เกมรักอันตรายเดิมพันหัวใจนายหน้าหวาน [Yaoi]

    19 | ความทรงจำที่หายไป


                     ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แต่ก็ต้องหลับมันลงไปอีกครั้งเพราะแสงที่สว่างมากเกินไป หลังจากที่รอให้สายตาปรับโฟกัสได้แล้วผมก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตา                “ตื่นแล้วเหรอครับ?” ผมหันไปมองหมอที่ยืนอยู่ข้างเตียง                “ยังปวดศีรษะอยู่รึเปล่าครับ?”                “ไม่แล้วครับ ผมเป็นอะไรไปเหรอครับหมอ?”                “คุณปวดศีรษะอย่างรุนแรงนะครับ หมอถามได้ไหมครับว่าช่วงนี้คนไข้มีอาการเครียดบ้างรึเปล่าครับ?”                “ก็มีนะครับ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับปวดหัวรุนแรงแบบนี้ ผมปวดมากมันเหมือนกับว่ามีภาพกับเสียงกระซิบของใครก็ไม่รู้วิ่งเข้ามาในหัว ยิ่งผมพยายามนึกเท่าไหร่มันก็ยิ่งปวดมากเลยครับ”                “งั้นหมอขอถามอีกเรื่องนะครับ”                “ครับ”                “คนไข้เคยประสบอุบัติเหตุอะไรที่มีผลกระทบต่อสมองไหมครับ? ผลกระทบที่อาจจะเกี่ยวกับความทรงจำ” หมอถามพร้อมกับจดข้อมูลลงบนบอร์ดยิกๆ                “ไม่นะครับ ไม่เคยเลยครับ”                “โอเคครับ พักผ่อนเยอะๆ นะครับ แล้วหมอจะมาดูอาการใหม่”                “ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้ขอบคุณหมอ                แกร๊ก...                ประตูเปิดพร้อมกับเฮลที่เดินเข้ามาในมือมีข้าวของหลายอย่าง                “อ้าว...หมอตรวจอยู่เหรอครับ?” ร่างสูงเดินเอาข้าวของไปเก็บในโซนห้องครัว                “เสร็จแล้วครับถ้ามีอาการปวดหัวอีกก็เรียกหมอได้ตลอดนะครับ”                “ครับ” ผมขานรับหมออีกครั้ง                “ตัวเล็กครับ ป้านวลทำข้าวต้มกุ้งของโปรดตัวเล็กมาให้ด้วยนะครับ” เฮลเดินถือถ้วยข้าวต้มมาหาผม                อึก!                ผมยกมือขึ้นมากุมขมับทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น ‘ตัวเล็ก’ เหรอ ทำไมมันถึงรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกินนะ แต่ผมยิ่งนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าทำไมถึงคุ้นเคยกับมัน ยิ่งคิดยิ่งทำให้ปวดหัว                “ตัวเล็กเป็นอะไรครับ?”                “ปะ...ปวดหัว! หยุดพูด! อย่าพูดคำนั้น!!”                “หมอครับน้องปวดหัวอีกแล้วครับ!!” เฮลรีบวิ่งไปเรียกหมอมาทันที ยังดีที่หมอยังเดินไปไม่ไกลมาก ไม่นานทั้งหมอ พยาบาลแล้วก็เฮลก็รีบวิ่งเข้ามาในห้อง                “อาการเป็นไงบ้างครับ?” หมอถาม                “ผมปวดหัว!!”                “ตัวเล็กใจเย็นๆ นะครับ”                “หยุดพูด!! โอ๊ย!! ปวด! อึก!!” ผมดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง                “ญาติคนไข้เชิญออกไปรอข้างนอกก่อนนะครับ” หมอหันไปบอกเฮลที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างเตียงผมอีกฝากหนึ่ง                “ครับ” แล้วเฮลก็เดินออกไปนอกห้อง หมอฉีดยาระงับความปวดให้กับผม                “หมอฉีดยาให้แล้วนะครับ ยาอาจทำให้ง่วงนะครับ”                “ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ” ผมยกมือขึ้นไหว้หมออีกครั้งหลังจากพูดคุยกันแค่ไม่กี่คำ แล้วหมอก็ออกจากห้องไป ผมนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงตอนนี้ไม่ปวดหัวแล้ว                ผมหันไปมองวิวนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด คำๆ นั้นทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับมันขนาดนั้นกันนะ...                แกร๊ก!                เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ผมต้องหันไปมอง คนที่เข้ามาเป็นไอ้พาสกับพี่อิล สองคนนี้มาด้วยกันเหรอ?                “ไงมึง นอนขึ้นอืดอ้วนเป็นหมูยังวะ?” พาสเดินเข้ามาหาผมที่ข้างเตียง ส่วนพี่อิลก็เดินเอาของเยี่ยมไข้ไปเก็บที่ห้องครัว                “อ้วนบ้านมึงสิไอ้พาส!”                “ปากดีแบบนี้คงหายแล้วมั้ง -__-”                “เพื่อนไม่สบายทำไมพึ่งจะโผล่หัวมา น้อยใจวะ” ผมเบะปากใส่มัน                “ไม่ต้องมางอนเลย ตอนมึงหลับกูมาหลายรอบแล้วเหอะ!”                “เออๆ ว่าแต่มึงกับพี่อิลมาด้วยกันได้ไงอ่ะ?”                “นี่เมียพี่ ทำไมพี่จะมาด้วยกันไม่ได้ล่ะครับ” พี่อิลมันเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาพูดอย่างหน้าตาเฉย                “เฮ้ย!! นี่มึงไปแอบมีผัวเป็นพี่อิลตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้พาส!! O__O” อึ้งสิครับกู                “เรื่องมันยาววะ ไว้เดี๋ยวกูค่อยเล่าให้ฟังก็แล้วกัน” มันพูดด้วยใบหน้าแดงๆ                “แน่นะ?”                “เออ!!” แล้วผมกับพาสก็คุยกันทั่วไป เราทั้งสองคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนานจนทำให้ผมลืมเรื่องอื่นๆ ไปหมด [Hell’s part]                “เป็นไงบ้างครับหมอ?” หลังจากที่หมอเดินออกมาจากห้องผมก็ตรงดิ่งเข้าไปถามหมอทันที                “หมอมีเรื่องจะปรึกษากับคุณหน่อยนะครับ ยังไงรบกวนไปคุยกับหมอที่ห้องได้ไหมครับ?”                “ได้ครับ แต่ผมขอโทรบอกให้เพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อนน้องก่อนได้ไหมครับ?”                “ได้ครับ” หมอพูดแล้วเดินนำผมได้ที่ห้อง ระหว่างทางที่เดินผมโทรหาไอ้อิลให้พาเมียมันมาอยู่เป็นเพื่อนน้องก่อน ผมไม่อยากให้น้องอยู่คนเดียว มันบอกว่ากำลังจะถึงโรงพยาบาลพอดีเพราะเมียบอกว่าจะมาเยี่ยมน้องวันนี้อยู่แล้ว                ผมเดินตามหมอมาได้ไม่นานก็ถึง หมอเดินนำเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้วยใบหน้าเครียดๆ บอกตามตรงเลยว่าผมเริ่มรู้สึกเครียดตามหมอไปแล้ว                “หมอมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?” ผมเปิดประเด็นขึ้นทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้                “อาการของคนไข้ตอนนี้ไม่ได้มีอะไรร้ายแรงมากหรอกครับ แต่ที่หมอสงสัยคือคนไข้เคยประสบอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนต่อศีรษะรึเปล่าครับ?”                “ไม่เคยนะครับ น้องไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนั้นเลย หมอถามเรื่องนี้ทำไมเหรอครับ?”                “เพราะอาการปวดศีรษะของคนไข้น่ะครับ อาการเหมือนกับผู้ป่วยที่ได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะหรือเรียกว่าความจำเสื่อมก็ได้ครับ”                “แต่น้องจำทุกคนได้นะครับ”                “คนไข้บอกกับผมว่าเขามีอาการปวดศีรษะเพราะเห็นภาพเลือนราง แล้วก็ได้ยินคำที่คุณใช้เรียกเขาด้วยครับ เขาบอกว่ายิ่งนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก พอยิ่งคิดมากๆ ก็เลยปวดศีรษะน่ะครับ”                “...”                “หมอคิดว่าถ้าคนไข้ยังจำทุกคนได้ ก็อาจจะเป็นอีกเคสหนึ่งครับที่ว่าถ้าคนไข้เจอเรื่องราวที่มีผลกระทบต่อจิตใจมากก่อนประสบอุบัติเหตุ หลังฟื้นขึ้นมาสมองของคนไข้ก็อาจจะลืมเลื่อนเรื่องราวนั้นไปเพื่อรักษาสภาพจิตใจครับ”                “อ่า...