71.....
“เธอก็รู้ไม่ใช่หรือว่าหัวใจของยัยดรีมตอนนี้มีแต่ปอนด์คนเดียวเท่านั้นส่วนเจ้านายของฉันนั้นมีแห้วกระป๋องมอบไว้ให้อยู่แล้ว..ใช่ไหมจ๊ะดรีม”
ลิลลี่ หันไปมองหน้านัฏนรี เพราะเข้าใจว่าไปรยาพูดนั้นหมายถึงนัฏนรีที่ไม่ยอมรับรักปัญจพลสักที
“สงสารคุณพีเจ.จังไม่อยากให้กินแห้วเลย..เธอช่วยดามหัวใจเขาหน่อยได้ไหมล่ะลิลลี่”
นัฏนรี พูดสัพยอกโดยมีไปรยายืนยิ้มอยู่ข้างๆ ทั้งไปรยาและนัฏนรีต่างก็รู้ว่าปัญจพลนั้นมีใจให้กับลิลลี่ มีแต่ลิลลี่ นี่เองที่ยังไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว
“บ้าเหรอ..ฉันไม่ใช่สเป๊คของอีตานั่นหรอกแล้วเขาก็ไม่ใช่สเป๊คฉันด้วยย่ะ”
ลิลลี่พูดด้วยสีหน้าออกไปทางขวยเขิน ถ้าเพื่อนๆ รู้ว่าลิลลี่ ได้สร้อยจี้เพชรรูปหัวใจจากปัญจพลเพื่อนสองคนคงจะแซวเธอแน่นอน แต่ก็แปลกที่อีตาพีเจ.นั่นไม่ยักกะเร่งเร้าให้ลิลลี่ต้องทำหน้าที่เป็นแม่สื่อคอยเชียร์เขากับนัฏนรีช่วงนี้ ลิลลี่ ว่า ปัญจพล ไม่ค่อยพูดถึงนัฏนรี สักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยได้แวะเวียนพาเจ้าสี่ตัวลูก ๆ ของเจ้าดุ๊กดิ๊กมาที่บ้านของนัฏนรีด้วย ลิลลี่ก็ได้แต่สงสัยอยู่เหมือนกันหรือว่าเขาจะยอมแพ้สิปปกรไปแล้ว แต่ถ้าเขายอมแพ้เขาก็น่าที่จะมีสีหน้าอกหักผิดหวังที่เห็นสิปปกรกับนัฏนรีคบหาเป็นคู่รักกันทำไมลิลลี่ยังเห็นเขาหน้าระรื่นอยู่ทุกวันก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจเจ้านายเลยจริง ๆ ลิลลี่คิดในใจ
“เราไปข้างในกันดีกว่านะ” ไปรยาชวน
“เธอสองคนเข้าไปก่อนเถอะ คอยแทคแคร์แฟนๆ ของพวกเธอด้วยแล้วกัน”
นัฏนรีบอกเพื่อนทั้งสอง
“แฟนยัยยาคนเดียวย่ะ..ส่วนฉันยังไม่มีแฟน”
ลิลลี่รีบบอกแต่ใบหน้าแดงก่ำ
“ก็ถือเสียว่าคุณพีเจ.เป็นแฟนเธอก็แล้วกันช่วยเทคแคร์ด้วยล่ะ ฉันจะรอปอนด์ก่อน”
นัฏนรีบอก ลิลลี่ ค้อนเพื่อนด้วยความขวยเขินก่อนจะรีบเดินก้มหน้าไปก่อนไปรยาจึงเดินตามไป แต่ชวินในร่างหมีพู ยังปักหลักยืนคอยสิปปกรเป็นเพื่อนนัฏนรีจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงได้เห็นรถของสิปปกรเข้ามา
“นึกว่าปอนด์ไม่มาเสียแล้ว”
นัฏนรีพูดกับสิปปกร ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขที่ได้เห็นเขามาและด้วยความที่เธอดีใจจึงลืมสังเกตเห็นสีหน้าแววตาที่เศร้าหมองกลัดกลุ้มของเขาไป
“รับปากแล้วต้องมาสิจ๊ะ..ปอนด์แวะซื้อของขวัญให้อาจารย์ด้วย”
สิปปกรบอกพร้อมกับยกกล่องของขวัญโชว์
“มิน่าล่ะ.ถึงได้มาช้าความจริงไม่ต้องเอาของขวัญมาก็ได้ ดรีมก็แค่อยากจะให้เพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันเท่านั้นเอง”
“ดรีมครับ..ช่วงนี้ปอนด์ ปลีกตัวมาหาดรีมไม่ได้บ่อยนักนะเพราะ...”
