ไฟบอลสีน้ำเงินที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติระเบิดใส่นากะเมจิกเชี่ยนอย่างรุนแรง เนื่องจากระยะห่างระหว่างผมและนากะเมจิคเชี่ยนอยู่ใกล้กันพอสมควร ทำให้ผมพลอยโดนแรงระเบิดไปด้วยถึงแม้ระดับขั้นของทักษะออโต้แคสต์ที่ผมใช้ส่วนใหญ่จะเป็นขั้นหนึ่ง แต่ดูจากบาดแผลบนตัวนากะจอมเวทแล้ว ก็นับว่าเป็นสกิลที่มีความรุนแรงเอาเรื่องเลยทีเดียวเพียงแค่ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีกับการยิงเพียงไม่กี่ครั้ง แต่จำนวนครั้งที่ทักษะถูกร่ายออกมานั้นเยอะจนสามารถนับว่าเป็นสถิติใหม่ของผมเลยก็ว่าได้ในตอนนี้นากะจอมเวทอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมไปด้วยบาดแผล ลมหายใจของมันหอบถี่แลเห็นการกระเพื่อมของช่วงอกชัดเจน แถมยังมีไฟสีส้มและสีฟ้าลุกท่วมตามตัว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็นสภาวะของมอนสเตอร์ที่กำลังจะตาย ยิ่งมันใกล้ตายเท่าไรผมก็ต้องยิ่งระวังตัวมากขึ้นเท่านั้นว่าแล้วมันก็พ่นควันสีม่วงออกมา มันพยายามเลื้อยหนีเพื่อที่จงลงไปยังบ่อน้ำ“ใครจะปล่อยให้หนีกันละครับ”แม้ตอนนี้จะมีหมอกสีม่วงได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณแล้ว แต่ผมก็ยังสามารถมองเห็นได้อยู่รางๆ จึงเสกกระสุนเวทมนตร์พุ่งผ่านหมอกไปยังทิศทางที่คิดว่านากะเมจิกเชี่ยนเลื้อยไป และดูเหมือนว่าจะมีบางลูกที่เข้าเป้า ทำให้ทักษะออโต้แคสต์อิกไนท์ถูกร่ายขึ้นอีกครั้ง ระเบิดเปลวเพลิงสีฟ้าและสีส้มถูกจุดชนวนขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่คราวนี้มันดู… อลังการกว่าเดิมมากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนากะเมจิกเชี่ยนนั้นเกินกว่าที่มันจะรับไหว ส่งผลให้ร่างของมันให้เหือดแห้งไปในที่สุด เหลือไว้เพียงซากกระดูกที่ถูกทักษะอิกไนท์เป่าจนกระจัดกระจาย พร้อมกับเสียงประกาศของระบบท่านได้รับการเลื่อนระดับเป็นเลเวล 9 แล้ว“โห!” ฆ่าไปตัวเดียวเลเวลขึ้นมาสองเวล ขึ้นมาเยอะเหมือนกันนะเนี่ยบัดนี้นัยน์ตาของนากะตัวที่เหลือก็ไม่ได้แดงก่ำเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าผลจากบัฟบ้าคลั่งก็น่าจะสิ้นสุดลงเช่นกัน พร้อมกับที่ผมสามารถกลับมาใช้ทักษะไอซ์สเต็ปได้อีกครั้งหนึ่งระหว่างนี้ผมจึงยิงก้อนพลังเวทเข้าใส่นากะฮีลเลอร์อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับสกิลออโต้แคสต์เอิร์ธฟิสท์ที่ถูกร่ายขึ้น
