บนรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหนานจงอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับไม่มีอะไรต้องเร่งรีบ ซึ่งขัดกับภารกิจที่ได้รับมาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ผมกำลังนั่งขับรถม้าด้วยตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่า 'ข้าอยากจะลองขับรถม้าดูสักครั้ง' โดยมีหลางผิงเย่และหยางจินร่วมนั่งมาด้วย ภายในรถม้าที่เคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า หยางจินที่นิ่งเงียบมาตลอดทางอยู่ๆ ก็พูดขึ้นขัดกับบรรยากาศสุนทรี
"ศิษย์พี่มิใช่เราต้องรีบไปหรอกหรือ เหตุใดจึงมัวเอื่อยเฉื่อยอยู่เช่นนี้เล่า"
"เ้าจะรีบร้อนไปไย"ผมตอบหยางจินอย่างใจเย็น
"เราควรเร่งเดินทาง…"
"ไม่ เดินทางเรื่อยๆ เช่นนี้ก็ดีอยู่แล้ว"ประการแรก ผมไม่อยากให้ถึงที่หมายเลยด้วยซ้ำ ขอชมนกชมไม้หน่อยจะเป็อะไรไป ถึงจะรีบไปยังไงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนอยู่ดี...
"เห็นทีจะไม่เหมาะ ศิษย์พี่ข้าจะเป็ผู้ขับรถม้าเอง"
"อย่าลำบากเลย ข้าจะเป็คนขับรถม้าเอง"ประการที่สอง ผมจงใจให้หยางจินหมดความอดทนและลงไม้ลงมือ ถึงแม้จะสร้างความไม่พอใจได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็ก้าวแรกสู่ความร้าวฉานในอนาคต
"ขออภัยแต่ข้าคงจะทำเช่นนั้นไม่ได้"ว่าจบหยางจินก็คว้าบังเหียนไปจากมือผมแต่มีหรือที่ผมจะยอมโดยง่าย ผมซัดพลังปราณ ใส่บังเหียนเล็กน้อย จึงทำให้บังเหียนหลุดจากมือหยางจินได้ไม่ยาก เราทั้งสองประมือกันเล็กน้อย จนสุดท้ายหยางจินก็ถูกผมซัดฝ่ามือใส่จนกระเด็นเข้าไปนั่งในรถม้าเช่นเดิม เสมือนการประมือเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ปรมาจารย์เซียนสี่วิถีอย่างอวีเฟิงมีหรือจะพ่ายแพ้ให้ใครง่ายๆ มันย่อมไม่มีทางเป็ไปได้อยู่แล้ว..
"ศิษย์พี่ท่านจงใจหาเื่ข้าเช่นนั้นหรือ"
"ผู้ใดหาเื่เ้ากัน ข้ากำลังเร่งเดินทางอยู่เ้าไม่เห็นหรือ"
"นี่คือการเร่งเดินทางของท่านแล้วหรือ ศิษย์พี่ท่านล้อข้าเล่นแล้ว.."
"หึ เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้าจะคิดเถิด"
เวลาผ่านไปสักพัก จากที่เคยได้ยินเสียงสัตว์น้อยใหญ่กลับเงียบหาย บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนเป็เย็นเยือกอย่างรวดเร็ว
อวี่เฟิง "ระวังตัวด้วยล่ะ มันมาแล้ว"
[แจ้งเตือนภารกิจย่อย:กำจัดนางมารกระดูกขาวเพื่อรับสกิลพิเศษ เคล็ดวิชาสร้างกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น]
[ตกลง/ปฏิเสธ]
โอว๋! รู้สึกเหมือนออกมาตีมอนเก็บเลเวลเลยแฮะ ไม่เลว ไม่เลว ผมกดยอมรับอย่างไม่ลังเล อย่างน้อยก็ถือว่ามีภารกิจย่อยให้ยืดเส้นยืดสายแถมยังได้รับสกิลพิเศษอีก ยังไงก็ถือว่าคุ้มอยู่แหละ และด้วยความสามารถของอวีเฟิงการกำจัดนางมารกระดูกขาวจึงมิใช่เื่ยากอยู่แล้ว
[ยินดีด้วยคุณได้รับเคล็ดวิชาสร้างกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น คุณจะสามารถเรียนรู้วิชานี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ปลดผนึก'พลังมาราอีกครึ่งหนึ่ง'ได้สำเร็จ]
อ้าวระบบ! นี่มันหลอกกันนี่หว่า แล้วอะไรคือพลังมาราอีกครึ่งหนึ่งล่ะผมไม่เห็นเคยรู้เื่มาก่อนเลย หรือว่า..
ไอ้ระบบนี่แกยำข้อมูลในนิยายของฉันมั่วซั่วอีกแล้วใช่ไหม แกจะลดหรือจะเพิ่มอะไรก็ช่วยให้เกียรติต้นฉบับบ้างสิโว้ย!…
[ระบบขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของคุณ สิ่งที่ระบบทำมาตลอดมีเพียงการสร้างข้อมูลตามพื้นฐานความคิดและต้นฉบับเดิมของนักเขียนเท่านั้น นั่นก็เพื่อทำให้นิยายเื่บุปผางามในม่านหมอกมีเนื้อเื่ที่สมเหตุสมผลมากขึ้น]
ตามความคิดหรือต้นฉบับเดิมเหรอ แสดงว่าตอนนั้นผมคิดอะไรถึงแม้ไม่ได้เขียนลงไปในนิยายหรือพอเขียนแล้วลบทิ้ง มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริงงั้นเหรอ
[ถูกต้อง]
เวรกรรม..งานงอกเพราะความคิด (ชั่ววูบ) ของตัวเองโดยแท้ บ้าจริง!!
ระหว่างพระเอกที่มีสกิลร่างทองคำหมื่นปีไม่บุบสลาย กับตัวร้ายที่เติมเทพทรูมาจนล้นถัง พอถึงคราวต้องสู้กันขึ้นมาความบรรลัยคงได้บังเกิดแน่
"ศิษย์พี่ท่านคงเหนื่อยแล้วคราวนี้ข้าจะเป็คนขับรถม้าเอง"หยางจินพูดขึ้นแล้วนั่งประจำตำแหน่งคนขับรถม้าโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมได้โต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งรถมาเคลื่อนตัวมาถึงหมู่บ้านหนานจงอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่มาถึงหยางจินก็ไม่รอช้าที่จะตามล่ามารน้ำแข็งโดยทันที แต่ทว่าการตามหามารน้ำแข็งตัวจริงเป็เื่ที่ค่อนข้างยาก เพราะมารน้ำแข็งสามารถใช้พลังปราณสร้างหุ่นเชิดน้ำแข็งและบงการในระยะไกลหลายลี้ได้
"ท่านอาจารย์ขอรับ เราจะเริ่มตามหามารน้ำแข็งจากที่ใดก่อนขอรับ"
"ไม่จำเป็ต้องตามหา เมื่อถึงเวลาก็จะเจอเอง"ผมตอบกลับไปอย่างนั้น แต่ความจริงคือผมแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศนั่งชมนกชมไม้เอื่อยเฉื่อยสักหลายๆ วันก่อนที่จะกลับเท่านั้นเอง
[แจ้งเตือน:ขณะนี้คุณได้เข้าสู่เขตอาคมคุกเหมันต์แล้ว]
ระบบนี่แกเล่นอย่างนี้เลยเหรอ! จะรีบอะไรนักหนาเนี่ยขอชมนกชมไม้ก่อนไม่ได้หรือไง พอมาถึงหมู่บ้านเดินได้ไม่กี่ก้าวก็โดนลากเข้าeventเลยงั้นเหรอ มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง
"ระวังตัวด้วย พวกเราอยู่ในเขตอาคมของมารน้ำแข็งแล้ว"ผมพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองหยางจิน และมองหลางผิงเย่ ก่อนพูดขึ้นตามข้อความที่ระบบบังคับมา
"ผิงเย่ เ้าจงไปจัดการมารน้ำแข็งเสีย อาจารย์จะไม่เข้าไปช่วยเ้าหากเ้าพ่ายแพ้ก็จงยอมรับความตายอยู่ที่นี่เสีย"
"ขอรับท่านอาจารย์ ศิษย์จะชนะ"
[ยินดีด้วยคุณได้รับ+20แต้ม]
ผมและหยางจินช่วยกันกำจัดหุ่นเชิดเพื่อเปิดทางให้ผิงเย่เข้าถึงตัวมารน้ำแข็งได้ง่ายขึ้น หุ่นเชิดน้ำแข็งมากมายต่างกรูเข้ามาราวกับอยากฉีกกระชากผมและหยางจินให้เป็ชิ้นๆ
ในวินาทีนั้นเองหยางจินที่ไม่ทันระวังข้างหลังจึงถูกหุ่นเชิดเข้าจู่โจมโดยไร้การป้องกัน ผมจึงซัดพลังปราณใส่หุ่นเชิดตนนั้นก่อนที่มันจะถึงตัวหยางจินเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น
แต่นั่นกลับทำให้หยางจินโกรธมาก เพราะคิดว่าผมจงใจลอบทำร้ายเขา และตอนนั้นเองระบบก็ได้แจ้งเตือนการเปิดค่าสถานะใหม่ที่ทำให้ผมอยากจะร้องไห้
[แจ้งเตือน:คุณได้รับค่าความเกลียดชัง+50แต้ม ขอให้คุณพยายามรนหาที่ตายต่อไป]
"เหอะ!! นี่หรือวิญญูชน ลอบทำร้ายข้าลับหลังเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก"สตั้นครับ ระบบ…
[ตั้งสติแล้วพูดตามระบบครับ..ไม่ต้องกังวลระบบอยู่ข้างคุณเสมอ] ได้ ตั้งสติ สติ
"จำเป็ด้วยหรือที่ข้าต้องลอบทำร้ายเ้า เพราะไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ไม่มีวันชนะข้าได้อยู่แล้ว ข้าจะเสียแรงเสียเวลาทำเช่นนั้นไปเพื่ออันใด"
เดี๋ยวนะระบบไอ้คำพูดเมื่อครู่มันไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยนะโว้ย!
