“พี่ใหญ่! การล่าสำเร็จแล้วขอรับ!!” ซีห่าวหยิบกระต่ายป่าที่นอนแน่นิ่งขึ้นมาเพื่อให้จ้าวหยางจื่อดูอย่างดีอกดีใจ
“ทำได้ดีมากห่าวเอ๋อร์ วันนี้เราได้กินเนื้ออีกแล้ว!!” จ้าวหยางจื่อดีใจตามไปด้วย แม้ว่าการล่าจะทุลักทุเลก็ตาม
“พี่ใหญ่ เสียงดังกลางป่าแบบนี้จะเป็เื่ดีหรือเ้าคะ?” ซีซวนเป็กังวลเอ่ยเตือนอย่างช่วยไม่ได้ ได้ยินน้องพูดเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อกฺรับรู้ถึงความอันตรายทันที
“จริงสิ! เมื่อครู่นี้พวกเราเสียงดังมาก รีบออกจากป่ากันเถอะ วันนี้เราได้อาหารเพียงพอแล้ว!”
“เ้าค่ะ/ขอรับ!”
คู่แฝดพยักหน้ารับให้ความร่วมมือ ถึงอย่างไรทั้งสองคนก็ไม่อยากอยู่ในป่าดิบชื้นนี่นานนัก เพราะทั่วทุกที่มีอันตรายเต็มไปหมด
ท่านยายหานยังเคยกล่าวเอาไว้อีกด้วยว่า ในป่าลึกใจกลางเขานั้นมีเสือดุเดือดร้ายอาศัยอยู่ด้วย มันอันตรายอย่างมาก
ซึ่งขากลับย่อมไวกว่าขาไป ทั้งสามใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป (15-30นาที) ก็เดินข้ามแม่น้ำด้วยสะพานไม้กลับมาที่บ้านของตนเองได้สำเร็จ
เมื่อถึงบ้านซีห่าวก็เดินไปท่องตำราเหมือนอย่างเคย ส่วนซีซวนก็มาถามเขาว่าจะจัดการอย่างไรกับกระต่ายป่า จ้าวหยางจื่อใช้เวลาครุ่นคิดสักพัก
‘ปลาก็ยังเหลือเยอะ ถ้าจะทำเป็อาหารคงไม่อร่อยเป็แน่เพราะเครื่องเทศก็ไม่มี..หรือควรนำไปขายดี..ไม่! พวกเราไม่ได้ทานเนื้อดีๆ มานานแล้ว ควรเก็บไว้กินเอง’
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็เปิดปากพูดขึ้นกับซีซวน
“ทำเป็เนื้อตากแห้งเก็บไว้กินทีหลังก็ได้”
“เ้าค่ะ”
เมื่อรู้ว่าต้องทำอย่างไร ซีซวนก็รีบไปจัดการ ถ้าปล่อยไว้นานไม่ส่งผลดี
ทางด้านจ้าวหยางจื่อ ตอนนี้เขาก็ว่างอีกครั้ง พลางวิเคราะห์ในใจ
‘การล่าสัตว์ของเราไม่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย หรือว่าควรซื้อธนูดี..เราควรซ่อมเบ็ดด้วย พรุ่งนี้คงไม่มีปลาไปขายแน่ เอาเป็ซ่อมเบ็ดก่อนแล้วกัน’
เมื่อมีแผนการ จะลงมือทำอะไรก็เป็การง่าย จ้าวหยางจื่อกล่าวกับน้องๆ ว่าจะไปไหน แล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง
การซ่อมเบ็ดนั้นไม่ยากเลย เชือกป่านที่เบ็ดอันเก่ายังเหลือ ตอนนี้เขา้าใช้ก็แค่ตะขอเบ็ดเท่านั้นในการซ่อม
ทันใดนั้นเองจ้าวหยางจื่อก็พบเจอนักล่าสัตว์ของหมู่บ้านกำลังข้ามสะพานไม้ออกมาจากป่า เป็หานมิ่งลูกท่านยายหานกับผู้ใหญ่บ้านหานเจี๋ยคนที่เขารู้จัก
สังเกตเห็นสัตว์ที่ล่าได้เต็มไม้เต็มมือ จ้าวหยางจื่อก็กล่าวทักทายอย่างอารมณ์ดี
“พี่ใหญ่หานมิ่ง ท่านล่าสัตว์ได้เยอะเลยนะขอรับ”
หานมิ่งเป็คนซื่อทว่าล่าสัตว์ได้ดี เมื่อเจอคนรู้จักเขาก็ตอบรับอย่างไม่คิดอะไร
“โอ้ จื่อหยาง เ้ากำลังจะไปไหนงั้นรึ แล้วกินอะไรหรือยัง เอาไก่ฟ้ากับข้าสักตัวไหม”
'ถ้ายัยแก่ซูเหวินมาได้ยินคำพูดของสามี นางคงฟาดงวงฟาดงาเป็แน่'จ้าวหยางจื่อคิดในใจ
อย่างไรก็ตามจ้าวหยางจื่อก็ไม่ละโมบขนาดนั้น เขาเองก็มีอาหารตั้งมากมาย ก่อนจะกล่าวปฏิเสธอย่างนอบน้อม