ทักษะ: ออโต้แคสต์เอิร์ธฟิสท์(Auto Cast Earth Fist) ขั้น 1ประเภท: ใช้งานอัตโนมัติคูลดาวน์: ไม่มีคำร่าย: ไม่มีรายละเอียด: เรียกกำปั้นพสุธาออกมาเพื่อจู่โจมศัตรู สร้างความเสียหายธาตุดินแก่เป้าหมาย หากโจมตีโดนจะมีโอกาสสูงที่ทำให้เป้าหมายเกิดการน็อคดาวน์ ความรุนแรงของทักษะจะขึ้นอยู่กับค่าสติปัญญาของผู้ร่าย*น็อคดาวน์: ทำให้เป้าหมายล้มลงชั่วขณะ โดยลักษณะการน็อคดาวน์อาจแตกต่างกันไปตามสรีระ/ค่าสถานะของผู้เล่นหรือมอนสเตอร์และประเภทของการโจมตีที่ทำให้เกิดการน็อคดาวน์
แรงกระแทกจากกำปั้นพสุธาส่งร่างนากะฮีลเลอร์ลอยละลิ่วพุ่งลงน้ำไปเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นากะทวินเบลดขว้างดาบใส่ผมอีกครั้งหนึ่ง กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว‘ยังไงก็หลบไม่พ้นแน่’ดาบที่หมุนควงในอากาศพุ่งเข้ามาฟันเข้าที่ข้อมือซ้ายที่ยกขึ้นมาปัดป้องอย่างพอดิบพอดี ทิ้งบาดแผลฉกรรจ์เอาไว้ ก่อนที่มันจะสลายหายไปกลางอากาศ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากดาบนั้นปักหรือฟันเข้าที่หัว ผมคงตายทันทีโดยไม่ต้องสืบ เสียไปแค่นี้ยังถือว่าน้อย ให้ทั้งแขนยังได้เลยความเจ็บปวดแล่นจู่โจมโสตประสาท ผลจากดาบควงสว่านทำให้ผมกลายเป็นไอ้ข้อมือด้วนไปแล้ว แต่ก็ยังนับว่าโชคดีอยู่ที่มันเป็นมือซ้าย ไม่อย่างนั้นผมคงจะทำแบบนี้ไม่ได้...ผมสาดกระสุนเข้าใส่นากะทวินเบลดที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยมือข้างที่ถนัด พร้อมกับเคลื่อนตัวเองไปรอบๆ เพื่อเปลี่ยนพื้นผิวน้ำในบ่อให้กลายเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง โดยหวังว่าผลของทักษะไอซ์สเต็ปจะช่วยถ่วงเวลาเจ้าฮีลเลอร์นากะเอาไว้ได้บ้างยิ่งผมเคลื่อนไหวมากเท่าไร ก็มีของเหลวเรืองแสงสีขาวเลื่อมแดงระเรื่อกระฉูดออกมาจากแผลที่ข้อมือมากเท่านั้น คาดว่าอีกไม่นานผมคงเลือดไหลหมดตัวแน่ๆจนในที่สุดนากะทวินเบลดก็ได้เข้าถึงตัวผมสำเร็จ แถมทักษะเทเลพอร์ตนั้นยังอยู่ในช่วงคูลดาวน์ มันง้างดาบคล้ายกับตอนที่แดนนี่กำลังจะใช้ทักษะครอสสแลช… ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นภาพสโลโมชั่น‘ถ้าหากจะถามว่าผมได้เรียนรู้อะไรจากการเล่นเกมออนไลน์โลกเสมือนเกมนี้บ้าง’หลังจากผ่านสถานการณ์แปลกๆ ที่ทำให้ผมเฉียดตายมาหลายครั้ง คำตอบลำดับแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาก็คงจะเป็นการปรับตัวเพื่อให้สามารถมีชีวิตรอดไปจากสถานการณ์ขั้นวิกฤติ‘ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้ในโลกเสมือนแห่งนี้’อีกเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีข้างหน้าคมดาบของนากะอาจจะเฉือนร่างของผมขาดเป็นสองท่อนหรือไม่ก็ได้ สติสัมปชัญญะของผมพุ่งถึงขีดสุด ผุดเป็นไอเดียขึ้นมาในสมอง