[...]
"เ้า!! ดีข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว"
ผมทำได้เพียงกรีดร้องในใจภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง ให้ตายสิไอ้ระบบเฮงซวยแกมันเชื่อไม่ได้อย่างที่สุดเลย!!
..การต่อสู้ของผมกับหยางจินยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลง ทำให้ตอนนี้หุ่นเชิดน้ำแข็งมากมายโดนลูกหลงจากแรงปะทะหายไปจนหมดแล้ว
มารน้ำแข็งที่กำลังต่อสู้กับผิงเย่อยู่โกรธมากจนะเิพลังปราณทั้งหมดของตนเองออกมาก่อนเข้าถาโถมต่อสู้กับผิงเย่อย่างเดือดดาล สุดท้ายด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่ห่างกันมากจึงทำให้ผิงเย่เสียท่า
ผมรับฝ่ามือที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังปราณของหยางจินไปหนึ่งฝ่ามือและซัดพลังปราณบางส่วนใส่มารน้ำแข็งจนกระเด็นไปหลายจั้ง พร้อมๆ กับผมที่กระอักเืออกมาและทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งแล้วใช้กระบี่ยันพื้น
ผมขอยอมรับเลยว่าฝ่ามือของหยางจินหนักหน่วงมากจริงๆ แต่ถ้าหากผมไม่ยอมรับฝ่ามือนี้ไว้ ผมคงไม่มีโอกาสซัดฝ่ามือใส่มารน้ำแข็งแน่ๆ
ทุกอย่างหยุดชะงักและตกลงสู่ความเงียบ
หยางจิน "เหตุใดท่านจึงไม่ยอมหลบฝ่ามือของข้า"
"เพราะมันไม่จำเป็..ถึงเ้าจะทุ่มจนสุดแรงก็ทำได้เพียงเท่านี้ เ้าคงมีความสุขไม่น้อยเลยกระมังที่หนึ่งฝ่ามือของเ้าสามารถทำให้ข้าผู้นี้ถึงขั้นาเ็ได้ แม้จะเป็แค่การที่ข้ายอมรับฝ่ามือของเ้าเองก็เถอะ"
"ท่าน…"ทำไมถึงเป็เช่นนี้เสมอ..น่าชังนัก แต่ที่น่าชังยิ่งกว่าก็คงเป็ความรู้สึกของข้าเอง..ทำไมกันนะ ช่างน่าหงุดหงิดชะมัด
1
2
3
เอ๊ะ! ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรเลยแฮะ มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าระบบ
[ระบบทำการตรวจสอบไม่มีสิ่งผิดปกติ ขอให้คุณดำเนินตามเนื้อเื่ต่อไป]
วันนี้มาแปลกแฮะตอนขับรถม้าเองก็ไม่แจ้งเตือน ooc ช่วยพระเอกเมื่อกี้ก็ไม่โดน ooc ระบบนายโดนไวรัสเล่นงานหรือเปล่าเนี่ย
[หรือคุณ้าให้ระบบหากแต้มที่แสนจะน้อยนิดของคุณ]
ไม่ล่ะ โทษทีนะ ฉันไม่สงสัยนายแล้วก็ได้
ผมใช้กระบี่ยันตัวเองลุกขึ้นแล้วก้าวเดินช้าๆ ไปหาผิงเย่และมารน้ำแข็งที่อยู่ไกลออกไป โดยมีหยางจินเดินตามมาด้วยไม่ห่าง
"อ่อนหัด..หากคิดที่จะปราบจงอย่าได้ลังเลที่จะฆ่า"ผมสอนผิงเย่ไปพร้อมๆ กับตวัดดาบบั่นคอมารน้ำแข็ง
[คุณได้รับไอเทม:พัดเหมันต์นิรันดร์..]
