“ ขอบคุณที่มาช่วยนะ ” เ้าหญิงแคนดี้เอ่ยขอบคุณผู้พิทักษ์ของวองโกเล่พรีโม่ เดม่อน สเปดที่เดินทางมาช่วยในการแข่งครั้งนี้
“ ยินดีครับ ” ชายผู้ใช้วิชาภาพลวงตาเก่งไม่แพ้ใครในโลก ได้รับคำสั่งจากบอสให้เดินทางมาประเทศญี่ปุ่นเพื่อรับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการโดยที่เ้าตัวเองก็เต็มใจอย่างยิ่ง
เขาคือผู้สร้างเข็มกลัดพลางตัวให้จอตโตกลายร่างเป็เด็กนักเรียนได้อย่างไม่มีใครสงสัย สามารถเสกนก เสกบ้าน หรืออะไรก็ตามที่้าได้เหมือนจริงจนน่ากลัว
ขณะนี้พวกเขาอยู่ในโดมขนาดใหญ่ ภายในมืดมิดจนเหมือนถูกโอบล้อมด้วยหลุมดำ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างโดยการใช้เสากางมิติ อุปกรณ์ในการช่วยอำนวยให้อะไรก็ตามที่กำลังจะเกิดขึ้นสมจริงจนเหมือนหลุดไปในอีกมิติจริงๆ เช่นเดียวกับห้องประชุมและสนามต่อสู้ที่เทพแห่งดวงอาทิตย์สร้างขึ้นในห้องสมุดเมื่อครั้งพบปะกับอัลโกบาเลโน่
โรจิโซจิในร่างมนุษย์สาดไฟฉาย เดินนำหน้าผู้เป็เ้านายไปยังอุปกรณ์เชื่อมต่อ ซึ่งสิ่งที่หน้าตาดูคล้ายอุปกรณ์ที่ว่ามากที่สุดคงเป็เสาเหล็กขนาดเท่าปล้องต้นไผ่หนึ่งท่อนที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นในความมืด
เ้าของเส้นผมสีน้ำเงินทาบมือลงบนแท่งเหล็กอย่างรู้หน้าที่ พริบตา ความมืดก็ถูกแทนที่ด้วยท้องฟ้าสดใส พื้นน้ำสีน้ำเงินม้วนเกลียว ทั้งเสียงคลื่น ไอความร้อน กลิ่นเค็มของน้ำทะเล ความหยาบของพื้นทรายที่เหยียบอยู่ ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเ้าหญิงแคนดี้นึกว่าตัวเองอยู่ที่ทะเลจริงๆ
“ อยากได้สถานที่แข่งแบบไหนครับ ? ” เดม่อนถามด้วยรอยยิ้มพรายเมื่อเห็นท่าทีตกตะลึงของอีกฝ่าย กรรมการตัวน้อยลังเลชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงจริงจังเป็งานเป็การกลับไป
“ พื้นดินแดง เขาวงกตทำจากหินสูงสามเมตร กว้างพอให้ทั้งสองไม่เจอกันง่ายๆ ”
คำสั่งเรียบง่ายแฝงด้วยความชอบส่วนตัว ยิ่งทำให้ผู้ใช้ภาพลวงตาสนใจในตัวหญิงสาวเพิ่มมากขึ้น
“ รับทราบครับ ส่วนพวกเราคอยควบคุมจากบนนี้แล้วกัน ” พื้นที่พวกเขาเหยียบสั่นะเืฉับพลันอย่างน่ากลัว จากนั้นพื้นก็ถูกยกสูงจนดูคล้ายเสาั์อีกต้นในระดับความสูงเหมือนมองลงมาจากตึกชั้นสอง
ทุกอย่างที่จำเป็สำหรับการแข่งขันเตรียมพร้อมแล้ว เหลือแค่รอให้ผู้เข้าแข่งทั้งสองมาถึงตามเวลานัด หนึ่งในการแข่งที่ท้าทายที่สุดก็จะเริ่มขึ้น
“ นะ....นี่มัน!! ” ผู้พิทักษ์ของซาวาดะ สึนะโยชิผงะ เมื่อเดินทางมาถึงหน้าทางเข้าโดมพร้อมกับอัลโกบาเลโน่รีบอร์น
“ ชิชิชิชิ เจ๋งกว่าที่คิดแฮะ ” เสียงหัวเราะเป็เอกลักษณ์ดังใกล้เข้ามา ปรากฏร่างของ ‘ เบลเฟกอล ’ ผู้พิทักษ์ทางฝั่งวาเรีย
โอเวอร์โค้ทหนังสีดำไม่ติดกระดุม เผยให้เห็นเสื้อยืดลายทาง ผมบลอนด์ทองยาวปิดตาประดับมงกุฎสีเงินสมฐานะที่เคยเป็เ้าชาย เขาคือนักฆ่าอัจฉริยะวัยเพียงสิบหกปี เ้าของฉายา ‘ เ้าชายนักเชือด ’
