เช้าวันรุ่งขึ้น…
ท่ามกลางความสงบของเหล่าปวงประชา รุ่งเช้าอันครึกครื้นได้ร่อนเรเข้ามา ชาวบ้านทำงาน ชาวนาทำไร่ ทหารฝึกอาวุธประจำกาย มีพระเเละเณรน้อยที่ร่ำเรียนวิชาอาคมต์เเละความรู้ตามปกติ ในขณะนั้นก็มีกลุ่มทหาร1กลุ่มเดินเข้ามาพร้อมพระราชโองการของพระเ้าเอกทัศ ให้มารวมกัน ณ ลานหน้าพระราชวังหลวงไม่เว้นเเม้เเต่เด็กหรือผู้ใหญ่ พร้อมบริการอาหารชั้นเยี่ยมเเละน้ำผลไม้ชั้นยอด
ชาวบ้านชาวเมืองต่างงุนงงว่าจะเกิดอะไรขึ้น เเต่พวกเขาก็ตั้งตารอพระมหากษัติรย์ของเขาด้วยความภักดี ตั้งเเต่3วันก่อน าที่เเสนยากเย็นกลับดูง่ายดายเมื่ออยู่ต่อหน้าพระเ้าเอกทัศน์ สิ่งที่เป็ไปไม่ได้กลับกลายเป็สิ่งที่เป็ไปได้ การป้องกันที่เหล่าอำมาตย์ช่วยกันคิดวิเคราะห์กัน1ปี3เดือนกลับถูกคลี่คลายลงใน3ชั่วยาม
ในขณะที่เสียงเซ็งเเซ่กล่าวขานถึงพระราชกรณีกิจที่ของพระเ้าเอกทัศน์อย่างออกรสพวกเขาก็ค่อยๆลดเสียงลงเเละเงียบลงในที่สุด เหล่าเด็กต่างเล่นซุกซนด้วยความสนุกเเต่ก็ถูกเหล่าผู้ใหญ่ห้ามปราม การร่วมตัวครั้งนี้ไม่เว้นเเม้เเต่ไพร่ทาส ส่วนชาวบ้านชาวเมืองที่ออกไปหาปลาหรือทำไร่ไถ่นาอยู่นอกเมืองพระเ้าเอกทัศน์ก็ได้ส่งให้ตัวเเทนไปพูด
ในขณะนี้พระเ้าเอกทัศน์เดินออกมาจากหอสูงที่มีเจดีย์ั์ทำจากทองเหลืองทั้งสถาน รอยยิ้มของเขายิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เขาไม่เเน่ใจว่าการนำวรรณกรรมเื่นี้ของเขาสอนชาวเมืองจะเป็ที่ชื่นชอบของประชาชนหรือไม่ เเต่นี้คือสิ่งที่เขาทำ จุดประสงค์หลักเพียงเพื่อให้คนในบ้านเมืองเกิดความสามัคคีไม่หักล้างกัน
“วันนี้ ข้าจะอ่านวรรณกรรมที่มีผู้หนึ่งเคยเขียนไว้” เหล่าปวงประชามองพระเ้าเอกทัศน์เป็สายตาเดียวกัน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวัง ดวงอาทิตย์ในยาม10โมงเช้านั้นทอดอยู่ด้านหลังของพระเ้าเอกทัศน์พอดีซึ่งนั้นทำให้เขาดูเหมือนพระเ้าลงมาจุติ ความรู้สึกขนลุกซู่ซันภายในกายใจของชาวเมืองเหมือนกับตอนที่อยู่ในา พวกเขาเชื่อสุดใจ เเละจะไม่ยอมให้พระมหากษัติรย์ของพวกเขาอยู่ในสถานการ์ณลำบาก เเม้เเต่พวกทาสก็ได้รับอิทธิพลรักกษัติรย์สุดหัวใจเช่นกัน เพราะ พวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างดีเมื่อเข้ามาลานหน้าวัง เเละได้รับอาหารเเละเครื่องดื่มชั้นดี
“ขอให้พวกเ้าจงฟังเเละเล่าสืบต่อลูกหลานฟังทอดไป”
“นานมาเเล้ว มีปีศาจตนนึงมันนามว่า ปีศาจก้านกล้วย มันอาศัยอยู่ในป่าเขาเเละมักจะมาทำลายข้าวของเเละเผาเมืองจนป่นปี๋เเละมีเมืองนามว่าสินธุอยู่ใกล้ๆถิ่นอาศัยของปีศาจก้านกล้วย เมืองสินธุสามารถป้องกันปีศาจก้านกล้วยได้เสมอมาเพราะพวกเขาสามมัคคีกัน”
