บทที่ 157 สงสัย
ฮูหยินหลี่กังวลมาก หากบุตรชายของนางสามารถช่วยเหลือคุณหนูสวี่ได้เป็นครั้งที่สอง ในอนาคตตระกูลสวี่จะต้องไม่ลืมบุญคุณแน่ อีกทั้ง...เมื่อคุณหนูสวี่แต่งออกไป นางก็ยังได้รับอำนาจจากตระกูลสามีของนางอีก ถือว่าเป็นการสร้างประโยชน์ให้ไม่น้อย ทว่า....งานมงคลอยู่อีกไม่ไกล หากชิงหมินต้องเข้าไปพัวพันเรื่องอันตราย มารดาอย่างนางก็กังวลจริงๆ
โบราณกล่าวไว้ งานมงคลไม่ควรจะประมาท บางคนนั้นมีโชคชะตาไม่ถึง อาจจะถูกขัดขวางไว้ก่อนที่จะถึงงานมงคลก็ได้ ดังนั้นเหล่าสตรีที่กำลังจะแต่งงาน พวกนางจะถูกห้ามไม่ให้ออกจากจวนไปไหน นี่ก็เพื่อปกป้องให้พวกนางสามารถอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงวันสำคัญนั่นเอง
แต่ถ้าไม่ช่วยเหลือ คุณหนูสวี่มาถึงที่นี่พร้อมกับปัญหาเบื้องหลัง นางแอบได้ยินว่าคุณหนูน้อยผู้นั้นต้องการมอบของขวัญก่อนตาย สิ่งนี้ทำหัวอกคนเป็นมารดาหวั่นไหว....
“ชิงหมิน มารดาคิดว่า...”
“คุณหนูสวี่ผู้นั้นมาถึงที่นี่ ข้าคิดว่าบิดาของเขามีส่วนสนับสนุนให้มา” ชิงหมินเผยความจริงที่เขาคิดได้
เด็กสาวคนหนึ่งป่วยหนักขนาดนี้ บิดาของเขาที่รักและหวงแหนมากกลับปล่อยให้ออกมา อีกทั้งทางนั้นก็รู้ว่าชิงหมินกำลังจะแต่งงานแล้ว ปกติการพาคนป่วยหรือคนใกล้ตายเข้าบ้านไม่สมควรนัก หากต้องการมอบของขวัญ ยังสามารถฝากคนอื่นมอบให้ได้ เห็นได้ชัดว่าผู้นำตระกูลสวี่ต้องการให้ชิงหมินช่วยแก้ปัญหาให้
เขาเองก็คงจะจนปัญญาแล้ว ครั้งก่อนเป็นชิงหมินที่ชี้แนะจนสามารถรับรู้ได้ว่าเด็กสาวเป็นโรคอะไร จนพาไปถึงขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้น...เขาทำได้เพียงเสียมารยาทเท่านั้น
ที่จริงผู้นำตระกูลอยากจะมาด้วยตนเอง แต่เขาไม่กล้ารบกวนหลี่ชิงหมินที่กำลังจะกลายเป็นฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพหวง ดังนั้นจึงทำเป็นหลับหูหลับตา ส่งบุตรสาวของตนเองมาที่นี่แทน เชื่อเถอะว่าชิงหมินไม่มีทางตำหนิคนได้
“ผู้นำตระกูลสวี่หรือ?”
“คุณหนูสวี่ร่างกายไม่ดีนัก ยอมให้ออกมาจากจวนเช่นนี้มีความเสี่ยงไม่น้อย พวกเขาคงไม่เหลือทางรอดแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น...”
“ข้าไม่ช่วยก็ได้ แต่ถ้าไม่ช่วย พวกเขาคงจะผิดหวังมาก” หลี่ชิงหมินหัวเราะเบาๆ
ก่อนหน้านี้ผู้คนไม่มีรู้ว่าชิงหมินมีความสามารถ พวกเขาไม่ได้รับคำแนะนำหรือความช่วยเหลือก็ไม่เป็นอะไร แต่หลังจากที่รู้ว่าชิงหมินสามารถตรวจสอบร่างกายได้แล้ว หากเขายืนยันที่จะไม่ช่วยเหลือ ในใจย่อมมีตะกอนความไม่พอใจแฝงอยู่ ต่อให้เขาจะรู้วิธีรักษาหรือไม่ ก็ควรต้องมอบอะไรบางอย่างให้ตระกูลสวี่...
และถือว่าเป็นเรื่องโชคดีของพวกเขาที่ชิงหมินบังเอิญตรวจพบปัญหาจริงๆ
“มารดาเกือบทำให้เจ้าเดือดร้อนแล้ว บางที....เจ้าเป็นเช่นนี้ อาจจะถูกต้องแล้วก็ได้” ฮูหยินสกุลหลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หากนางบอกบุตรชายว่าไม่ให้ช่วยเหลือ เช่นนี้จะกลายเป็นหาศัตรูให้บุตรชายแทนหรือไม่
“โอ้ ถ้าอย่างนั้น...ต่อไปข้าก็ไม่ต้องเตรียมขัดผิว...”