พร้อมลงมือปฏิบัติทันทีในสิ่งที่ผมไม่มีโอกาสและไม่คิดจะทำในชีวิตจริง… ‘กับสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด’อ้อมกอดแรกของผมในโลกเสมือนแห่งนี้ได้ถูกเจ้านากะทวินเบลดช่วงชิงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วการโอบกอดความกลัวในครั้งนี้ให้ผลดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก ร่างของมันถูกผมคร่อมเอาไว้ สายตาสองเราสอดประสาน ด้วยตาที่เบิกโพลงของมันดูเหมือนว่ามันจะตกใจกับการกระทำของผมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หางของมันเริ่มเลื้อยมาพันลำตัวผมเอาไว้ แขนซ้ายถูกใช้เป็นเหยื่อล่อในตอนที่มันกำลังแว้งกัดเข้าที่หัวของผม ส่วนมือขวาก็กระชับไม้กายสิทธิ์จ่อยิงลูกพลังเวทไปที่บริเวณลำคอ ด้วยการยิงเพียงไม่กี่นัดสกิลออโต้แคสต์ก็ถูกร่ายขึ้นไฟบอลสีฟ้า… ไม่ใช่สิ… มันเป็นเหมือนก้อนอุกกาบาตที่มีเปลวไฟสีน้ำเงิน แรงระเบิดได้เป่าหัวของนากะทวินเบลดให้กลายเป็นจุณและส่งร่างผมให้ลอยละลิ่วไปในทิศทางตรงข้าม พร้อมกับเปลวไฟสีน้ำเงินที่ลุกท่วมตัวผม ผมไม่เคยคิดเลยว่าแค่ทักษะออโต้แคสต์เลเวลหนึ่งจะสามารถปลิดชีพนากะทวินเบลดได้ภายในตู้มเดียวในขณะร่างกำลังลอยเคว้ง ร่างกายก็พลันส่องแสงเอ็ฟเฟ็คเลเวลอัพออกมาพร้อมกับเสียงประกาศของระบบที่ดังขึ้นแทบจะทันทีท่านได้รับการเลื่อนระดับเป็นเลเวล 10 แล้วข้อมือซ้ายที่เคยด้วนก็ถูกรักษาจนหายเป็นปลิดทิ้ง บาดแผลและความพิการทั้งหมดหายไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นแล้วรีบตรวจสอบผลงานตัวเองทันทีแม้ร่างหัวขาดของนากะทวินเบลดได้สลายกลายเป็นแสงไปแล้ว แต่กลับทิ้งเศษซากกระดูกเอาไว้เช่นเดียวกับนากะเมจิคเชี่ยน‘เออใช่ ยังเหลืออีกตัวนี่หว่า’เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงรีบมองหานากะฮีลเลอร์ต่อทันทีครั้งสุดท้ายที่เผชิญหน้ากับมันก็ตอนที่มันเพิ่งจะหลุดจากสถานะบ้าคลั่ง ผมจำได้ว่าใช้ทักษะออโต้แคสท์เอิร์ธฟิสท์ซัดมันลงน้ำไปผมใช้เวลาไปเพียงไม่กี่วินาทีในการระบุตำแหน่งของนากะตัวสุดท้าย‘นากะตัวที่โชคร้ายที่สุด’ร่างครึ่งล่างของมันถูกฝังอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็ง แม้จะรู้สึกสงสารนากะผู้เคราะห์ร้ายอยู่บ้าง แต่ยังไงเสียชะตาชีวิตของมอนสเตอร์ในเกมก็ต้องเป็นไปตามกรรมกระสุนเวทมนตร์ชุดแรกที่ถูกยิงออกไป ชนเข้ากับบาเรียล่องหนที่นากะฮีลเลอร์เสกขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งบาเรียก็สิ้นผล ก้อนพลังเวทชุดถัดมาก็พุ่งตามไปทันที กระสุนจำนวนหนึ่งถูกนากะฮีลเลอร์กลืนลงท้องไป คาดว่าน่าจะเป็นเพราะทักษะติดตัวหรือความสามารถเฉพาะของนากะฮีลเลอร์ที่ทำให้มันสามารถกินพลังเวทได้ ก่อนที่กระสุนชุดที่สามจะพุ่งเข้าโดนนากะฮีลเลอร์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมกับทักษะออโต้แคสท์ไลท์นิงโบลต์ที่ถูกร่ายขึ้นสามครั้งติดกัน ส่งผลให้มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
