ฉากภาพเมื่อครู่ อิ่นจูเองก็อยู่ในเหตุการณ์แม้นางจะไม่รู้อดีตของกู้สุ่ยเย่ว์ แต่จากบทสนทนาเมื่อครู่พอจะคาดเดาต้นสายปลายเหตุได้แล้ว
“พระชายา นางเป็นป้าสะใภ้ท่านจริงๆ รึ”อิ่นจูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
เครือญาติทำเรื่องเช่นนี้ได้ด้วยหรือเหยียบย่ำซ้ำเติมคนเวลาคนยากลำบากแต่พอคนมั่งคั่งขึ้นมาแล้วกลับหน้าหนามาประจบเอาใจ ถึงกับยังขอเงินคน
“อิ่นจู บนโลกนี้มีคนมากมายหลากหลายนักระดับความไร้ยางอายของคนบางพวกอาจทำให้เจ้ายากจินตนาการ เป็นน้องสาวคนแต่กลับแย่งสามีพี่สาว ฆ่าลูกชายพี่สาว เป็นสามีคน แต่กลับฆ่าภรรยาและลูกของตน”
ตอนพระชายาเอ่ยวาจาพวกนี้ในแววตาฉายแววพยาบาทและเย็นยะเยือกสายหนึ่งราวกับนางประสบกับทั้งหมดมาอิ่นจูมองนาง อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าพระชายาตรงหน้าแปลกหน้าไป “แต่ว่านะอิ่นจู เจ้าไม่ต้องกลัว บนโลกนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่คนที่ทำร้ายคนอื่น สุดท้ายไม่มีทางพบจุดจบที่ดีแน่”นางตายแล้วเกิดใหม่นี่ก็เป็นความยุติธรรมแบบหนึ่ง นางจะทวงคืนความยุติธรรมให้ตนเองจวนตระกูลหลี่
“เจ้าอยากไปก็ไปเองถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีทางไป” นายท่านผู้เฒ่าตระกูลหลี่เกร็งคอเอ่ย
เดิมทีหลี่ฮูหยินยังเอ่ยวาจาดีอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้อดมีโทสะไม่ได้แล้ว นางกรอกน้ำลงไปอึกหนึ่ง “ไม่ไปก็ได้ถึงอย่างไรตระกูลหลี่ก็ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียว รอไม่มีข้าวกรอกหม้อก็ไม่ใช่ข้าที่ต้องอดอยากคนเดียว”
ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยเสียงเหี้ยม“ก่อนหน้าพวกเจ้าทำกับจิ่นซิ่วแม่ลูกอย่างไร อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ตอนนี้เด็กนั่นเริ่มโดดเด่นพวกเจ้ากลับคิดไปหยิบคว้าทรัพย์สินเงินทองของนางทั้งหมดมา หลี่จิ้งเฉิง เจ้าช่างเป็นลูกชายที่ดีของตระกูลหลี่นัก” ผู้เฒ่าหลี่วางตัวดีตงฉินมาชั่วชีวิตคิดไม่ถึงเลยว่าจะคลอดลูกชายเช่นนี้ออกมาเพื่อให้หลี่จิ้งเฉิงได้ตำแหน่งรองเสนาบดีกรมขุนนาง เขายอมเสียหน้าแก่ชรานี้เข้าหาเดินสายกับเพื่อนเก่าแก่หลายคน ตอนนี้ เขาอยู่แต่ในบ้านมานานปีไม่อาจบากหน้าไปมาหาสู่กับเพื่อนเก่าแก่พวกนั้นได้อีกแล้ว หลี่จิ้งเฉิงเฝ้าอยู่ด้านข้างมาโดยตลอด ได้ยินวาจาของท่านผู้เฒ่า เอ่ยปากพูดขึ้น “ท่านพ่อข้าเองก็จนปัญญาเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ไม่ใช่พวกเราอยากได้เงิน แต่เป็นเหยียนเอ๋อร์เด็กนั่น”หลี่จิ้งเฉิงมองฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ “ท่านแม่ครั้งนี้เหยียนเอ๋อร์สร้างปัญหาใหญ่แล้ว” เดิมทีฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ยืนอยู่ข้างเดียวกันกับนายท่านผู้เฒ่า นางเองรู้สึกผิดต่อลูกสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วตอนนี้ได้ยินว่าหลานสาวแต่งให้ท่านอ๋องแล้ว ชีวิตไม่เลว รู้สึกดีใจอยู่บ้างแต่พอได้ยินว่าเรื่องราวเกี่ยวพันถึงหลานชาย นางอดเอ่ยขึ้นไม่ได้“เหยียนเอ๋อร์เกิดเรื่องอะไรรึ”หลี่จิ้งเฉิงหยิบใบกู้ยืมออกมา ยื่นไปตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า“ท่านแม่ ท่านอ่านดู”