“รู้แล้วจ้า..ปอนด์บอกดรีมทุกวันจนดรีมจำขึ้นใจ ต้องคอยช่วยเป็นธุระเรื่องงานให้คุณแม่”
นัฏนรีพูดกลั้วหัวเราะแต่สิปปกรยิ้มแหย ๆ เพราะรู้แก่ใจว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง หากนัฏนรีรู้ว่าเขาต้องคอยอยู่ดูแลเอมี่ เธอจะรู้สึกเช่นใดหนอ อย่างวันนี้กว่าเขาจะอ้อนวอนขอให้เอมี่ยอมปล่อยตัวเขามาร่วมงานได้ก็ต้องให้คุณประภาวรรณช่วยพูดกับเอมี่ให้แทบตาย
ชวินร่างหมีพูรีบเห่าเสียงดังให้เพื่อนรู้ว่ายังมีเขาอยู่ร่วมฟังด้วยสิปปกรรีบก้มลงไปอุ้มเจ้าหมีพูขึ้นมาทันที นัฏนรีเดินนำพาเขาไปข้างใน ในขณะที่สิปปกรเดินอ้อยอิ่งเพื่อจะได้พูดคุยกับเพื่อนในร่างของสุนัขหมีพู
“ช่วงนี้เอมี่คุมฉันยิ่งกว่านักโทษอีก..นายรู้ไหมชวินว่าตอนนี้เอมี่ท้องแล้วฉันกลุ้มจนจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย”
ชวินร่างหมีพูเห่าตอบรับอย่างตกใจมิน่าล่ะสิปปกรถึงได้หายไป ที่แท้ก็ไปปรนนิบัติเอมี่นี่เอง
“ฉันไม่เชื่อว่าเด็กนั่นจะท้องจริง”
เจ้าหมีพูพยายามที่จะสื่อสารเช่นนั้น
“มองหน้าฉันทำไมวะ นายคงไม่ว่าฉันนะที่ฉันไม่สามารถมาหาดรีมได้ทุกวันเหมือนเมื่อก่อนแต่ฉันก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยนะเพื่อน..ตอนนี้ฉันก็พยายามหาทางที่จะแก้ปัญหาอยู่”
สิปปกรบอกให้เจ้าหมีพูฟัง
“ซวยจริง ๆ เพื่อนเอ๋ย ถูกยัยเอมี่จับจนดิ้นไม่หลุดเฮ้อ..ในที่สุดนายก็มีนิสัยเหมือนฉันจนได้ ทำผู้หญิงอื่นท้องให้คนรักต้องช้ำใจเวรแท้ ๆ สงสารดรีมเหลือเกิน ทำไมมีแฟนแต่ละคนต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ”
ชวินร่างหมีพูหอนอย่างปลงชีวิตไม่รู้จะช่วยอดีตคนรักได้อย่างไรให้หลุดพ้นจากผู้ชายมักง่ายเช่นนี้
ลิลลี่ ถูก ดร.นีรนุช เรียกเข้าไปคุยด้วยสองต่อสองที่มุมห้องเธอรู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันแต่คิดว่า ดร.นีรนุช อาจอยากจะปรึกษาเรื่องหนุ่ม ๆที่มาจีบลูกสาวก็ได้ ลิลลี่จะได้บอกความจริงเสียเลยว่าคนที่ชนะใจนัฏนรีไปแล้วก็คือสิปปกรไม่ใช่ปัญจพลขอให้ดร.นีรนุชได้เลิกหวังว่าจะได้ว่าที่ลูกเขยเป็นนักธุรกิจเสียที
“ตอนนี้ดรีมเขาก็เลือกปอนด์เป็นแฟนแล้วนะหนูลิลลี่”
ดร.นีรนุชเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก
“ค่ะ..ในที่สุดคุณพีเจ.ก็แพ้คะแนนให้กับปอนด์”
ลิลลี่บอกด้วยความยินดีที่ปัญจพลไม่ได้ลงเอยกับเพื่อนของเธอ