แล้วผมต้องทำยังไงบ้างครับ ถ้าเกิดว่าน้องความจำเสื่อมขึ้นมา” หลังจากที่เงียบฟังหมอพูดผมก็ถามกลับไป ในหัวตอนนี้มันรู้สึกมึนงงไปหมด                หมอพูดถึงเรื่องการดูแลน้องแล้วก็อาการของน้อง หลังจากที่หมอพูดแนะนำมาหมดแล้วผมก็เดินออกมาจากห้องทันที ผมเดินมาเรื่อยๆ อย่างคนเหมอลอย                ความจำเสื่อมงั้นเหรอ?                เรื่องนี้มันชักจะใหญ่เกินไปแล้ว ทำไมผมถึงไม่เคยรู้อะไรเลยล่ะ ผมเดินมาเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่สวนหย่อมข้างล่างแล้ว ผมเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้เหม่อมองขึ้นไปบนฟ้า คงต้องโทรไปถามแม่แล้วมั้ง ไวอย่างใจคิดผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่ทันที                (“ว่าไงครับพี่เฮล”) รอไม่นานเสียงหวานก็รับสายผม                “แม่ครับ ผมมีเรื่องจะถาม”                (“เรื่องอะไรเหรอลูก?”)                “น้องคิสเคยประสบอุบัติเหตุอะไรที่ทำให้กระทบกระเทือนถึงสมองไหมครับแม่?”                (“ทำไมลูกถึงถามแบบนี้ล่ะ?”)                “ผมเรียกน้องเหมือนเมื่อก่อนแล้วน้องก็ปวดหัว หมอบอกว่าน้องมีอาการเหมือนคนความจำเสื่อม ผมเลยมาถามแม่”                (“เฮ้อ...ตอนนี้น้องเป็นยังไงบ้างลูก?”)                “คุยกับหมอเสร็จ ผมยังไม่ได้เข้าไปดูน้องเลยครับ ตอนนี้น้องอยู่กับเพื่อน ผมรีบโทรมาหาแม่ก่อนว่าสรุปแล้วมันเรื่องจริงไหม”                (“มาขนาดนี้แล้วน้องก็ยังจำเฮลไม่ได้อยู่ดี...”)                “แม่หมายความว่าไงครับ?”                (“เฮลจำได้ไหมว่าก่อนไปเรียนอเมริกาฯ เฮลห้ามไม่ให้แม่กับน้าโรสบอกน้อง เพราะกลัวว่าน้องจะเอาแต่ร้องไห้”)                “จำได้ครับ วันนั้นหลังจากที่รอจนน้องหลับไปแล้ว ผมก็ออกไปสนามบิน” ผมนึกย้อนไปถึงวันนั้น                (“วันนี้หลังจากที่รถออกจากบ้านไป อยู่ๆ น้องคิสก็รีบวิ่งลงมาแล้วร้องไห้วิ่งตามรถเฮลไปจนน้าโรสตกใจ”)                !!!                “หมายความว่าไงครับ? แม่จะบอกว่าวันนั้นน้องตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งตามรถเราเหรอครับ?”                (“ใช่ น้องร้องไห้แล้ววิ่งตามเรา แต่สุดท้ายก็วิ่งไม่ทัน”)                “ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย...” วันนั้นผมพยายามไม่หันกลับไปมองข้างหลัง ผมกลัวว่าถ้าเกิดผมหันกลับไปมองมันจะทำให้ผมไม่อยากไปเรียนต่อ แต่ถ้าเกิดว่าผมหันกลับไปมองสักนิดหัวใจของผมคงไม่แตกสลายเหมือนวันนี้                ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าวันนั้นน้องไม่ได้หลับ น้องวิ่งตามผม ผมทำให้น้องต้องร้องไห้อีกแล้วสินะ...                (“หลังจากนั้นน้องคิสก็ซึมๆ ไป ไม่ค่อยพูดค่อยจา แอบนั่งร้องไห้ ซึมไปหลายวันเลย...”                “...”                (“ผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง...วันนั้นน้องตกบันไดลงมาน้าโรสตกใจมาก เพราะน้องหัวแตกแล้วก็สลบไป น้าโรสเลยพาน้องไปโรงพยาบาล พอน้องฟื้นขึ้นมาก็ร่าเริงตามปกติ ตอนแรกน้าโรสกับแม่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร แล้วเราทั้งสองก็ไม่ได้พูดถึงชื่อลูกด้วย เพราะกลัวว่าน้องจะร้องไห้งอแงอีก”)                “...”                (“น้องไม่พูดถึงชื่อลูกเลย ไม่ถามหาจนแม่กับน้าโรสเริ่มสงสัย จนถึงวันที่น้องออกจากโรงพยาบาล น้องกลับบ้านไปเห็นรูปที่ถ่ายคู่กับลูกตอนเด็กๆ ที่หัวเตียง อยู่ๆ น้องก็ร้องไห้ขึ้นมา เอาแต่ถามว่าลูกเป็นใคร พอน้าโรสบอกว่าพี่ตัวใหญ่ของน้องคิสไง น้องก็เอาแต่ร้องไห้แล้วก็บอกว่ารู้ไม่จัก ทำไมน้องคิสนึกไม่ออกเลย น้องเอาแต่ร้องไห้จนหลับไป น้าโรสเลยเอารูปนั้นออกจากห้องน้องไปใส่กล่องเก็บไว้ที่ห้องเก็บของ”)                “...” ผมได้แต่เงียบฟังแม่เล่าไปเรื่อยๆ รู้สึกร้อนๆ ที่ตา ไม่นานน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มผมเป็นทาง                (“พอวันต่อมาน้องก็ร่าเริงเหมือนปกติ ไม่ได้ถามถึงลูกอีกเลย แม่กับน้าโรสเลยไปปรึกษาหมอ หมอบอกว่าตอนที่น้องตกบันไดลงมา ทำให้สมองน้องได้รับการกระทบกระเทือน จนทำให้ความจำบางส่วนหายไป...”)                “แล้วความทรงจำส่วนนั้น...มันก็เป็นเรื่องราวของผมกับน้องใช่ไหมครับ ฮึก! ผมขอโทษครับแม่” ผมร้องไห้เหมือนเด็กที่ต้องการให้แม่กอด                (“พี่เฮลอย่าโทษตัวเองไปเลยลูก เพราะแบบนี้แม่กับน้าโรสเลยให้น้องไปอยู่กับลูกที่คอนโดฯ ไงครับ แม่กับน้าโรสคิดว่าถ้าน้องไปอยู่กับลูกแบบนั้นอาจจะทำให้น้องจำลูกขึ้นมาก็ได้”)                “แต่น้องจำผมไม่ได้เลยครับแม่ ผมจะทำยังไงดี ฮึก! น้องคงเกลียดผมมาก จนอยากลบผมออกไปจากความทรงจำ”                (“ไม่คิดแบบนั้นสิครับ เดี๋ยวน้องก็จำพี่เฮลได้ แม่เอาใจช่วยนะครับลูก ถ้ามีอะไรก็โทรหาแม่ได้ตลอดนะ เลิกร้องไห้กับเลิกโทษตัวเองได้แล้วนะลูก”)                “ครับ...” แล้วแม่ก็วางสายไป ผมเช็ดคราบน้ำตาออกแล้วก็ลุกขึ้นจากม้านั่งแล้วเดินออกจากสวนทันที                ไม่นานผมก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง เปิดประตูเข้าไปก็เจอไอ้อิลกับเมียมัน ผมหันไปมองที่เตียงเห็นน้องกำลังนอนหลับอยู่ คงจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาของหมอสินะ                “น้องหลับไปได้สักพักแล้ว แล้วนั่นมึงคุยกับหมอเสร็จแล้วเหรอ?” อิลถามผมขึ้นเมื่อเห็นผมเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ข้างเตียงน้อง                “อืม”                “หน้ามึงไม่ค่อยดีเลยวะ น้องเป็นอะไรวะ?” มันเดินเข้ามาบีบไหล่ผมอย่างให้กำลังใจ                “น้อง...ความจำเสื่อมวะมึง ความทรงจำบางช่วงหายไป น้องจำทุกคนได้...ยกเว้นกู...”                “มึง โอเคไหมวะ?”                “ไม่โอเควะ แต่มึงไม่ต้องห่วงกูหรอก ไม่ว่ายังไงกูจะทำให้น้องจำกูให้ได้” ผมหันไปพูดกับมันด้วยใบหน้าจริงจัง                “ยังไงก็สู้ๆ เว้ยมึง ถ้างั้นกูกับพาสกลับก่อนนะ” มันตบไหล่ผมสองสามทีแล้วก็เดินไปหาเมียมัน                “สู้ๆ นะครับพี่เฮล พาสเชื่อว่าคิสมันจะต้องจำพี่ได้แน่ๆ” พาสส่งยิ้มให้ผม                “ขอบคุณครับ พี่ขอให้พาสไม่บอกเรื่องนี้กับคิสได้ไหม พี่อยากให้คิสรู้เรื่องนี้ด้วยตัวพี่เอง”                “ได้สิครับ ^^” น้องยิ้มให้ผมจนตาปิด                “ทานโทษนะครับ ผัวยังอยู่ตรงนี้ครับ สนใจผัวด้วยครับเมีย!” ไอ้อิลพูดขึ้นมา                “พี่อิล! พูดบ้าไรเนี่ย >////<”                “หึๆ กูกลับแล้วนะ” ไอ้อิลมันหัวเราะใส่เมียแล้วหันมาบอกผม แล้วพวกมันทั้งสองคนก็พากันเดินออกจากห้องไป                ผมหันกลับมามองน้องที่ตอนนี้กำลังนอนหลับฝันดีอยู่ ผมนั่งลงข้างๆ แล้วจับมือน้องมากุมเอาไว้                “พี่สัญญาไม่ว่ายังไงพี่จะทำให้คิสจำพี่ให้ได้!!” พูดจบแล้วผมก็ก้มลงไปจูบหน้าผากน้องอย่างแผ่วเบา[End of Hell’s part]