“ไม่เป็ไรขอรับ ข้าเองก็พอมีอาหารอยู่บ้าง” จ้าวหยางจื่อขยับไปใกล้หานมิ่ง ก่อนจะรีบพูดขึ้นอีกครั้ง “พี่ใหญ่หาน พี่บอกข้าหน่อยได้รึไม่ว่าเอาธนูอันน่าเกรงขามนี้มาจากไหนหรือขอรับ”
ขณะพูดจ้าวหยางจื่อชี้ไปที่ธนูคันใหญ่ด้านหลังของหานมิ่ง
“นี่น่ะหรือ ข้าได้มาในเมืองอำเภอเหอเป่ย ราคาแพงมาก”
“เท่าไหร่หรือขอรับ”
“10ตำลึงเงิน เห็นว่าเป็ยอดฝีมือทำขึ้นจึงราคาแพง”
“เหมาะสมแล้วล่ะขอรับ ธนูของท่านดูดีที่สุดที่ข้าเคยพบเห็น”
“เ้าตาถึง ในหมู่บ้านตระกูลหานมีเพียงข้าคนเดียวที่ได้มัน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า แยกกันตรงนี้ล่ะ”
“ขอรับ”
คุยกันอย่างเพลิดเพลิน ทั้งสองคนก็เดินมาถึงหมู่บ้านจนได้ จึงต้องแยกจากกัน
จะว่าไปแล้วราคาธนูก็แพงมาก ความคิดที่จะซื้อของจ้าวหยางจื่อได้โยนทิ้งแทบจะทันที สุดท้ายเขาคงทำมันด้วยตนเอง
ไม่นานนักจ้าวหยางจื่อก็เดินมาถึงร้านที่ขายตะขอเบ็ดเขาเลือกซื้อมาสามอัน และซื้อเชือกป่านไปด้วยสองวา(4เมตร) เพราะเขาต้องทำธนูขึ้นเอง ทั้งหมดทั้งมวลหมดไปสามร้อยอีแปะ แล้วก็เดินทางกลับมาที่บ้าน
อันดับแรกจ้าวหยางจื่อก็ซ่อมเบ็ดอาวุธประจำกายของเขาก่อน ทว่าการซ่อมเบ็ดนั้นง่ายดายนัก แค่ผูกเชือกเส้นเก่าเข้ากับตะขอก็เป็อันเสร็จ
อันดับต่อไปก็เป็การทำธนู เื่นี้ไม่ง่ายเลยสำหรับจ้าวหยางจื่อ แม้ว่าเขาจะดูรายการเอาชีวิตรอดในป่ามากมายในชีวิตที่แล้ว ทว่าการลงมือทำจริงนั้นยากเสมอ
ต่อมาจ้าวหยางจื่อก็เดินไปตัดไม้ไผ่เพื่อนำมันมาทำธนู เมื่อได้ท่อนไม้ไผ่รูปทรงแข็งแรงความยาวหนึ่งวามาแล้ว เขาก็ใช้มีดเหลาให้เนื้อไม้เท่าๆ กัน
ซึ่งไม้ไผ่ที่จ้าวหยางจื่อนำมาทำธนูนั้นก็คือไม้ไผ่เป็ปล้อง เขา้าเจาะรูตรงกลางเพื่อให้มันแม่นยำมากขึ้น
จ้าวหยางจื่อใช้เวลาทำอยู่นานกว่าจะได้ขนาดที่้า แต่ทว่านั่นก็ยังไม่เสร็จดี หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็เหลาด้านข้างเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อทำให้ไม้โค้งงอได้รูปเวลาที่ตรึงเชือก
เห็นว่าได้ที่แล้วจ้าวหยางจื่อก็นำคันธนูที่ได้ไปเผาไฟเพื่อทำให้เนื้อไม้แข็งขึ้น ก่อนจะนำลงไปในหลักใช้สำหรับดัดไม้
ใช่! ต้องดัดให้ไม้เข้ารูปเสียก่อนจะทำการตรึงเชือก จะทำให้ระยะการยิงของธนูมีระยะมากขึ้น
จ้าวหยางจื่อรอให้ไม้เข้าที่ถึงหนึ่งชั่วยาม ก่อนที่จะนำไม้ออกมาตรวจดู เวลานี้ไม้ไผ่เป็โครงธนูสวยงามแล้วจริงๆ จนจ้าวหยางจื่อเอ่ยปากชม
“เป็ไปได้สวย”
อย่างไรก็ตามโคลงธนูในมือของจ้าวหยางจื่อก็สวยไม่สู้ธนูของหานมิ่งแต่อย่างใด ก็อย่างว่ามือสมัครเล่นเช่นเขาจะเอาอะไรไปสู้กับมืออาชีพได้
อันดับต่อไปก็เป็การเจาะรู เื่นี่ค่อนข้างยาก ถ้าทำพลาดขึ้นมาทุกอย่างก็จบลงได้ ดังนั้นเขาต้องไม่พลาด!
ทว่าการเจาะรูก็มีสูตรของมันอยู่ อย่างแรกก็ต้องทำให้ไม้ไผ่เนื้อแข็งเสียก่อน ขั้นตอนต่อไปการเจาะรูก็จะเป็เื่ง่าย
จ้าวหยางจื่อเผานำคันธนูไปเผาไฟอีกครั้งเพื่อให้เนื้อมันแข็งมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าได้ที่แล้ว เขาก็ทำการเจาะโดยนำแท่งเหล็กร้อนเจาะรู..
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel