งเพราเป็นของหายากจะเริ่มไม่ซาบซึ้งอีกแล้วนั่นล่ะ