เเต่เมื่อในสมัยที่เมืองสินธุเกิดความวุ่นวายภายในเมือง ผู้คนเเตกเเยก มีคนเอารัดเอาเปรียบ คนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบก็เกิดความเเค้น ความเเค้นก่อเกิดความเเค้นต่ออีกหน ทำให้ปีศาจก้านกล้วยในเมืองบุกเข้าทำลายเมือง มันจงใจจัดการผู้ใหญ่ในเมืองก่อน ซึ่งอาคมต์ของมันทำลายบ้านเมืองจนบำราบไม่เหลือ มีเด็กหลายคนที่กลัวปีศาจก้านกล้วยไม่กล้าเข้าต่อสู้ ต่อกร เอาเเต่วิ่งหนี เเล้วในที่สุดปีศาจก้านกล้วยก็เอากล้วยของมันเเทงตูดเด็กตายทีละคน ทุกคนในเมือง ในยามขับขันเเก่งเเย่งสมุนไพรเพื่อรักษาตัว เเต่ว่าไม่มีใครได้มันไป ทั้งๆที่ยาสมุนไพรทั้งหมดเพียงพอที่จะรักษาทุกคนในเมือง จนพวกเขาทนพิษบาดเเผลไม่ไหวเเละสิ้นลม
เมื่อพูดจบไปท่อนนึงเด็กที่เล่นซุกซนยังไม่สนใจ มีเเต่เหล่าผู้ใหญ่ที่เริ่มจ้องมองเเละฟังไม่วางหู พวกเขาดุเด็กๆให้หยุดพูดเพื่อที่จะได้ฟังชัดๆ ตอนนี้พวกผู้ใหญ่หยุดกินอาหารเเละน้ำ บางคนมือยังเปิบข้าวเหนียวค้างเอาไว้ในท่าที่จะเอาเข้าปาก เขาสนใจเเต่วรรณกรรมที่พิลึก
เเต่ทว่าเหลือกลุ่มเด็กอีกหลายสิบคนที่อยู่ในเมือง มีเด็กคนนึงที่พยายามจะช่วยคนในหมู่บ้านทั้งหมด พวกเขาพยายามช่วยคนในหมู่บ้านสุดความสามารถเเต่เเล้ว คนเเล้วคนเล่าก็ต้องตายไป จนเด็กคนนั้นนามว่า ขาม เป็เด็กธรรมดาสามัญชน พลาดโดนปีศาจก้านกล้วยเจอตัวเข้า เเต่เขาก็ไม่สนใจตนเอง เขารักบ้านเมืองของเขา เขาเข้ามาปกป้องเด็กๆที่กำลังทะเลาะกันเื่ชั้นยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อตัดสินกันว่าใครจะได้ยานี้ไปรักษาพ่อเเม่ พวกที่ชั้นยศสูงก็บอกว่าตนเองสมควรได้ก่อน ส่วยพวกไพร่ทาสก็บอกว่าตนมีจำนวนเยอะกว่าพวกเราจะฆ่าพวกนายหากไม่ให้ยากับพวกเรา
เด็กพวกนั้นไม่สนใจขามเลยสักนิดเเม้เขาจะบอกว่าให้เเบ่งยากัน ให้ช่วยเหลือกัน ขามโดนปีศาจก้ากล้วยเเทงตูดตาย เเต่ว่าพระอินทร์บน์เห็นถึงความดีของขาม เขาจึงให้เข็มขัดเส้นนึงมาเเละชุบชีวิตขาม ขามลุกขึ้นมาอีกครั้งเขารู้ได้ถึงวิธีใช้เข็มขัด เขาเอามาสวมหลังจากนั้นหน้ากากประหลาดก็โผล่มาสวมหัวของเขา ปีศาจก้ากล้วยจะฆ่าเด็กที่เหลือให้หมด เเต่ขามก็เข้ามาปกป้องไว้จนกระเด็นล้มไป เด็กพวกนั้นมัวเเต่เเย่งยากันจนพ่อเเม่ของเขาตายกันหมด เเละเด็กพวกนั้นเป็เป้าของปีศาจก้านกล้วยไปเเล้ว พวกเขากำลังจะตาย
คราวนี้เด็กหยุดเล่นเเละเริ่มตั้งใจฟังอย่างผู้ใหญ่ หัวใจของเด็กๆไม่เคยเต้นเเรงเเบบนี้มาก่อน พวกเขาเริ่มมีประกายเล็กๆในหัวใจที่ส่องสว่างดั่งความฝัน เสียงของอาณาบริเวณลานกว้างสงัดเงียบจนได้ยินเเม้เเต่เสียงใบโพธิ์กระทบพื้น