[คุณ้าหลอมรวมพัดเหมันต์นิรันดร์กับกระบี่เกล็ดเหมันต์ของคุณหรือไม่]
[ตกลง/ปฏิเสธ]
ไม่จำเป็ต้องคิดอะไรมากผมตอบตกลงอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
[ระบบทำการหลอมรวมเสร็จสิ้น ขอบคุณที่ใช้บริการ]
[ภารกิจ:กำจัดมารน้ำแข็งเสร็จสิ้น+200แต้ม]
[ภารกิจ:แตกหักกับหยางจินเสร็จสิ้น+500แต้ม]
[รวม+1240แต้ม]
_
วันนี้เป็วันที่แปลกอีกวันหนึ่งสำหรับข้า ท่านอาจารย์ผู้สูงส่งคนนั้นนั่งขับรถม้าด้วยตนเอง ด้วยการเดินทางที่เชื่องช้าเป็อย่างมากจนทำให้อาจารย์อาหยางจินและท่านอาจารย์ลงไม้ลงมือกันเพื่อแย่งบังเหียน แต่สุดท้ายบังเหียนก็ยังอยู่ในมือของอาจารย์อยู่ดี
เหมือนกับว่าท่านอาจารย์กำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่ ข้ารู้สึกเช่นนั้น
และการที่ท่านได้เอาชนะนางมารกระดูกขาวได้อย่างรวดเร็วนั้น แปลว่าการคาดเดาของข้านั้นถูกต้อง เมื่อท่านอาจารย์อาหยางจินเป็ผู้ขับรถม้าเอง การเดินทางไปเมืองหนานจงจึงใช้เวลาไม่นานนัก
ข้าถามท่านอาจารย์เกี่ยวกับวิธีตามหามารน้ำแข็ง แต่ท่านกลับบอกเพียงไม่จำเป็
ราวกับท่านรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเป็ไปตามการคาดเดาของท่านทั้งหมดจนข้าอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ ราวกับว่าโลกทั้งใบถูกท่านถือด้วยมือข้างเดียวก็ไม่ปาน
จิตใต้สำนึกของข้าร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจเอาชนะบุคคลตรงหน้าได้อย่างแน่นอน แต่หากบังเอิญชนะก็คงไม่ใช่ด้วยความสามารถของข้าเพียงอย่างเดียว
เื่นี้ข้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ..
แต่ใครเล่าจะคิดว่าท่านอาจารย์ที่เก่งกาจจะยอมาเ็เพราะช่วยข้า ตอนที่ข้าต่อสู้กับมารน้ำแข็งและเห็นว่าอาจารย์กำลังสู้อยู่กับอาจารย์อาหยางจิน ข้าที่แอบชำเลืองมองการต่อสู้นั้นอยู่ตลอด จึงได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วท่านอาจารย์มิได้ลอบทำร้ายอาจารย์อาหยางจิน แต่ท่านกลับไม่ปฏิเสธและยอมรับฝ่ามือของอาจารย์อาหยางจินจนาเ็
..ที่แท้เื่การแตกหักของเ้ายอดเขาทั้งสองก็มีที่มาที่ไปเช่นนี้นี่เอง มิน่าเล่าท่านจึง..
และในที่สุดวันนี้ข้าก็ได้เข้าใจในสิ่งที่ท่านอาจารย์เคยบอกข้าแล้ว
'ไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องเป็กังวล'คำพูดเรียกง่ายที่ข้าไม่เคยเข้าใจความหมายของมันเลยสักนิด..จนกระทั่งถึงวันนี้ข้าจึงได้รับรู้ว่าคำพูดที่แสนเรียบง่ายนั้นมีน้ำหนักมหาศาลเพียงใด
ไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องกังวลเพราะไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ท่านที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือข้าเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด นั่นคือสิ่งที่ท่านอยากจะบอกข้าจริงๆ สินะ..ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง
ท่านอาจารย์ ข้ารู้สึกผิดต่อท่านยิ่งนัก...
ตัวข้าหลางผิงเย่ขอสัญญาด้วยทุกสิ่งที่มี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตข้าจะไม่ยอมทำพลาดเช่นเดิมอีก..เป็ครั้งที่สอง
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รัก readerทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