“ใครบอกล่ะว่าคุณพีเจ.แพ้ปอนด์”
ดร.นีรนุชมองหน้าลิลลี่ด้วยแววตาหยอกล้อ
“ก็..ดรีมเลือกปอนด์แล้วนี่คะอาจารย์เจ้านายของลิลลี่ก็เลยอกหัก”
ดร.นีรนุชหัวเราะด้วยความชอบใจแต่ลิลลี่แปลกใจที่เห็นท่าทางของดร.นีรนุชเหมือนรู้อะไรมาแล้วเธอไม่รู้ด้วย
“ที่ผ่านมารู้ไหมว่าฉันเข้าใจผิด” ดร.นีรนุชบอก
“เข้าใจผิดเรื่องอะไรคะอาจารย์” ลิลลี่รีบถาม
“เข้าใจผิดว่าคุณพีเจ.มาจีบดรีมมาเป็นคู่แข่งกับปอนด์น่ะสิ จริง ๆ แล้วคุณพีเจ.เขาจีบหนูน่ะแหละ”
“อะ..อะไรนะคะ”
ลิลลี่แทบจะตะโกนถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ
“ป่านนี้หนูยังไม่รู้ตัวอีกหรือลิลลี่ว่าถูกคุณพีเจ.จีบอยู่”
ดร.นีรนุช หัวเราะด้วยความขบขันกับสีหน้าท่าทางของลิลลี่
“มะ..ไม่จริงค่ะอาจารย์ ลิลลี่ กับคุณพีเจ.เป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น เขาไม่เคยจีบลิลลี่เลยค่ะมีแต่หาเรื่องมากกว่า แล้วเขาก็ยังให้ลิลลี่ช่วยเชียร์เขากับดรีมด้วย วันที่กลับจากออสเตรเลียก็ยังเอาจี้เพชรรูปหัวใจ....”
ลิลลี่ชะงักในการที่จะพูดต่อ เมื่อนึกถึงจี้เพชรรูปหัวใจผสมกับคำบอกเล่าของดร.นีรนุชที่ว่าปัญจพลกำลังจีบเธออยู่ หรือว่าจะเป็นเรื่องจริงลิลลี่อยากจะเป็นลมไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยว่าถูกจีบ นึกว่าเป็นการปะทะคารมกับอีตาพีเจ.มากกว่า
“ดรีมบอกฉันหมดแล้วว่าที่คุณพีเจ.แกล้งทำสนิทสนมกับดรีมน่ะเพราะอยากจะให้ลิลลี่เข้าใจว่าพีเจ.จีบดรีม”
“ทำไมเขาจะต้องแกล้งด้วยคะ”
“ต้องไปถามคุณพีเจ.เองแล้วล่ะ..แต่ฉันว่าเขาอาจจะเขินก็ได้นะก็เลยไม่กล้าจีบหนูตรงๆ ต้องอาศัยลูกเล่นลูกฮาตามประสาของเขา ตอนนี้หนูลิลลี่ก็จะได้มีแฟนกับเขาเสียทีเพื่อน ๆ ก็มีแฟนกันทุกคนแล้วนี่..แต่เมื่อกี้หนูบอกว่าคุณพีเจ.ให้จี้เพชรรูปหัวใจใช่ไหม..นั่นแหละเขาต้องการสื่อบอกความในใจฉันรู้จากดรีมว่าดรีมเป็นคนแนะนำให้คุณพีเจ.ซื้อของชิ้นนั้นฝาก เพื่อที่หนูจะได้เข้าใจเสียทีว่าเขาจีบหนูไม่ใช่ดรีมหรือว่าหนูยา”
ลิลลี่หน้าแดงด้วยความอาย นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่ปัญจพลสร้างเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นมานั้นก็เพียงเพื่อจะปิดบังความรู้สึกที่แท้จริง ก็คงจะเหมือนตัวเธอที่ต้องปิดบังความรู้สึกเช่นกันจากนี้ไปจะวางหน้าอย่างไรดีนะ ต้องขอคิดเงียบ ๆ คนเดียว