‘ โกคุเดระ ฮายาโตะ ’ เด็กนักเรียนมอปลายที่แต่งตั้งตัวเองเป็มือขวาของซาวาดะ สึนะโยชิ แทบจะพุ่งเข้าโจมตีอีกฝ่ายด้วยความใจร้อน เขาจำเหตุการณ์ที่เบลเฟกอลลอบทำร้ายเ้านายของเขาได้ดี ถ้าไม่ติดว่าผู้เป็อาจารย์ขวางไว้ พวกเขาคงสู้กันก่อนจะได้แข่งอย่างถูกต้อง
“ สู้กันตรงนี้ยังไงก็เปล่าประโยชน์ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ ” น้ำเสียงสุขุมเอ่ยนิ่งก่อนจะเดินนำเข้าไป
ภายในปรากฏพื้นดินแดงเรียบเสมอกัน เพียงแค่ก้าวเท้าเดินฝุ่นละอองก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโล่งกว้าง ผู้มาเยือนไม่อาจคาดเดาได้ว่าการแข่งในวันนี้จะออกมาในรูปแบบไหน
เทพแห่งดวงอาทิตย์โรจิโซจิยืนรออยู่หน้าเสาเหล็กสูงซึ่งมีเ้าหญิงแคนดี้กับผู้พิทักษ์ของวองโกเล่พรีโม่คอยสังเกตการณ์อยู่้า ฝาแฝดทั้งสองในร่างมนุษย์ผลัดกันอธิบายกฎกติกาการแข่งขันอย่างที่ผ่านมา
“ การแข่งขันในครั้งนี้เราจะใช้เขาวงกตเป็สถานที่ในการแข่งขัน ”
“ กติกาการชนะมีอยู่ว่า ถ้าสามารถขโมยป้ายที่คล้องคออีกฝ่ายได้ก็ชนะครับ ” พ่อบ้านฝาแฝดนำป้ายที่มีชื่อของผู้เข้าแข่งทั้งสองคล้องคอเ้าของชื่อ แล้วจึงแปลงกลับเป็ร่างสัตว์เทพพารีบอร์นขึ้นไป้า
“ ของง่ายๆ แล้วไหนเขาวง— ” เ้าของเส้นผมสีเทาซึ่งอายุน้อยที่สุดในนี้พูดไม่ทันจบประโยค พื้นดินก็สั่นะเืรุนแรงจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ฝุ่นสีน้ำตาลแดงะเิฟุ้งไปทั่วย้อมเสื้อยืดสีขาวของเด็กหนุ่มกลายเป็สีเดียวกับดิน กำแพงหินสูงใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากพื้นคั่นกลางแบ่งแยกทั้งสองคนละทาง
ทุกคนยกเว้นเดม่อนใกับความสามารถและความสมจริงของภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้น แทบรู้สึกถึงฝุ่นผงที่กระจายมาถึง้าชวนให้จาม แค่เพียงเ้าหญิงแคนดี้เอ่ยปากไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในสิ่งก่อสร้างนี้
ผู้เข้าแข่งทั้งสองเริ่มเดิน โกคุเดระเดินใจเย็นผิดวิสัยคงเพราะระแวงว่าจะมีกลไกอะไรซ่อนไว้อีก เขาเลี้ยวซ้ายทุกครั้งที่เจอทางแยกจนกระทั่งเดินไปเจอทางตัน
“ ของพรรณ์นี้พังทิ้งไปซะก็สิ้นเื่ ” เด็กหนุ่มขว้างะเิทำเองจำนวนหนึ่ง ใส่กำแพงที่ดูผิวเผินไม่ได้แข็งแรงมากนัก ควันผสมกับฝุ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณ แต่เพราะทั้งหมดคือภาพลวงตาจึงไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น
เขาถอดใจกลับหลังเตรียมเดินย้อนกลับทางเดิม ในเสี้ยววินาทีที่กำลังจะก้าวเท้า เหล็กแหลมเหมือนปลายหอกก็ทะลุออกมาจากกำแพง เกือบเสียบทะลุร่างเด็กหนุ่มหากใจร้อนกว่านี้
ร่างกายสมส่วนยืนนิ่ง ขาแข็งแรงสั่นเทาด้วยความกลัวผสมกับความใ เขาคงไม่กล้าทำลายอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว ไม่ขอเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่อาจคาดเดา
“ นี่คือผลของการจะพังกำแพงที่ผมสร้างล่ะ ” เ้าของเส้นผมสีน้ำเงินทรงสับปะรดหัวเราะร่วน เขาเริ่มสนุกถึงแม้ว่าการสร้างทั้งหมดขึ้นมาจะใช้พลังงานมากก็ตาม
เช่นเดียวกับทางฝั่งของผู้พิทักษ์วาเรีย แม้กับดักตามรายทางหรือสิ่งมีชีวิตประหลาดจะโผล่มาให้ใบ้าง แต่เขาก็ผ่านมาได้อย่างสบายๆด้วยศิลปะการใช้มีดสั้นอันสูงส่ง
เห็นผู้เข้าแข่งไม่ทุกข์ร้อน เ้าหญิงแคนดี้จึงตัดสินใจส่งความท้าทายลงสู้ เธอกระซิบแผนการกับเดม่อนซึ่งเขาเองก็ดูจะเห็นด้วย
“ หืม ?? ” เบลเฟกอลหยุดเดิน ร่างสมส่วนเงยหน้ามองเงาดำสูงใหญ่ที่ปรากฏตรงหน้า
“ The Headless Horseman……. ” ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างอย่างโรคจิตหลังจากเอ่ยชื่อศัตรูตรงหน้าออกมา
Headless Horseman หรือปีศาจสับหัว ปีศาจรูปกายสูงใหญ่ไร้ศีรษะ ขี่ม้าสีดำขลับ ถือขวานเล่มใหญ่เป็อาวุธ ตามตำนานพื้นบ้านเล่าว่า เขาคือปีศาจที่ไล่สังหารผู้คนโดยการตัดหัว เป็ตัวแทนแห่งความตายที่เ้าหญิงแคนดี้หยิบยื่นให้นักฆ่าอัจฉริยะ
“ บังเอิญว่าฉันสนใจเื่ปีศาจด้วยสิ ก็เพราะว่าฉันเป็เ้าชายนิ ชิชิชิชิชิ ”
เ้าของเส้นผมสีบลอนด์หยิบมีดจำนวนหนึ่งออกมาจากเสื้อโค้ทและปาไปทางปีศาจอย่างแม่นยำแม้เส้นผมจะดูเกะกะสายตา
อีกฝ่ายควบม้าหลบง่ายดาย ร่างั์ชูขวานขึ้นสุดแขน เนื่องจากผู้ควบคุมคือเดม่อน สเปด เขาจึงอ่านการเคลื่อนไหวของคนเด็กกว่าแล้วบังคับให้สิ่งไร้ชีวิตจามขวานอย่างต่อเนื่องในทิศทางที่กำหนด
เบลเฟกอลหลบทันหวุดหวิด เขาวิ่งเข้าไปแอบซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง รอจังหวะที่จะโจมตีในครั้งต่อไป มีดสั้นที่เขาใช้ได้เปรียบในการโจมตีระยะไกล ประกอบกับเนื้อที่ที่จำกัดทำให้ต้องคำนวณทิศทางและระยะการโจมตีใหม่อีกครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้อาวุธ
“ เ้าชายไม่กระจอกหรอกนะ ” เขาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเปิดช่องโหว่ วิ่งไต่กำแพง ะโพาตัวเองขึ้นไปอยู่บนหลังของม้าตัวใหญ่
“ บายบี ” มีดสั้นเล็กแหลมมากมายเสียบเข้าที่หลังแกร่ง เพียงกระพริบตาร่างของปีศาจร้ายก็หายวับราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
โครงสร้างของเขาวงกตเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้ทั้งสองเจอกันเร็วขึ้น ฝ่ายได้เปรียบตกเป็ของเ้าชายนักเชือดผู้มากประสบการณ์กว่า เขาซุ่มอยู่หลังกำแพงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้ ปามีดออกไปด้วยความแม่นยำ แต่เป้าหมายกลับไม่ใช่การปาให้โดนอีกฝ่าย โกคุเดระเมื่อได้สติว่าถูกโจมตีก็รีบหาที่กำบังโดยอัตโนมัติ
“ ดับไปซะ!! ” เขาขว้างะเิมือจำนวนหนึ่งโต้ตอบ เสียงะเิดังสนั่น ควันมากมายกลบให้ทุกอย่างเลือนราง ยิ่งทำให้ความสามารถการลอบฆ่าของเ้าชายสูงขึ้นไปอีก
ฉึบ!