ทักษะ: ออโต้แคสต์ไลท์นิงโบลต์(Auto Cast Lightning Bolt) ขั้น 1ประเภท: ใช้งานอัตโนมัติคูลดาวน์: ไม่มีคำร่าย: ไม่มีรายละเอียด: เรียกอสนีบาตออกมาเพื่อจู่โจมศัตรู สร้างความเสียหายธาตุลมแก่เป้าหมาย มีโอกาส 20% ที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะอัมพาตเป็นระยะเวลา 3 วินาที(หากเป้าหมายเป็นผู้เล่นจะลดเวลาการติดสถานะลงเหลือเพียง 0.5 วินาที) ความรุนแรงของทักษะจะขึ้นอยู่กับค่าสติปัญญาของผู้ร่าย*สถานะอัมพาต(Paralyzed) : ทำให้เป้าหมายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
‘การติดออโต้แคสท์ซ้อนกันหลายๆ ครั้งนั้นเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ’เมื่อผมยิงมันไปอีกระยะหนึ่งโดยที่ไม่มีสกิลออโต้แคสต์ใดๆ ถูกร่ายออกมา มันก็ใช้ทักษะเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตของมันเป็นครั้งคราว จนเมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่มันเริ่มหายใจถี่ขึ้นก็จะพ่นเป็นสายน้ำกรดสีเขียวออกมาเพื่อโจมตีใส่ผม ซึ่งผมพลาดท่าโดนไปแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น แต่ครั้งถัดๆ มาก็หลบได้อย่างสบายบรื๋อเพราะว่าผมได้นำมาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่ง(Social Distancing) หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมมาใช้งานทันใดนั้นเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น(อีกแล้วเหรอ) นากะฮีลเลอร์ดันใช้ทักษะบางอย่างที่ส่งผลให้ตัวมันระเบิดออกเป็นน้ำกรดสีเขียวที่สาดกระเซ็นออกมาโดยรอบ น้ำกรดบางส่วนกระเด็นมาโดนตัวผม ส่งผลให้เสื้อผ้าถูกหลอมละลายและยังสร้างความปวดแสบปวดร้อนขึ้นบนบริเวณผิวหนังอีกด้วย‘ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากมีตัวละครหญิงโดนพิษนี่เข้าไปมีหวัง....’เมื่อหยุดความคิดเลอะเทอะในหัวได้ผมจึงกลับมาจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าอีกครั้งผมไม่แน่ใจว่าร่างของนากะฮีลเลอร์ได้สลายไปหรือเหลือกระดูกไว้เหมือนกับนากะตัวอื่น แต่อยู่ดีๆ ซากกระดูกของนากะทวินเบลดก็เรืองแสงขึ้นมา พร้อมกับก้อนแสงอีกก้อนที่พุ่งทะลุพื้นน้ำแข็งขึ้นมา ก่อนจะสว่างวาบแล้วปรากฏเป็น…นากะทวินเบลด(ซอมบี้) เลเวล: 18นากะเมจิกเชี่ยน(ซอมบี้) เลเวล: 