เพี๊ยะ!!
“เจ้าเด็กแสบคนนี้ คิดว่าข้าโง่หรือ? ไม่ต้องมายิ้มหน้าระรื่น มารดาไม่ยุ่งการตัดสินใจของเจ้าก็จริง แต่เรื่องปรนนิบัติสามี เจ้าที่ไม่มีความรู้อันใดต้องเรียนรู้กับข้าต่อ” หญิงวัยกลางคนนึกอยากจะทุบตีบุตรชายของตนเองจริงๆ
นางเพียงรู้สึกผิดกับเรื่องของสวี่อ้ายเหมย แต่เขารีบยกเรื่องการเตรียมพร้อมแต่งงานขึ้นมาทันที เจ้าเด็กแสบของนาง...คนเป็นมารดาจะไม่ห่วงใยได้หรือ?
หลี่ชิงหมินหัวเราะเบาๆ เขารู้ว่ามารดาเป็นห่วงและอยากให้เขาทำทุกอย่างออกมาได้ดี แม้ว่าเขาจะขี้เกียจและสามารถหนีไปได้ทุกเมื่อ แต่ชิงหมินก็ยังไม่ทำ เขาเพียงหยอกล้อมารดาเล่นไปวันๆเท่านั้น สุดท้ายก็ยังยอมทำตามที่ทุกคนเห็นว่าเหมาะสมอยู่ดี
ทางสวี่อ้ายเหมย หลังจากกลับไปที่จวนแล้ว นางก็รีบไปพบบิดาเพื่อแจ้งความประสงค์ของชิงหมินให้ฟัง บิดาของนางซักถามเกี่ยวกับท่าทีของชิงหมิน ทั้งยังได้เรื่องที่ติดอยู่ในใจเอาไว้อีกเรื่องด้วย
เขาไม่คิดว่าคุณชายหลี่จะพูดถึง “แม่นมคนสนิท” ของสวี่อ้ายเหมยขึ้นมา ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นคนไม่ชอบพูดเรื่องไร้สาระ ถ้าเงียบได้ก็มักจะเงียบไม่พูดไม่จา ดังนั้น...สถานการณ์ของแม่นมคนสนิทนี้ต้องมีบางอย่างไม่ถูกต้องแน่
ตัวตนของแม่นมคนสนิทที่ดูแลสวี่อ้ายเหมย ที่จริงแล้วเคยเป็น “สตรีอุ่นเตียง” ให้กับเขาสองสามครั้ง เหตุนี้เกิดจากการที่เขายังเป็นหนุ่มๆ ร่างกายต้องการปลดปล่อยความต้องการออกมา นางผู้นี้เป็นข้ารับใช้สตรีที่รุ่นราวคราวเดียวกัน รูปร่างในครานั้นค่อนข้างดี เขาจึงพานางขึ้นเตียงให้ด้วยความกระหายอยาก
แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของบุรุษอยู่แล้ว จวบจนกระทั่งเขาได้แต่งภรรยาเข้ามาในจวน เขาก็สามารถใช้เวลาอยู่กับภรรยารวมถึงแต่งฮูหยินรอง แต่งอนุภรรยาเข้ามาได้อีกมากมาย จนเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยมีความสัมพันธ์กับบ่าวรับใช้อุ่นเตียงผู้นี้
ถ้าไม่ใช่ว่านางให้กำเนิดบุตรขึ้นมา...