ปัญจพลรู้สึกผิดสังเกตที่เห็นลิลลี่นั่งยิ้มตั้งแต่เข้ามาในรถของเขาแล้วและเขากำลังจะขับไปส่งเธอที่บ้าน
“กินอะไรที่บ้านของคุณดรีมเข้าไปเหรอถึงได้นั่งยิ้มไม่หุบเลย”ปัญจพลแซว
“คนมีความสุขจะให้นั่งร้องไห้รึไงล่ะ”
ลิลลี่ตอบอย่างอารมณ์ดี
“มีความสุขอะไรเหรอ เล่าให้ฟังหน่อยสิ”เขาอยากรู้บ้าง
“มีความสุขที่ฉันรู้ว่ามีคนตามจีบฉันอยู่น่ะสิ”
ลิลลี่ พูดด้วยสีหน้ายิ้มละไมแต่ปัญจพลสะดุ้งโหยงในใจหรือว่าเจ้าหล่อนจะรู้ตัวแล้วว่าเขาจีบอยู่แต่ไม่น่าจะรู้ตัวช้าขนาดนี้นะเนี่ย สงสัยจะเป็นเพราะสร้อยคอจี้เพชรรูปหัวใจนั่นกระมังที่ทำให้ลิลลี่ฉลาดตีความได้เสียที ปัญจพล นึกขอบคุณนัฏนรี ที่แนะนำเขาให้ซื้อของฝากเป็นสื่อแทนคำพูดจากใจเช่นนั้น
“ผู้ชายคนนั้นปัญญาอ่อนหรือเปล่าที่ริมาจีบคุณเข้า”
เขาแกล้งตีหน้าเซ่อถามออกไป
“ก็คงจะปัญญาอ่อนสมองพิการอย่างที่คุณพูดน่ะแหละเพราะแค่จะจีบผู้หญิงสวย ๆ อย่างฉัน ต้องทุ่มทุนสร้างละครตบตาแกล้งทำมาจีบเพื่อนฉันแกล้งมาให้ฉันเป็นแม่สื่อให้ แล้วสุดท้ายก็ยังซื้อสร้อยเพชรรูป...”
“เดี๋ยว ๆ หยุดก่อนที่คุณพูดมานั่นมันเหมือน..”
ปัญจพลแทบจะลืมเหยียบคันเร่ง
“เหมือนคุณใช่ไหมคะ”
ลิลลี่มองค้อนท่าทางหมั่นไส้เขาแต่ในใจนั้นเต้นระริกด้วยความเบิกบานสุขสมใจ
“คุณรู้แล้วเหรอ..”
ปัญจพลทำเสียงอ่อย ๆก่อนจะชะลอรถแล้วก็จอดริมถนนข้างทางดื้อ ๆ
“หยุดรถทำไมว้าย..นี่คิดจะทำมิดีมิร้ายฉันใช่ไหมเนี่ย”
ลิลลี่ตกใจที่เห็นเขาจอดรถแล้วก็หันมาส่งสายตาหวานเชื่อมให้
“แหม..อุตส่าห์จะทำซึ้งโวยวายจนหมดอารมณ์เลย”
“หมดอารมณ์อะไร”
“ก็อารมณ์บอกรักน่ะสิ”
“หา..นี่คุณระ..รักฉัน”
ลิลลี่ชี้มือมาที่อกตัวเองสีหน้าเหมือนถูกผีหลอก
“ไม่รักแล้วจะตามต้อย ๆคอยรับส่งกลับบ้านอยู่ทุกวันแบบนี้เหรอ หัดฉลาด ๆ เสียมั่งนะคุณ”
“ทีคุณล่ะฉลาดนักนี่แล้วทำไมต้องคิดแผนปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วย จะจีบฉันตรง ๆ ไม่ได้รึไง”
“จีบตรง ๆ แล้วคุณจะยอมให้จีบเหรอแว้ด ๆ ใส่ผมตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกแล้ว”
“อ๋อ..นี่หาว่าฉันแว้ด ๆ เหรอนี่แนะ”
ลิลลี่ ทุบกำปั้นรัวใส่เขาแต่ปัญจพลไวกว่ารีบรวบมือและรั้งตัวเธอเข้ามาไว้แนบอกด้วยความภูมิใจ จนลิลลี่หน้าแดงด้วยความอายที่เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ผมรักคุณนะลิลลี่..”