18“ยัง… ยังไม่ตายกันอีก” ผมถึงกับกัดฟันพูดรูปร่างของมันยังเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ต่างกันตรงที่สีผิวนั้นกลายเป็นสีเทาค่อนไปทางดำ เกล็ดที่เคยเป็นสีต่างๆ ก็กลายเป็นเกล็ดดำที่มีการไล่ระดับความเข้มแทน นอกจากนี้เลเวลของพวกมันก็เพิ่มขึ้นมาถึงสี่เลเวลด้วยกันในการต่อสู้ครั้งก่อนผมโชคดีที่นากะเมจิคเชี่ยนใช้ทักษะเสริมพลังทำให้นากะตัวอื่นเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง ส่งผลให้ผมกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่ครั้งนี้ผมรู้สึกแตกต่างออกไป พวกมันเหมือนจะมีออร่าความน่ากลัวบางอย่างแผ่ออกมา แววตาที่แดงก่ำที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของบัฟบ้าคลั่งช่างขัดกับท่าทีของพวกมันที่ดูสุขุมและน่าเกรงขามมากขึ้นนากะเมจิกเชี่ยนกำลังเริ่มร่ายเวทบางอย่าง ในขณะที่นากะทวินเบลดอ้าปากพ่นลูกไฟยักษ์ออกมาถึงสามลูกติด ความรุนแรงในการระเบิดทำให้ผมต้องกระโดดหลบอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับพระเอกในหนังแอคชั่น นั่นคงไม่ใช่ทักษะไฟร์บอลขั้นหนึ่งแบบของผมแน่ๆการระเบิดของไฟร์บอลส่งผลให้แผ่นน้ำแข็งเริ่มแตกกระจายกลายเป็นสนามต่อสู้หมีขั้วโลกอีกครั้ง ก่อนที่นากะเมจิกเชี่ยนจะร่ายเวทจบจู่ๆ พื้นน้ำแข็งที่ผมยืนอยู่ก็ปรากฏเป็นแท่งน้ำแข็งอันแหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วนแทงออกมาผมที่พยายามทรงตัวบนแผ่นน้ำแข็งได้ถูกเสียบเข้าให้ที่เท้าข้างหนึ่งทำให้เสียหลักกลิ้งตกลงไปในน้ำช่วงจังหวะที่ผมกำลังพยุงตัวให้หัวโผล่พ้นน้ำก็มีดาบควงสว่านสองเล่มพุ่งเฉี่ยวหัวผมไป จนทำให้ต้องมุดลงไปอีกครั้งเพื่อหลบสองคมดาบนั้นให้พ้นยังไม่ทันที่จะว่ายไปถึงผิวน้ำก็ปรากฏแท่งน้ำแข็งนับสิบแท่งพุ่งลงมาราวกับฉมวกที่เอาไว้แทงปลา แม้ว่าผมจะพยายามจะหลบอย่างสุดชีวิต แต่ศรน้ำแข็งเหล่านั้นก็มีจำนวนมากเกินไป ทำให้แท่งหนึ่งปักเข้ากับกลางหลังของผมอย่างจัง บริเวณส่วนหลังแอ่นอัตโนมัติด้วยความทรมาน บาดแผลที่เกิดขึ้นทำให้ผมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดโดยไร้ซึ่งเสียงใดๆ ซ้ำร้ายยังเกือบสำลักน้ำตายแบบโง่ๆ อีก‘นี่มันจะหยามกันเกินไปแล้วเจ้าพวกนากะ อย่าให้วิคเตอร์ผู้นี้ขึ้นไปได้เชียวนะ’หลังจากกล้ำกลืนความเจ็บปวดอยู่ได้ไม่นานก็นึกได้ว่าก่อนหน้านี้ที่ผมเลเวลอัพไปสามเวลนั้นยังไม่ได้อัพสกิลและสเตตัส ผมจึงขอเวลานอกให้ตัวเองโดยการดำลงไปให้ลึกกว่าเดิมเพื่อที่จะได้มีเวลาหลบสกิลที่พวกนากะยิงมาได้ง่ายขึ้น และในขณะเดียวกันก็เปิดหน้าต่างขึ้นมาเพื่ออัพค่าสติปัญญาจนเต็ม พร้อมกับสแกนดูทักษะใหม่หลายทักษะที่เพิ่งถูกปลดล็อคในหน้าต่างสกิลทรี