ใช่ บ่าวรับใช้อุ่นเตียงให้กำเนิดบุตรก่อนคนอื่นๆ ถึงเขาจะมั่นใจว่าให้นางดื่มยาป้องกันแล้ว แต่ก็ยังได้รู้ว่าวันนั้นนางอาเจียนออกมาจนทำให้ยาไม่ได้เข้าไปในท้อง นางจึงตั้งครรภ์เป็นทารกหญิง ซึ่งหลังจากที่รู้เรื่องของนาง 3 เดือนต่อมาก็ได้รู้ว่าฮูหยินของเขาตั้งครรภ์เช่นกัน
เดิมที การมีบุตรหลานในบ้านเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เขาจึงมอบเงินให้นางบางส่วนเพื่อดูแลตนเอง ส่วนเขา...ตอนนั้นเขาสนใจเพียงบุตรที่จะเกิดกับฮูหยินเอกเท่านั้น เขาดูแลและทะนุถนอมนางอย่างดี ไม่ได้รับรู้เลยว่าบ่าวอุ่นเตียงคนนั้นคลอดบุตรออกมาเมื่อไร
วันที่ฮูหยินของเขาคลอดบุตรี เขาจึงได้รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหลังจวนบ้าง ปรากฏว่าบ่าวอุ่นเตียงผู้นั้นเสียบุตรของตนเองไปตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนเนื่องจากพิษไข้ นางพยายามมาที่เรือนหลักเพื่อขอให้ตามหมอ แต่ก็ไม่ทันการณ์ บุตรีของนางจากไปและทำให้นางจมอยู่กับความเศร้า
เมื่อนางรู้ว่าฮูหยินใหญ่ของเขาคลอดบุตร นางก็มาที่นี่และโขกศรีษะของตนเองซ้ำๆเพื่อขอเป็นแม่นม ดูแลสวี่อ้ายเหมยเอง นางมีน้ำนมจำนวนมากเนื่องจากเป็นสตรีที่แข็งแกร่ง ตอนนั้นฮูหยินของเขาไม่สามารถให้นมได้เพราะร่างกายอ่อนแอ สุดท้ายจึงยอมให้นางช่วยเหลือร่วมกับข้ารับใช้คนอื่นๆ
เขายังกลัวว่านางอาจจะไม่ได้หวังดีต่อบุตรีของเขา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านางรักเด็กมากขนาดไหน เลี้ยงดูสวี่อ้ายเหมยเหมือนบุตรีคนหนึ่ง เขาจึงเข้าใจว่านางคงอยากจะชดเชยทุกอย่างที่ไม่ได้ทำกับบุตรีของตนเองมาไว้ที่อ้ายเหมยของเขา
นานวันเข้าก็เลิกตรวจสอบ แล้วก็ปล่อยให้เวลาผ่านมาจนกระทั่งตอนนี้
ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร เขาย่อมไม่คิดเกี่ยวกับตัวตนและเรื่องอดีตของนางอีก หากไม่ใช่เพราะคุณชายหลี่ผู้นั้นพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เขาก็คงจะไม่นึกเอะใจอะไร
“ท่านพ่อ ลูกไม่สงสัยแม่นมเจ้าค่ะ นางไม่มีทางทำอะไรให้ต้องตรวจสอบ” สวี่อ้ายเหมยรู้ว่าบิดากำลังคิดอะไร นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ท่าทางของนางเหมือนกับที่หลี่ชิงหมินได้เห็นก่อนหน้านี้ สาวน้อยเชื่อใจคนที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็กอย่างมาก กระทั่งบิดาของนางเองก็ยังถอนหายใจ
“เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันว่าคุณชายหลี่เรียกพวกเราไปพบเพื่อที่จะบอกอะไร”
“แต่ท่านพ่อ...ข้าไม่อยากให้แม่นมต้องไปด้วย”
“ถ้านางไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องซ่อนนางไว้ด้วย พานางไปนั่นแหละ ให้นางได้พิสูจน์ตนเอง”
“ข้าไม่อยากให้แม่นมต้องเสียใจ หากนางรู้ว่าพวกเรามีใครสงสัยนางอยู่ นางจะต้องเศร้าแน่ๆเจ้าค่ะ” สวี่อ้ายเหมยเด็กดี คิดถึงจิตใจของผู้อื่นก่อนเป็นอันดับแรก
นางจะต้องตายก็เป็นเพราะนางอ่อนแอเอง ไหนเลยจะเกี่ยวกับแม่นมหรือคนอื่นๆ สวี่อ้ายเหมยปลงตกเสียแล้ว รู้สึกว่าความตายที่น่ากลัวนั้น อาจจะเป็นแค่การนอนหลับไปชั่วขณะหนึ่ง...นางไม่อยากสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอีกแล้ว ถ้านางตายไปพร้อมกับทำให้แม่นมเสียใจไปด้วย นางสู้....ไม่พยายามที่จะรอดชีวิตดีกว่า
สวี่อ้ายเหมยรู้สึกว่าตนเองคิดผิดจริงๆที่เชื่อคำพูดของบิดามารดา เดิมทีนางจะส่งของขวัญไปให้คุณชายหลี่ ขอให้เขามีความสุขกับการแต่งงาน ทว่า...บิดามารดากลับบอกให้นางไปพบกับเขา อวยพรให้เขาต่อหน้า และนางก็เชื่อ
ถ้าวันนั้นนางไม่ไป ก็อาจจะไม่ต้องนำปัญหากลับมาเช่นนี้
สวี่อ้ายเหมยไม่เต็มใจ แต่นางทำอันใดไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องไปพร้อมกับทุกคน รวมถึงแม่นมที่ดูแลนางมาด้วย หญิงวัยกลางคนที่ร่างกายเริ่มมีร่องรอยแห่งวัยมากกว่ามารดาของนาง เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่เจ้านายของจวน แต่เป็นข้ารับใช้ผู้หนึ่ง การบำรุงดูแลตนเองจึงไม่ดีนัก
ถึงแม้สวี่อ้ายเหมยจะพยายามมอบของบางอย่างให้แก่อีกฝ่าย แต่แม่นมก็ปฏิเสธทุกครั้งไป ดูเถอะ...นางดีขนาดนี้แล้ว ยังจะต้องพานางมาจับผิดอีกหรือ?