“พวกนาย มัวเเต่ทะเลาะกัน มัวเเต่เเก่งเเย่งกันเพื่อช่วยพ่อเเม่ของพวกนาย เเต่นั้นกลับทำให้พ่อเเม่ของพวกนายตายเพราะมัวเเต่ยืดเวลาไม่ประนีประนอมเเบ่งยากัน ถ้าพวกนายเเบ่งยากันเเต่เเรกพ่อเเม่พวกนายก็จะไม่ตาย!! ถ้าพวกนายสามมัคคีกัน พวกเราก็จะชนะปีศาจก้านกล้วย” ขามพูด ทันใดนั้นเพื่อนพวกนั้นก็สำนึกผิดเเละลุกขึ้นยืนหยัด พวกเขาละทิ้งความกลัว
“พวกเรา มันโง่เขลาจริงๆ”เด็กลูกขุนนางพูด"ฉันจะปกป้องนายเองขาม"
“ไม่หรอก พวกเราก็เหมือนกัน”เด็กลูกไพร่ทาสพูด"เรามัวเเต่จะเอาตัวรอด หากรวมมือกันเเต่เเรก ไม่เอาเปรียบกันทุกคนจะมีความสุข"
ว่าเเล้วเด็กอีก4คนก็มายืนปกป้องขาม"ขามนายเอายาไปช่วยคนที่ยังรอดเถอะ"
“ไม่ได้พวกเราต้องเเบ่งกันเเล้วรีบเเยกย้ายไปช่วยคนที่เหลือรอด”ขามตอบพลางลุกขึ้น
“งั้นพวกเราต้องจัดการปีศาจก้านกล้วยนี้ก่อน”
“เออ”5คนพูดพร้อมกัน
ในจังหวะนั้นพระอินทร์ชอบใจ พระองค์ประทานเข็มขัดให้อีก4คน เด็กทั้งหมดเข้ามายืนเเถวเรียงกัน ชูมือขึ้นลงเฉียง45องศาเหนือหัวไหล่อย่างมั่นคง พวกเขารู้วิธีใช้เข็มขัดวิเศษ
“เเปลงงงง…ร่างงงง!!”
เด็กหญิงเเละเด็กชายมีชุดเกราะมาห่อหุ้มร่างกาย 5คน5สี ประกอบด้วย
ขามสีเเดง
ไหมสีชมพู
วัลย์สีเขียว
สิงค์สีเหลือง
วารีสีน้ำเงิน
พวกเขามีหน้ากากพวกรามเกียรต์ทั้งหลายเเต่เป็รูปเเบบทันสมัยจากอีก250ปีต่อจากนี้ เมื่อทุกคนเเปลงร่างจะมีพลังเพิ่มขึ้นร้อยเท่า ความเร็วเพิ่มขึ้นร้อยเท่า เด็กทั้ง5คนร่วมมือกันเเละพูดพร้อมเพียง"พวกเราขบวนการอโยธยาเรนเจอร์ จะจัดการพวกเเกเอง!"
ว่าเเล้วเด็กทั้ง5คนก็เขาไปต่อยปีศาจก้านกล้วย เเต่พวกเขาก็โดนสวนกลับมาเจ็บสาหัสเเละเเทบล้มทั้งยืน พระอินทร์เห็นท่าไม่ดีจึงส่งข้อความไปหาเด็กๆ'ใช้ท่าไรเดอร์คิ๊ก'ความรู้ความทรงจำต่างๆปรากฏหลั่งใหลเข้าไปในหัวของเด็กๆ พวกเขาสามารถใช้เป็เเล้ว
เด็กๆทั้งหมดยืนขึ้นเเล้วกดปุ่มเเปลกๆข้างเข็มขัดหลังจากนั้นก็ดึงคันโยกเล็กตรงเข็มขัดขึ้น พลังอัศนีสีม่วงเเกมน้ำเงินเป็สายฟ้าล้อมรอบขาข้างขวาของเด็กทั้งหมด ความทรงจำของลูกไม้รุกของเเม่ไม้มวยอโยธยาเเลบขึ้นมาในหัว มันเป็กระบวนท่าจระเข้ฟาดหาง เด็กทั้ง5คนเอามือมารวมกันเเล้วเเบ่งพลังทวีคูรพลังตนเอง เเข้งเท้าข้างขวาเกิดพลังงานเปล่งเเสงจ้าออกมา ในระหว่างนั้นปีศาจก้านกล้วยไม่รอช้ารีบปรีพุ่งเข้ามาหาเด็กทั้ง5คนที่ล้อมวงรวมฝ่ามือกันะโออกเป็5เเฉก
ปีศาจก้านกล้วยงุนงงไม่รู้จะจู่โจมใครก่อนดี มันได้เเต่ระเเวดระวัง ในจังหวะที่มันจะขยับเด็กทั้ง5คนก็หมุนตัวกลับหลังไปพร้อมกัน การหมุนตัวเตะของเด็กๆทำให้ปีศาจก้านกล้วยกะจังหวะหลบผิด โดนกระเเสลูกเตะจระเข้ฝาดหางอัสนีบาตทั้ง5สีเข้าที่ก้านคอพร้อมกัน
“ไรเดอรรรร์!!!”