ผู้พิทักษ์ของวาเรียยังคงบรรเลงปามีดต่อไปไม่ยั้งมือราวกับวาทยกร โกคุเดระหลบในหมอกควันอย่างเชี่ยวชาญสมกับที่ได้รับการฝึกจากอัลโกบาเลโน่รีบอร์น
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
“ !!!! ” การเคลื่อนไหวอันว่องไวของเ้าของเส้นผมสีเทาหยุดชะงักลง เขาไม่ขยับสักก้าวแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าปลายมีดแหลมจ่ออยู่
“ ชิชิชิชิ ” เบลเฟกอลเดินเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว เสียงหัวเราะโรคจิตดังเย้ยเด็กหนุ่มที่ทำได้แค่ยืนนิ่ง
“ รู้ไหมว่านี่คืออะไร ”
“ ............. ” ผู้พิทักษ์ของซาวาดะ สึนะโยชิไม่ตอบ ดวงตาสีเขียวมองคนที่กำลังได้เปรียบอย่างอาฆาต ควันจางลงแล้ว กรรมการที่ชมภาพเหตุการณ์จากบนที่สูงต่างกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
“ อาวุธของฉันน่ะไม่ได้มีแค่มีดแต่ยังมีสิ่งนี้อีกด้วย ”
“ ลวด.....” คนที่ถูกลวดเส้นบางยิ่งกว่าไหมล้อมเหมือนติดในใยแมงมุมรู้สึกตัวเมื่อเหล็กเส้นเรียวบางสะท้อนแสงไฟ นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ขยับตัว ไม่ใช่เพราะถูกรั้งไว้แต่เพราะถ้าขยับ ลวดที่คมเหมือนมีดพวกนี้จะเฉือนเขาเป็ท่อนโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
“ ปิ๊งป่อง เก่งเหมือนกันนิ ” เ้าชายฉีกยิ้มมีความสุขขณะได้กวนประสานศัตรูเล่น เขาปามีดที่ร้อยด้วยลวดออกไปจนสามารถสร้างอาณาเขตอันตรายได้สำเร็จ ที่โกคุเดระสามารถหลบได้อย่างง่ายดายคงเพราะทิศทางของมีดไม่ได้เล็งที่ตัวั้แ่แรก
เ้าชายนักฆ่าถือมีดในมือเดินเข้ามาใกล้เหยื่อหวังจะจบเกมด้วยการเชือดในระยะประชิด
“ มันจบแค่นี้แหละ ” ยังไม่ทันสิ้นเสียงแ่เบาของโกคุเดระเสียงะเิกลับดังแทรกจนคนในระยะใกล้ประสาทหูแทบดับ
ตู้มม!!
ช้าไปแล้วกว่าเบลเฟกอลจะสังเกตเห็นะเิที่อยู่ตรงเท้าตัวเอง แรงปะทุทำให้ลวดขาดกระจุย โกคุเดระใช้โอกาสนี้ะเิซ้ำเข้าไปอีก
“ ร็อกเก็ต บอมบ์!! ” ะเิเปลี่ยนทิศทางได้เหมือนจรวดที่เ้าตัวคิดค้นเองยังคงกระหน่ำโจมตีศัตรูต่อไป แต่เพราะตัวโกคุเดระเองก็อยู่ใกล้ระยะความเสียหาย เขาจึงาเ็ไม่น้อยเช่นกัน
เด็กหนุ่มเดินเข้าหาร่างสมส่วนที่นอนอาบกองเืย้อมเสื้อหนังสีดำให้เข้มขึ้นอีก มือคว้าป้ายออกจากคอ หันหลังกลับเตรียมส่งมอบให้กรรมการ
ฉึบ ฉึบ
“ อ๊ะ!! ”
ร่างของมือขวาซาวาดะ สึนะโยชิล้มลง กลางหลังมีรอยเืไหลยาวออกมาจากมีดสองเล่มที่ปักอยู่ เ้าชายชันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล แผลเหวอะหวะที่ขาทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นได้ จึงทำได้เพียงคลานไปหาคนที่นอนอยู่ แล้วคว้าป้ายอีกฝ่ายชูขึ้นโชว์กรรมการแทน
เ้าหญิงแคนดี้รอจนมั่นใจว่าผู้พิทักษ์ของสึนะโยชิไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ แล้วค่อยประกาศชื่อผู้ชนะอย่างเป็ทางการ
“ ผู้ชนะ เบลเฟกอล ” สิ้นคำตัดสิน เขาวงกตก็หายไป พื้นกลับกลายเป็ซีเมนต์แข็ง เ้าหญิงรีบลงมาใช้พลังรักษาในแหวน รักษาให้ทั้งคู่ที่อาการเข้าขั้นโคม่า
สีหน้าอัลโกบาเลโน่รีบอร์นเคร่งเครียดขึ้นเมื่อผลการแข่งวาเรียกำลังนำอยู่ เหลือการแข่งอีกเพียงสองครั้งเท่านั้น หากครั้งต่อไปวาเรียชนะอีก สึนะโยชิไม่ต้องลงแข่งอำนาจก็จะตกอยู่ในมือของซันซัสทันที ความกดดันจึงตกอยู่ที่ ‘ ซาซางาวะ เรียวเฮ ’ ผู้พิทักษ์คนสุดท้าย