“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดพวกเราจึงต้องไปพบคุณชายหลี่ด้วยเจ้าคะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นมา นางนั่งรถม้าคันเดียวกับคุณหนูของตนเอง เพื่อที่จะได้ดูแลได้อย่างใกล้ชิด
สวี่อ้ายเหมยกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้ นางไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี สุดท้ายจึงทำได้แค่ปลอบโยนแม่นมเท่านั้น
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะเชื่อท่านนะ”
“........คุณหนู.....” แม่นมน้ำตาคลอ สวี่อ้ายเหมยคว้าอีกฝ่ายมากอบปลอบโยน มือเล็กๆของนางลูบหลังของสตรีข้างกายด้วยความรักใคร่ แม้ว่าเรี่ยวแรงของนางแทบจะไม่เหลือแล้วก็ตาม
หญิงสาวผู้ใสซื่อไม่ได้รู้เลยว่าสายตาของหญิงวัยกลางคนในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างไร นางรู้สึกว่ามีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นตั้งแต่ที่ถูกเรียกตัวออกมาข้างนอกด้วยแล้ว
แม้ว่านางจะเป็นแม่นมให้กับคุณหนูสวี่ แต่ไม่ถือว่าเป็นหญิงรับใช้ที่มีความคล่องแคล่วรวดเร็ว ดังนั้นทุกครั้งที่คุณหนูออกจากจวน มักจะไม่ได้พานางออกมาด้วย นี่นับเป็นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น แถมยังเป็นการพามาเพื่อเจอกับคนที่มีความสามารถในการตรวจสอบอีกด้วย
มือของนางลอบกำแน่น ความกังวลฉายชัดออกมา นางรู้สึกว่า...บุรุษผู้นั้นจะต้องรู้อะไรบางอย่างแน่
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ คุณหนูไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบ่าวนะเจ้าคะ ดื่มยาบำรุงนี้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนเก็บสายตาของตนเอง ก่อนจะนำถ้วยยาที่เตรียมเอาไว้ออกมา
แม้ว่าวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่นางสามารถอยู่ข้างกายของคุณหนูสวี่อ้ายเหมยได้ แต่นางก็มั่นใจว่ายาถ้วยสุดท้ายนี้ถือเป็นของขวัญให้กับคุณหนูได้เป็นอย่างดี
ไม่สิ! ต้องบอกว่านางไม่ได้จงใจมอบของขวัญนี้ให้กับคุณหนูสวี่หรอก แต่คนที่ควรจะได้รับของขวัญนี้จากนาง สมควรเป็นคู่ผัวตัวเมียคู่นั้น!!
หากไม่ใช่เพราะพวกมันทั้งสองคน บุตรสาวของนางก็คงจะไม่จากไป ถ้าพวกมันสนใจสายเลือดของตระกูลสวี่อีกหน่อย ตอนนี้....บุตรีของนางก็คงจะมีอายุพอๆกับเด็กสาวตรงหน้าไปแล้ว
น่าเสียดาย...บุตรีของนางมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น ในฐานะมารดา...นางไม่ได้ต้องการอะไรเลย นางไม่เคยเรียกร้องอันใด ไม่เคยขอให้ผู้นำตระกูลมาเลี้ยงดูบุตรีของนางด้วยซ้ำ แต่วันที่บุตรีของนางจะจากไป นางร้องขอเขาเพียงครั้งสุดท้าย ขอให้เขาเมตตาตามหมอที่เก่งกาจมาช่วยลูกสาวของนาง เขากลับไม่ยอมให้พบ!
บุตรีของนางจากไปทั้งอย่างนั้น โดยคนที่เป็นสายเลือดอีกครึ่งไม่เคยสนใจใยดีเลย เด็กสาวตัวน้อยเกิดมาไม่เคยเจอบิดา ทั้งยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากบิดาด้วยซ้ำ
ในขณะที่ ทันทีที่สตรีผู้นั้นให้กำเนิดบุตรี เขากลับวิ่งโร่ไปหาอีกฝ่าย แสดงออกว่ารักใคร่หนักหนา...แล้วลูกของนางล่ะ เด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักของแม่ นางผิดอะไร? หรือว่านางผิดที่เกิดมาอย่างนั้นหรือ? นางจึงต้องจากไปทั้งอย่างนั้น!!!
……………………………………………..