เขากระซิบบอกเสียงอ่อนโยน ลิลลี่แทบจะหัวใจหยุดเต้นทำอะไรไม่ถูกเพราะเคยแต่ปะทะคารมกันเห็นแต่ภาพความทะเล้นของเขาไม่คิดว่าบทจะซึ้งก็ทำให้หัวใจเธออ่อนไหวได้เหมือนกัน
“คุณล่ะลิลลี่ ..รู้สึกยังไงกับผม”
เขาถามเมื่อเห็นเธอแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนเขา
“ลิลลี่..คุณเป็นอะไรไปเนี่ย”
เขาเขย่าตัวเธอเบา ๆจนลิลลี่สะดุ้งกำลังจะผละตัวเองออกจากเขา แต่ปัญจพลกลับโน้มตัวเข้ามากอดเธอแน่น
“แค่ถูกผู้ชายบอกรักถึงกับช็อคตัวแข็งเลยเหรอ”
เขากระซิบแซวเสียงทุ้มหวาน
“นี่ปล่อยนะคนบ้า..จะบอกรักหรือจะปลุกปล้ำฉันกันแน่เนี่ย”
เธอต่อว่าเสียงอู้อี้อยู่กับอกเขาความจริงก็อยากจะซุกหน้าอยู่กับอกเขานาน ๆ ด้วยซ้ำไม่อยากเงยหน้ามาให้เขาจ้องมองจนเธอต้องอายหรอก
“ทั้งสองอย่าง”
เขาแกล้งพูดแล้วก็สูดดมผมของเธอไปด้วย
“พูดจาน่าเกลียดที่สุด ปล่อยได้แล้ว”
“ไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะบอกรักผม”
“ความรักบังคับได้ด้วยเหรอ”
“ก็เพราะไม่ได้น่ะสิ..ผมถึงบังคับใจตัวเองให้รักคุณไม่ได้ไงรู้ไหมว่าการได้ปะทะคารมกับคุณมันทำให้ผมมีความสุขแค่ไหน ถ้าวันไหนไม่ได้เห็นหน้าไม่ได้ถูกคุณด่าผมนอนไม่หลับเลยนะ”
“คนโรคจิต”
เธอพูดเสียงเบาแต่หัวใจพองโตเต้นตึกตักจนกลัวว่าเขาจะได้ยินไปด้วย
“สงสัยจะใช่ ตกลงคุณจะบอกผมได้หรือยังว่ารักผมหรือเปล่าถ้าไม่บอกก็จะกอดอยู่อย่างนี้แหละ”
“ไม่บอก..”
“อ๋อ..แสดงว่าอยากถูกกอด แล้วก็ไม่บอกแต่แรก”
“บ้า..ปล่อยได้แล้วปวดคอ”
ปัญจพลค่อย ๆ คลายอ้อมแขนปล่อยให้ลิลลี่เป็นอิสระเขาส่งสายตาเจ้าชู้ให้เธอแทนแต่ลิลลี่ไม่กล้าสบตาเขาเลย เธอไม่เขินจนมุดลงไปอยู่ที่พื้นก็บุญเท่าไหร่แล้ว
“ออกรถได้แล้ว..เดี๋ยวก็โดนปล้นหรอก”เธอเตือนเขา
“ก็คุณยังไม่บอกผมเลย”
“ไม่ต้องมาคาดคั้นเลยนะ..เรื่องอะไรฉันจะบอกว่าฉันก็รักคุณเหมือนกันอุ๊บ!”
ลิลลี่รีบปิดปากตัวเองตาโตด้วยความตกใจที่ได้เผลอบอกความในใจเขาไปจนได้โธ่..เสียฟอร์มหมดเลยลิลลี่
“ก็แค่นี้แหละ..ทำเป็นยึกยักไปได้ตกลงเป็นแฟนกันแล้วนะ ต่อไปนี้เราเรียกกันว่าที่รักดีกว่า”
เขาถือโอกาสบงการทันที แล้วก็ออกรถไปช้าๆ ขับไปอย่างอ้อยอิ่งด้วยสีหน้ามีความสุข ลิลลี่นั่งหน้าแดงตัวลีบไปจนถึงบ้านด้วยความตื่นเต้นประหม่าดีใจตกใจระคนกันไปหมดก็คนมันดีใจที่จะได้มีแฟนกับเขาเป็นครั้งแรกในชีวิตนี่นา จะไม่ให้มีความสุขได้อย่างไรกัน