ฮูหยินผู้เฒ่าอ่านจบถูกตัวเลขด้านบนทำเอาตกใจตัวโยน สีหน้าเปลี่ยนสีทันใด “สองหมื่นตำลึง”
“ฉุนอ๋องเป็นคนเช่นไร เขาพูดหนึ่งไม่เป็นสองไม่ว่าจะเป็นผู้มีอำนาจศักดิ์ใหญ่ หรือเชื้อพระวงศ์ เขาต่างไม่เกรงกลัวเหยียนเอ๋อร์ติดเงินฉุนอ๋องสองหมื่นตำลึงจวนตระกูลหลี่ไม่มีทางมีเงินสองหมื่นตำลึง แม้เหยียนเอ๋อร์เด็กคนนี้จะทำเกินไปบ้าง ไม่รู้จักเอาการเอางานแต่ถึงอย่างไรก็เป็นลูกหลานตระกูลหลี่เรา ข้าไม่อาจทนเห็นเขาตายได้” หลี่จิ้งเฉิงเอ่ย “ยังไม่ใช่ลูกที่พวกเจ้าสั่งสอนออกมารึ” นายท่านผู้เฒ่าหลี่มองใบกู้ยืมนั่น หนวดกระตุกถลึงตาเอ่ย “ท่านพ่อ ลูกไม่ดีถือเป็นความผิดบิดา เป็นพวกข้าที่ไม่อบรมสั่งสอนให้ดี แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทวงถามความผิดหากเหยียนเอ๋อร์เกิดเรื่องอะไร ตระกูลหลี่ของพวกเราคงสิ้นทายาทแล้ว”หลี่จิ้งเฉิงเอ่ย‘สิ้นทายาท’ คำนี้หนักหนายิ่งหล่นทับลงบนศีรษะผู้เฒ่าทั้งสองอย่างหนักอึ้ง
“ข้าไปเอง” ฮูหยินผู้เฒ่าที่ผ่านวันหกสิบเอ่ยขึ้น“ข้าอยากไปเยี่ยมลูกจิ่นซิ่ว”
จวนอวิ๋นอ๋อง
“พระชายา นอกประตูมีหญิงอ้างว่าเป็นยายท่านส่งเทียบมาเพคะ”
กู้สุ่ยเย่ว์รับเทียบมาอ่านดู ตอนเห็นเนื้อหาดวงตาอดหรี่เล็กลงไม่ได้
นี่เป็นหมากใหม่ที่ลุงกับป้าสะใภ้สองคนนั้นของนางเดินรึ
ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมหลังมารดาสิ้นใจไป ท่านตาท่านยายเคยแอบส่งเงินมาให้นางกู้สุ่ยเย่ว์อดคิดถึงยายตนขึ้นมาไม่ได้กู้เทียนหลานเป็นเด็กเพียงหนึ่งเดียวของจวนแม่ทัพกู้ถูกอบรมสั่งสอนเหมือนเด็กผู้ชายตั้งแต่เล็กบิดานางเห็นการคงความสงบของแคว้นเป็นหน้าที่ใจหวังแค่ช่วยเหลือสนับสนุนฮ่องเต้วั่งเย่ว์ เงื่อนไขที่ตั้งไว้ให้นางเข้มงวดยิ่งกู้เทียนหลานได้รับความอ่อนโยนจากบิดาน้อยมาก แต่ท่านตาท่านยายนางดีกับนางที่สุดนางฝึกวรยุทธ์จนทั้งตัวเหนื่อยล้าอิดโรย เป็นยายนางที่อุ้มนางไว้ในอ้อมอกปลอบเสียงอ่อนโยน ตอนนางป่วยเป็นไข้ ก็เป็นยายนางที่เฝ้านางทั้งคืน
แม้จะรู้จุดประสงค์ที่ยายกู้สุ่ยเย่ว์มาแต่นางคงไม่อาจกันคนไว้นอกประตูได้
กู้สุ่ยเย่ว์สูดลมหายใจลึกๆ ลุกขึ้นยืน กางมือออกอิ่นจูรับทราบความนัย หยิบชุดตัวนอกมาห่มคลุมให้นาง
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่อายุหกสิบกว่าได้ เส้นผมหงอกขาวสุขภาพร่างกายไม่ได้ดีเท่าไร สีหน้าซีดขาว แต่แววตาทั้งสองยังคงกระจ่างชัดนางเห็นกู้สุ่ยเย่ว์ น้ำตาอดไหลออกมาไม่ได้
“เย่ว์เอ๋อร์ เจ้าคือเย่ว์เอ๋อร์ ช่างคล้ายลูกข้านัก”
กู้สุ่ยเย่ว์เดินไปข้างกายนางนางเห็นความเอ็นดูและความปวดใจจากแววตาหญิงชรานางนี้ กู้สุ่ยเย่ว์นั่งลงข้างกายนางแววตาแฝงแววตรวจสอบ
ตอนนี้นางกำลังเสพรับความอบอุ่นสุดท้ายที่ตระกูลฝั่งมารดามอบให้ รอตอนหญิงชราเอ่ยขอร้องกับนางสายสัมพันธ์สุดท้ายนี้ก็จะถือเป็นอันจบสิ้น ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ทำเอาตาแดงก่ำเอ่ยขึ้นเสียงสะอื้น “เป็นเย่ว์เอ๋อร์ของข้าจริงๆ เย่ว์เอ๋อร์หลายปีมานี้ลำบากเจ้าแล้ว ตอนจิ่นซิ่วจากไปข้ากับตาเจ้าไม่อาจออกหน้าให้แม่เจ้าได้ มารดาเจ้าทิ้งเจ้าเด็กน้อยตัวคนเดียวไว้พวกเรายังไม่อาจปกป้องคุ้มครองเจ้าได้ ยามราตรีเวลานึกถึง ยายมักไม่อาจหลับลงได้อีก”การแสดงของฮูหยินผู้เฒ่าท่านนี้เก่งกว่าหลี่ฮูหยินมากหากวิญญาณตอนนี้ของนางยังเป็นกู้สุ่ยเย่ว์ละก็ จะต้องรับปากนางอย่างไม่ลังเลแน่
ร้องไห้พอแล้ว นางจะเริ่มเอ่ยถึงเรื่องเงินตอนไหนกัน
กู้สุ่ยเย่ว์ลอบครุ่นคิดในใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ร้องไห้เงียบๆ อยู่พักหนึ่ง มองดูนางนิ่งๆอีกรอบ หลังจากนั้นลุกขึ้นเอ่ย “สุ่ยเย่ว์ หญิงมากมายอยู่ด้วยกัน คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการแย่งชิงปกติแล้วจวนหลังไม่มีทางอยู่ได้อย่างเงียบสงบ เรือนหลังจวนอ๋องยังใหญ่โตกว่าเจ้าที่เป็นคนคุมจวน จะต้องระมัดระวังทุกฝีก้าวไม่ว่าเรื่องอะไรต้องคิดหน้าคิดหลัง ยายเห็นเจ้าอยู่สุขสบายได้ก็ดีใจแล้วครั้งหน้าค่อยมาหาเจ้า”
กู้สุ่ยเย่ว์นิ่งคิดครู่หนึ่งเห็นฮูหยินผู้เฒ่าหลี่หันหลังเตรียมจากไป จึงอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ “ท่านยาย”
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่หันมามองนาง ใบหน้าฉายแววเข้าใจ“เย่ว์เอ๋อร์ ข้ารู้ความคิดเจ้า ที่ยายเสียใจที่สุดในชีวิตคือการมีลูกชายเช่นนั้น แต่งสะใภ้เช่นนี้มา” นายท่านผู้เฒ่าหลี่ตงฉินมาทั้งชีวิตฮูหยินผู้เฒ่ายังวางตัวเพียบพร้อมมีราศีทว่าไม่คาดกลับมีลูกชายไร้ยางอายและสะใภ้เห็นแก่ผลประโยชน์เช่นนี้ได้ทำเอาชื่อเสียงดีงามที่ตระกูลหลี่สั่งสมมารุ่นแล้วรุ่นเล่าเสื่อมเสีย เรื่องนี้ยังพอทำเนาหลานชายเพียงหนึ่งกลับกลายเป็นคุณชายไม่เอาไหนไร้อนาคต รังแกบุรุษข่มเหงสตรีไม่รู้จักพัฒนาตน ตอนนี้ยังติดค้างเงินก้อนใหญ่อีก“ชะตาตระกูลหลี่คงถึงคราวสิ้นสุดแล้วใช้เงินสองหมื่นตำลึงช่วยเหยียนเอ๋อร์ออกมาได้แล้วอย่างไรครั้งต่อไปเขาคงติดค้างอีกสามหมื่น สี่หมื่น เวลานั้นผู้ใดจะคืนให้เขาอีกกัน”บนใบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าหลี่แฝงแววเหนื่อยล้าไร้กำลัง
มีเพียงสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดแล้วถึงได้เอ่ยออกมาเช่นนี้
“เหยียนเอ๋อร์เป็นหลานชายข้า เจ้าเองก็เป็นหลานสาวข้า เหตุใดข้าจะต้องถ่วงแข้งถ่วงขาหลานสาวข้าเพื่อหลานชายโหลยโท่ยไม่เอาไหนของข้าด้วย” ฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้มจางๆ ออกมา“หากข้าไม่มา ลูกชายกับลูกสะใภ้ข้าคงไม่มีทางตายใจข้ามาแล้วก็ถือว่าเป็นการมาพบหน้าหลานสาวข้าสักครั้งพอดี”และตอนนี้ เป้าหมายก็สำเร็จลุล่วงแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เอ่ยจบก็หันหลังเดินจากไป
กู้สุ่ยเย่ว์นิ่งงันอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังที่ค่อยๆจากไปไกล ในใจพรั่งพรูความรู้สึกยากจะเอ่ยบรรยาย
ตอนนางถูกหลี่เย่จิ่นและกู้เทียนชิงทำร้ายจนตายได้พบกับความเลวร้ายที่สุดของโลกใบนี้ หลังนางตื่นมาคนนับไม่ถ้วนต่างอยากให้นางถึงที่ตายนางมุ่งหน้าเหยียบย่างผ่านหยาดฝนโลหิตและลมพายุ กว่าจะเดินมาถึงก้าวนี้ได้นางรู้สึกว่าทุกอย่างบนโลกนี้คือความชั่วช้า ความดีงามทั้งหมดเป็นเรื่องจอมปลอม
ทว่าครั้งนี้กลับเป็นความรู้สึกอบอุ่นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสหลังจากเกิดใหม่
ที่แท้โลกใบนี้ยังมีคนดีอยู่
กู้เทียนหลานไม่ได้สูญเสียทุกอย่างไป กู้เทียนหลานตายแล้ว แต่สายลับที่นางทิ้งไว้ยังเฝ้าอยู่ที่นั่นยึดถือคำมั่นสัญญาที่คนมากมายเห็นว่าไร้ค่า
กู้สุ่ยเย่ว์เองก็ไม่ได้สูญเสียทุกอย่างไปท่านยายของนางยังคงนึกถึงนาง
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าหลี่กลับถึงจวนตระกูลหลี่หลี่จิ้งเฉิงกับหลี่ฮูหยินรุมล้อมเข้ามา“ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้างได้เงินสองหมื่นตำลึงมาหรือไม่”
“จวนอวิ๋นอ๋องใหญ่โตโอ่อ่าขนาดนั้นเงินสองหมื่นตำลึงสำหรับจวนอวิ๋นอ๋องแล้วเป็นแค่จำนวนเล็กๆ หากกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ให้ก็จะถือเป็นพวกอกตัญญูลืมบุญคุณ ไม่สนใจแม้แต่เครือญาติสายเลือดเดียวกัน”
“อกตัญญูรึ เจ้ามีบุญคุณใดกับสุ่ยเย่ว์กันมีสายสัมพันธ์เช่นไรรึ” ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่มองหลี่ฮูหยินสายตาหนึ่งมองจนหญิงอวดดีปากร้ายนั่นนิ่งอึ้งไป
“ไม่ต้องไปยุ่งกับสุ่ยเย่ว์แล้ว คนทำอะไรสวรรค์ต่างรับรู้”ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่พูดจบก็หันหลังจากไป
หลี่ฮูหยินนิ่งอึ้งไป หลังจากนั้นเอ่ยร้องไห้โวยวายเสียงดัง“นายท่าน นางหมายความว่าอย่างไร ข้าไม่ทำเพื่อบ้านนี้รึหรือว่าพวกเขาไม่อยากได้แม้แต่หลานชายแล้ว”
หลี่จิ้งเฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเอ่ยขึ้น“ฮูหยินอย่าเพิ่งร้อนใจ ในเมื่อใช้สายสัมพันธ์ไม่ได้เช่นนั้นพวกเราเลือกเส้นทางอีกสาย กู้สุ่ยเย่ว์ไม่สนใจเครือญาติไร้ไมตรี เช่นนั้นพวกเราเองก็จะไม่สนใจอะไรอีก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่กู้สุ่ยเย่ว์อยากไม่อยากให้ แต่นางจำเป็นต้องให้”น้ำตาหลี่ฮูหยินค้างอยู่บนใบหน้า กะพริบตาปริบๆมองเขาอยู่เช่นนั้น “นายท่าน ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดกู้เชียนถึงเฉยชากับกู้สุ่ยเย่ว์เช่นนั้นในเมื่อก็เป็นลูกสาวแท้ๆ ของตนเช่นกันที่กู้เชียนไร้เยื่อใยก็ไม่ใช่เพราะนางสติไม่ดีง่ายดายเช่นนั้น”
“ความลับนี้เกี่ยวพันถึงชาติกำเนิดของนาง หากแพร่งพรายออกไปกู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีทางเป็นพระชายาอ๋องได้แน่”
“กู้เชียนมีอำนาจศักดิ์ใหญ่บุตรสาวสายตรงของเขามีสิทธิ์เป็นพระชายาอวิ๋นอ๋องแต่หากเป็นบุตรสาวขุนนางต้องโทษเล่า เช่นนั้นคงไม่มีสิทธิ์นั้นแล้ว”