“คิ๊กกกกกก ย่าาาาา!!!”
ปีศาจก้ากล้วยยืนเเน่นิ่ง ในขณะที่เด็กทั้ง5คนเอาฝ่าเท้าออกเเละเดินห่างจากมัน3ก้าวโดยหันหลังให้ ใบหน้า หน้ากากของเขาฉายเเววความเท่ออกมา ทันใดนั้น ปีศาจก้านกล้วยก็ะเิเป็จุล
“ตูมมมมมมม!!”
เเละนี้ก็คือ…ปฐมบทเเห่งการเริ่มต้นของขบวนการเรนเจอร์อโยธยา
โปรดติดตามตอนต่อไป…
เมื่อผมอ่านจบเเละไม่ได้มองเหล่าปวงประชามาหลายสิบนาที ก็เงยหน้าขึ้น'ความเงียบเเบบนี้…ล้มเหลว?'พระเ้าเอกทัศกวาดสายตามองรอบๆ เด็กหลายคนในนัยตาเปี่ยมไปด้วยเเววตาสุกสกาวสว่างไสว พวกเขาทั้งหมดค่อยยืนขึ้นช้าๆ ไร้เสียง ผมรู้สึกกลัวเล็กน้อย สิ่งที่เราทำอาจจะผิดจารีตบางอย่าง
ไม่ใช่เเม้เเต่เด็กๆ เหล่าทหาร คนเสิร์ฟน้ำ ผู้ใหญ่คนเเก่ ทันใดนั้นก็มีเสียงฟึบฟับของการขยับร่างกายอย่างรวดเร็วเกิดขึ้น พระเ้าเอกทัศถูกเสียงนั้นดึงดูดไปมองอย่างช่วยไม่ได้ ชายฉกรรจ์คนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนายหนวดเขี้ยว ใบหน้าคมเข้มของเขาทำให้ผมหวาดหวั่นเล็กน้อย นายหนวดเขี้ยววาดเเขนเป็วงกลมขึ้นลง ใช้เเขนอีกข้างฟันเฉียงขึ้น45องศา ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุขีเหลือเกิน เพียงเเค่มองเเวบเดียวก็รู้ว่าหนวดเขี้นวปลื้มปิติ
“เเปลงงงง…ร่างงงง”นายหนวดเขี้ยวพูด เสียงอันหนักเเน่นดุดันของเขาทำเอากังวาลสะท้อนกำเเพงเลยทีเดียว ไม่นานเด็กหลายคนก็เริ่มลุกขึ้นยืนตามเเละทำท่าเเปลงร่างพร้อมกับะโเเปลงร่างออกมา"ไรเดอร์คิ๊ก!" คราวนี้ทุกคนทำท่านั้นกันอย่างพร้อมเพรียง เสียงเซ็งเเซ่กลับมาอีกครั้ง เเต่เสียงนั้นล้วนมีคำว่าเเปลงร่างไม่ก็เรนเจอร์
พระเ้าเอกทัศถึงกับกุมขมับ'เหี้ยละไง? ผลมันดีเกินไป โอ้วไม่' ผมรู้สึกเเย่พิสดาร เเต่เมื่อมองคนในลานกว้างช่วยเหลือกันโดยการช่วยทิ้งของให้เป็ที่ ช่วยเสิร์ฟน้ำกัน หรือกล่าวขอโทษสิ่งที่ตนเองเห็นเเก่ตัวในยามา บางคนถึงกลับร้องไห้ออกมา เเม้เเต่ทหารก็ยังเเปลงร่างเเละเล่นกันกับเด็กๆ พระเ้าเอกทัศน์ยิ้มที่มุมปาก
ความเป็…ปึกเเผ่น กลับมาเเล้ว
พระเ้าเอกทัศน์เดินกลับวัง เเละเขาก็สวนทางกับนายจันขาวเข้าโดยบังเอิญ เมื่อผมเห็นว่านายจันขาวยืนนิ่งๆเเละเปี่ยมด้วยความสุขุมลุ่มลึกดั่งเดิมหลังจากฟังขบวนการเรนเจอร์ขึ้นมาผมรู้ภูมิใจอย่างมาก อย่างน้อยๆก็มีเขาปกติคนนึง พระเ้าเอกทัศเอามือเเตะบ่านายจันขาวที่ตัวสั่นๆ “อย่างน้อยนายก็สุขุม”ผมยิ้มให้จันขาว เเต่ร่างที่สั่นเทิ่มของเขาก็ขยับขึ้นฉับพลัน
“เเปลง…ร่างงง!!!”
“เเก!”
ผัวะ!